- หน้าแรก
- เนตรจุติสะเทือนโลกนินจา
- บทที่ 121 - วันนี้พวกเรามาเพื่อส่งโฮคาเงะรุ่นที่สี่เดินทาง
บทที่ 121 - วันนี้พวกเรามาเพื่อส่งโฮคาเงะรุ่นที่สี่เดินทาง
บทที่ 121 - วันนี้พวกเรามาเพื่อส่งโฮคาเงะรุ่นที่สี่เดินทาง
บทที่ 121 - วันนี้พวกเรามาเพื่อส่งโฮคาเงะรุ่นที่สี่เดินทาง
นอกเหนือจากฮันโซผู้เป็นเจ้าภาพแล้ว คาเงะทั้งห้าต่างวางหมวกฟางอันเป็นสัญลักษณ์ประจำตำแหน่งของตนลง และเริ่มประเมินซึ่งกันและกัน
รอบโต๊ะทรงกลม คาเงะทั้งห้านั่งเรียงตามลำดับคือ ไฟ สายฟ้า น้ำ ลม และดิน
โฮคาเงะรุ่นที่สี่ นามิคาเสะ มินาโตะ
ไรคาเงะรุ่นที่สี่ เอ
มิซึคาเงะรุ่นที่สี่ ยางุระ
คาเสะคาเงะรุ่นที่สี่ ราสะ
ซึจิคาเงะรุ่นที่สาม เรียวเท็นบิง โอโนคิ
ระหว่างที่นั่งแต่ละตัวมีช่องว่างเว้นไว้ ดังนั้นองครักษ์ของคาเงะแต่ละคนจึงสามารถยืนอยู่ด้านหลังผู้เป็นนายได้
ยาคุรุมารุกวาดสายตามองเหล่าคาเงะ พลางบ่นอุบอิบในใจ
'มีแค่ตาเฒ่าซึจิคาเงะคนเดียวแฮะที่เป็นรุ่นที่สาม'
ขณะที่คิดเช่นนั้น สายตาของเขาก็เปลี่ยนไปมองเหล่าองครักษ์ของคาเงะทั้งห้า ซึ่งล้วนเป็นโจนินระดับหัวกะทิของแต่ละหมู่บ้าน ทว่าเมื่อสายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่มิซึคาเงะ เขาก็เหลือบไปเห็นเทรุมิ เมย์ที่ยืนอยู่ด้านหลังมิซึคาเงะรุ่นที่สี่ในทันที
และอีกฝ่ายก็กำลังส่งยิ้มหวานมาให้เขาเช่นกัน ทว่าเส้นเลือดที่ปูดโปนขึ้นมาลางๆ บนหน้าผากกลับบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าอารมณ์ของเธอไม่ได้ชื่นมื่นเหมือนรอยยิ้มเลยสักนิด
'ยัยผู้หญิงเจ้าคิดเจ้าแค้น'
ยาคุรุมารุหยุดกลอกตาไปมาและยืนนิ่งมองตรงไปข้างหน้า
สถานการณ์แบบนี้ไม่เหมาะที่จะก่อเรื่องขัดแย้ง ในฐานะองครักษ์ หน้าที่ของพวกเขามีเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือการปกป้องความปลอดภัยของคาเงะ
"ทุกท่าน ในระหว่างการประชุมขอให้รักษาสติและอารมณ์ให้เยือกเย็น หากมีการใช้กำลังใดๆ เกิดขึ้น ข้าในฐานะคนกลางของการประชุมครั้งนี้จะต้องขอเข้าแทรกแซง หากไม่มีข้อสงสัยใดแล้วก็ขอเริ่มการประชุมได้เลย ท่านมิซึคาเงะในฐานะผู้ริเริ่มการประชุม ขอเชิญท่านกล่าวเป็นคนแรก"
ฮันโซลุกขึ้นยืนพลางกระแอมเบาๆ หลังจากกล่าวเปิดงานสั้นๆ เขาก็ส่งมอบสิทธิ์ในการพูดให้แก่ยางุระ
ยางุระกวาดสายตามองคาเงะอีกสี่คนที่เหลือ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "จุดประสงค์ที่คิริงาคุเระของเราจัดการประชุมคาเงะทั้งห้าขึ้นในครั้งนี้ ก็เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาเงินค่าปฏิกรรมสงครามโลกนินจาครั้งที่สาม"
ไรคาเงะรุ่นที่สี่แค่นเสียงเยาะเย้ย "เรื่องแค่นี้ถึงกับต้องเรียกประชุมคาเงะทั้งห้าเชียวรึ คิริงาคุเระของพวกนายไม่ได้จ่ายค่าชดเชยให้โคโนฮะไปหมดแล้วหรือไง ฉันได้ยินมาว่าความเจริญรุ่งเรืองเกินครึ่งของโคโนฮะในตอนนี้ ล้วนเป็นผลงานของท่านมิซึคาเงะทั้งนั้นนี่"
ยางุระขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่สนใจคำค่อนขอดของไรคาเงะและกล่าวต่อไปตามความตั้งใจของตน "ฉันรวบรวมเงินทุนสำหรับซื้อสัตว์หางคืนมาได้แล้ว รบกวนทางโคโนฮะส่งหกหางคืนมาด้วย"
อย่าว่าแต่พวกไรคาเงะเลย แม้แต่มินาโตะก็ยังมองยางุระด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
ผ่านไปได้ไม่นานเท่าไหร่ คิริงาคุเระที่ก่อนหน้านี้ยังหาเงินมาจ่ายค่าชดเชยไม่ได้จนต้องขอผ่อนจ่าย กลับมีปัญญามาขอซื้อสัตว์หางคืนแล้วงั้นหรือ
ไปปล้นคนรวยที่ไหนมาหรือเปล่า
เมื่อนึกถึงปฏิบัติการกวาดล้างตลาดมืดของโคโนฮะในช่วงที่ผ่านมา มินาโตะก็เริ่มคิดประมวลผลบางอย่าง
ส่วนยางุระกลับคลี่ยิ้มบางๆ "โฮคาเงะคิดเห็นว่าอย่างไร"
"แน่นอน ตามที่ตกลงกันไว้ หากคิริงาคุเระมีเงินทุนมากพอที่จะซื้อคืน โคโนฮะก็ยินดีที่จะคืนหกหางให้"
มินาโตะพยักหน้าตอบรับ
ส่วนสามหางน่ะหรือ ตอนนี้มันถูกผนึกไว้ในร่างของคาคาชิ ภายใต้การดูแลของเขาและยาคุรุมารุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ไรคาเงะและซึจิคาเงะมองดูการเจรจาตกลงกันต่อหน้าต่อตาด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในใจ
ดูเหมือนว่ายางุระจะบรรลุข้อตกลงกับโคโนฮะไปเรียบร้อยแล้ว การแสดงฉากนี้ขึ้นมาก็เพื่อจงใจสร้างแรงกดดันให้พวกเขานั่นเอง
เมื่อคิดได้เช่นนั้น โอโนคิจึงหันไปมองคาเสะคาเงะรุ่นที่สี่ที่กำลังมีแววตาล่อกแล่ก ก่อนจะสบตากับไรคาเงะและเผยรอยยิ้มบางๆ ออกมา "ท่านมิซึคาเงะ ขอแสดงความยินดีด้วยที่ได้สัตว์หางคืนมาอย่างราบรื่น ถูกสั่งสอนไปชุดใหญ่ซะขนาดนั้น ยังอุตส่าห์มานั่งเจรจาอย่างสันติได้ คงต้องขอบคุณความเมตตาของท่านโฮคาเงะสินะ"
ก่อนหน้านี้ก็ไรคาเงะ ตอนนี้ก็ซึจิคาเงะ
ต่างฝ่ายต่างงัดคำพูดมาเหน็บแนมประชดประชันเขา ดูเหมือนว่าพวกเขาแอบทำข้อตกลงลับๆ กันไว้เรียบร้อยแล้วสินะ
ยางุระพยักหน้าโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย "ฉันเองก็คิดว่าพวกนายควรจะขอบคุณท่านโฮคาเงะเหมือนกัน เพราะคงไม่ใช่ทุกคนที่จะยอมรอจนถึงตอนนี้แล้วค่อยมาทวงค่าเสียหายจากพวกนายหรอกนะ"
"ค่าเสียหาย"
โอโนคิมีสีหน้าเย็นชาขึ้นมาทันที "อิวะงาคุเระจำเป็นต้องจ่ายค่าเสียหายอะไรด้วยงั้นรึ"
"คำพูดของท่านซึจิคาเงะเมื่อครู่ คงไม่ได้หมายความว่าอยากจะเปิดศึกกับโคโนฮะอีกรอบหรอกนะ"
มินาโตะยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยขณะมองไปยังโอโนคิที่มีใบหน้าบึ้งตึง "หากท่านต้องการเช่นนั้น ก็รบกวนช่วยสั่งให้หมู่บ้านเตรียมตัวรับตำแหน่งซึจิคาเงะรุ่นที่สี่เอาไว้ด้วย ในบรรดาคาเงะทั้งห้าตอนนี้มีเพียงท่านที่เป็นรุ่นที่สาม ด้วยอายุอานามขนาดนี้ การต้องมาคอยบริหารหมู่บ้านนินจาคงทำให้ท่านรู้สึกเหนื่อยล้าเต็มที โคโนฮะสามารถช่วยเหลือให้ท่านก้าวลงจากตำแหน่งซึจิคาเงะได้นะ"
นี่มันคำขู่ คำขู่กันเห็นๆ
เมื่อได้ยินคำพูดของมินาโตะ ใบหน้าอันเหี่ยวย่นของโอโนคิก็กระตุกอย่างรุนแรง แต่เขากลับเลือกที่จะปิดปากเงียบและไม่ตอบโต้อะไรกลับไป
คำขู่นี้ได้ผลชะงัดนัก
จะให้เขารับคำท้าประกาศสงครามของโฮคาเงะอย่างนั้นรึ
เขาไม่กล้ารับประกันหรอกว่าโฮคาเงะรุ่นที่สี่คนนี้จะพูดจริงทำจริงหรือเปล่า
คนหนุ่มมักจะมีความทะเยอทะยานและเลือดร้อน นามิคาเสะ มินาโตะย่อมไม่มีทางเหมือนกับโฮคาเงะรุ่นที่สามอย่างแน่นอน
เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนั้น ไรคาเงะจึงขมวดคิ้วแน่น "หากโคโนฮะต้องการก่อสงครามล่ะก็ ไปเจอกันในสนามรบก็สิ้นเรื่อง การประชุมนี้ก็ไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินต่อไปแล้ว"
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยชอบหน้าซึจิคาเงะที่เป็นคนฆ่าพ่อของเขาสักเท่าไหร่ แต่สถานการณ์ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว โคโนฮะแข็งแกร่งมากเกินไปจริงๆ
ทั้งที่ต้องเผชิญกับสงครามอย่างต่อเนื่อง แต่กลับมีแนวโน้มที่จะยิ่งสู้ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นไปอีก ช่างเป็นตัวประหลาดในโลกนินจาเสียจริง
ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงจำเป็นต้องร่วมมือกับขั้วอำนาจอื่นเพื่อลดทอนกำลังของโคโนฮะลง
"ได้สิ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น มินาโตะก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับรอยยิ้ม และทำท่าจะหยิบหมวกฟางบนโต๊ะขึ้นมา "หากแม้แต่ค่าปฏิกรรมสงครามพื้นฐานยังไม่ยอมจ่าย ถ้าเช่นนั้นเราก็ไปเจอกันในสนามรบเถอะ"
ไรคาเงะ "..."
"อะแฮ่ม ขอให้ท่านโฮคาเงะใจเย็นลงก่อน ท่านไรคาเงะก็ด้วย สงครามโลกนินจาครั้งที่สามเพิ่งจะสิ้นสุดลง แต่ละแคว้นควรจะให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูบ้านเมืองจะดีกว่า"
แม้จะเห็นว่าฮันโซรีบหาทางลงให้แล้ว ทว่าไรคาเงะรุ่นที่สี่กลับไม่ยอมรับความหวังดีนั้น เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เอะอะไม่พอใจก็จะก่อสงครามลูกเดียว นายช่างห่างไกลจากโฮคาเงะรุ่นที่หนึ่งลิบลับเลยนะ"
ทั้งที่รู้ตัวดีว่ามินาโตะกำลังเล่นแผนแกล้งปล่อยเพื่อจับให้มั่น ทว่าเขาก็ไม่มีนิสัยยอมถอยให้ใครเสียด้วย
"ฉันคงไม่อาจนำตัวเองไปเทียบเคียงกับท่านรุ่นที่หนึ่งได้หรอก แต่หมู่บ้านนินจาที่เอาแต่ก่อสงครามตามอำเภอใจอย่างพวกนาย มีคุณสมบัติพอจะไปเทียบกับเขาได้งั้นหรือ"
มินาโตะหยิบหมวกฟางโฮคาเงะของตัวเองขึ้นมาด้วยสายตาที่เย็นเยียบ "หากแคว้นดินและแคว้นสายฟ้าไม่สามารถให้คำตอบที่เป็นที่น่าพอใจแก่โคโนฮะในการประชุมครั้งนี้ได้ ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ไปพบกันในสนามรบ"
โอโนคิหรี่ตาลง สายตาของเขาหันไปมองไรคาเงะที่มีใบหน้าเย็นชาไม่แพ้กัน เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะส่งสัญญาณให้ฮันโซ
ฮันโซรับรู้ได้ถึงสัญญาณนั้น เขามองบรรยากาศอันน่าอึดอัดที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะเอ่ยไกล่เกลี่ยอย่างจนใจ "ทุกท่าน พวกเราพักเบรกกันสักหน่อยดีไหม แล้วค่อยมาปรึกษาหารือกันต่อ"
โอโนคิลอยตัวขึ้นกลางอากาศพลางใช้มือทุบหลังเบาๆ และหัวเราะออกมา "ฉันเห็นด้วย ร่างกายมันสู้พวกคนหนุ่มสาวไม่ได้แล้วสิ พอตาแก่คนนี้นั่งนานๆ เข้าก็ชักจะปวดหลังขึ้นมาเสียแล้ว"
ไรคาเงะรุ่นที่สี่แค่นเสียงเย็นชา ก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกไปทันที
มินาโตะขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาสบตากับยางุระและราสะ ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกลับไปยังห้องพักของตนเอง
...
"บรรยากาศชวนให้อึดอัดชะมัด ไรคาเงะรุ่นที่สี่ไม่กลัวคำขู่เรื่องสงครามของโคโนฮะเลยงั้นหรือ"
ภายในห้องพัก คิทซึจิถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"เขาก็แค่รู้ว่าพวกเราไม่มีความจำเป็นต้องไปหวาดกลัวคำขู่ของโฮคาเงะรุ่นที่สี่ก็เท่านั้นเอง" เมื่อนึกถึงการติดต่อสื่อสารก่อนหน้านี้ โอโนคิก็เผยรอยยิ้มออกมา
อยากจะได้ค่าชดเชยที่โคโนฮะควรจะได้รับงั้นรึ อยากจะใช้ความแข็งแกร่งของโคโนฮะมากดข่มโลกนินจาเอาไว้อย่างนั้นรึ
เช่นนั้นแกก็ต้องมีชีวิตรอดกลับไปให้ได้เสียก่อน
วันนี้ พวกเราจะขอส่งแกไปลงนรกซะที่นี่เลย
...
เมื่ออยู่ในห้องพัก ไรคาเงะรุ่นที่สี่ก็เปลี่ยนจากใบหน้าอันเกรี้ยวกราดมาเป็นความเยือกเย็นอย่างถึงที่สุด
เขาเดินไปที่หน้าต่างก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ "เดิมทีฉันยังอยากจะสู้กับหมอนั่นอีกสักตั้งแท้ๆ น่าเสียดายที่ดูเหมือนจะไม่มีโอกาสเสียแล้ว"
องครักษ์ทั้งสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเขามองหน้ากันโดยไม่ปริปากพูดอะไรออกมา
ไรคาเงะรุ่นที่สี่ไม่ได้คาดหวังให้พวกเขาตอบคำถาม เขามองผ่านกระจกออกไปยังร่างหนึ่งที่แวบผ่านไปด้านล่างด้วยสายตาที่เย็นชา
นามิคาเสะ มินาโตะ นายคือคู่ต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมมากจริงๆ แต่ในเมื่อเราสองคนต่างก็กลายเป็นคาเงะแล้ว การต่อสู้ของพวกเราก็ไม่ใช่เพียงแค่การปะทะกันด้วยกำลังล้วนๆ อีกต่อไป
นายอยากจะใช้ความแข็งแกร่งของโคโนฮะเพื่อสร้างผลงานให้เหมือนกับที่โฮคาเงะรุ่นที่หนึ่งเคยทำเอาไว้สินะ
แค่ปล่อยให้โคโนฮะเจริญรุ่งเรืองต่อไป โลกนินจาก็จะสามารถรักษาสันติภาพเอาไว้ได้อย่างนั้นหรือ
น่าเสียดายที่สันติภาพแบบนั้นมันไร้ค่าสำหรับพวกเรา
เวลาของนายหมดลงแล้ว
วันนี้ ฉันจะขอส่งนายลงนรกไปเสียที่นี่แหละ
...
ยางุระยืนอยู่ตรงประตู เขามองร่างที่ขวางทางตนเอาไว้พร้อมกับขมวดคิ้วมุ่น
"ท่านราสะหมายความว่าอย่างไร"
ราสะแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "ฉันต่างหากที่อยากจะถามนาย ว่าทำไมศพของปาคุระถึงไปอยู่ที่โคโนฮะได้"
เมื่อเห็นว่ายางุระชะงักไปเพราะคำถามนี้ ราสะก็ลอบยิ้มในใจ
กล้าข่มขู่ฉันงั้นหรือ
ขอส่งแกไปลงนรกซะที่นี่เลย โฮคาเงะรุ่นที่สี่
[จบแล้ว]