เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 151 - น่าขำ นี่น่ะเหรอครึ่งเทพ?

บทที่ 151 - น่าขำ นี่น่ะเหรอครึ่งเทพ?

บทที่ 151 - น่าขำ นี่น่ะเหรอครึ่งเทพ?


บทที่ 151 - น่าขำ นี่น่ะเหรอครึ่งเทพ?

แคว้นอาเมะโนะคุนิ ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านอาเมะงาคุเระ

ชายหนุ่มในชุดฮาโอริสีขาวบริสุทธิ์ที่มีสัญลักษณ์ประหลาดประดับอยู่ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสายฝน ทว่าบนเสื้อผ้าของเขากลับไม่มีรอยเปียกปอนเลยแม้แต่น้อย เขากำลังทอดสายตามองภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยแววตาเย็นชา

เด็กน้อยในเสื้อผ้าขาดกะรุ่งกะริ่งเดินเตร็ดเตร่ไปตามท้องถนน ในดวงตาไร้ซึ่งประกายแห่งความไร้เดียงสา มีเพียงความสับสนและหวาดกลัวต่ออนาคตที่รออยู่

พ่อแม่ของพวกเขาต่างก็มีใบหน้าซูบซีดอิดโรย แววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและโศกเศร้า ต้องวิ่งวุ่นเอาชีวิตรอดไปวันๆ

อาหารกลายเป็นสิ่งล้ำค่า ผู้คนต่างแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นเพื่อปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตเหล่านี้จนเกิดการทะเลาะวิวาทไม่เว้นแต่ละวัน

"เป็นโลกที่ล้มเหลวโดยสมบูรณ์จริงๆ"

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับโลกนินจาที่เต็มไปด้วยความอัปลักษณ์นี้ โอซึซึกิ ชินอิจิก็อดไม่ได้ที่จะรำพึงรำพันออกมา และยิ่งทำให้ความมุ่งมั่นที่จะทำลายล้างโลกนินจาของเขาแน่วแน่ยิ่งขึ้น

"เอ่อ คุณลุงครับ ช่วยบริจาคเศษเงินให้ผมหน่อยได้ไหมครับ ผมไม่ได้กินอะไรมาสองวันแล้ว..."

ขอทานน้อยคนหนึ่งเห็นโอซึซึกิ ชินอิจิเดินผ่านมา ด้วยชุดฮาโอริที่ดูหรูหราจึงคิดว่าเป็นเป้าหมายชั้นดี เสียงแหบพร่าและอ่อนระโหยโรยแรงดังออกมาจากปากของเขา

"ฉันไม่มีเงินของโลกนินจาหรอกนะ"

โอซึซึกิ ชินอิจิปรายตามองขอทานน้อย "แกหาผิดคนแล้ว"

ดวงตาสีขาวบริสุทธิ์แผ่แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวออกมาจนขอทานน้อยไม่กล้าสบตา ต้องรีบก้มหน้าขอโทษขอโพย "ขอโทษครับ... ขอโทษครับ..."

เมื่อเห็นเช่นนั้น โอซึซึกิ ชินอิจิก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก เขาเดินทะลุผ่านถนนสายนั้นและจากไปในทันที

เมื่อแผ่นหลังของโอซึซึกิ ชินอิจิเดินห่างออกไปจนลับสายตา ขอทานน้อยก็เงยหน้าขึ้น สีหน้ากลับมาสงบนิ่งเยือกเย็น เขามุดเข้าไปในตรอกแคบๆ แห่งหนึ่ง แล้วส่งกระดาษที่เขียนข้อมูลข่าวสารให้กับนินจาสวมหน้ากากคนหนึ่ง พร้อมกับรายงานว่า

"ยืนยันแล้วว่าเป็นเนตรสีขาว แรงกดดันน่ากลัวยิ่งกว่าเนตรสีขาวของตระกูลฮิวงะเสียอีก แถมเขายังบอกเองด้วยว่าไม่มีเงินของโลกนินจา"

"เข้าใจแล้ว"

...

ณ ถนนอีกสายหนึ่งที่อยู่ห่างออกไป โอซึซึกิ ชินอิจิเผยรอยยิ้มที่มุมปาก ดูเหมือนเขาจะรับรู้ถึงการสนทนาของทั้งสองคนเมื่อครู่นี้

เขารู้ดีว่าคนที่เข้ามาตีสนิทหรือเข้าหาเขาย่อมต้องเป็นสายลับจากหมู่บ้านนินจาอย่างแน่นอน

แต่เขาไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด

สำหรับผู้ที่มีเนตรจุติขนาดยักษ์คอยหนุนหลังอย่างเขา ในโลกนินจาตอนนี้มีเพียงสองคนเท่านั้นที่สามารถเป็นภัยคุกคามเขาได้

หนึ่งคือนินจาที่ขโมยเทวรูปมารไป!

สองคือนินจาตระกูลฮิวงะที่ครอบครองเนตรจุติขนาดยักษ์!

ส่วนนินจาคนอื่นๆ ล้วนไร้ค่า ไม่คู่ควรให้เขาต้องระแวดระวังเลยแม้แต่น้อย

เผลอๆ เขายังเป็นฝ่ายตั้งใจปล่อยข้อมูลให้สายลับพวกนั้นรู้ด้วยซ้ำว่าเขาไม่ใช่คนของโลกนินจา เขามาจากดวงจันทร์ และกำลังตามหาฮิวงะ ฮาเนะอยู่

สำหรับผู้ที่สามารถอ่านความทรงจำของผู้อื่นได้อย่างเขา นินจาพวกนั้นก็คือแหล่งข้อมูลชั้นดี!

ยิ่งเขาแสดงความแปลกแยกและโดดเด่นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดึงดูดนินจาเก่งๆ เข้ามาหา และนั่นก็หมายถึงข้อมูลข่าวสารที่มากขึ้นตามไปด้วย

เขาจะอาศัยข้อมูลเหล่านี้เพื่อตามหาเป้าหมายที่เขาต้องกำจัดทิ้งเมื่อมาถึงโลกนินจา ซึ่งก็คือนินจาทั้งสองคนที่เป็นภัยคุกคามต่อเขานั่นเอง

และในความเป็นจริง เขาก็สามารถรวบรวมข้อมูลของนินจาทั้งสองคนนั้นมาได้อย่างง่ายดาย

เมื่อเทียบกับโลกนินจาที่เต็มไปด้วยสงคราม บนดวงจันทร์เคยเกิดความขัดแย้งใหญ่ขึ้นเพียงครั้งเดียว ดังนั้นมรดกตกทอดของตระกูลโอซึซึกิจึงค่อนข้างสมบูรณ์ พวกเขารู้ดีว่าการจะอัญเชิญเทวรูปมารได้นั้น จำเป็นต้องมีเนตรสังสาระเฉกเช่นเดียวกับเซียนหกวิถี

หลังจากเดินเตร็ดเตร่อยู่ในแคว้นอาเมะโนะคุนิเพียงครึ่งวัน เขาก็ได้รับข้อมูลของผู้ที่ต้องสงสัยว่าครอบครองเนตรสังสาระมาแล้ว

ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเป็นคนดีศรีสังคม มีคนที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากเขาอยู่ทั่วไปหมดในแคว้นอาเมะโนะคุนิ ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้ข้อมูลหน้าตาและรูปลักษณ์ของนางาโตะมาอย่างง่ายดาย

แต่หลังจากจบการประชุมห้าคาเงะ องค์กรที่อีกฝ่ายสังกัดอยู่ก็หายเข้ากลีบเมฆไปชั่วคราว เขาจึงไม่พบสมาชิกของกลุ่มแสงอุษาเลยสักคน

ส่วนข้อมูลของผู้ครอบครองเนตรจุติขนาดยักษ์นั้นยิ่งไม่ต้องเสียเวลาตามหา เขาพุ่งเป้าไปที่ฮิวงะ ฮาเนะที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกนินจาในตอนนี้ทันที

พวกญาติห่างๆ ของตระกูลฮิวงะนั้นมีสภาพเป็นยังไงพวกเขารู้ดีที่สุด การที่มีตัวตนสุดแสนจะทรงพลังโผล่ขึ้นมาอย่างกะทันหัน ก็ต้องเป็นไอ้คนจากตระกูลฮิวงะที่บุกขึ้นไปหยามพวกเขาถึงที่ในคราวก่อนอย่างแน่นอน

แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ อีกฝ่ายถึงกับยอมแยกตัวออกจากตระกูลฮิวงะด้วยตัวเอง นั่นก็หมายความว่าการสร้างเนตรจุติไม่ใช่การตัดสินใจของตระกูลฮิวงะ แต่เป็นการตัดสินใจส่วนตัวของฮิวงะ ฮาเนะเอง

น่าสนใจดีนี่... ดูแตกต่างจากพวกคนตระกูลฮิวงะที่ใช้ชีวิตไปวันๆ พวกนั้นอยู่นะ

แต่ก็เพราะแกนั่นแหละ แผนการทำลายล้างโลกนินจาถึงได้เกิดความผิดพลาดขึ้น

ฉันต้องกำจัดแก และทำลายเนตรจุติขนาดยักษ์นั่นทิ้งซะ!

"การที่ท่านมาเดินร่อนเร่อยู่ในแคว้นอาเมะโนะคุนิหลายวัน จุดประสงค์ก็เพื่อตามหาวิหคดับแคว้นสินะ?"

เสียงหนึ่งดังขัดจังหวะความคิดของโอซึซึกิ ชินอิจิ เขาจ้องมองนินจาแห่งหมู่บ้านอาเมะงาคุเระหลายคนที่เขาสัมผัสได้ตั้งนานแล้ว ก่อนจะเลื่อนสายตาไปที่ผู้นำของกลุ่ม

"ฮันโซผู้มีฉายาครึ่งเทพ ใช่ไหม? นายมาที่นี่เพื่อส่งมอบข้อมูลของฮิวงะ ฮาเนะให้ฉันงั้นเหรอ?"

ในช่วงเวลาที่อยู่ในแคว้นอาเมะโนะคุนิ เขามักจะเห็นหน้าฮันโซจากความทรงจำของคนอื่นอยู่เสมอจนจำหน้าตาของฮันโซได้ขึ้นใจ

สีหน้าของฮันโซเคร่งเครียด เขาไม่ได้โกรธเคืองกับคำพูดอันแสนเย่อหยิ่งของโอซึซึกิ ชินอิจิ "น่าเสียดายที่ทางเราไม่มีข้อมูลของเขาเลย คงไม่อาจช่วยเหลืออะไรท่านได้"

โอซึซึกิ ชินอิจิมาถึงแคว้นอาเมะโนะคุนิได้หลายวันแล้ว ระหว่างนั้นก็มีพวกนักเลงหัวไม้เข้ามาโจมตีเพื่อหวังชิงเนตรสีขาวอยู่เรื่อยๆ แต่ทั้งหมดก็ถูกเขาสังหารกลับไปอย่างง่ายดายด้วยวิธีการที่เหนือจินตนาการ

หุ่นเชิดที่สามารถเคลื่อนไหวได้เองโดยไม่ต้องใช้ด้ายจักระควบคุม วิชานินจาไร้ประสานอินที่สามารถดูดคนเข้าไปหาและกระแทกกระเด็นออกไปได้จากระยะไกล...

ทั้งประหลาดล้ำและทรงพลัง

หากไม่มีความจำเป็น ฮันโซผู้รักตัวกลัวตายก็ไม่อยากจะปะทะกับโอซึซึกิ ชินอิจิเลยแม้แต่น้อย

การพบกันในครั้งนี้คือความจำใจล้วนๆ

เพราะหากปล่อยให้โอซึซึกิ ชินอิจิเดินหน้าต่อไป อีกฝ่ายก็จะบุกเข้าไปถึงใจกลางหมู่บ้านอาเมะงาคุเระอยู่แล้ว

"ไม่มีงั้นเหรอ?"

โอซึซึกิ ชินอิจิจ้องมองฮันโซแล้วแค่นเสียงหัวเราะ "ถ้าอย่างนั้นให้ฉันค้นหาคำตอบจากในหัวของนายเองก็แล้วกัน"

สิ้นเสียง หุ่นเชิดที่พันด้วยผ้าพันแผลนับสิบตัวก็ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า ตีวงล้อมฮันโซและลูกน้องเอาไว้

เมื่อเห็นดังนั้น ฮันโซก็มีสีหน้าเคร่งเครียด เอื้อมมือไปจับเคียวที่เอว

"ดูเหมือนว่าท่านคงไม่ยอมจบเรื่องนี้ง่ายๆ สินะ"

"มาดูกันสิว่า ครึ่งเทพอย่างนายจะคู่ควรกับฉายานี้หรือเปล่า"

โอซึซึกิ ชินอิจิยกมือขึ้นอย่างเย็นชา หุ่นเชิดรอบด้านก็พุ่งเข้าโจมตีฮันโซและลูกน้องในทันที

ในขณะเดียวกัน ฮันโซก็กวัดแกว่งเคียวในมืออย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตาก็ตวัดคมเคียวไปจ่อที่คอหอยของโอซึซึกิ ชินอิจิได้สำเร็จ!

ทว่า...

'สัมผัสมันไม่ถูกต้อง!'

ฮันโซรู้สึกเหมือนคมเคียวของตนฟันโดนท่อนไม้ สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไปทันที

"เพลงดาบกับวิชาเคลื่อนย้ายพริบตาไม่เลวเลยนี่"

โอซึซึกิ ชินอิจิที่คอถูกฟันขาดพูดจบประโยคนั้น อีกฝ่ายก็ปลดปล่อยลูกกลมเรืองแสงที่ดูคล้ายฟองสบู่ ท่ามกลางแสงสว่างวาบ จักระแปลกประหลาดก็พุ่งตรงเข้าสู่สมองของฮันโซทันที

คาถาลวงตางั้นเหรอ... ทั้งที่มีเนตรสีขาวแต่กลับแตกต่างจากคนตระกูลฮิวงะโดยสิ้นเชิง

ในขณะที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัว การเคลื่อนไหวของฮันโซก็หยุดชะงักลง

ส่วนร่างของโอซึซึกิ ชินอิจิที่ถูกเขาโจมตีก็กลายสภาพเป็นหุ่นเชิดพังๆ ร่วงหล่นลงบนพื้น

โอซึซึกิ ชินอิจิตัวจริงเดินออกมาจากเงามืดด้านข้าง เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองเหล่านินจาอาเมะที่ถูกหุ่นเชิดจัดการจนหมอบราบคาบในพริบตา เดินตรงไปหยุดอยู่ตรงหน้าฮันโซ ฝ่ามือที่เปล่งแสงสีเขียวล้วงทะลุเข้าไปในร่างกายของฮันโซ แล้วดึงลูกแก้วแสงออกมาจากข้างใน

"ไม่มีข้อมูลของฮิวงะ ฮาเนะจริงๆ ด้วยแฮะ... ว่าแต่ นี่น่ะเหรอครึ่งเทพ?"

หลังจากอ่านความทรงจำของฮันโซ โอซึซึกิ ชินอิจิก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะ

สูญเสียความห้าวหาญในวันวานไปจนหมดสิ้น กลายเป็นคนอ่อนแอขี้ขลาด วันๆ เอาแต่คิดจะรักษาฉายาครึ่งเทพและชีวิตของตัวเองเอาไว้

ช่างน่าขันสิ้นดี

"สภาพแบบนี้น่ะเหรอที่คู่ควรจะถูกเรียกว่าเทพ?"

"แกมีปัญหาอะไรกับฉายาของข้าหรือไง?"

ฮันโซเบิกตากว้าง สลัดหลุดจากคาถาลวงตา พลิกคมเคียวในมือเตรียมพุ่งเข้าจู่โจมโอซึซึกิ ชินอิจิอย่างรวดเร็ว ทว่ากลับถูกแรงผลักมหาศาลกระแทกจนปลิวไปอัดกระแทกกับกำแพงอย่างรุนแรงในชั่วพริบตา

โอซึซึกิ ชินอิจิดึงพลังจากเนตรจุติขนาดยักษ์มาใช้ รวบรวมแสงสีทองเอาไว้ที่ฝ่ามือ ก่อนจะลอยตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับหุ่นเชิดรอบกาย

"เทพเจ้าที่แท้จริงมีเพียงเซียนหกวิถี บรรพบุรุษของพวกเรา และพวกเราในอนาคตที่จะเป็นผู้สร้างโลกใบนี้ขึ้นมาใหม่หลังจากทำลายโลกนินจาทิ้งไปแล้วเท่านั้น"

เขาก้มมองชาวบ้านและนินจาเบื้องล่างที่กำลังจ้องมองเขาด้วยความงุนงงด้วยสายตาเย็นชา

การมีชีวิตอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยสงครามแบบนี้คงจะเจ็บปวดมากสินะ?

งั้นตอนนี้ ฉันจะปลดปล่อยพวกแกเอง

ลูกกลมแสงขนาดเล็กจิ๋วร่วงหล่นลงมาจากมือของโอซึซึกิ ชินอิจิ

ทันทีที่มันกระทบพื้น แสงสว่างเจิดจ้าก็สาดส่องไปทั่วบริเวณราวกับมีดวงอาทิตย์จุติลงมาบนพื้นดิน กลืนกินสรรพสิ่งรอบด้านจนหมดสิ้น

ฮันโซหยัดกายลุกขึ้นจากพื้น สิ่งที่สะท้อนอยู่ในแววตาของเขาก็คือแสงสว่างและความร้อนอันไร้ที่สิ้นสุด...

ครู่ต่อมา โอซึซึกิ ชินอิจิก็ยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง เขาทอดสายตามองหมู่บ้านที่บัดนี้ไร้ซึ่งวี่แววของสิ่งมีชีวิต นัยน์ตาหรี่แคบลงเล็กน้อย

"หนีไปได้ในวินาทีสุดท้ายงั้นเหรอ... คาถาอัญเชิญย้อนกลับสินะ?"

จะหนีไปได้สักกี่น้ำกันเชียว? เมื่อถึงเวลาที่โลกนินจาถึงกาลอวสาน แกก็ต้องตายอยู่ดี

เมื่อคิดได้ดังนี้ โอซึซึกิ ชินอิจิก็ปรายตามองจุดที่ฮันโซเคยอยู่เป็นครั้งสุดท้ายแล้วเมินเฉย เดินจากไปสู่อีกฟากฝั่ง

แม้จะไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม แต่ประสบการณ์และความทรงจำของฮันโซก็ทำให้เขาได้รับรู้ถึงความแข็งแกร่งของฮิวงะ ฮาเนะ

เมื่อนำมาประติดประต่อกับข้อมูลที่รวบรวมมาก่อนหน้านี้ เขาก็พอจะกะเกณฑ์ความแข็งแกร่งและขุมกำลังของฮิวงะ ฮาเนะได้คร่าวๆ

นี่คือข้อมูลที่จำเป็นต้องรู้

ท้ายที่สุดแล้วในเมื่อต่างฝ่ายต่างก็มีเนตรจุติขนาดยักษ์ การจะตัดสินแพ้ชนะก็ต้องวัดกันที่ความแข็งแกร่งส่วนตัวและขุมกำลังที่มีอยู่

และจากข้อสรุปที่ได้ ตระกูลโอซึซึกิบนดวงจันทร์ในตอนนี้มีจำนวนคนน้อยมาก หากเทียบกับฝ่ายของฮิวงะ ฮาเนะแล้วก็ดูจะเสียเปรียบอยู่ไม่น้อย บางทีเขาอาจจะต้องหยิบยืมกองกำลังในโลกนินจามาใช้ประโยชน์สักหน่อยแล้ว...

ระหว่างที่คิด คิ้วของโอซึซึกิ ชินอิจิก็ขมวดเข้าหากัน

ว่าแต่ ตอนนี้ฮิวงะ ฮาเนะอยู่ที่ไหนกันแน่นะ?

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 151 - น่าขำ นี่น่ะเหรอครึ่งเทพ?

คัดลอกลิงก์แล้ว