- หน้าแรก
- ตื่นมาพร้อมระบบมหาเศรษฐี ฝึกเซียนด้วยเงินตรา ใครจะขวางข้าได้
- บทที่ 280 - ประตูสวรรค์ถล่ม
บทที่ 280 - ประตูสวรรค์ถล่ม
บทที่ 280 - ประตูสวรรค์ถล่ม
บทที่ 280 - ประตูสวรรค์ถล่ม
"จับไว้หรือยัง ?"
"อืม ... กุม ... กุมไว้แล้วค่ะ ... แต่ว่า ตะ ... ต่อไปต้องทำยังไงเหรอ ?"
"ไอ้เรื่องนี้น่ะ จริงๆ แล้วมันง่ายมาก ก็แค่การเคลื่อนไหวที่น่าเบื่อและทำซ้ำๆ ไปมาน่ะ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกดดันนะ ค่อยๆ ทำไปก็พอ !"
"ก็ได้ค่ะ !"
หลินเอินก้มหน้าลงมองสาวน้อยร่างเล็กที่นั่งอยู่บนตักของเขา ใบหน้าของเธอแดงก่ำลามไปจนถึงโคนคอ เธอก้มหน้าไม่กล้าสบตาเขาแม้แต่นิดเดียว
เธอช่างดูว่าง่ายและน่ารักขณะทำตามที่เขาบอก ดูสงบเสงี่ยมและน่าทะนุถนอมเหลือเกิน
หลินเอินโอบไหล่ของเธอไว้ เธอจึงค่อยๆ พิงตัวลงมาอย่างอ่อนแรงราวกับลูกแมวน้อยที่ไร้พิษสง
หลินเอินแหงนมองท้องฟ้าพลางถอนหายใจออกมาด้วยความซาบซึ้ง
"เสี่ยวชี่ ถ้าชีวิตเราได้เป็นแบบนี้ไปตลอดก็คงจะดีไม่น้อยเลยนะ ฉันไม่อยากฝึกวิชาแล้วล่ะ เราไปหาสถานที่เงียบสงบซ่อนตัวใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ ก็น่าจะเป็นชีวิตที่ยอดเยี่ยมเหมือนกันนะ"
"ไม่ฝึกไม่ได้เด็ดขาด !" เสี่ยวชี่เอ่ยอย่างขัดใจ "แถมยังห้ามขี้เกียจด้วย ไม่อย่างนั้นโฮสต์ต้องตายอย่างอนาถแน่นอน"
พูดจบเสี่ยวชี่ก็ออกแรงบีบกระทันหัน
หลินเอินเจ็บจนต้องสูดปากพลางทำหน้าเหยเกบอก
"รู้แล้วน่า ฉันก็แค่พูดลอยๆ ไปอย่างนั้นเอง ... "
"อึ้ม !"
แต่ทว่าทันใดนั้นเอง ในวินาทีนั้น
ท้องฟ้าก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน
รัศมีแสงห้าสีที่พุ่งพล่านอยู่บนท้องฟ้าสว่างไสวขึ้นมานับพันเท่าในชั่วพริบตา แดนคุนหลุนทั้งแดน หรือแม้แต่เทือกเขาฉีเหลียนทั้งหมด ต่างก็ถูกปกคลุมไปด้วยรัศมีแสงเทพห้าสีเหล่านั้น
หลินเอินเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึมพลางถามว่า "เกิดอะไรขึ้น ?"
ทั้งคู่พากันเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
วินาทีต่อมา ก็เห็นว่าบนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ รัศมีแสงเทพนับไม่ถ้วนเริ่มไหลมารวมกันที่จุดศูนย์กลางจุดหนึ่ง
มันหมุนวนเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนในเวลาเพียงไม่นาน รัศมีแสงเหล่านั้นก็ได้ก่อตัวเป็นพายุหมุนขนาดยักษ์บนท้องฟ้า
[ คำเตือน ! ตรวจพบปฏิกิริยาพลังงานสูง ! โปรดออกห่างจากที่นี่ทันที โปรดออกห่างจากที่นี่ทันที ! ]
[ ปฏิกิริยาพลังงานสูงจะปรากฏขึ้นในอีก 3 วินาที 2 วินาที 1 วินาที ! ]
เสี่ยวชี่ตกใจ มือเล็กๆ ของเธอจึงออกแรงบีบตามสัญชาตญาณ
หลินเอินเบิกตากว้างจนลูกตาแทบจะพุ่งออกมาจากเบ้า
"แย่แล้ว !" เสี่ยวชี่เงยหน้าขึ้นบอกอย่างจริงจัง "ดูเหมือนว่าประตูสวรรค์ในโลกของพวกคุณกำลังจะเปิดออกแล้ว โฮสต์ รีบสิ ! เข้าไปหลบในกระบี่เซวียนหยวนเร็ว พลังจากการเปิดประตูสวรรค์นั้นรุนแรงมาก ไม่ใช่สิ่งที่โฮสต์ในตอนนี้จะทนรับไหว !"
พูดจบเสี่ยวชี่ก็กลายเป็นแสงสีทองหายวับกลับเข้าไปในหัวของหลินเอินทันที
หลินเอินอึ้งไปเลยพลางถาม "เสี่ยวชี่ เธอทิ้งฉันไปกลางคันแบบนี้มันดีจริงๆ เหรอ ?"
เสี่ยวชี่เอ่ยอย่างขัดใจ "โฮสต์นิสัยเสีย ตอนนี้มันเวลาไหนแล้วยังจะมาห่วงเรื่องพวกนี้อีก ลามกที่สุด !"
และในวินาทีที่เธอพูดจบนั้นเอง
ทันใดนั้น ท้องฟ้าก็เปลี่ยนสีไปอย่างสิ้นเชิง
พายุคลั่งพัดกระหน่ำมาอย่างรุนแรง
ภาพที่เห็นบนท้องฟ้าคือใจกลางพายุหมุนที่พุ่งพล่านนั้น ปรากฏประตูบานยักษ์ที่ดูเลือนลางและไม่เป็นรูปธรรมค่อยๆ เผยโฉมออกมา
หลินเอินมองดูประตูบานนั้นด้วยความอึ้งพลางพึมพำ "นั่นน่ะเหรอ ... ประตูสู่สรวงสวรรค์ ?"
ที่อีกด้านหนึ่งของแดนคุนหลุน
ไป๋ฉี่ขมวดคิ้วแน่น เขารีบทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าทันทีพลางจ้องมองประตูบานนั้นด้วยลมหายใจที่เริ่มถี่กระชั้น
"ในที่สุด ประตูสวรรค์ก็กำลังจะเปิดออกแล้ว !"
แต่ทว่าแทบจะในวินาทีเดียวกันนั้นเอง
ตู้ม ————
เสียงระเบิดดังสนั่นจนหูแทบดับ ทำเอาใบหน้าของไป๋ฉี่และหลินเอินเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล
ภาพที่เห็นคือประตูยักษ์บนท้องฟ้านั้นได้ระเบิดออกอย่างรุนแรงราวกับทำนบแตก พลังงานที่น่าสะพรึงกลัวพรั่งพรูออกมาอย่างบ้าคลั่งไปทั่วทุกทิศทางโดยไม่มีการควบคุม
ไป๋ฉี่หน้าซีดเผือดพลางเอ่ยด้วยความสั่นเทาว่า
"นี่ ... นี่เป็นไปไม่ได้ ! ประตูสวรรค์ ... ถล่มลงมาแล้วเหรอ ?!"
และในวินาทีต่อมา ราวกับเขื่อนขนาดใหญ่พังทลายลง
พวกเขากลับได้เห็น เลือดสีดำที่พุ่งพล่านพรั่งพรูออกมาจากประตูสวรรค์ที่พังทลายนั้นอย่างบ้าคลั่ง
มันช่างดูชั่วร้าย มืดมน และเย็นยะเยือก ไม่เหมือนกับสิ่งที่มีอยู่จริงในโลกใบนี้เลยสักนิด
ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร โต้วหมอที่อยู่ใต้ร่างของเสี่ยวจื่อรีบหันขวับกลับไปมอง แววตาที่ว่างเปล่าของมันมีแสงวาบออกมาทันที มันส่งเสียงคำรามลั่นไปทางทิศนั้น
เสี่ยวจื่อชะงักไป เธอจ้องมองท้องฟ้าที่กำลังถล่มลงมาด้วยอาการอึ้งค้างอยู่กับที่
วินาทีต่อมา
พลังงานมหาศาลที่กระจายออกมาจากการพังทลายของประตูสวรรค์ ก็เริ่มพัดพาเข้าปกคลุมแดนคุนหลุนทั้งแดนทันที
เสี่ยวชี่ร้องบอกด้วยความร้อนรน "เร็วเข้า ! โฮสต์ ! รีบเข้าไปหลบในกระบี่เซวียนหยวนเร็ว !"
หลินเอินไม่พูดพร่ำทำเพลง เขารีบหยิบกระบี่เซวียนหยวนออกมาแล้วกลายเป็นแสงสีทองพุ่งเข้าไปข้างในทันที
และแทบจะในเวลาเดียวกัน
ไป๋ฉี่ก็แค่นเสียงเหอะออกมาหนึ่งครั้ง
เขาเอื้อมมือไปคว้ากลางอากาศเพียงครั้งเดียว ปรากฏดาบมารสีดำสนิทเล่มหนึ่งขึ้นในมือของเขา
ในวินาทีที่คลื่นพลังงานที่น่ากลัวนั้นซัดเข้ามา เขาก็สะบัดดาบฟันออกไปเพียงครั้งเดียว
ตู้ม ——
ประกายดาบนั้นเข้าทำลายคลื่นพลังงานในรัศมีหลายร้อยกิโลเมตรจนแหลกละเอียด
พวกม่ออีจ้องมองภาพนี้ด้วยความหวาดผวา หัวใจสั่นไหวอย่างรุนแรง
"น่ากลัวเกินไปแล้ว ! นี่เหรอคือท่านเทพไป๋ฉี่ในตำนาน ? ช่างน่าสะพรึงกลัวสมคำร่ำลือจริงๆ !"
และแทบจะในเวลาเดียวกัน
หลินเอินที่อยู่ในมิติกระบี่เซวียนหยวน ก็สามารถต้านทานคลื่นพลังงานระลอกนั้นไว้ได้สำเร็จเช่นกัน
วินาทีต่อมา หลินเอินก็กลายเป็นแสงสีทองพุ่งกลับออกมาข้างนอก
เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังจุดที่ประตูสวรรค์ถล่มลงมา เลือดสีดำจำนวนมหาศาลยังคงไหลนองลงมาอย่างต่อเนื่อง
มันเหมือนกับที่เขาเคยได้ยินมาจากเชียนเหรินว่างไม่มีผิด
จริงๆ ด้วยสินะ ...
พื้นที่ส่วนนี้ของโลกเบื้องบนถูกยึดครองไปแล้วจริงๆ เหรอ ?
และในวินาทีต่อมา ท่ามกลางความพร่ามัว เขาเห็นเงาร่างเลือนลางสามร่างปรากฏอยู่ที่ต้นน้ำของเลือดสีดำนั้น
เงาร่างเหล่านั้นดูเหมือนจะก้าวเดินท่ามกลางมายาและการแตกสลาย พวกเขายืนตระหง่านอยู่ที่จุดเชื่อมต่อระหว่างสองโลกพลางจ้องมองลงมายังโลกนี้ด้วยสายตาที่เย็นชา
ทันทีที่เห็นสามร่างนั้น ในใจของหลินเอินก็ผุดคำคำหนึ่งขึ้นมาทันที
"เซียน !"
ไม่สิ ! น่าจะเป็นตัวตนบางอย่างที่มีระดับทัดเทียมกับเซียนมากกว่า
ช่างน่ากลัวเหลือเกิน
และในวินาทีต่อมา ก็มีเสียงแหวกอากาศดังมาจากที่ไกลออกไป
ไป๋ฉี่ร่อนลงมาจากท้องฟ้ามาหยุดอยู่ข้างกายหลินเอินพลางจ้องมองท้องฟ้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึมแล้วเอ่ยว่า
"อาจารย์ เราเจอปัญหาใหญ่เข้าแล้วล่ะ !"
หลินเอินจ้องมองไปที่ประตูสวรรค์พลางถาม "สามร่างนั้นคืออะไรเหรอ ?"
ไป๋ฉี่ส่ายหัวพลางเอ่ยอย่างจริงจัง "ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ขนาดฉันยืนอยู่ตรงนี้ ฉันยังสัมผัสได้เลยว่าสามตัวตนนั้นน่ากลัวมาก ระดับพลังของพวกเขาอยู่เหนือกว่าฉันไปไกลลิบเลยทีเดียว !"
หลินเอินถามด้วยความสงสัย "หรือว่าพวกเขาจะเป็นคนพังประตูสวรรค์นั่น ? แต่ทำไมพวกเขาถึงได้แต่หยุดยืนดูอยู่ตรงนั้นล่ะ ?"
ไป๋ฉี่เอ่ยอย่างเคร่งขรึม "ยิ่งมีพลังกล้าแข็งมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งถูกกฎเกณฑ์แห่งโลกบีบคั้นมากขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากลงมา แต่เพราะพวกเขาลงมาไม่ได้ต่างหาก กฎเกณฑ์แห่งโลกได้ฉุดรั้งฝีเท้าของพวกเขาไว้"
หลินเอินแบมือพลางเอ่ยอย่างปลงตก "ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้วล่ะ ในเมื่อลงมาไม่ได้ งั้นก็คอยดูเถอะว่าอาจารย์คนนี้จะรังแกพวกเขาคืนยังไง !"
วินาทีต่อมา หลินเอินก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าทันที
เมื่อได้ยินประโยคที่หลินเอินพูด ไป๋ฉี่ถึงกับตกใจจนหน้าถอดสี
"โธ่เอ๊ย สวรรค์ของลูก !"
ไป๋ฉี่ใจสั่นไปหมดแล้ว !
เขารีบตะโกนกึกก้องทันที "อย่าไปรนหาที่ตายสิครับ !! อาจารย์ ! ทำแบบนั้นอาจารย์จะตายแบบไม่เหลือซากนะ !"
แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว
...
ในเวลาเดียวกัน
ที่ต้นน้ำของเลือดสีดำ
เงาร่างที่ดูเลือนลางทั้งสามร่างนั้นกำลังยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ประกอบด้วยผู้หญิงสองคนและผู้ชายหนึ่งคน
ท่ามกลางรัศมีแสงที่ปกคลุมอยู่ มันยากที่จะมองเห็นใบหน้าของพวกเขาได้ชัดเจน แต่จากช่องว่างของแสงเทพที่วูบผ่านไปเป็นครั้งคราว ก็ยังพอจะมองเห็นใบหน้าเทพเจ้าที่งดงามไร้ที่ติของพวกเขาได้
"ประตูสวรรค์ถูกทำลายแล้ว" ภายในเงาร่างที่เลือนลางร่างหนึ่ง มีเสียงของผู้ชายที่ดูเย็นชาดังออกมา
เขาค่อยๆ ยื่นมือออกมา ดูเหมือนจะพยายามทะลวงผ่านกำแพงที่กั้นระหว่างสองโลก
แต่ทันทีที่สัมผัสโดน กลับดูเหมือนมีโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นพุ่งออกมาล่ามที่แขนของเขาไว้ ทำให้เขาไม่สามารถขยับไปข้างหน้าได้แม้แต่นิดเดียว
นั่นคือกฎเกณฑ์แห่งสากลจักรวาล
"ไม่ได้ผล !" เสียงผู้ชายคนนั้นเอ่ยอย่างเย็นชา "ความเข้มข้นของกฎเกณฑ์สูงเกินไป ถ้าเราฝืนทะลวงเข้าไปละก็ จะต้องจ่ายค่าตอบแทนที่แสนสาหัสแน่นอน !"
"ไม่จำเป็นต้องทะลวงเข้าไปหรอก !" เสียงผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ เขาเอ่ยอย่างเรียบเฉย
"โลกเบื้องล่างไม่มีเซียนอยู่เลย มีเพียงพวกมดปลวกเท่านั้นแหละ ภายในเวลาสองชั่วโมง กองทัพของเราก็จะสามารถกวาดล้างโลกใบนี้ให้สิ้นซากได้ !"
ทั้งสามร่างนั้นดูเย็นชาอย่างที่สุด เห็นชัดว่าพวกเขาไม่ได้เห็นโลกใบนี้อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
แต่ทว่าในจังหวะนั้นเอง ทันใดนั้น พวกเขาก็เห็นเงาร่างหนึ่งในโลกเบื้องล่าง กำลังค่อยๆ บินพุ่งตรงมาหาพวกเขาอย่างช้าๆ
[จบแล้ว]