เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 - นัดดวลที่ซงฮัวเจียง! ภารกิจใหม่ปรากฏ?

บทที่ 32 - นัดดวลที่ซงฮัวเจียง! ภารกิจใหม่ปรากฏ?

บทที่ 32 - นัดดวลที่ซงฮัวเจียง! ภารกิจใหม่ปรากฏ?


บทที่ 32 - นัดดวลที่ซงฮัวเจียง! ภารกิจใหม่ปรากฏ?

"พี่หลง นั่นใช่ไอ้นักศึกษาพละที่กล้ามาท้าทายพี่หรือเปล่าครับ?" จูว่านหลงยังไม่ทันจะอ้าปากพูด สมาชิกในกลุ่มคนหนึ่งก็ชี้หน้าหลี่ไป๋แล้วตะโกนขึ้นมา

"ฮ่าๆ ผมก็นึกว่ามันหายไปไหน! ที่แท้ตอนแรกก็แค่วิ่งพุ่งแรงไปอย่างนั้นเอง สุดท้ายก็เพิ่งจะวิ่งจบเอาตอนนี้รึไง?"

"ฝีมือแค่นี้ยังกล้ามาท้าทายอาจารย์จูของพวกเราอีก!"

เห็นได้ชัดว่าจูว่านหลงไม่ได้บอกลูกศิษย์พวกนี้เลยว่าเขาโดนหลี่ไป๋วิ่งแซงทิ้งห่างมา พอเห็นหลี่ไป๋มายืนถ่ายรูปอยู่ที่ป้ายที่ระลึกในตอนนี้ พวกคนที่เพิ่งวิ่งจบด้วยเวลาสามชั่วโมงสามสิบนาทีจึงพากันลำพองใจขึ้นมาทันที ราวกับว่าหลี่ไป๋สู้พวกเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ แถมยังเดินกะเผลกๆ อีกไม่ใช่หรือไง?

เหลียงม่านจวินรู้ความจริงทุกอย่างดี เธอจึงมองหลี่ไป๋ด้วยสายตาที่ดูแปลกๆ นิดหน่อย ส่วนหลี่ไป๋คิดว่าเธอกังวลเรื่องผลการแข่งขันระหว่างเขากับจูว่านหลง เขาจึงส่งยิ้มให้เหลียงม่านจวินพลางบอกว่า

"วางใจเถอะครับ ผมชนะมือหนึ่งแห่งเจียงเฉิงคนนี้แน่นอน"

จูว่านหลงยังวิ่งไม่จบก็ต้องเปลี่ยนมาเดินแล้ว ดังนั้นคนที่หัวเราะทีหลังได้ดังกว่าย่อมต้องเป็นเขาแน่นอน! ทว่าถึงแม้หลี่ไป๋จะกระซิบบอกเหลียงม่านจวินเป็นการส่วนตัว แต่เสียงของเขาก็เข้าหูคนอื่นอยู่ดี

"อะไรนะ? มันบอกว่ามันชนะพี่หลงอย่างนั้นเหรอ?"

"จริงหรือเปล่าเนี่ย? คนอย่างมันจะไปชนะพี่หลงได้ยังไงกัน?"

"ขี้โม้หรือเปล่า? พี่หลงคือชายที่วิ่งต่ำกว่าสองชั่วโมงสามสิบนาทีนะ!"

สมาชิกกลุ่มวิ่งว่านหลงที่ปกติก็ทำตัวกร่างอยู่แล้วต่างพากันตะโกนบอกว่าหลี่ไป๋ขี้โม้ แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่ายิ่งพวกเขาตะโกนเสียงดังเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเหมือนกับการจับจูว่านหลงขึ้นไปย่างบนกองไฟมากขึ้นเท่านั้น! เขาอยากจะทำตัวเงียบๆ ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขาแพ้เด็กหนุ่มคนนี้ แต่สุดท้ายเขาก็เลี่ยงไม่ได้แล้ว

นอกจากนี้ คำว่า "มือหนึ่งแห่งเจียงเฉิง" ที่หลี่ไป๋พูดออกมานั้น บีบบังคับให้จูว่านหลงต้องกัดฟันตอบรับคำท้า เพื่อรักษาชื่อเสียง เพื่อความศรัทธาที่ลูกศิษย์มีต่อเขา และเพื่อผลประโยชน์ทางการเงินที่ชื่อเสียงเหล่านี้นำมาให้ ...

จูว่านหลงกระแอมไอสองสามครั้งก่อนจะแสร้งหัวเราะแห้งๆ ออกมา

"วันนี้ที่วิ่งน่ะไม่นับหรอก ที่จริงผมตั้งใจจะวิ่งนำให้ลูกศิษย์ทุกคน เพื่อช่วยให้ทุกคนทำตามความปรารถนาที่อยากจะวิ่งต่ำกว่าสามชั่วโมงให้ได้"

"พอช่วงหลังวิ่งเปะปะไปหน่อยจนเสียจังหวะ พอกลัวว่าจะเข้าเส้นชัยช้าตะคริวที่ขาก็ดันมาขึ้นเอาเสียก่อน"

เขาชิงพูดหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองก่อนที่หลี่ไป๋จะทันได้พูดถึงผลเวลาการแข่งขัน คำพูดนี้ทำให้ลูกศิษย์ที่เคยตะโกนเสียงดังเมื่อครู่ต่างพากันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

เอ๊ะ? ความหมายของพี่หลงดูเหมือนจะบอกว่าเขาแพ้อย่างนั้นเหรอ?

จะเป็นไปได้ยังไงกัน? ไอ้เด็กใหม่ที่ไม่มีชื่อเสียงในวงการวิ่งเจียงเฉิงคนนี้จะชนะพี่หลงได้จริงๆ เหรอ? ใช่แล้ว! ต้องเป็นเพราะพี่หลงสภาพร่างกายไม่เต็มร้อยแน่ๆ เลยโดนมันฉวยโอกาสเอาได้!

"ฝีมือคุณก็ถือว่าใช้ได้นะ แต่สถิติก็คงจะอยู่แถวๆ สองชั่วโมงสี่สิบนาทีนั่นแหละใช่ไหม?" หลี่ไป๋ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ

"แต่แค่เี้นายังคิดจะมาชิงตำแหน่งมือหนึ่งแห่งเจียงเฉิงไปจากผม มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก!"

"พวกเรามานัดเจอกันในสนามหน้าดีกว่า! เดือนหน้ามีงานซงฮัวเจียงมาราธอน เป็นไงล่ะ?"

"ซงฮัวเจียงน่ะเป็นรายการระดับสากลเลยนะ! ในงานที่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น พวกเรามาประลองกันอย่างยุติธรรมดูสักตั้ง!" ในดวงตาของจูว่านหลงเต็มไปด้วยความกระหายชัยชนะที่ลุกโชน เขาจำเป็นต้องประลองกับหลี่ไป๋อีกครั้งเพื่อให้อีกฝ่ายได้เห็นความเก่งกาจของเขา! วันนี้มันเป็นเพราะเขาประมาทและวางแผนการวิ่งไม่ดีเอง หากเขาเตรียมตัวมาอย่างดีและแบ่งพละกำลังให้ถูกต้อง หลี่ไป๋จะไปสู้สถิติพีบีสองชั่วโมงยี่สิบเจ็ดนาทีของเขาได้อย่างไร? จูว่านหลงต้องการให้คนในวงการวิ่งเจียงเฉิงเห็นอย่างชัดเจนว่าเขาคือมือหนึ่งแห่งเจียงเฉิงตัวจริง! ไอ้เด็กที่ยังไม่มีแม้แต่ขนหน้าแข้งคนนี้จะมาชิงอันดับหนึ่งไปจากเขาไม่ได้เด็ดขาด!

"ซงฮัวเจียงมาราธอนอย่างนั้นเหรอ?" หลี่ไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย

"ทำไมล่ะ? ไม่กล้าแข่งงั้นเหรอ?" จูว่านหลงถามยั่วโมโห

"เปล่าครับ แต่นั่นมันเป็นงานวิ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่ใช่เหรอครับ?"

"ใช่ เดือนมิถุนายนแล้วก็คงมีแต่ทางภาคเหนือนั่นแหละที่ไม่ร้อนจนเกินไปพอจะวิ่งได้"

"แต่ว่าผมกับคุณสมัครไปสองคน ถ้าเกิดสุ่มจับสลากไม่ติด หรือมีใครคนใดคนหนึ่งไม่ติดขึ้นมา แล้วจะแข่งกันยังไงล่ะครับ?" คำพูดของหลี่ไป๋ทำเอาจูว่านหลงอ้าปากค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น

"ฮ่าๆ ฮ่าๆ! นักวิ่งระดับหัวกะทิที่วิ่งต่ำกว่าสามชั่วโมงอย่างคุณเนี่ยนะ ยังต้องมากังวลเรื่องสุ่มจับสลากติดไม่ติดอีก?" จูว่านหลงตบขาตัวเองพลางหัวเราะจนน้ำตาไหล

เหลียงม่านจวินทนดูไม่ได้จึงกระซิบบอกหลี่ไป๋เบาๆ ว่า "ตอนนี้สถิติของคุณดีมาก ในการแข่งมาราธอนในประเทศ รายการส่วนใหญ่คุณจะได้รับสิทธิ์เข้าแข่งขันโดยตรงเลยล่ะ"

งานวิ่งมาราธอนในจีนมีมากมาย เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานการแข่งขัน ผู้จัดงานมักจะมอบสิทธิ์เข้าแข่งขันโดยตรงให้กับนักวิ่งที่มีสถิติอยู่ในระดับสูงโดยไม่ต้องไปสุ่มจับสลากร่วมกับนักวิ่งทั่วไป ยิ่งไปกว่านั้น บางรายการยังยอมเสียเงินเพื่อจ้างนักกีฬาระดับท็อปทั้งในและต่างประเทศมาร่วมแข่งขันด้วยซ้ำ

สถิติต่ำกว่าสองชั่วโมงสามสิบนาทีของหลี่ไป๋อาจจะยังไม่ถึงขั้นที่มีคนมาจ้างให้ไปวิ่ง แต่เขาก็ผ่านเกณฑ์สิทธิ์เข้าแข่งขันโดยตรงอย่างแน่นอน แน่นอนว่าคำว่า "ส่วนใหญ่" ของเหลียงม่านจวินนั้นก็เป็นการใช้คำที่รัดกุมมาก เพราะบางรายการอย่างเช่นปักกิ่งมาราธอนหรือเซี่ยงไฮ้มาราธอน เงื่อนไขการได้สิทธิ์เข้าแข่งขันโดยตรงของพวกเขานั้นค่อนข้างจะแปลกประหลาด คือต้องเคยเข้าร่วมรายการของพวกเขามาก่อนและต้องทำสถิติได้ตามที่กำหนดไว้ในรายการนั้นๆ เท่านั้นถึงจะได้สิทธิ์ ทว่ารายการซงฮัวเจียงมาราธอนยังไม่ถึงขั้นนั้น มันเป็นรายการระดับ Elite ที่รับรองโดยสมาคมกรีฑานานาชาติ ซึ่งมีมาตรฐานสูงกว่าจินไห่มาราธอนนิดหน่อย แต่การจะได้สิทธิ์เข้าแข่งขันโดยตรงนั้นขอเพียงแค่มีสถิติต่ำกว่าสามชั่วโมงในรายการระดับ A ที่รับรองโดยสมาคมกรีฑาจีนภายในสองปีล่าสุดก็เพียงพอแล้ว ซึ่งหลี่ไป๋ผ่านเกณฑ์นั้นได้อย่างไม่มีปัญหา!

"เขาเพิ่งจะเคยวิ่งมาราธอนครั้งแรก ไม่รู้ก็เป็นเรื่องปกติ จำเป็นต้องมาพูดจาถากถางกันขนาดนี้เลยเหรอ?" หลังจากอธิบายให้หลี่ไป๋ฟังเสร็จ เหลียงม่านจวินก็หันไปมองจูว่านหลงด้วยสายตาที่เย็นชา

"ใช่ครับ มาราธอนแรกก็แซงทิ้งห่างคุณได้แล้ว" หลี่ไป๋รับลูกจากเหลียงม่านจวินทันที ทำเอาจูว่านหลงโกรธจนแทบจะกระอักเลือด

บ้าเอ๊ย ลืมไปได้ยังไงว่าไอ้หมอนี่มันลงแข่งครั้งแรก? ครั้งแรกยังเก่งขนาดนี้ ถ้าไม่รีบเอาชนะมันสักครั้งล่ะก็ ต่อไปคงจะ ... จูว่านหลงส่ายหัวพลางมองด้วยสายตาอาฆาต

"ก็บอกแล้วไงว่าครั้งนี้ไม่นับ ถ้าจะแข่งก็ไปเจอกันที่ซงฮัวเจียงมาราธอน มาประลองกันอย่างเป็นทางการ!"

"ตกลง! ผมรับคำท้า!" หลี่ไป๋ตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย เหลียงม่านจวินมองดูเขาด้วยท่าทางสงบนิ่งเช่นกัน ในเมื่อพวกเขาจะประลองกันอย่างยุติธรรม เธอก็จะยังไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่งในตอนนี้

...

ในช่วงสายหลี่ไป๋และเหลียงม่านจวินไปทานหม้อไฟที่ห้างสรรพสินค้าใกล้โรงแรมเพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จ จากนั้นต่างคนต่างก็แยกย้ายกันกลับห้องพักของตัวเองเพื่ออนอนกลางวันฟื้นฟูร่างกาย รอจนแดดร่มลมตกในช่วงเย็นค่อยเดินทางกลับเจียงเฉิงด้วยกัน แน่นอนว่าการทำแบบนี้ต้องเสียค่าห้องเพิ่มอีกหนึ่งวัน แต่ไม่ว่าจะเป็นหลี่ไป๋หรือเหลียงม่านจวินต่างก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้

เมื่อหลี่ไป๋ปิดประตูห้องลง เขาก็รีบเปิดระบบวินัยขึ้นมาทันทีด้วยความตื่นเต้น

"มาแล้ว มาแล้ว!" หลี่ไป๋ถูมือไปมาด้วยความตื่นเต้นพลางคิดในใจ "มาดูซิว่ากล่องสมบัติสีทองแดงจะให้อะไรดีๆ บ้าง!"

ทว่าเมื่อก้าวเข้าสู่ระบบวินัย ก่อนที่หลี่ไป๋จะได้ทันเข้าไปกดรับรางวัลในส่วนของภารกิจการวิ่ง แสงสีทองที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าสายตาของเขา!

【ภารกิจเช็คอินการกิน】

"เอ๊ะ ภารกิจเช็คอินอันใหม่ถูกอัปเดตออกมาแล้วอย่างนั้นเหรอ?" หลี่ไป๋เผยสีหน้าดีใจสุดขีด เขาไม่ได้เห็นภารกิจเช็คอินใหม่ๆ มาเกือบเดือนแล้ว! ถึงแม้ภารกิจเก่าจะยังทำได้อยู่ แต่นั่นมันให้แค่รางวัลเป็นเงินสดเท่านั้น แต่สิ่งที่หลี่ไป๋ขาดแคลนในตอนนี้ไม่ใช่เงิน แต่เป็นแต้มสถานะอิสระต่างหาก!

"ในที่สุดภารกิจใหม่ก็มาสักที! ผมจะได้หาแต้มสถานะอิสระมาเพิ่มค่าพละกำลังให้เต็มได้แล้ว!"

"เดี๋ยวนะ ทำไมภารกิจใหม่ถึงเพิ่งมาอัปเดตเอาวันนี้ล่ะ?" ก่อนที่จะกดเปิดดูภารกิจใหม่ หลี่ไป๋ก็นึกถึงประเด็นสำคัญนี้ขึ้นมาได้เสียก่อน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 32 - นัดดวลที่ซงฮัวเจียง! ภารกิจใหม่ปรากฏ?

คัดลอกลิงก์แล้ว