- หน้าแรก
- ระบบลงชื่อ จากองค์ชายขยะ สู่เทวยุทธ์ไร้เทียมทาน
- บทที่ 50 - สังหารเซียน กายาอมตะหมื่นกัลป์
บทที่ 50 - สังหารเซียน กายาอมตะหมื่นกัลป์
บทที่ 50 - สังหารเซียน กายาอมตะหมื่นกัลป์
บทที่ 50 - สังหารเซียน กายาอมตะหมื่นกัลป์
ไม่พูดพร่ำทำเพลง ลงมือทันที
ความโกรธเกรี้ยวของเซียนยุทธ์วังเด็ดดาว ไม่ได้ทำให้ซูหมางรู้สึกตื่นตระหนกแต่อย่างใด ตรงกันข้ามเขากลับมองดูฝ่ามือที่ฟาดเข้ามาด้วยความเรียบเฉย สบายๆ ดุจสายลมและก้อนเมฆ
ฝ่ามือนี้ ซุกซ่อนความพลิกแพลงแห่งฟ้าดินเอาไว้
กลางฝ่ามือมีเปลวเพลิงร้อนระอุเป็นกลุ่มก้อนลุกไหม้ ราวกับสามารถแผดเผาทุกสรรพสิ่ง อุณหภูมิอันน่าหวาดกลัวนี้ถึงกับทำให้ซูหมางรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
แต่ทว่า... ก็เพียงแค่นั้นแหละ
"ข้าก็มีฝ่ามือหนึ่งเช่นกัน มีนามว่าพุทธภูมิในฝ่ามือ"
ฟุ่บ
ซูหมางยกฝ่ามือขึ้น ซัดสวนกลับไปอย่างแผ่วเบา กลางฝ่ามือของเขาระเบิดแสงสีทองอันยิ่งใหญ่เกินบรรยายออกมา สว่างไสวเจิดจ้า สะดุดตายิ่งนัก
ท่ามกลางแสงสีทอง ราวกับมีดินแดนแห่งพุทธองค์ดำรงอยู่ เงาพุทธะนับไม่ถ้วนกำลังสวดเจริญพุทธมนต์อยู่ในดินแดนนั้น ศักดิ์สิทธิ์ไร้ขอบเขต สามารถสลายทุกสิ่งที่มีอยู่ได้
"แย่แล้ว!"
สีหน้าของเซียนยุทธ์วังเด็ดดาวเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เขาสัมผัสได้ถึงความไม่ธรรมดาของฝ่ามือนี้ แต่ทว่าตอนนี้เขาคิดจะถอย ก็ไม่ทันเสียแล้ว ทำได้เพียงเบิกตาดูฝ่ามือของตนเข้าปะทะกับฝ่ามือของซูหมางอย่างจัง
ครืน ครืน ครืน!!!
ฝ่ามือทั้งสองฟาดกระแทกเข้าหากันอย่างรุนแรง เปลวเพลิงอันร้อนระอุกลางฝ่ามือของเซียนยุทธ์วังเด็ดดาว ถูกดับสูญไปในพริบตานี้เอง ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะต่อต้าน ถูกบดขยี้ฉีกกระชากอย่างราบคาบ
วินาทีต่อมา แขนของเซียนยุทธ์วังเด็ดดาวก็ดังโพละ ระเบิดกลายเป็นหมอกเลือด เขากรีดร้องออกมาด้วยความตกใจและหวาดกลัวสุดขีด ใบหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือด
หมอกเลือด ลุกลามจากแขนมาถึงหน้าอก พลังอันน่าสะพรึงกลัว ทำให้ร่างของเซียนยุทธ์วังเด็ดดาวระเบิดอย่างต่อเนื่อง ซ้ำยังปลิวกระเด็นตกลงไปกองกับพื้น
เซียนยุทธ์วังเด็ดดาวที่นอนง่อยเปลี้ยอยู่บนพื้น เนื้อตัวแหลกเหลวอาบไปด้วยเลือด หน้าอกครึ่งซีกและแขนหายไปจนหมดสิ้นแล้ว ทั้งร่างราวกับถูกความตายปกคลุม ไร้ซึ่งพลังชีวิตใดๆ
แต่เขายังไม่ตาย ยังเหลือพลังชีวิตอยู่อีกเฮือกหนึ่ง เขาฝืนทนเงยหน้ามองซูหมาง ในหัวสมองว่างเปล่าไปหมด ตับกระเทือนขวัญผวาไปแล้ว
เขาคือถึงเซียนยุทธ์แห่งแดนเหนือเชียวนะ ส่วนซูหมางเป็นเพียงเซียนยุทธ์ในดินแดนกันดารอย่างแปดแคว้นแห่งนี้ ช่องว่างระหว่างทั้งสองควรจะมหาศาลสิ
เหตุใด ซูหมางถึงสามารถฟาดฝ่ามือเดียวเกือบจะสังหารเขาได้
"ซูหมาง!!!"
เส้นผมของเฉินจงหยางชี้ฟูไปทั้งหัว ชี้หน้าซูหมางแล้วกรีดร้องโหยหวนไม่หยุด เขาไม่อาจยอมรับภาพตรงหน้าได้ คนที่ถูกซูหมางพลิกฝ่ามือสะกดข่มจนแหลกเหลว คือเซียนยุทธ์คนหนึ่งเลยนะ!
นี่มันเรื่องจริงหรือเนี่ย
ซูหมางส่ายหน้า "เจ้าอ่อนแอเกินไป รับพลังสามส่วนของข้ายังไม่ได้ด้วยซ้ำ การสังหารเซียนมันไม่สนุกเอาเสียเลย ถ้าได้สังหารระดับธรรมลักษณ์สักคน คงจะดีไม่น้อย"
พลังสามส่วนงั้นหรือ
เซียนยุทธ์วังเด็ดดาวและเฉินจงหยางเบิกตากว้างแทบถลน มองซูหมางด้วยความไม่อยากเชื่อ
สะกดข่มเซียนยุทธ์ผู้หนึ่ง กลับใช้พลังเพียงสามส่วนเนี่ยนะ
ซี้ด บัดซบ นี่มันสัตว์ประหลาดประเภทไหนกัน วังเด็ดดาว ไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนชิ้นใหญ่เข้าให้แล้ว!
"ยังมียอดฝีมือมาช่วยอีกหรือไม่ หากไม่มี ข้าจะส่งพวกเจ้าสองคนเดินทางไปปรโลกแล้วนะ ส่วนวังเด็ดดาว ข้าจะไปเยี่ยมเยือนด้วยตัวเองแน่นอน"
ซูหมางฉีกยิ้ม เผยให้เห็นฟันขาวสะอาด รอยยิ้มอันสดใสนั้น ทำให้หัวใจของทั้งสองคนกระตุกวูบ
คำว่า "ไปเยี่ยมเยือนด้วยตัวเอง" สี่คำนี้ ทำให้คนฟังหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ
"ไอ้หนุ่ม เจ้าต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย!"
ฟิ้ว
เซียนยุทธ์วังเด็ดดาว ล้วงหยกพกชิ้นหนึ่งออกมาบีบจนแหลกคามือ จากนั้นมันก็กลายเป็นเส้นแสงสีแดงฉานพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พุ่งตรงไปถึงชั้นเมฆราวกับสายรุ้ง
แจ้งข่าวให้คนมาช่วยรึ
ซูหมางฉีกยิ้มหยอกล้อ ภารกิจของเซียนยุทธ์วังเด็ดดาวผู้นี้ เสร็จสมบูรณ์แล้ว ไม่มีประโยชน์ให้หลอกใช้อีกต่อไป ซูหมางสะบัดนิ้วเบาๆ ปราณพลังขุมหนึ่งก็พุ่งทะยานออกไป เจาะทะลุร่างของเขาโดยตรง
เซียนยุทธ์ผู้หนึ่ง ร่วงหล่นลงเพียงเท่านี้
มองดูเซียนยุทธ์ที่นอนนิ่งสนิท สูญสิ้นพลังชีวิตไปจนหมดสิ้น เฉินจงหยางก็ทรุดตัวล้มแหมะลงกับพื้น แววตาว่างเปล่า จิตใจพังทลายลงอย่างสมบูรณ์แล้ว
"ทำไม ทำไมเจ้าถึงเติบโตมาได้ถึงขั้นนี้!"
"นี่มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้สิ กระดูกสูงสุดของเจ้าถูกช่วงชิงไปแล้ว กลายเป็นคนพิการไปแล้ว แต่ทำไมยังสามารถสังหารเซียนได้อีก บัดซบ นี่มันเพราะอะไรกันแน่!"
เฉินจงหยางพูดพลางแผดเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่ง
ฟิ้ว
ปราณโกลาหลอีกสายหนึ่ง เจาะทะลุหน้าอกของเขา อวัยวะภายในทั้งหมดถูกบดขยี้จนแหลกเหลว เฉินจงหยางเบิกตากว้างค้าง นอนตายอยู่บนพื้น
"รากฐานหลายปีของสำนักเด็ดดาว จะทำให้ข้าผิดหวังหรือไม่นะ"
ซูหมางก้าวเดินไปข้างหน้า มุ่งหน้าสู่คลังสมบัติสำนักเด็ดดาว
ถึงอย่างไรก็เป็นถึงขุมกำลังระดับสูงสุด ซ้ำยังดำรงอยู่มาเกือบพันปี รากฐานที่สำนักเด็ดดาวครอบครองอยู่ จะต้องน่าสะพรึงกลัวอย่างแน่นอน ดีไม่ดียังอุดมสมบูรณ์ยิ่งกว่าราชวงศ์เสียอีก
โอสถปริมาณมหาศาล ของวิเศษจากฟ้าดินนับไม่ถ้วน ถูกซูหมางกวาดลงกระเป๋าจนหมดสิ้น
แม้เมื่อเทียบกับของที่เขาได้จากการลงชื่อเข้าใช้แล้ว มันแทบจะไม่ระคายเคืองสายตาเขาเลย แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย แถมสำหรับคนทั่วไปแล้ว ของพวกนี้ก็นับว่าเป็นของชั้นยอดแล้ว
ฟุ่บ
ซูหมางก้าวเหยียบเวหา หายลับไปบนท้องฟ้า ทิ้งไว้เพียงสำนักเด็ดดาวที่ปราศจากพลังชีวิตใดๆ เงียบสงัดไร้สุ้มเสียง ยืนหยัดอยู่อย่างโดดเดี่ยว
ตูม... หลังจากซูหมางจากไป รอยฝ่ามือรอยหนึ่งร่วงหล่นจากฟากฟ้า ตบทำลายสำนักเด็ดดาวทั้งสำนักจนแหลกสลายไปในฝ่ามือเดียว
สำนักเด็ดดาวที่ดำรงอยู่มาพันปี มีประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์นับไม่ถ้วน นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ได้กลายเป็นเพียงอดีต กลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวในสายธารแห่งกาลเวลา
การล่มสลายของสำนักเด็ดดาว เป็นเพียงการเบิกม่านเปิดฉากการขึ้นครองความเป็นใหญ่เหนือใต้หล้าของราชวงศ์ต้าโจวเท่านั้น
นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป กองทัพของราชวงศ์ต้าโจว ได้เริ่มต้นเส้นทางเหล็กไหลปราบปรามทิศบูรพาและประจิมอย่างยิ่งใหญ่และเกรียงไกร สิบสามสำนัก เจ็ดราชวงศ์ ถูกตามเช็คบิลทีละแห่ง
ขุมกำลังเหล่านี้ที่สูญเสียยอดฝีมือระดับสูงสุดไป ย่อมไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อกรได้อีก โดยเฉพาะราชวงศ์เหล่านั้น ไม่เพียงแต่สูญเสียขุมกำลังรบระดับสูงสุดไปเท่านั้น แต่แม้แต่กองทัพทหารธรรมดาก็ยังล้มตายไปกว่าครึ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น มีราชวงศ์สองสามแห่ง ที่ยังไม่ทันรอกองทัพต้าโจวเหยียบย่างไปถึง ก็ส่งคนไปยื่นหนังสือยอมจำนนโดยตรง ส่งมอบดินแดนกว้างใหญ่นับหมื่นนับแสนลี้ให้ด้วยสองมือ
เสี่ยวหลี่จื่อนำกองทัพอิวโจวหนึ่งล้านนาย กวาดล้างศัตรูอย่างไร้เทียมทาน
ส่วนกองกำลังทหารม้าฝีมือดีที่นำโดยอู๋เวยอ๋องซูชิง ก็ทำการสะกดข่มสิบสองสำนักที่เหลืออย่างต่อเนื่อง อานุภาพแห่งราชันย์ยุทธ์ไม่ถูกปิดบังอีกต่อไป สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วดินแดนแปดแคว้น
ต้าโจว ในยามนี้เพียงแค่พิจารณาจากฉากหน้า ก็ครอบครองพลังการต่อสู้ระดับราชันย์ยุทธ์ถึงสองคนคือซูหมางและซูชิง ชี้ปลายดาบไปทั่วใต้หล้า มีผู้ใดบ้างกล้าขัดขืน
แน่นอนว่า ขุมกำลังที่ต่อต้านก็ยังมีอยู่ ไม่ใช่ทุกคนที่ยินยอมสวามิภักดิ์ พวกเขายังคงวาดฝันว่า จะสามารถอาศัยชัยภูมิที่ได้เปรียบ ต้านทานการระดมโจมตีอย่างบ้าคลั่งของต้าโจวไว้ได้
เมืองหลวง จวนฮั่นอ๋อง
จวนฮั่นอ๋องในยามนี้ แทบจะกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของทั่วทั้งต้าโจวไปแล้ว ไม่ว่าใครก็ตามล้วนรู้ดีว่า อำนาจการตัดสินใจขั้นเด็ดขาดของต้าโจวไม่ได้อยู่ที่พระราชวัง ไม่ได้อยู่ที่ฝ่าบาทซูเทียน แต่อยู่ที่จวนฮั่นอ๋อง!
เพียงแต่ ตั้งแต่กวาดล้างสำนักเด็ดดาวไป ซูหมางก็ไม่เผยโฉมหน้าออกมาอีกเลย
ทุกวันลงชื่อเข้าใช้ จิบชา พลิกอ่านตำรา ก็ถือเป็นเรื่องที่น่าสนุกอย่างยิ่งแล้ว
ช่วงเวลานี้ ซูหมางไม่ได้จงใจทะลวงระดับพลังแต่อย่างใด ด้วยระดับพลังของเขาในตอนนี้ การควบแน่นธรรมลักษณ์ ก้าวเข้าสู่ระดับธรรมลักษณ์ ถือเป็นเรื่องง่ายดายเสียยิ่งกว่าอะไร
แต่ทว่า ร่างธรรมลักษณ์นั้นมีแบ่งแยกความแข็งแกร่งและความอ่อนแอ
หากเขาหาของวิเศษที่เหมาะสมมาแปรสภาพไม่ได้ แล้วฝืนก้าวเข้าสู่ระดับธรรมลักษณ์ แม้เขาอาจจะสามารถพึ่งพารากฐานอันแข็งแกร่งจนไร้พ่ายได้ แต่ความอ่อนแอของร่างธรรมลักษณ์ จะไม่สามารถชดเชยได้ง่ายๆ ในภายหลัง
"โฮสต์ลงชื่อเข้าใช้ประจำวันสำเร็จ ได้รับวิชาศักดิ์สิทธิ์ กายาอมตะหมื่นกัลป์"
วินาทีที่เสียงของระบบดังขึ้น ซูหมางถึงกับตกใจผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ ในแววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและตื่นเต้นอย่างเปี่ยมล้น
กายาอมตะหมื่นกัลป์?
นี่มันคือหนึ่งในสิบกายาธรรมลักษณ์ดั้งเดิมเชียวนะ!
หากใช้วิชาศักดิ์สิทธิ์กายาอมตะหมื่นกัลป์นี้ ในการควบแน่นร่างธรรมลักษณ์ นั่นก็จะเป็นเส้นทางสู่ความไร้เทียมทานและไร้พ่ายอย่างแท้จริง!
[จบแล้ว]