- หน้าแรก
- เส้นทางอมตะเริ่มต้นจากคนเชือดหมู
- บทที่ 760 - ตลาดการค้าว่านเฟิง!
บทที่ 760 - ตลาดการค้าว่านเฟิง!
บทที่ 760 - ตลาดการค้าว่านเฟิง!
บทที่ 760 - ตลาดการค้าว่านเฟิง!
หนึ่งวันต่อมา
เว่ยหงเดินทางออกจากนครเซียนชางซานด้วยสีหน้าที่สงบนิ่ง ในครั้งนี้เขาไม่ได้แปลงโฉมแต่อย่างใด เพียงแค่เก็บซ่อนกลิ่นอายของตนเองเอาไว้ จากนั้นก็ขี่กระบี่เหาะเหินพุ่งทะยานมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เป็นเป้าหมายของภารกิจอย่างรวดเร็ว
นั่นก็เพราะเขารู้ดีว่าหากมีคนคิดจะเล่นงานเขาจริงๆ ต่อให้แปลงโฉมไปก็เปล่าประโยชน์ เนื่องจากสถานที่เป้าหมายของภารกิจนั้นถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน ขอเพียงเขาเดินทางไปถึงที่นั่นย่อมต้องถูกคนจ้องเล่นงานอย่างแน่นอน
ดังนั้นตลอดการเดินทางเว่ยหงจึงระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก เขาเตรียมพร้อมรับมืออยู่ตลอดเวลา ความเร็วในการเดินทางก็ไม่ช้าไม่เร็วจนเกินไป เพื่อให้มั่นใจว่าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเขาจะสามารถตอบสนองได้ทันท่วงที
แม้กระทั่งภายในแขนเสื้อทั้งสองข้างของเขาก็ยังแอบซ่อนยันต์หลายแผ่นและมนุษย์กระดาษอีกหลายตัวเอาไว้ เรียกได้ว่าเตรียมตัวมาพร้อมสรรพ
ทว่าสิ่งที่เหนือความคาดหมายของเว่ยหงก็คือ ตลอดเส้นทางนี้เขากลับไม่ได้พบเจอกับการลอบโจมตีหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันใดๆ เลย
จนกระทั่งเดินทางมาถึงตลาดการค้าที่มีชื่อว่าว่านเฟิง เขาก็ยังคงรู้สึกงุนงงไม่หาย "เป็นไปไม่ได้มั้ง? หรือว่าข้าจะคิดมากไปเอง? หรือพวกมันกะจะลงมือตอนที่ข้าเดินทางกลับเมืองกันแน่?"
เว่ยหงขมวดคิ้วแน่น เขายังคงคิดไม่ตก
ทว่าในเวลานี้เขาไม่มีเวลาให้คิดมากนัก ในเมื่อเดินทางมาถึงจุดหมายแล้ว เขาก็ทำได้เพียงเข้าไปตรวจสอบดูสถานการณ์ข้างในก่อน อย่างไรเสียการทำภารกิจให้ลุล่วงก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเป็นอันดับแรก
ทว่าก่อนที่เว่ยหงจะทันได้ร่อนลงแตะพื้น เขาก็มองเห็นว่าตลาดการค้าที่อยู่เบื้องหน้านั้นได้เปิดใช้งานค่ายกลป้องกันอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นภายนอกค่ายกลยังมีม่านหมอกสีดำจางๆ ปกคลุมอยู่ ม่านหมอกสีดำเหล่านั้นลอยวนเวียนแผ่ซ่านอยู่ภายนอกค่ายกล ราวกับพยายามจะแทรกซึมเข้าไปเบื้องในให้ได้
แม้ว่าม่านหมอกสีดำเหล่านั้นจะไม่ได้หนาทึบและมีขนาดไม่ใหญ่โตนัก แต่มันกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกที่แปลกประหลาดจนขนลุก ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่หมอกธรรมดาทั่วไป
"นั่นคือไอพิษงั้นหรือ?"
เว่ยหงขมวดคิ้วเล็กน้อย แววตาของเขาฉายแววสงสัยออกมาบางส่วน
เขาลดระดับกระบี่บินลงมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าตลาดการค้า จากนั้นก็สะบัดมือเบาๆ แสงสองสายก็พุ่งวาบออกไปและหยุดนิ่งอยู่ภายนอกค่ายกลทันที
แสงสองสายนั้นแท้จริงแล้วก็คือป้ายหยกสองชิ้น!
ชิ้นหนึ่งคือป้ายหยกประจำตัวผู้ดูแลหอราชันโอสถของเขา ส่วนอีกชิ้นคือป้ายหยกยืนยันการรับภารกิจในครั้งนี้
เดิมทีบริเวณหลังประตูตลาดการค้ามีผู้คุ้มกันยืนประจำการอยู่สองคน เมื่อพวกเขาเห็นภาพเหตุการณ์นี้สีหน้าก็พลันเปลี่ยนไป พวกเขารีบประสานมือโค้งคำนับให้เว่ยหงอย่างนอบน้อม จากนั้นผู้คุ้มกันคนหนึ่งก็รีบส่งยันต์สื่อสารออกไปรายงานทันที
ไม่นานนัก ชายวัยกลางคนที่มีท่าทางอิดโรยผู้หนึ่งก็รีบวิ่งมาที่ประตูตลาดการค้า
เมื่อเขาเห็นเว่ยหง ในตอนแรกเขาก็มีท่าทีงุนงงเล็กน้อย ทว่าวินาทีต่อมาเมื่อเขาสังเกตเห็นป้ายหยกทั้งสองชิ้นที่เว่ยหงนำออกมา สีหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนไป แววตาเผยให้เห็นถึงความดีใจอย่างปิดไม่มิด เขารีบเปิดค่ายกลเพื่อต้อนรับเว่ยหงทันที "ฮ่าๆๆ ท่านคือสหายจากหอราชันโอสถใช่หรือไม่? ไม่ทราบว่าสหายมีนามว่ากระไร? ข้าน้อยฉินหลินต้องขออภัยที่ไม่ได้ออกไปต้อนรับให้ไกลกว่านี้ สหายโปรดรีบเข้ามาข้างในเถิด!"
เว่ยหงยังไม่ได้ขยับตัวในทันที เขาประสานมือคารวะพร้อมกับยิ้มตอบไปว่า "ข้าน้อยเว่ยหง เป็นผู้ดูแลสายนอกขั้นสามของหอราชันโอสถ ยินดีที่ได้รู้จักสหายฉิน!"
"ฮ่าๆๆ สหายมาได้ทันเวลาพอดี รีบเชิญเข้ามาข้างในก่อนเถิด!"
ฉินหลินเดินนำทางอยู่ด้านหน้า เว่ยหงเก็บป้ายหยกทั้งสองชิ้นแล้วเดินตามเข้าไปในตลาดการค้าทันที
เมื่อเว่ยหงเดินเข้ามาแล้ว ฉินหลินก็รีบปิดช่องทางเข้าออกของค่ายกลในทันที
เวลานี้ เว่ยหงก็หันไปเอ่ยถามว่า "สหายฉิน จู่ๆ ทางหอก็ส่งภารกิจมาให้ข้า โดยบอกว่าที่นี่กำลังถูกไอพิษปนเปื้อน ไม่ทราบว่าต้นเหตุมาจากสิ่งใดกัน? รบกวนสหายฉินช่วยอธิบายสถานการณ์ของที่นี่ให้ข้าฟังอย่างละเอียดด้วยเถิด"
"นั่นเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว!" ฉินหลินเดินนำเว่ยหงมุ่งหน้าต่อไปพลางอธิบายว่า "ต่อให้สหายไม่ถาม ข้าก็ต้องเป็นคนเล่าให้ฟังอยู่ดี ไม่ปิดบังเลยนะสหาย ตลาดการค้าของพวกเราตั้งอยู่ใกล้กับเทือกเขาพันวิญญาณ ซึ่งบริเวณโดยรอบมักจะมีไอพิษก่อตัวขึ้นอยู่บ่อยครั้ง บ่อยครั้งที่มักจะมีผู้บำเพ็ญเพียรระดับรวบรวมปราณเผลอไปสัมผัสกับไอพิษเหล่านั้นเข้าโดยไม่ระวัง จนทำให้ไอพิษแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย ส่งผลให้ผู้บำเพ็ญเพียรเหล่านั้นมีอาการคล้ายกับถูกยาพิษ"
"เดิมทีเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร เพียงแค่เพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นก็พอแล้ว ทว่าช่วงที่ผ่านมาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆ ไอพิษในบริเวณโดยรอบก็แพร่กระจายเป็นวงกว้างอย่างกะทันหัน แถมยังสังเกตเห็นได้ยากมาก ทำให้มีผู้บำเพ็ญเพียรหลายคนตกเป็นเหยื่ออย่างไม่ทันตั้งตัว"
"ดังนั้นข้าจึงต้องขอความช่วยเหลือให้ส่งนักหลอมโอสถจากหอราชันโอสถมาดูอาการ หากสามารถคิดค้นโอสถถอนพิษออกมาได้ก็จะถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุดเลย!"
ฉินหลินอธิบายสถานการณ์ที่ตลาดการค้ากำลังเผชิญอยู่ให้เว่ยหงฟังอย่างคร่าวๆ พร้อมกับเสนอตัวจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับให้เขาอย่างกระตือรือร้น
ทว่าลึกลงไปในใจของเว่ยหงกลับมีความรู้สึกกระสับกระส่ายแฝงอยู่อย่างเงียบๆ เขาไหนเลยจะยอมเสียเวลาไปกับเรื่องพรรค์นั้น เขาจึงรีบเอ่ยตัดบทว่า "เรื่องอื่นไม่ต้องลำบากหรอก สหายฉิน พวกเรามารีบลงมือกันเลยดีกว่า หากทำภารกิจสำเร็จลุล่วงเร็วเท่าไหร่ ข้าก็จะได้กลับเมืองเร็วขึ้นเท่านั้น สหายเห็นด้วยหรือไม่?"
"ตกลง ข้าจะทำตามที่สหายต้องการทุกอย่าง ไม่ทราบว่ามีสิ่งใดที่ข้าพอจะช่วยอำนวยความสะดวกให้สหายได้บ้าง?" ฉินหลินเอ่ยถาม
เว่ยหงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับไปทันทีว่า "ก่อนอื่นช่วยจัดเตรียมสมุนไพรวิญญาณที่มักใช้ในการหลอมโอสถถอนพิษมาให้ข้าสักชุด จากนั้นก็พาผู้บำเพ็ญเพียรที่ติดเชื้อไอพิษมาพบข้าสักสองสามคน ข้าจำเป็นต้องตรวจดูสภาพร่างกายของพวกเขาด้วยตัวเอง และหากเป็นไปได้ ทางที่ดีที่สุดคือพากข้าไปดูไอพิษพวกนั้นด้วยตาของข้าเอง!"
เขาร่ายข้อเรียกร้องออกมาเป็นชุด เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการศึกษาไอพิษและผู้ติดเชื้ออย่างจริงจัง
ส่วนฉินหลินก็ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เขาพยักหน้ารับคำทันที "ตกลง เรื่องพวกนี้ไม่มีปัญหา ข้าจะสั่งให้คนไปจัดการเดี๋ยวนี้เลย!"
ฉินหลินเองก็รู้ดีว่าปัญหาในครั้งนี้จะได้รับการแก้ไขหรือไม่นั้น ล้วนต้องพึ่งพาเว่ยหงทั้งสิ้น ดังนั้นเมื่อเผชิญกับข้อเรียกร้องเหล่านี้ เขาจึงมีแต่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ไม่กล้ามีท่าทีเพิกเฉยหรือชักช้าแม้แต่นิดเดียว
ไม่นานนักเว่ยหงก็ถูกเชิญให้เข้าไปในห้องหลอมโอสถที่กว้างขวางแห่งหนึ่ง ภายในห้องมีบุปผาวิญญาณและหญ้าวิญญาณที่มักใช้ในการหลอมโอสถถอนพิษกองอยู่เป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นผู้บำเพ็ญเพียรระดับรวบรวมปราณสามสี่คนก็ทยอยเดินเข้ามาในห้อง คนเหล่านี้มีใบหน้าที่หมองคล้ำ กลิ่นอายพลังดูอ่อนระโหยโรยแรง ดูเหมือนคนที่ถูกพิษเล่นงานไม่มีผิด
เวลานี้ฉินหลินก็เอ่ยแนะนำว่า "สหายเว่ย คนเหล่านี้คือผู้บำเพ็ญเพียรที่ติดเชื้อไอพิษ รบกวนท่านระมัดระวังตัวด้วย!"
เว่ยหงพยักหน้ารับคำเบาๆ ก่อนจะเบนสายตาไปมองผู้บำเพ็ญเพียรเหล่านั้น
เขาค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้คนพวกนั้น เริ่มจากการใช้สายตาตรวจสอบอย่างละเอียดรอบหนึ่ง จากนั้นก็ใช้สัมผัสเทวะกวาดตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง เขาพบว่าผู้บำเพ็ญเพียรเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีกลิ่นอายพลังที่อ่อนแอลงเท่านั้น ทว่าภายในร่างกายของพวกเขายังมีไอพิษสีดำตกค้างอยู่ และมันก็เกาะติดอยู่ตามเส้นลมปราณรวมถึงพลังวิญญาณของพวกเขาแน่นหนา ซึ่งนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขามีสภาพราวกับถูกยาพิษเล่นงาน
เว่ยหงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาหันไปถามฉินหลินว่า "สหายฉิน พวกเขาติดเชื้อไอพิษมานานแค่ไหนแล้ว? ดูเหมือนว่าไอพิษพวกนี้จะไม่เหมือนกับไอพิษธรรมดาทั่วไป มันสามารถปนเปื้อนพลังวิญญาณได้ด้วย วิธีการทั่วไปคงไม่สามารถขับไล่มันออกไปได้แน่"
เมื่อฉินหลินได้ยินดังนั้นก็รีบตอบกลับไปว่า "นั่นสิ ไอพิษพวกนี้มันแปลกประหลาดมาก พวกเขาติดเชื้อไอพิษมาได้ประมาณเจ็ดวันแล้ว สหายพอมองอะไรออกบ้างหรือไม่?"
"ตอนนี้ยังไม่มีการค้นพบอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน คงต้องค่อยเป็นค่อยไป ข้าขอเวลาศึกษาพวกมันดูสักพักก่อน!"
เว่ยหงส่ายหน้าไปมา ทว่าเขากลับไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไรมากนัก
อันที่จริงเขาไม่ได้ใส่ใจกับภารกิจนี้เท่าไหร่นัก สิ่งที่เขากังวลอยู่ตลอดเวลาคือการลอบโจมตีที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อต่างหาก ดังนั้นเขาจึงคอยระแวดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา แม้แต่ฉินหลินเองก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่เขาต้องคอยระวังตัวด้วยเช่นกัน
ทว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ตัว เขาไม่ได้แสดงความผิดปกติใดๆ ออกมาให้ใครเห็นเลยแม้แต่น้อย
หลังจากนั้นเว่ยหงก็เข้าสู่โหมดการศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง เขาเริ่มจากการตรวจสอบร่างกายของผู้ติดเชื้ออย่างละเอียดอีกครั้ง จากนั้นก็ให้พวกเขากินโอสถถอนพิษแบบธรรมดาลงไปแล้วคอยจดบันทึกผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
เขายังทดลองเปิดเตาหลอมโอสถเพื่อหลอมโอสถถอนพิษสูตรใหม่ๆ ออกมาทดสอบดูว่ามันจะมีผลในการรักษาหรือไม่
เวลาล่วงเลยไป เว่ยหงก็ขลุกตัวอยู่ที่ตลาดการค้าแห่งนี้มานานถึงเจ็ดวันเต็ม!