เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2960 - ความแข็งแกร่งสุดหยั่งคาด กวาดล้างทั้งหมด ถ้ำบรรพชนสำนักประตูปฐพี

บทที่ 2960 - ความแข็งแกร่งสุดหยั่งคาด กวาดล้างทั้งหมด ถ้ำบรรพชนสำนักประตูปฐพี

บทที่ 2960 - ความแข็งแกร่งสุดหยั่งคาด กวาดล้างทั้งหมด ถ้ำบรรพชนสำนักประตูปฐพี


บทที่ 2960 - ความแข็งแกร่งสุดหยั่งคาด กวาดล้างทั้งหมด ถ้ำบรรพชนสำนักประตูปฐพี

"จอม... จอมราชันอัสนีม่วงหายไปไหนแล้ว?"

บางคนถึงกับต้องขยี้ตาตัวเอง

เพราะมันเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนทำให้รู้สึกเหมือนเป็นเพียงภาพลวงตา

ยอดอัจฉริยะระดับกึ่งจักรพรรดิที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งชางหมังตะวันออก หายวับไปอย่างนั้นหรือ?

"นี่มัน... เกิดอะไรขึ้น..."

หมานอ๋องน้อยแห่งเผ่ากู่หมานซึ่งมีรูปร่างใหญ่โตรูปร่างดั่งหอคอยเหล็ก บัดนี้ร่างของเขากลับกำลังสั่นเทาเล็กน้อย

จวินเซียวเหยียนเพียงแค่ปรายตามองมาอย่างไม่ใส่ใจ

ปัง!

ร่างของหมานอ๋องน้อยระเบิดออกกลายเป็นหมอกสีเลือดอีกคน

ซี๊ดดด!

คราวนี้ต่อให้เป็นคนที่หัวทึบที่สุดก็ยังต้องรับรู้ได้แล้ว

ยอดอัจฉริยะและสุดยอดฝีมือแห่งชางหมังตะวันออกที่อยู่ที่นี่ บัดนี้สีหน้าของพวกเขาทุกคนล้วนเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน บนหนังศีรษะชาหนึบ นัยน์ตาของพวกเขาฉายแววหวาดกลัวถึงขีดสุด

แม้แต่เผ่ามารครามที่มีชื่อเสียงด้านความดุร้ายอย่างราชันสวรรค์มารคราม นัยน์ตาของเขาก็ยังฉายแววตกตะลึงอย่างรุนแรง!

เสียงอื้ออึงในหัวดังก้องราวกับถูกสั่นประสาท

"เป็นไปได้อย่างไร ที่นี่คืออาณาเขตของสสารอมตะนะ ต่อให้เจ้าจะเป็นมหาจักรพรรดิก็ไม่น่าจะสามารถปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมาได้ทั้งหมดนี่นา"

ราชันสวรรค์มารครามอดไม่ได้ที่จะตะโกนเสียงหลง

"มันต่างกันตรงไหนหรือ"

แววตาของจวินเซียวเหยียนช่างเย็นชาและไร้อารมณ์

เขามีโลหิตทมิฬแห่งสวรรค์อยู่ สสารอมตะจึงไม่อาจส่งผลกระทบใดๆ ต่อเขาได้

แต่ถึงแม้จะถอยหลังไปอีกก้าว ต่อให้ไม่มีโลหิตทมิฬแห่งสวรรค์

ใครกันที่จะสามารถรับมือเขาได้?

ต่อให้เขาจะถูกลดทอนพลังลงไปนับร้อยเท่า

ต่อให้เขาจะถูกจำกัดพลังไว้ถึงเก้าสิบเก้าส่วน

ก็ไม่ใช่สิ่งที่ขยะพวกนี้จะสามารถเทียบเคียงได้อยู่ดี

นกกระจอกหรือจะกล้าเทียบเคียงพญาหงส์?

มดปลวกหรือจะกล้าทัดเทียมทวยเทพ?

จวินเซียวเหยียนซัดกระบี่ดรรชนีออกไปทางเซิ่งจื่อเขาวิญญาณอย่างง่ายดายอีกครั้ง

สีหน้าของเซิ่งจื่อเขาวิญญาณเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เขารู้สึกราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบคอไว้แน่น

ในแดนโบราณหลิงยาง มันเป็นเพียงร่างจิตวิญญาณของจวินเซียวเหยียนเท่านั้น

แต่บัดนี้ สิ่งที่เขาต้องเผชิญคือร่างจริงของจวินเซียวเหยียน!

แม้จะเป็นเพียงกระบี่ดรรชนีที่ซัดออกมาอย่างไม่ใส่ใจก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะรับมือได้

ต่อให้เขาจะเป็นกึ่งจักรพรรดิ ต่อให้เขาจะเป็นเซิ่งจื่อแห่งเผ่าเขาวิญญาณก็ตามที

เขาก็ไม่อาจทนรับมันได้!

เซิ่งจื่อเขาวิญญาณคำรามลั่น เขาวิญญาณหยกบนหน้าผากเปล่งแสงเจิดจ้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ในเวลาเดียวกันเขาก็เตรียมงัดเอาไพ่ตายสำหรับหนีรอดออกมาใช้

แต่มันก็เปล่าประโยชน์

เพียงชั่วพริบตาเดียว

แสงกระบี่ดรรชนีนั้นก็ตัดเขาวิญญาณหยกจนขาดสะบั้นและบั่นศีรษะของเขาในดาบเดียว!

ไพ่ตายใดๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าจวินเซียวเหยียนก็เปราะบางราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งความหมายโดยสิ้นเชิง

ยิ่งไปกว่านั้นแสงกระบี่ยังพุ่งทะลวงผ่านและกวาดล้างยอดอัจฉริยะคนอื่นๆ ไปด้วย

ราชันสวรรค์มารครามไม่รอช้า เขารีบงัดไพ่ตายออกมาใช้พร้อมกับเตรียมจะล่าถอยในทันที

แต่จวินเซียวเหยียนก็ซัดกระบี่มรรคาแห่งกาลเวลาออกไปอีกครั้งพร้อมกับเศษเสี้ยวแห่งกาลเวลาที่สาดกระเซ็น

ราชันสวรรค์มารครามสัมผัสได้ถึงวิกฤตแห่งความตายอย่างชัดเจน

"ไม่ เจ้าจะทำแบบนี้ไม่ได้ หากพวกเราทุกคนตายกันหมดที่นี่ เผ่าพันธุ์เบื้องหลังพวกเราจะต้องไม่ยอมอยู่เฉยแน่"

"ชางหมังตะวันออกจะต้องสั่นสะเทือน ราชวงศ์เซียนเทียนอวี้จะถูกรุมโจมตีและถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก!"

ราชันสวรรค์มารครามคำรามอย่างเกรี้ยวกราด

จวินเซียวเหยียนกลับทำเป็นไม่สนใจ

รากฐานของราชวงศ์เซียนเทียนอวี้ไม่ใช่สิ่งที่จะดูแคลนได้

และเมื่อมีเขาอยู่ด้วย เขาย่อมไม่ยอมให้ราชวงศ์เซียนเทียนอวี้ต้องล่มสลาย

เมื่อสัมผัสได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของกระบี่มรรคาแห่งกาลเวลาที่พุ่งเข้ามา

ราชันสวรรค์มารครามก็ต้องงัดไม้ตายสุดท้ายออกมาใช้

เบื้องหลังของเขามีพลังกฎเกณฑ์พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

มันดูราวกับต้นไม้โบราณสีน้ำเงินที่แฝงไปด้วยความน่าสะพรึงกลัวอย่างบอกไม่ถูก

นั่นคือต้นไม้มารครามอันเลื่องชื่อของเผ่ามารครามนั่นเอง

มันเติบโตขึ้นจากการรดด้วยเลือดและวิญญาณของสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วน

เหตุผลที่ราชันสวรรค์มารครามได้รับการยกย่องให้เป็นยอดอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเผ่ามารคราม

ก็เพราะเขาเคยสื่อสารกับต้นไม้มารครามและได้รับพลังการอวยพรส่วนหนึ่งมาจากมันนั่นเอง

แต่แววตาของจวินเซียวเหยียนกลับไม่มีความหวั่นไหวใดๆ เลย

เมื่อกระบี่มรรคาแห่งกาลเวลากวาดผ่าน เงาของต้นไม้มารครามรวมถึงร่างของราชันสวรรค์มารครามก็สูญสลายหายไปในพริบตา

ยอดอัจฉริยะจากเผ่าพันธุ์อื่นๆ ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจวินเซียวเหยียน

พวกเขาทั้งหมดระเบิดกลายเป็นหมอกสีเลือด

และสลายหายไปท่ามกลางหมอกสีเทา

โดยไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะหนีรอด

เพียงชั่วพริบตาสถานที่แห่งนี้ก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

"แกว่งเท้าหาเสี้ยนแท้ๆ" จวินเซียวเหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

การล้างบางยอดอัจฉริยะแห่งชางหมังตะวันออกเหล่านี้ สำหรับเขาแล้วมันง่ายดายราวกับปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้า

อันที่จริงจวินเซียวเหยียนรู้สึกว่าช่วงนี้เขาค่อนข้างปล่อยวางไปมากแล้ว

คำยั่วยุหรือการท้าทายทั่วไป เขาแทบจะไม่เก็บมาใส่ใจเลยด้วยซ้ำ

เพราะพวกเขาไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน จึงไม่มีความจำเป็นต้องลดตัวลงไปตอบโต้

การไปใส่ใจกับเรื่องพวกนั้นมีแต่จะทำให้ลดคุณค่าของตัวเองลง

จวินเซียวเหยียนรู้สึกว่าหลังจากที่เขาบรรลุเป็นมหาจักรพรรดิ สภาพจิตใจของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยและมีความสงบเยือกเย็นมากขึ้น

ถึงขั้นพูดได้เต็มปากว่า

เขาเป็นคนใจดีมาก

แต่ทำอย่างไรได้ มดปลวกพวกนี้ช่างไม่เจียมตัวและเอาแต่กระโดดไปมาอยู่ตรงหน้าเขา

จวินเซียวเหยียนรู้สึกรำคาญก็เลยกวาดล้างพวกมันทิ้งเสียเลย

ซางอวี๋ที่อยู่ข้างๆ มองดูจวินเซียวเหยียนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและแฝงไปด้วยความเกรงขาม

ก่อนหน้านี้นางก็เคยเห็นจวินเซียวเหยียนทำลายล้างสำนักเทียนหลานจนพินาศย่อยยับด้วยฝ่ามือเดียวมาแล้ว

แม้แต่มหาจักรพรรดิยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา แล้วนับประสาอะไรกับกึ่งจักรพรรดิพวกนี้เล่า

แต่ในเวลาปกติ จวินเซียวเหยียนกลับมีนิสัยที่อ่อนโยนและปฏิบัติต่อนางอย่างอบอุ่นเสมอ

บุรุษผู้ไร้เทียมทานเช่นนี้ จะไม่ให้ความรู้สึกปลอดภัยได้อย่างไรกัน?

สายตาของจวินเซียวเหยียนหันไปมองอีกด้านหนึ่ง

เขาจ้องมองไปยังจื่อเหิงหยาง

เมื่อจื่อเหิงหยางเห็นวิธีการสังหารอันเหี้ยมโหดของจวินเซียวเหยียน สีหน้าของเขาก็แข็งทื่อไป

หัวใจบีบรัดแน่น

เขารู้สึกราวกับถูกบีบคอเอาไว้

แต่จวินเซียวเหยียนไม่ได้สนใจอะไร

เมื่อครู่นี้จื่อเหิงหยางไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรและไม่ได้ลงมือด้วยซ้ำ เขาเพียงแค่ยืนดูอยู่เฉยๆ

จวินเซียวเหยียนก็คร้านที่จะลงมือ เขาจึงหันไปพูดกับซางอวี๋ว่า

"พวกเราเข้าไปลึกกว่านี้เถอะ"

จากนั้นเขากับซางอวี๋ก็จากไป

หลังจากที่จวินเซียวเหยียนจากไปแล้ว

จื่อเหิงหยางจึงค่อยผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่

"เป็นไปได้อย่างไร ทำไมถึงมีบุคคลที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้อยู่บนโลก?"

ใบหน้าของจื่อเหิงหยางซีดเผือด

ก่อนหน้านี้แค่ร่างจิตวิญญาณของจวินเซียวเหยียนก็แข็งแกร่งมากพอแล้ว และบัดนี้ร่างจริงของเขากลับยิ่งห่างชั้นกันราวกับฟ้ากับเหว

เขารู้ดีว่าหากเมื่อครู่นี้จวินเซียวเหยียนตัดสินใจลงมือ วันนี้เขาก็คงไม่มีโอกาสรอดไปได้อย่างแน่นอน

ไม่สิ ควรจะพูดว่าไม่ต้องคิดถึงผลลัพธ์เลยต่างหาก

"ข้าถึงกับ... หวาดกลัว..."

จื่อเหิงหยางพึมพำกับตัวเอง

ในฐานะองค์รัชทายาทแห่งราชวงศ์เซียนจื่อเย่าผู้เป็นที่เชิดหน้าชูตาแห่งชางหมังตะวันออก

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขารู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่เรียกว่า 'ความหวาดกลัว'

จวินเซียวเหยียนไม่ได้เห็นเขาอยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ แต่กลับกลายมาเป็นมารในใจของเขาไปเสียแล้ว

"ข้าต้องบรรลุมรรคา ข้าต้องเป็นมหาจักรพรรดิ..."

อารมณ์ของจื่อเหิงหยางพลุ่งพล่าน

เขาต้องบรรลุมรรคาให้ได้ จากนั้นก็ไปสู้กับจวินเซียวเหยียนด้วยตัวเอง

มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่เขาจะสามารถเอาชนะมารในใจได้

มิฉะนั้นแล้วเขาจะต้องทนอยู่ใต้เงาของจวินเซียวเหยียนไปตลอดชีวิต!

...

ณ ดินแดนโบราณอีกด้านหนึ่ง

อวี่ฮั่วเทียนก็รับรู้ได้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาจึงทอดสายตามองออกไปไกล

"จบลงแล้วหรือ?"

"เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ แม้จะมีข้อจำกัดจากสสารอมตะ แต่ความแข็งแกร่งของเขาก็ยังคงน่าสะพรึงกลัวอยู่ดี"

"สมแล้วที่เป็นคนของตระกูลจวิน"

อวี่ฮั่วเทียนพึมพำกับตัวเอง

ก่อนหน้านี้เจียงเฉินเป็นคนวางแผนการทั้งหมดนี้

อวี่ฮั่วเทียนจึงเป็นคนไปติดต่อราชันสวรรค์มารครามและคนอื่นๆ

แต่ตัวเขาเองกลับไม่ได้ปรากฏตัวออกมา

พูดง่ายๆ ก็คือราชันสวรรค์มารครามและคนอื่นๆ เป็นเพียงเครื่องมือที่เขาใช้เพื่อหยั่งเชิงความแข็งแกร่งของจวินเซียวเหยียนเท่านั้น

และตอนนี้เขาก็ได้เห็นแล้วว่าความแข็งแกร่งของจวินเซียวเหยียนนั้นไม่อาจหยั่งถึงได้เลยจริงๆ

"แต่ก็ช่างเถอะ การที่ราชันสวรรค์มารครามและคนอื่นๆ ต้องมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่จะต้องทำให้เกิดคลื่นลูกใหญ่ตามมาอย่างแน่นอน"

"เมื่อถึงเวลานั้นราชวงศ์เซียนเทียนอวี้จะตกเป็นเป้าโจมตีจากทุกทิศทาง และบางทีความวุ่นวายนี้อาจจะกลายเป็นโอกาสในการจัดการกับจวินเซียวเหยียนก็ได้"

"แต่ก่อนหน้านั้น ข้าจำเป็นต้องยกระดับความแข็งแกร่งของตัวเองเสียก่อน เพราะศักยภาพของร่างกายนี้ยังไม่เพียงพอ"

อวี่ฮั่วเทียนคิดในใจ สายตาของเขาหันกลับไปมองที่ส่วนลึกของดินแดนโบราณอีกครั้ง

"ตัวตนที่ถูกผนึกเอาไว้ อาจจะเป็นโอกาสสำหรับข้าก็ได้..."

ร่างของอวี่ฮั่วเทียนพุ่งทะยานลึกเข้าไปในดินแดนโบราณแห่งนี้

ณ ดินแดนโบราณส่วนลึกอีกแห่งหนึ่ง

ร่างของเยี่ยอวี่ปรากฏขึ้น

เป็นเขาเองที่ใช้เข็มทิศทองสัมฤทธิ์เปิดดินแดนโบราณแห่งนี้ขึ้นมา

แต่ในตอนแรกเขาไม่ได้เข้าไปในทันที

เขารอให้ผู้ฝึกตนคนอื่นๆ เข้าไปเบี่ยงเบนความสนใจของสิ่งมีชีวิตอมตะเหล่านั้นเสียก่อน

จากนั้นเยี่ยอวี่จึงค่อยแอบลอบเข้าไป

ด้วยความช่วยเหลือจากเข็มทิศทองสัมฤทธิ์และจิตวิญญาณแห่งประตูสวรรค์จ้าวนิรมิต ในที่สุดเขาก็มาถึงส่วนลึกของดินแดนโบราณได้อย่างปลอดภัย

"อยู่ข้างหน้านี้แหละ!"

เสียงของจิตวิญญาณแห่งประตูสวรรค์จ้าวนิรมิตดังขึ้นในหัวของเยี่ยอวี่

เขามองตามไป

เบื้องหน้ามีสันเขายกตัวสูงขึ้นพร้อมกับหมอกสีเทาปกคลุม

มองแวบแรกอาจจะไม่เห็นอะไรผิดปกติ

แต่เมื่อเยี่ยอวี่กระตุ้นเข็มทิศทองสัมฤทธิ์

ก็มีลำแสงพุ่งออกมา

ณ บริเวณสันเขานั้นพลันมีลวดลายค่ายกลส่องแสงสว่างวาบก่อนจะเผยให้เห็นปากถ้ำขนาดใหญ่

ใบหน้าของเยี่ยอวี่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

ที่แห่งนี้น่าจะเป็นขุมทรัพย์ที่บรรพชนของสำนักประตูปฐพีทิ้งเอาไว้อย่างแน่นอน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 2960 - ความแข็งแกร่งสุดหยั่งคาด กวาดล้างทั้งหมด ถ้ำบรรพชนสำนักประตูปฐพี

คัดลอกลิงก์แล้ว