- หน้าแรก
- ระบบลงชื่อ จากองค์ชายขยะ สู่เทวยุทธ์ไร้เทียมทาน
- บทที่ 90 - เพลิงเทวะโกลาหล นักฆ่ามาเยือน
บทที่ 90 - เพลิงเทวะโกลาหล นักฆ่ามาเยือน
บทที่ 90 - เพลิงเทวะโกลาหล นักฆ่ามาเยือน
บทที่ 90 - เพลิงเทวะโกลาหล นักฆ่ามาเยือน
สำนักไป๋เหมิน หนึ่งในสิบขุมกำลังใหญ่แห่งเขตหยางอู่ มีความแข็งแกร่งไม่ด้อยไปกว่าวังเด็ดดาว หรืออาจจะแข็งแกร่งกว่าวังเด็ดดาวเสียด้วยซ้ำ ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็มีสามเฒ่าแห่งไป๋เหมินคอยประจำการอยู่
เมื่อรวมกับเจ้าสำนัก ก็เรียกได้ว่ามีระดับเทวะอัคคีถึงสี่คน หากมองไปทั่วทั้งเขตหยางอู่ ก็นับว่าเป็นตัวตนระดับแนวหน้า นอกจากเขาเทวะที่พวกเขาต้องเกรงใจอยู่สามส่วนแล้ว ขุมกำลังอื่นล้วนไม่อยู่ในสายตา
ทว่าผลสรุปเล่า
กลับถูกซูหมางกวาดล้างจนสิ้นซาก
นักพรตอู๋หยาหน้ามืดทะมึนจนแทบจะหยดเป็นน้ำ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ โบกมือไล่ชายชราอย่างรำคาญใจ ชายชราจึงก้มหน้าถอยออกไป
"ไอ้บัดซบ เหตุใดเขาถึงแข็งแกร่งปานนี้ เป็นเพราะเหตุใดกัน!"
นักพรตอู๋หยากัดฟันกรอด กำหมัดแน่น
ตั้งแต่เมื่อใดกัน ที่ดินแดนทอดทิ้งมีสัตว์ประหลาดเช่นนี้ปรากฏตัวขึ้น หากมองไปทั่วทั้งแดนเหนืออันกว้างใหญ่... ไม่สิ ต่อให้เป็นแดนกลาง ก็ไม่มีทางมีเด็กหนุ่มที่แข็งแกร่งดุดันถึงเพียงนี้อย่างแน่นอน
ต้องรู้ก่อนว่าซูหมางอายุเพียงยี่สิบต้นๆ เท่านั้น ส่วนพวกที่ถูกขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์เหล่านั้น มีผู้ใดบ้างที่อายุไม่ถึงสามสิบสี่สิบปี!
ในยุคสมัยที่ผู้คนมีอายุขัยหลายร้อยปีเช่นนี้ อายุสามสิบสี่สิบปี ก็ไม่ต่างอันใดกับเด็กเมื่อวานซืนที่เพิ่งออกท่องยุทธภพ
"หากเซวี่ยถูและเซวี่ยฉานไม่มา วังเด็ดดาวของข้าต้องพินาศ ต้องพินาศเป็นแน่!"
นักพรตอู๋หยาใจสั่นสะท้าน
ขุมกำลังทั่วทั้งเขตหยางอู่ รวมไปถึงขุมกำลังกว่าครึ่งของแดนเหนือ ล้วนจับจ้องมาที่วังเด็ดดาว ทุกคนต่างรู้ดีว่าซูหมางกำลังมุ่งตรงมายังที่นี่
หากซูหมางบุกมาถึง และวังเด็ดดาวพังทลายลง เช่นนั้นชื่อเสียงบารมีของเขาเทวะก็ต้องป่นปี้ตามไปด้วย ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงคิดว่า เขาเทวะไม่มีทางทนนิ่งดูดาวมองวังเด็ดดาวถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตาแน่
เมืองเฉา
เมืองเฉาในยามนี้ คลาคล่ำไปด้วยผู้คน ไม่รู้ว่ามียอดฝีมือจากเขตกี่แห่งพากันแห่แหนมาที่นี่ เพื่อต้องการชมการต่อสู้ระหว่างซูหมางกับเขาเทวะ
ศึกเมืองไป๋อวิ๋นในตอนนั้น ทำให้ซูหมางชื่อเสียงสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วสารทิศ ไม่เพียงจำกัดอยู่แค่ในเขตหยางอู่ แต่ในเขตอื่นๆ ก็ยังโด่งดังราวกับเสียงฟ้าร้อง
"ซูหมาง มีป้ายหยกม่วงทองของหลินผิงอันนายน้อยแห่งซานจวงฟู่กุ้ยอยู่ในมือ ผู้ที่ครอบครองป้ายหยกใบนี้ สามารถหยิบฉวยทรัพย์สินใดๆ ภายใต้ซานจวงฟู่กุ้ยได้ทั้งหมด"
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใด ที่ข่าวลือเช่นนี้แพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว
มันกวาดล้างไปทั่วทุกขุมกำลังด้วยความเร็วที่บ้าคลั่ง ขุมกำลังเหล่านั้นที่เดิมทีเพียงแค่มาเพื่อชมการต่อสู้ พลันตกตะลึงจนหน้าถอดสี
พวกเขาต่างเคยได้ยินเรื่องป้ายหยกม่วงทองในมือของหลินผิงอันมาบ้าง ขอเพียงถือป้ายหยกใบนี้ไว้ ก็เรียกได้ว่าสามารถขโมยของล้ำค่าใดๆ ของซานจวงฟู่กุ้ยไปได้อย่างง่ายดาย
ยิ่งไปกว่านั้น ยังไม่มีผู้ใดกล้าขัดขืน!
เว้นเสียแต่ว่าซานจวงฟู่กุ้ยจะประกาศยกเลิกป้ายหยกใบนี้ ทว่าต่อให้ซานจวงฟู่กุ้ยจะรู้ตัว แล้วส่งข่าวไปยังกิจการทั้งหมดใต้บังคับบัญชา ก็ยังต้องใช้เวลาอยู่ดี
หนึ่งวันหรือ
เกรงว่าคงไม่พอ!
ทว่าสำหรับพวกเขานั้น เวลาเพียงหนึ่งวัน ก็เพียงพอที่จะกอบโกยทรัพย์สมบัติที่ไม่อาจจินตนาการได้แล้ว โรงเงินในเมืองแห่งหนึ่ง อย่างน้อยก็มีศิลาวิญญาณระดับสุดยอดมากกว่าหนึ่งล้านก้อน
เวลาเพียงหนึ่งวัน สามารถกวาดล้างโรงเงินได้หลายสิบเมือง นี่มันเป็นทรัพย์สมบัติมหาศาลปานใดกัน ต่อให้เป็นตัวตนระดับยักษ์ใหญ่แห่งระดับเทพวิญญาณก็ยังไม่อาจจินตนาการได้
"เปิ่นจั๋ว จะเดินทางไปเมืองเฉาด้วยตนเอง เพื่อเป็นประจักษ์พยานในศึกที่เด็กหนุ่มซูหมางท้าทายวังเด็ดดาว"
"ศึกใหญ่ระดับนี้ ไม่ได้พบเห็นมาหลายร้อยปีแล้ว จะพลาดได้อย่างไร"
"เมืองเฉา เปิ่นจั๋วย่อมไม่พลาดอย่างแน่นอน"
ชั่วขณะหนึ่ง ตัวตนระดับยักษ์ใหญ่ที่ไม่เคยส่งเสียงมาก่อน ต่างก็พากันเปิดปาก และมุ่งหน้าไปยังเมืองเฉา ปากของพวกเขาก็ร้องป่าวประกาศว่าจะมาชมการต่อสู้
ทว่าต่อให้เป็นคนโง่ก็รู้ว่า พวกเขามาเพื่อป้ายหยกในมือของซูหมาง
ยามนี้ ภายในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในเมืองเฉา
"โฮสต์ลงชื่อเข้าใช้สำเร็จในวันนี้ ได้รับรางวัลเพลิงเทวะโกลาหล"
ในวินาทีที่เสียงของระบบดังขึ้น ดวงตาของซูหมางก็เปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นมาทันที
ช่วงหลายวันมานี้ สิ่งที่เขาได้จากการลงชื่อเข้าใช้ ล้วนเป็นของธรรมดาสามัญ ซูหมางถึงกับไม่มีกะจิตกะใจจะมองด้วยซ้ำ สำหรับการลงชื่อเข้าใช้ในวันนี้ เขาก็ไม่ได้คาดหวังอันใดมากนัก
ทว่า กลับได้เพลิงเทวะโกลาหลมา!
ของล้ำค่าระดับนี้ เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดของวิเศษฝืนลิขิตสวรรค์ เทียบเท่าได้กับปราณม่วงหงเหมิง และที่สำคัญไปกว่านั้น ซูหมางในยามนี้อยู่ในระดับธรรมลักษณ์ขั้นสูงสุดแล้ว
หากไม่ใช่เพราะขาดของวิเศษที่เหมาะสมในการควบแน่นเทวะอัคคี เขาก็คงทะลวงระดับไปนานแล้ว ยามนี้การปรากฏตัวของเพลิงเทวะโกลาหล ทำให้ความกลัดกลุ้มของเขามลายหายไปจนหมดสิ้น
เทวะอัคคีที่จุดประกายขึ้นด้วยเพลิงเทวะฝืนลิขิตสวรรค์ชนิดนี้ เกรงว่าหากมองไปทั่วทั้งฟ้าดิน ล้วนเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งดุดันอย่างถึงที่สุด ไร้ผู้ใดเทียบเคียงได้ และจะระเบิดอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเปรียบออกมา!
"ออกไปเฝ้าข้างนอก ข้าจะทะลวงเข้าสู่ระดับเทวะอัคคี"
ซูหมางตบตัวกิเลนทมิฬที่กำลังหลับสัปหงกอยู่เบาๆ
กิเลนทมิฬชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นดวงตาก็เปล่งประกาย มันย่อมรู้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของซูหมางดี ก่อนหน้านี้ก็เคยถามซูหมางแล้วว่าเหตุใดจึงไม่ทะลวงเข้าสู่ระดับเทวะอัคคี
ด้วยความดุดันของซูหมางในยามนี้ หากก้าวเข้าสู่ระดับเทวะอัคคีเมื่อใด เกรงว่าคงสามารถตบตีตัวตนระดับยักษ์ใหญ่แห่งระดับเทพวิญญาณคนใดก็ได้ อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเปลืองแรง
ยามนี้ ซูหมางกำลังจะทะลวงระดับแล้ว!
"ได้เลย นายท่านวางใจเถอะ เปิ่นหวังจะไม่ปล่อยให้ยุงหลุดรอดเข้ามาแม้แต่ตัวเดียว ท่านจงทะลวงระดับอย่างสงบใจเถิด รอให้ท่านทะลวงระดับเสร็จสิ้น พวกเราค่อยไปถล่มเขาเทวะกัน!"
กิเลนทมิฬลุกขึ้น เดินออกไปนอกห้อง
ซูหมางหยิบเอาเพลิงเทวะโกลาหลที่กำลังลุกโชนและแผ่ซ่านความน่าสะพรึงกลัวอันไร้พ่ายออกมา เพลิงเทวะเต้นเร่าอยู่บนปลายนิ้วของเขาเบาๆ ราวกับมีจิตวิญญาณ
วี้ด วี้ด... กลิ่นอายบ้าคลั่ง หากปล่อยให้มันกระจายออกไปตามอำเภอใจ เกรงว่าคงทำลายล้างภูเขาแม่น้ำเป็นแน่
"ดี ดีมาก!"
ซูหมางดีใจอย่างยิ่ง ของวิเศษระดับนี้เหมาะสมที่สุดที่จะนำมาหลอมรวมเป็นเทวะอัคคี
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ
ซูหมางสะบัดมือ ปราณโกลาหลสายแล้วสายเล่าพุ่งทะยานออกไป ปกคลุมทั่วทั้งห้องไว้อย่างมิดชิด แม้จะมีกิเลนทมิฬคอยเฝ้าอยู่ด้านนอก ซูหมางก็ยังต้องการรับประกันความปลอดภัยอย่างรัดกุมที่สุด
"เริ่มกันเลย!"
ซูหมางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แตะเพลิงเทวะโกลาหลเบาๆ กลางอากาศ นิ้วมือของเขากรีดกรายอย่างต่อเนื่อง ความลึกล้ำที่ยากจะเข้าใจสายแล้วสายเล่า ระเบิดและพันเกี่ยวอยู่ที่ปลายนิ้ว
พรึ่บ!
พลังไร้รูปร่างขุมหนึ่ง โอบล้อมเพลิงเทวะโกลาหลไว้โดยตรง จากนั้นก็ดึงมันเข้าไปในห้วงสมองของซูหมาง ชั่วพริบตาเดียว ห้วงสมองที่แต่เดิมเงียบสงบ กลับราวกับบังเกิดคลื่นยักษ์ พายุหมุนซัดกระหน่ำ
เปลวเพลิงกลุ่มแล้วกลุ่มเล่า ลอยฟ่องออกมาจากเพลิงเทวะโกลาหล สาดส่องห้วงสมองของซูหมางจนสว่างไสว
เพียงแต่ พลังเหล่านี้เพิ่งจะลอยออกไป ก็ถูกกลิ่นอายภายในร่างของซูหมางสะกดข่มไว้อย่างแข็งกร้าว จากนั้นก็ถูกบีบอัดกลับเข้าไปอย่างดิบเถื่อน บีบอัดอย่างต่อเนื่อง
ทีละน้อย เพลิงเทวะโกลาหลที่แสนบ้าคลั่ง ก็ค่อยๆ ว่านอนสอนง่ายขึ้น ห้วงสมองที่ราวกับพายุฝนฟ้าคะนอง ก็กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง
ขั้นตอนต่อไป ก็คือการเปลี่ยนเพลิงเทวะโกลาหลให้กลายเป็นเทวะอัคคี ปราบปรามมันอย่างราบคาบ และดึงมาเป็นพลังของตนเอง
ขั้นตอนนี้ค่อนข้างยาวนาน แม้แต่ซูหมางเอง ก็ยังต้องใช้เวลาหลายวัน จึงจะสามารถเปลี่ยนเพลิงเทวะโกลาหลให้กลายเป็นเทวะอัคคีได้อย่างสมบูรณ์
ท้ายที่สุดแล้ว ของวิเศษระดับเพลิงเทวะโกลาหลนี้ คนทั่วไปหากคิดจะปราบปราม ล้วนเป็นไปไม่ได้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการจุดเพลิงให้กลายเป็นเทวะอัคคีอย่างสมบูรณ์
เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปอย่างเชื่องช้า
ภายในเมืองเฉา มียอดฝีมือหลั่งไหลเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ จุดประสงค์ของคนเหล่านี้มีเพียงหนึ่งเดียว นั่นก็คือตามหาซูหมาง จากนั้นก็แย่งชิงป้ายหยกม่วงทองของหลินผิงอันมา!
ภายในวังเด็ดดาว นักพรตอู๋หยามองดูชายสองคนที่มีใบหน้าไร้ความรู้สึกเบื้องหน้า ในใจทั้งตื่นตระหนกและยินดี
สองนักฆ่าแห่งองค์กรหยดโลหิต เดินทางมาถึงแล้ว!
[จบแล้ว]