- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นนายน้อยตระกูลบรรพกาล พร้อมระบบลงชื่อที่แค่ยืนเฉยๆ ก็เทพซะแล้ว
- บทที่ 2940 - ไร้ความสนใจ แผนการลับของเจียงเฉินและอวี่ฮั่วเทียน
บทที่ 2940 - ไร้ความสนใจ แผนการลับของเจียงเฉินและอวี่ฮั่วเทียน
บทที่ 2940 - ไร้ความสนใจ แผนการลับของเจียงเฉินและอวี่ฮั่วเทียน
บทที่ 2940 - ไร้ความสนใจ แผนการลับของเจียงเฉินและอวี่ฮั่วเทียน
อันที่จริงพวกเขาเดาถูกแล้ว
จวินเซียวเหยียนไม่ได้รู้สึกสนใจจริงๆ
ยอดหญิงแห่งยุคเขาพบเจอมานับไม่ถ้วน
ซึ่งหลายคนในนั้นก็กลายมาเป็นสาวใช้คอยบีบนวดไหล่และปรนนิบัติรับใช้เขาอยู่ข้างกาย
หรือไม่ก็ถูกรับเข้าเป็นลูกน้องหรือผู้ติดตาม
เจียงอวิ้นหรานมีสถานะพิเศษและยังเป็นคนของตระกูลเจียง
หลังจากนี้จวินเซียวเหยียนก็ไม่รังเกียจที่จะชี้แนะนางสักเล็กน้อย แต่ก็คงมีเพียงเท่านั้น
หากไม่มีความเกี่ยวพันทางกรรมที่พิเศษสุดยอดจริงๆ อย่างเช่นซูจิ่นหลี่ที่ครอบครองความลับของผู้ข้ามภพ
หรืออย่างหลิงซีที่มีความเกี่ยวพันกับเผ่าภูตวิญญาณมิติเวลา
สำหรับสิ่งที่เรียกว่ายอดหญิงแห่งยุคทั่วไปแล้ว จวินเซียวเหยียนแทบจะไม่มีความอยากรู้อยากเห็นใดๆ เลย
อีกด้านหนึ่ง เจียงเฉินคอยลอบสังเกตสีหน้าของจวินเซียวเหยียนอยู่อย่างเงียบๆ ตลอดเวลา
เมื่อพบว่าท่าทีของจวินเซียวเหยียนไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนอันใด
เจียงเฉินก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เขารู้สึกว่าจวินเซียวเหยียนคงไม่ได้มีความอยากรู้อยากเห็นอันใดต่อเจียงอวิ้นหราน
สำหรับเขานี่นับเป็นเรื่องดี
อย่างน้อยก็ลดทอนศัตรูหัวใจตัวฉกาจไปได้หนึ่งคน
ท้ายที่สุดแล้วจวินเซียวเหยียนก็คือผู้สังหารสตรีและเป็นศัตรูของบุรุษทั้งปวง
หลังจากนั้นกลุ่มของจวินเซียวเหยียนก็เดินทางออกจากนครเทียนฟางและกลับสู่แดนแท้จริงเทียนอวี้
ณ ทวีปส่วนกลางแห่งแดนแท้จริงเทียนอวี้
กลุ่มของจวินเซียวเหยียนร่อนลงจอดยังนครหลวงเทียนอวี้
จวินเซียวเหยียนสั่งการให้คนไปจัดเตรียมที่พักพิงให้แก่ท่านยายเหลียน ซางอวี้ และคนอื่นๆ
เนื่องจากเป็นคำสั่งของจวินเซียวเหยียน ราชวงศ์เซียนเทียนอวี้ย่อมไม่กล้าละเลย
มีคนรีบไปจัดเตรียมให้ซางอวี้และคนอื่นๆ เข้าพักในดินแดนถ้ำสวรรค์ที่อุดมไปด้วยพลังปราณวิญญาณทันที
ซางอวี้หรือแม้กระทั่งท่านยายเหลียนเองไม่เคยเห็นบรรยากาศโอ่อ่าเช่นนี้มาก่อน พวกนางตื่นตาตื่นใจราวกับเปิดโลกใหม่
และการดูแลเอาใจใส่ของจวินเซียวเหยียนยิ่งทำให้ซางอวี้รู้สึกซาบซึ้งใจอย่างหาที่สุดไม่ได้
จวินเซียวเหยียนไม่ได้เปิดเผยภูมิหลังของกลุ่มซางอวี้ออกไป
ไม่แน่ว่าในภายภาคหน้าพวกนางอาจจะมีประโยชน์บางอย่าง
และผ่านไปเพียงไม่กี่วัน เจียงเทียนหลานและเจียงหว่านอี๋ก็ส่งข่าวมา
พวกเขากำลังจะออกเดินทางไปยังแดนโบราณหลิงยางแล้ว
"คุณชายจวินจะไปอ้วยกันหรือไม่เพคะ?"
เจียงหว่านอี๋เป็นฝ่ายเอ่ยปากชวน นัยน์ตาของนางทอประกายคาดหวัง
หากจวินเซียวเหยียนเดินทางไปแดนโบราณหลิงยางด้วย นั่นจะไม่กลายเป็นหมาป่าหลุดเข้าไปในฝูงแกะ กวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างหรอกหรือ?
เจียงเทียนหลานเองก็มีแววตาตื่นเต้นเช่นกัน
หากได้ติดตามตัวตนระดับบิ๊กบอสอย่างจวินเซียวเหยียน ราชวงศ์เซียนเทียนอวี้ของพวกเขาย่อมสามารถเดินกร่างในแดนโบราณหลิงยางได้อย่างแน่นอน
แดนโบราณหลิงยางในฐานะสถานที่ฝึกฝนที่มีชื่อเสียงในดินแดนชางหมังตะวันออก
ย่อมไม่ได้ถูกผูกขาดโดยราชวงศ์เซียนเทียนอวี้เพียงฝ่ายเดียว
รวมถึงราชวงศ์เซียนต้าเหยี่ยน ราชวงศ์เซียนจื่อเย่า
หรือแม้กระทั่งเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งหลายร้อยเผ่าก็ล้วนมีอัจฉริยะเข้าไปฝึกฝนอยู่ภายในนั้น
แม้ราชวงศ์เซียนเทียนอวี้จะแข็งแกร่ง ทว่าในอดีตก็ไม่อาจครอบครองดินแดนวาสนาในแดนโบราณหลิงยางได้ทั้งหมด
แต่หากจวินเซียวเหยียนลงมือ ทุกอย่างย่อมแตกต่างออกไป
ทว่าจวินเซียวเหยียนกลับเอ่ยขึ้น
"พวกเจ้าไปกันเถอะ ข้าไม่มีความสนใจอันใด"
หากบอกว่าไปแดนโบราณหลิงยางเพียงเพื่อดินแดนฝึกฝนวาสนา
ในราชวงศ์เซียนเทียนอวี้ก็มีอยู่แล้ว จวินเซียวเหยียนไม่จำเป็นต้องดั้นด้นไปไกลถึงเพียงนั้น
เมื่อเห็นจวินเซียวเหยียนปฏิเสธ แม้เจียงเทียนหลานและคนอื่นๆ จะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็คิดว่าเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล
วิสัยทัศน์ของจวินเซียวเหยียนก้าวข้ามพวกเขาไปไกลแล้ว
คาดว่าคงไม่มีความสนใจที่จะมาเล่นสนุกกับพวกเขา
และเมื่อเจียงเฉินได้รับรู้ข่าวนี้ มุมปากของเขาก็เผยรอยยิ้มบางๆ ออกมา
นี่ตรงกับความต้องการของเขาพอดี
เมื่อไม่มีตัวเกะกะอย่างจวินเซียวเหยียน
เขาย่อมสามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างราบรื่น
ภายในแดนโบราณหลิงยาง เขาจะทำให้เจียงอวิ้นหรานได้เห็นตัวเขาที่ผลัดเปลี่ยนไปแล้ว
เขาไม่ใช่คนสายรองตระกูลเจียงที่แสนธรรมดาและไร้ตัวตนในอดีตอีกต่อไป
แต่เป็นถึงนายน้อยหอสังเกตฟ้า
สถานะและฐานะย่อมคู่ควรกับนาง
เจียงเฉินคาดหวังอย่างยิ่งที่จะได้พบกับเจียงอวิ้นหรานในแดนโบราณหลิงยาง
เขาจะต้องไขว่คว้าไข่มุกแห่งราชวงศ์เซียนเม็ดนี้มาครอบครองให้จงได้
หลังจากนั้นกลุ่มของเจียงเทียนหลานและเจียงหว่านอี๋ก็เตรียมตัวออกเดินทาง
และในตอนนั้นเอง เจียงเฉินกลับได้รับข้อความสื่อสารสายหนึ่งอย่างคาดไม่ถึง
แววตาของเขาทอประกายลึกล้ำ
จากนั้นเขาจึงแอบเดินทางออกจากนครหลวงเทียนอวี้อย่างลับๆ
ณ มุมสงัดแห่งหนึ่งท่ามกลางห้วงดารา
เหนือผืนดาวดวงหนึ่ง แสงจากค่ายกลเคลื่อนย้ายเปล่งประกายขึ้น
ร่างของเจียงเฉินปรากฏตัว
และในบริเวณไม่ไกลนัก มีร่างสายหนึ่งยืนเอามือไพล่หลังรอคอยอยู่ก่อนแล้ว
เขาสวมชุดคลุมสีทอง ท่วงท่าดูไม่ธรรมดา
คนผู้นั้นก็คือองค์ชายสิบแห่งราชวงศ์เซียนต้าเหยี่ยน อวี่ฮั่วเทียน!
"อวี่ฮั่วเทียน มีเรื่องอันใดทำไมถึงไม่ส่งข้อความมาตรงๆ เหตุใดจึงต้องให้ข้ามาพบด้วยตนเอง?" เจียงเฉินกล่าวเสียงเรียบ
เขาไม่กลัวว่าอวี่ฮั่วเทียนจะวางกับดักลอบทำร้ายเขาแต่อย่างใด
อย่างน้อยในตอนนี้ เขากับอวี่ฮั่วเทียนก็มีเป้าหมายเดียวกัน
"เพราะเป็นเรื่องสำคัญมาก ดังนั้นจึงต้องมาเจรจากันต่อหน้าถึงจะดีที่สุด"
"ก่อนหน้านี้ เจ้าเป็นคนเสนอเองไม่ใช่หรือว่าพวกเราสามารถร่วมมือกันได้?"
มุมปากของอวี่ฮั่วเทียนประดับด้วยรอยยิ้มบาง
"พูดมาเถอะ เรื่องอันใด?" เจียงเฉินถาม
"ง่ายมาก การเปิดแดนโบราณหลิงยางในครั้งนี้"
"พวกเราตัดสินใจที่จะลงมือกับเหล่าอัจฉริยะแห่งราชวงศ์เซียนเทียนอวี้"
"แต่ว่าสถานที่ปิดด่านขององค์ชายใหญ่ องค์หญิงเก้า และคนอื่นๆ แห่งราชวงศ์เซียนเทียนอวี้ ล้วนมีค่ายกลพิทักษ์อยู่รอบนอก"
"เจ้าในฐานะนายน้อยหอสังเกตฟ้า ย่อมรู้จุดอ่อนของค่ายกลเหล่านั้นใช่หรือไม่?"
เมื่อได้ยินคำพูดของอวี่ฮั่วเทียน สีหน้าของเจียงเฉินก็เปลี่ยนไปทันที
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"
อวี่ฮั่วเทียนยิ้มบาง "ก็หมายความตามที่พูดนั่นแหละ"
เจียงเฉินสะบัดแขนเสื้อพลางเอ่ยเสียงเย็น "ข้าคิดว่าเจ้าคงเข้าใจผิดแล้ว"
"ก่อนหน้านี้ที่ข้าเสนอให้ร่วมมือกัน เป็นเพียงการรับมือกับจวินเซียวเหยียนเท่านั้น"
"ไม่ใช่ให้ข้ามาทรยศราชวงศ์เซียนเทียนอวี้"
สำหรับปฏิกิริยาของเจียงเฉิน อวี่ฮั่วเทียนไม่ได้ประหลาดใจแต่อย่างใด
เขาเพียงแต่กล่าว "ข้าคิดว่าคนที่เข้าใจผิดน่าจะเป็นเจ้า ครั้งนี้พวกเราไม่ได้ต้องการจะสังหารพวกเขา"
"เพียงแค่ต้องการทำให้พวกเขาบาดเจ็บสาหัสและส่งผลกระทบต่อสภาพร่างกาย"
"ทำให้พวกเขาไม่อาจเข้าร่วมสมรภูมิจักรพรรดิร่วงหล่นในรอบถัดไปได้"
ในยุคแห่งการแก่งแย่งช่วงชิง ช้าก้าวหนึ่งย่อมช้าไปทุกก้าว
หากพลาดวาสนาไปหนึ่งครั้งก็อาจจะล้าหลังผู้อื่นไปตลอดกาล
เป้าหมายของกลุ่มอวี่ฮั่วเทียนไม่ใช่การลอบสังหารองค์ชายองค์หญิงแห่งราชวงศ์เซียนเทียนอวี้ให้หมดสิ้น
เพราะนั่นจะนำมาซึ่งความโกรธเกรี้ยวของราชวงศ์เซียนเทียนอวี้ หรืออาจถึงขั้นจุดชนวนสงครามอมตะ
ดังนั้นเป้าหมายของพวกเขาจึงเป็นเพียงการทำร้ายองค์ชายใหญ่และองค์หญิงเก้าให้บาดเจ็บสาหัส
เพื่อสกัดกั้นโอกาสในการก้าวหน้าและทำให้พวกเขาหมดสิทธิ์เข้าร่วมการแย่งชิงวาสนา
เมื่อได้ยินเช่นนี้ รูม่านตาของเจียงเฉินก็หดเกร็งเล็กน้อย
เขารู้ดีว่าสมรภูมิจักรพรรดิร่วงหล่นหมายถึงสิ่งใด
นั่นคือสถานที่ที่ซ่อนเร้นโอกาสแห่งการพิสูจน์มรรคาเอาไว้เชียวนะ
และภายในนั้นยังอาจค้นพบต้นกำเนิดมหาจักรพรรดิที่หาได้ยากยิ่งอีกด้วย!
"พวกเจ้าถึงกับคิดแผนการเช่นนี้เชียวหรือ..." น้ำเสียงของเจียงเฉินแฝงความเย็นชา
วิธีการของกลุ่มอวี่ฮั่วเทียนนับว่าเหี้ยมเกรียมยิ่งนัก
ไม่ได้เข่นฆ่าอัจฉริยะแห่งราชวงศ์เซียนเทียนอวี้ให้ตกตาย
แต่กลับเป็นการบีบคั้นตัดทอนโอกาสในการก้าวหน้าของพวกเขา ทำให้พวกเขาไม่อาจเข้าร่วมช่วงชิงวาสนาได้
"แล้วเหตุใดเจ้าถึงคิดว่าข้าจะยอมช่วยพวกเจ้า?" เจียงเฉินเอ่ยถามอย่างเย็นชา
อวี่ฮั่วเทียนกล่าวเสียงเรียบ "ความแข็งแกร่งของจวินเซียวเหยียน ข้าได้ประจักษ์มาแล้ว"
"ในภายภาคหน้าสถานะของเขาในราชวงศ์เซียนเทียนอวี้จะมีแต่สูงขึ้นเรื่อยๆ"
"และนอกจากนี้ก็ยังมีองค์ชายใหญ่ผู้นั้นที่เป็นดั่งมังกรในหมู่คน"
"ภายใต้การกดทับของคนเหล่านี้ การที่เจ้าจะผงาดขึ้นมาย่อมยากเย็นแสนเข็ญ"
"ทว่าหากอัจฉริยะแห่งราชวงศ์เซียนเทียนอวี้เหล่านี้ล้วนได้รับบาดเจ็บสาหัสจนไม่อาจก้าวต่อไปได้"
"วันแห่งการผงาดขึ้นมาของเจ้า ก็มาถึงแล้วไม่ใช่หรือ?"
คำพูดของอวี่ฮั่วเทียนทำให้สีหน้าของเจียงเฉินแปรเปลี่ยนไปมา
ถูกต้อง!
ต่อให้ไม่มีจวินเซียวเหยียน
ก็ยังมีองค์ชายใหญ่คอยกดทับอยู่เหนือหัวเขา
เขาจะไม่มีวันได้เป็นจุดสนใจที่สุด
ทว่าหากเขาต้องการจะคู่ควรกับเจียงอวิ้นหราน เขาจำเป็นต้องเป็นตัวตนที่โดดเด่นที่สุดในราชวงศ์เซียน
ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่อาจมาบดบังประกายแสงของเขาได้!
ไม่ว่าจะเป็นจวินเซียวเหยียน หรือองค์ชายใหญ่ก็ตาม!
อาจกล่าวได้ว่าหลังจากได้รับวาสนาที่พลิกผันโชคชะตาของเขาแล้ว
สภาพจิตใจของเจียงเฉินก็เริ่มพองโตขึ้นเรื่อยๆ
เขาไม่ยอมตกเป็นรองผู้ใด
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้..."
เจียงเฉินพึมพำในใจ
ประกายแสงหม่นมืดพาดผ่านนัยน์ตาของเขา
เขานึกแผนการหนึ่งออกแล้ว!
[จบแล้ว]