- หน้าแรก
- เส้นทางอมตะเริ่มต้นจากคนเชือดหมู
- บทที่ 750 - ถ่ายทอดวิชา
บทที่ 750 - ถ่ายทอดวิชา
บทที่ 750 - ถ่ายทอดวิชา
บทที่ 750 - ถ่ายทอดวิชา
"ขอรับ ผู้น้อยแน่ใจ!"
เว่ยหงไม่กล้าชักช้าและรีบประสานมือตอบกลับทันที
เขาไม่รู้เลยว่าชายชราตรงหน้ามองเห็นเนื้อหาในแผ่นหยกได้อย่างไร แถมเขายังไม่รู้สึกถึงความผันผวนของสัมผัสเทวะเลยแม้แต่น้อย ด้วยเหตุนี้ส่วนลึกในใจของเว่ยหงจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตกตะลึง สีหน้าก็ยิ่งทวีความเคารพนอบน้อมมากขึ้นไปอีก
ชายชรากลับไม่ได้ใส่ใจอะไร เมื่อเห็นว่าเว่ยหงยืนยันคำตอบอย่างหนักแน่น เขาจึงเอ่ยเนิบๆ ว่า "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทั้งหมดหนึ่งหมื่นหนึ่งพันแต้มผลงาน เอาป้ายประจำตัวของเจ้ามาสิ"
"ขอรับ รบกวนผู้อาวุโสด้วย!"
เว่ยหงรีบประคองป้ายประจำตัวของตนส่งให้ด้วยสองมือ
ชายชรารับป้ายไปแล้วเพียงแค่ใช้มือลูบผ่านเบาๆ ลำแสงที่แทบจะมองไม่เห็นสว่างวาบขึ้น เว่ยหงยังไม่ทันรู้สึกตัว ชายชราก็ส่งป้ายคืนมาให้แล้ว
เว่ยหงรีบรับป้ายกลับมา จากนั้นชายชราก็หยิบแผ่นหยกเปล่าออกมาแผ่นหนึ่ง ทำการคัดลอกวิชากระจกส่องวิญญาณลงไป แล้วโยนแผ่นหยกให้เว่ยหงดื้อๆ
"เอาล่ะ เอาไปได้แล้ว!"
ชายชราโบกมือไล่เว่ยหง ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเก้าอี้โยกตามเดิม
เว่ยหงประสานมือคารวะอีกครั้ง ถือแผ่นหยกแล้วหันหลังเดินออกจากหอคัมภีร์ไปทันที
เมื่อกลับมาถึงเรือนพักส่วนตัว เว่ยหงก็รีบหยิบแผ่นหยกที่บันทึกวิชาเทวะกระจกส่องวิญญาณออกมาจากถุงเก็บสมบัติทันที
เขานำแผ่นหยกมาทาบไว้ตรงกลางหน้าผาก สัมผัสเทวะก็หลั่งไหลเข้าไปในนั้นทันที
ครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็ได้เห็นเนื้อหาฉบับสมบูรณ์ของวิชากระจกส่องวิญญาณเสียที
สัมผัสเทวะดำดิ่งลงไปในเนื้อหา เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยามเขาถึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น
ติ๊ง บันทึกวิชาเทวะระดับสองขั้นสูง วิชากระจกส่องวิญญาณ สำเร็จ ความเชี่ยวชาญปัจจุบันคือระดับเริ่มต้น 1/800
ระบบส่งเสียงแจ้งเตือนขึ้นมาอย่างรู้จังหวะ
เว่ยหงขมวดคิ้วเล็กน้อย คิดไม่ถึงเลยว่าการยกระดับวิชากระจกส่องวิญญาณนี้จะต้องใช้แต้มพลังชีวิตมากกว่าวิชาอาคมทั่วไปเสียอีก
"ดูท่าวิชาเทวะเกี่ยวกับดวงตานี้คงจะไม่ธรรมดาซะแล้วสิ!"
เว่ยหงไตร่ตรองครู่หนึ่งก็เข้าใจกระจ่าง
ระบบไม่มีทางหลอกลวง การที่แต้มพลังชีวิตเริ่มต้นของวิชากระจกส่องวิญญาณสูงกว่าวิชาอาคมระดับสองทั่วไป ก็เป็นเครื่องยืนยันแล้วว่าวิชาเทวะนี้ต้องมีมูลค่าไม่ธรรมดาแน่ พอคิดถึงตรงนี้ ในใจของเว่ยหงก็เต็มไปด้วยความคาดหวัง
ดังนั้นเขาจึงเริ่มเติมแต้มพลังชีวิตเข้าไป เพื่อยกระดับความเชี่ยวชาญของวิชากระจกส่องวิญญาณทันที
ติ๊ง วิชาเทวะระดับสองขั้นสูง วิชากระจกส่องวิญญาณ แต้มพลังชีวิต +800 ความเชี่ยวชาญปัจจุบันคือระดับเชี่ยวชาญ 1/1200
ติ๊ง วิชาเทวะระดับสองขั้นสูง วิชากระจกส่องวิญญาณ แต้มพลังชีวิต +1200 ความเชี่ยวชาญปัจจุบันคือระดับสัมฤทธิ์ผลระดับเล็ก 1/1600
ติ๊ง วิชาเทวะระดับสองขั้นสูง วิชากระจกส่องวิญญาณ แต้มพลังชีวิต +1600 ความเชี่ยวชาญปัจจุบันคือระดับสมบูรณ์แบบ 1/2000
...
หลังจากผลาญแต้มพลังชีวิตไปราวๆ หนึ่งหมื่นแต้ม เว่ยหงก็ดันวิชากระจกส่องวิญญาณให้พุ่งพรวดไปจนถึงระดับขีดสุดได้สำเร็จ
วินาทีต่อมา ประสบการณ์และเคล็ดลับมากมายที่เกี่ยวกับการฝึกฝนวิชากระจกส่องวิญญาณก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขาอย่างบ้าคลั่ง
เขารีบตั้งสมาธิซึมซับข้อมูลเหล่านั้นอย่างเต็มกำลัง ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วยามถึงจะย่อยเคล็ดลับและประสบการณ์ทั้งหมดจนหมดจด
"ฟู่!"
เว่ยหงพ่นลมหายใจออกมายาวๆ ประกายแสงสว่างวาบผ่านดวงตา เขาพึมพำกับตัวเองว่า "ที่แท้นี่ก็คือวิชาเทวะงั้นหรือ ดูเหมือนจะพิสดารกว่าวิชาอาคมทั่วไปจริงๆ นั่นแหละ ไม่รู้เหมือนกันว่าผลลัพธ์จริงๆ จะเป็นยังไง"
หลังจากฝึกฝนวิชากระจกส่องวิญญาณจนสำเร็จ แม้จะยังไม่ได้ทดลองใช้งานจริง แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงความเร้นลับบางอย่างของวิชาเทวะนี้แล้ว แม้กระทั่งตอนที่มองดูสิ่งของธรรมดาทั่วไป เขาก็รู้สึกราวกับว่ามองเห็นได้ชัดเจนทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
ยิ่งไปกว่านั้น วิชาเทวะนี้ถูกเขายกระดับจนเต็มแม็กซ์ถึงระดับขีดสุดแล้ว ทำให้ไม่จำเป็นต้องตั้งใจร่ายคาถา ดวงตาทั้งสองข้างของเขาก็มีอานุภาพบางส่วนของวิชาเทวะนี้แฝงอยู่แล้ว หากเขาเดินพลังวิญญาณกระตุ้นเพียงเล็กน้อย อานุภาพของดวงตาคู่นี้ก็จะเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาลทันที
"ต้องหาโอกาสทดสอบดูสักหน่อยแล้ว เอ๊ะ นึกออกแล้ว!"
เว่ยหงครุ่นคิดในใจ จู่ๆ ดวงตาก็ทอประกายเจิดจ้า
นั่นก็เพราะพรุ่งนี้เป็นวันที่เขาต้องไปบรรยายให้ความรู้พอดี เขาเลยคิดว่าน่าจะใช้โอกาสนี้สอดส่องดูว่ามีผู้บำเพ็ญเพียรสายมารของสำนักวิญญาณโลหิตแฝงตัวอยู่ในชั้นเรียนหรือไม่
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เขาก็กลับเข้าสู่สภาวะการนั่งสมาธิอีกครั้ง
วันต่อมา
เว่ยหงไม่ได้มุ่งหน้าไปที่ตำหนักอัคคีปฐพีเหมือนเช่นเคย แต่กลับค่อยๆ เดินทอดน่องไปยังตำหนักบรรยาย
สถานที่สำหรับให้นักหลอมโอสถทุกคนมาสอนหนังสือก็คือตำหนักบรรยาย ที่นั่นมีห้องโถงขนาดใหญ่ที่ทางหอราชันโอสถเปิดพื้นที่ไว้สำหรับบรรยายโดยเฉพาะ สามารถจุคนได้มากถึงพันคนในคราวเดียว เพียงแต่จำนวนศิษย์ฝึกหัดหลอมโอสถที่มาเข้าเรียนจริงๆ มักจะอยู่ที่ราวๆ สองถึงสามร้อยคนเท่านั้น
เมื่อเว่ยหงมาถึงโถงบรรยาย ที่นั่นก็มีศิษย์ฝึกหัดหลอมโอสถนั่งเรียงรายกันอยู่อย่างเนืองแน่นแล้ว
"คารวะท่านผู้ดูแล!"
ทันทีที่เห็นเว่ยหงปรากฏตัว บรรดาศิษย์ฝึกหัดหลอมโอสถก็พากันลุกขึ้นโค้งคำนับทักทายอย่างพร้อมเพรียง
ศิษย์ฝึกหัดหลอมโอสถเหล่านี้ล้วนเป็นเมล็ดพันธุ์นักหลอมโอสถที่หอราชันโอสถฟูมฟักมาตั้งแต่เด็ก เพียงแต่อายุยังน้อย ระดับการบำเพ็ญเพียรก็ยังอยู่แค่ระดับรวบรวมปราณ ดังนั้นพวกเขาจึงยังอยู่ในช่วงของการฝึกฝนปลุกปั้น นี่ก็เป็นสาเหตุที่หอราชันโอสถกำหนดให้เว่ยหงและคนอื่นๆ ต้องมาสอนหนังสือในทุกๆ เดือนนั่นเอง
เว่ยหงพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะหยิบค้อนไม้เล็กๆ บนโต๊ะไม้ตรงหน้าไปเคาะลงบนระฆังทองแดงเบาๆ
ตึง
เสียงทุ้มกังวานแต่ไม่บาดแก้วหูดังสะท้อนไปทั่วทั้งโถงบรรยายทันที
เสียงของเว่ยหงก็ดังตามมาติดๆ "สหายทุกท่าน ข้ามีนามว่าเว่ยหง วันนี้ข้าจะเป็นผู้รับผิดชอบการบรรยาย"
"วันนี้เราจะมาพูดถึงเทคนิคที่หลากหลายในการสกัดวัสดุ รวมถึงการควบคุมอุณหภูมิของไฟ"
"เรื่องการสกัดวัสดุน่าจะเป็นทักษะพื้นฐานที่สหายทุกท่านเคยเรียนกันมาแล้ว แต่สิ่งที่ข้าอยากจะบอกก็คือ การสืบทอดวิชาหลอมโอสถที่แตกต่างกัน หรือสำนักหลอมโอสถที่แตกต่างกัน ย่อมมีเทคนิคการสกัดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แถมหลายๆ เทคนิคยังเป็นความลับที่ไม่เปิดเผยให้คนนอกรู้ด้วย ถ้าไม่นำไปแลกเปลี่ยนกับคนอื่นก็คงไม่มีทางรู้ได้เลย"
"วันนี้ข้าจะขอพูดถึงเทคนิคการสกัดสามรูปแบบที่แตกต่างกัน หากสหายท่านใดมีข้อสงสัยก็สามารถซักถามได้เลย"
...
เว่ยหงพูดจาฉะฉานเป็นคุ้งเป็นแคว เพียงแต่เนื้อหาที่เขาสอนก็เป็นเพียงความรู้ที่ไม่สลักสำคัญอะไรมากมายนัก
ถึงกระนั้น สำหรับศิษย์ฝึกหัดหลอมโอสถเหล่านี้ มันก็ถือเป็นความรู้ที่หาได้ยากยิ่ง ดังนั้นศิษย์ฝึกหัดกว่าสองร้อยชีวิตจึงพากันตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ ไม่กล้าละสายตาแม้แต่วินาทีเดียว ท้ายที่สุดแล้วสิ่งเหล่านี้ก็ถือเป็นประสบการณ์และเคล็ดลับของนักหลอมโอสถตัวจริงเสียงจริง
เว่ยหงอธิบายอย่างละเอียดพลางยกตัวอย่างประกอบ ทำให้บรรยากาศการเรียนการสอนดีขึ้นเรื่อยๆ ศิษย์ฝึกหัดระดับรวบรวมปราณทุกคนต่างก็ดื่มด่ำไปกับการกอบโกยความรู้
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ เว่ยหงก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา เขาแอบส่งพลังวิญญาณสายหนึ่งเข้าไปหล่อเลี้ยงดวงตาอย่างเงียบเชียบ จากนั้นก็ใช้ดวงตาที่ขับเคลื่อนด้วยวิชากระจกส่องวิญญาณกวาดตามองจากซ้ายไปขวาอย่างช้าๆ
วินาทีต่อมา ภาพที่เขามองเห็นผ่านวิชากระจกส่องวิญญาณก็ทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบในทันที
นั่นเป็นเพราะเขามองเห็นอย่างชัดเจนว่า ในร่างของศิษย์ฝึกหัดหลอมโอสถหลายคน มีแสงสีเลือดซ่อนเร้นส่องประกายออกมา แสงสีเลือดเหล่านี้ซุกซ่อนอยู่ลึกเข้าไปในร่างกายของศิษย์เหล่านั้น หากมองด้วยตาเปล่าก็ไม่มีทางจับสังเกตได้เลย แต่ภายใต้การกวาดตามองของวิชากระจกส่องวิญญาณ พวกมันกลับไร้ที่ซ่อนตัว และปรากฏแก่สายตาของเว่ยหงอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เว่ยหงก็เกือบจะตกใจจนชะงักการบรรยายไปดื้อๆ
โชคดีที่เขาเตรียมใจไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงไม่ได้แสดงอาการผิดปกติใดๆ ออกมาให้ใครจับได้
[จบแล้ว]