- หน้าแรก
- อาญาสวรรค์ เทพสงครามเป่ยเหลียง
- บทที่ 41 บรรพชนราชสำนักมั่วเป่ยออกจากที่เก็บตัว เทพกระบี่หลี่ใช้หนึ่งกระบี่สังหารเซียน
บทที่ 41 บรรพชนราชสำนักมั่วเป่ยออกจากที่เก็บตัว เทพกระบี่หลี่ใช้หนึ่งกระบี่สังหารเซียน
บทที่ 41 บรรพชนราชสำนักมั่วเป่ยออกจากที่เก็บตัว เทพกระบี่หลี่ใช้หนึ่งกระบี่สังหารเซียน
บทที่ 41 บรรพชนราชสำนักมั่วเป่ยออกจากที่เก็บตัว เทพกระบี่หลี่ใช้หนึ่งกระบี่สังหารเซียน
ราชสำนักมั่วเป่ย ดินแดนบรรพชน
สถานที่แห่งนี้มืดมิดและหนาวเหน็บ แฝงไปด้วยความเร้นลับผิดปกติ
บานประตูหินอันหนักอึ้งปิดสนิท เบื้องหลังประตูบานนี้คือสถานที่เก็บตัวฝึกตนของเหล่าบรรพชนแห่งราชสำนักมั่วเป่ย
ยามนั้น ขุนพลคนเถื่อนหลายนายที่ทั่วร่างอาบชุ่มไปด้วยเลือดได้พากันเร่งรุดมาถึงหน้าประตูหินด้วยความร้อนรน
ขุนพลคนเถื่อนคุกเข่าลงเบื้องหน้าประตูหิน
พวกเขาโขกศีรษะดังก้องสามครั้งติดกัน
จากนั้นจึงร้องตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงอันโศกเศร้าและน่าเวทนา
"ท่านบรรพชน!"
"หลี่มู่ผู้นำทัพเป่ยเหลียงแห่งราชวงศ์ต้าโจว นำกองกำลังทหารม้าเหล็กเป่ยเหลียงเข้าลอบโจมตีเผ่าของเราขอรับ"
"พี่น้องร่วมเผ่าของเราล้มตายเป็นจำนวนมาก!"
"เหล่ายอดฝีมือวิถียุทธ์ในเผ่าก็ถูกยอดฝีมือของเป่ยเหลียงพัวพันเอาไว้จนไม่อาจปลีกตัวมาได้"
"ตุนหวังฝ่ายซ้ายของพวกเราเข้าต่อสู้กับหลี่มู่เพียงลำพัง ทว่าไม่อาจต้านทานหลี่มู่ได้เลย"
"ตุนหวังฝ่ายซ้ายมีคำสั่งให้ผู้น้อยมาที่นี่ เพื่ออัญเชิญท่านบรรพชนออกจากที่เก็บตัวไปสังหารผู้นำทัพเป่ยเหลียงหลี่มู่ขอรับ"
ขุนพลคนเถื่อนนายหนึ่งกล่าวทั้งน้ำตา พร้อมกับโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรงเบื้องหน้าประตูหินที่ปิดสนิท
"ขออัญเชิญท่านบรรพชนออกจากที่เก็บตัว สังหารผู้นำทัพเป่ยเหลียงหลี่มู่ด้วยเถิด!"
ขุนพลคนเถื่อนที่เหลือต่างก็เอ่ยปากขึ้นแทบจะพร้อมกัน พร้อมกับโขกศีรษะลงอย่างแรง
ภายในใจของพวกเขาล้วนร้อนรนและไม่ยินยอมพร้อมใจอย่างยิ่ง!
ครืด!
สิ้นเสียงตะโกนก้องของเหล่าขุนพลคนเถื่อน ประตูหินที่ปิดสนิทก็เริ่มมีความเคลื่อนไหว
มันค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ
จากนั้น ลำแสงสองสายก็พุ่งทะยานออกมาจากเบื้องหลังประตูหิน รวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด พุ่งตรงไปยังสมรภูมิที่กองทัพทั้งสองกำลังปะทะกันอยู่
ยอดฝีมือขั้นหนึ่งแห่งราชสำนักมั่วเป่ยลงมือแล้ว!
"ทหารม้าเหล็กเป่ยเหลียงบุกมาถึงที่ เหตุใดทางฝั่งขวาจึงยังคงนิ่งเฉยไม่เคลื่อนไหว?"
"จงไปส่งข่าวให้ตุนหวังฝ่ายขวาทราบ บอกเขาว่าพวกเราล้วนเกิดจากรากเดียวกัน หากริมฝีปากสูญสิ้น ฟันย่อมต้องเหน็บหนาว"
"แม้ข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา ทว่าข้าสามารถเปลี่ยนตัวกษัตริย์ได้!"
น้ำเสียงอันเย็นเยียบดังขึ้นบนฟากฟ้า
นั่นคือเสียงของหนึ่งในสองยอดฝีมือขั้นหนึ่งที่เพิ่งทะยานร่างออกไป
"ผู้น้อยจะรีบไปแจ้งฝ่ายขวาเดี๋ยวนี้ขอรับ"
ขุนพลคนเถื่อนที่อยู่หน้าประตูหินโขกศีรษะไปทางทิศทางที่ลำแสงพุ่งหายไปอีกครั้ง
จากนั้นพวกเขาก็ลุกขึ้นยืน
แล้วรีบรุดมุ่งหน้าไปยังฝ่ายขวาด้วยความร้อนใจประดุจไฟลน
ฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาของราชสำนักมั่วเป่ยไม่ได้ตั้งอยู่รวมกันในที่เดียว
ภายใต้ท้องนภา ลำแสงสองสายพแหวกผ่านความว่างเปล่าราวกับดาวตก
วิ้ง!
ทันใดนั้น เสียงกระบี่ร้องกังวานใสก็ดังสะท้านขึ้นไปถึงชั้นเมฆ
เพียงชั่วพริบตา ห้วงมิติรอบกายของสองบรรพชนขั้นหนึ่งแห่งราชสำนักมั่วเป่ยก็ถูกปกคลุมไปด้วยเจตจำนงแห่งกระบี่นับหมื่นสาย
เจตจำนงกระบี่แผ่ซ่านไปทั่วผืนฟ้า
"ระวัง!"
เมื่อบรรพชนผู้หนึ่งเห็นแสงกระบี่สีขาวพุ่งทะยานเข้ามา ก็รีบส่งเสียงเตือนทันที
ทั้งสองคนพลิ้วกายหลบ แยกย้ายกันไปซ้ายขวา
แสงกระบี่สีขาวฟาดฟันผ่านช่องว่างระหว่างคนทั้งสอง ห้วงมิติบริเวณนั้นถูกฉีกขาดออก ก่อนจะผสานกลับคืนดังเดิมอย่างรวดเร็ว
"เจตจำนงกระบี่ของยอดฝีมือขั้นหนึ่งจื่อเสวียน!"
"เฮยเสวียนพ่ายแพ้ก็ไม่นับว่าอยุติธรรมนัก"
บรรพชนผู้หนึ่งทอดสายตามองไปยังห้วงมิติเบื้องหน้า ประกายแห่งการต่อสู้เริ่มลุกโชนขึ้นในดวงตา
เขามองเห็นเงาร่างเล็กเท่าเมล็ดถั่วกำลังพุ่งตรงมาทางพวกเขาจากฟากฟ้าอันไกลโพ้น
พร้อมกับพกพาเจตจำนงแห่งกระบี่อันทรงพลังราวกับคลื่นยักษ์ถาโถมมาด้วย
บรรพชนแห่งราชสำนักมั่วเป่ยผู้นี้มีนามว่า จินจาง ส่วนอีกคนหนึ่งมีนามว่า ป๋ายฉือ
"ไม่คิดเลยว่ายอดฝีมืออันดับแปดในทำเนียบวิถีกระบี่แห่งจิ่วโจวที่เลื่องชื่อ จะมาอยู่ข้างกายของหลี่มู่"
ป๋ายฉือเองก็มองเห็นเงาร่างเท่าเมล็ดถั่วนั้นเช่นกัน แววตาของเขาหรี่แคบลง
ทั้งสองเหยียบย่างอยู่กลางอากาศ หยุดนิ่งอยู่กับที่
รอคอยให้ร่างเท่าเมล็ดถั่วนั้นพุ่งเข้ามาหา
"ป๋ายฉือ หวงเจี้ยนจิ่วคืออันดับแปดในทำเนียบวิถีกระบี่แห่งจิ่วโจว หากข้าสังหารเขาได้ ข้าก็จะได้เป็นอันดับแปดในทำเนียบแทนใช่หรือไม่?"
มุมปากของจินจางยกขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มเย้ยหยันอันเปี่ยมไปด้วยความดูแคลน
"เจ้าไม่ใช่หรอก"
ป๋ายฉือยิ้มพลางส่ายหน้า ก่อนจะเอ่ยว่า "อันดับแปดในทำเนียบวิถีกระบี่แห่งจิ่วโจวผู้นั้น จะต้องเป็นข้าต่างหาก!"
"เช่นนั้นก็ต่างคนต่างแสดงฝีมือเถอะ!"
"หวงเจี้ยนจิ่วตกตายด้วยน้ำมือผู้ใด ผู้นั้นก็คืออันดับแปดในทำเนียบวิถีกระบี่แห่งจิ่วโจว"
จินจางปรายตามองป๋ายฉือแวบหนึ่ง
เขาคร้านที่จะต่อล้อต่อเถียงด้วย
"ตกลง!"
ป๋ายฉือพยักหน้า
ทั้งสองคนรวมศูนย์ความคิด
กระบี่ที่เปล่งประกายเย็นเยียบปรากฏขึ้นในมือของพวกเขาแต่ละคน
เพียงแค่มองก็รู้ได้ทันทีว่ากระบี่เล่มนี้ไม่ใช่กระบี่ธรรมดาทั่วไป!
"ท่านทั้งสองโปรดอย่าได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้บนพื้นดินเลย!"
เหล่าหวงขี่กระบี่พุ่งเข้ามา รอบกายมีกระบี่เลื่องชื่อที่แผ่กลิ่นอายคุกคามสี่เล่มลอยวนเวียนอยู่
ก่อนหน้านี้เหล่าหวงยังไม่ได้ลงมือ ก็เพื่อรอให้บรรพชนขั้นหนึ่งแห่งราชสำนักมั่วเป่ยออกจากที่เก็บตัว
เมื่อบรรพชนแห่งราชสำนักมั่วเป่ยออกจากที่เก็บตัว กระบี่ในกล่องของเหล่าหวงก็โบยบินออกมา
"เจ้าคือหวงเจี้ยนจิ่วหรือ?"
สายตาของป๋ายฉือกวาดมองสำรวจร่างของเหล่าหวงอยู่ครู่หนึ่ง "ดูไปแล้ว ก็ไม่เห็นจะเหมือนเทพกระบี่ตรงไหนเลย!"
"เพียงแค่เจ้าคนเดียว เกรงว่าจะขวางพวกเราสองคนไม่อยู่หรอก"
"หากหลี่มู่ผู้นั้นยังอยู่ในเหลียงโจว พวกเราคงทำอะไรเขาไม่ได้มากนัก ทว่าเขาดันรนหาที่มาเยือนราชสำนักมั่วเป่ย เช่นนั้นก็มีแต่หนทางแห่งความตายเท่านั้น"
"วันนี้ หลี่มู่ต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย ต่อให้เป็นเทพเซียนก็ช่วยไม่ได้!"
จินจางยกกระบี่ในมือขึ้น ชี้ตรงไปยังเหล่าหวง
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง ไม่เกรงกลัวยอดฝีมืออันดับแปดบนทำเนียบวิถีกระบี่ผู้นี้แม้แต่น้อย
"ยอดฝีมือขั้นหนึ่งจื่อเสวียนสองคน กระบี่ของข้ายังพอจะขวางไหวอยู่"
เหล่าหวงฉีกยิ้มกว้าง เผยให้เห็นฟันสีเหลือง ทว่าเพราะฟันหน้าหลุดหายไปสองซี่ เวลาพูดจึงมีลมรั่วออกมาบ้าง
เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะลงมือ
เป้าหมายของเขาคือการขัดขวางยอดฝีมือขั้นหนึ่งแห่งราชสำนักมั่วเป่ย เพื่อซื้อเวลาให้แก่หลี่มู่
"ยอดฝีมือขั้นหนึ่งจื่อเสวียนสองคนขวางไหว แล้วหากเพิ่มข้าเข้าไปอีกคน ไม่ทราบว่าจะยังขวางไหวอยู่หรือไม่?"
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะร่าเริงก็ดังแทรกเข้ามา
ณ ดินแดนบรรพชนแห่งราชสำนักมั่วเป่ย เบื้องหลังประตูหินที่เปิดออก มีลำแสงอีกสายหนึ่งพุ่งทะยานออกมา
เพียงพริบตา ลำแสงนั้นก็พุ่งมาถึง
ข้างกายของจินจางและป๋ายฉือปรากฏร่างของชายชราในชุดคลุมสีม่วงเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน
จื่ออิ้น!
ผู้ที่บรรลุระดับพลังวิถียุทธ์สูงสุดในหมู่บรรพชนขั้นหนึ่งแห่งราชสำนักมั่วเป่ย ยอดฝีมือขั้นหนึ่งจื่อเสวียนระดับสูงสุด
หรือจะเรียกอีกอย่างว่า ครึ่งก้าวสู่ขั้นหนึ่งเทียนหลง!
มาถึงจุดนี้ นอกเหนือจากเฮยเสวียนที่ถูกเหล่าหวงฟันจนตกระดับไปแล้ว บรรพชนขั้นหนึ่งทั้งสามคนของราชสำนักมั่วเป่ยล้วนปรากฏตัวขึ้นพร้อมหน้ากันแล้ว
เมื่อมองดูเงาร่างทั้งสามเบื้องหน้า รอยยิ้มบนใบหน้าของเหล่าหวงก็ค่อยๆ เลือนหายไป
คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมา
ยอดฝีมือขั้นหนึ่งจื่อเสวียนสองคน ยอดฝีมือครึ่งก้าวสู่ขั้นเทียนหลงอีกหนึ่งคน
หนึ่งต่อสาม!
ต่อให้เป็นเหล่าหวงที่มีชื่อติดอยู่ในทำเนียบวิถีกระบี่แห่งจิ่วโจว ก็ยังรู้สึกกดดันอย่างหนักหน่วง
ไม่ใช่ว่าเขาสู้ไม่ได้ ทว่าเขาไม่อาจแบ่งร่างไปรับมือได้ทั้งหมด และไม่มีเวลาพอจะดูแลเรื่องอื่น
หากมียอดฝีมือขั้นหนึ่งสองคนคอยพัวพันเหล่าหวงเอาไว้ คนที่เหลือก็สามารถปลีกตัวไปลงมือกับหลี่มู่ได้
"จะขวางไหวหรือไม่ เรื่องนี้คงต้องลองดูถึงจะรู้"
ดวงตาของเหล่าหวงหรี่แคบลง เขาตื่นตัวเต็มที่ มือของเขาวางลงบนกล่องกระบี่
"หนึ่งกระบี่สังหารเซียน!"
ในจังหวะนั้นเอง เสียงทุ้มต่ำที่ดังกึกก้องไปทั่วท้องนภาก็ดังขึ้น
ตูม ตูม ตูม!
ตามมาด้วยท้องฟ้าที่สว่างวาบขึ้นมา
แสงกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวสาดส่องไปทั่วผืนฟ้า
เส้นสายแห่งเจตจำนงกระบี่สีขาวมีความยาวถึงสิบจั้ง แฝงไปด้วยอานุภาพแห่งกระบี่ที่สามารถทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง
ห้วงมิติต่างสั่นสะเทือน!
ราวกับมีเสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังก้องอยู่บนฟากฟ้า
เจตจำนงกระบี่นี้ สามารถเบิกเนตรสวรรค์ได้!
เมื่อจื่ออิ้น ป๋ายฉือ และจินจางเห็นเจตจำนงกระบี่พุ่งเข้าจู่โจม สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปในทันที ความรู้สึกกดดันจนแทบหายใจไม่ออกพุ่งเข้าจู่โจมอย่างชัดเจน
ทั้งสามคนถอยร่นกลับไปเบื้องหลังอย่างต่อเนื่อง เร่งเร้าเคล็ดวิชาตัวเบาจนถึงขีดสุด
เพียงเจตจำนงกระบี่สายเดียว ก็สามารถบีบให้จื่ออิ้นและพวกทั้งสามคนต้องถอยร่นไปไกลนับพันจั้งได้
ภายใต้ท้องนภาอันกว้างใหญ่ ปรากฏร่างของชายชราแขนเดียวผู้มีเส้นผมปลิวไสว กำลังขี่กระบี่เหินนภาเข้ามา
เขาเอ่ยปากขึ้นว่า
"หวงเจี้ยนจิ่ว ไม่มีอะไรต้องพูดกับคนพวกนี้หรอก ชักกระบี่ออกมาซะ"
เหล่าหวงไม่ได้หันกลับไปมองคนที่ขี่กระบี่เข้ามา แต่บนใบหน้ากลับปรากฏรอยยิ้ม
เพราะเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพลังที่คุ้นเคย
"เทพกระบี่หลี่ ท่านมาแล้วสินะ!"
เหล่าหวงแย้มยิ้มพลางเอ่ยขึ้น โดยที่ยังคงไม่หันไปมองผู้ที่ขี่กระบี่มา
ในวินาทีนี้ เขาเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว!
ที่แท้ นี่ก็คือไพ่ตายที่ทำให้คุณชายหลี่มู่ไม่เกรงกลัวต่อเหล่ายอดฝีมือขั้นหนึ่งแห่งราชสำนักมั่วเป่ย
เทพกระบี่ หลี่ฉุนกัง!
[จบแล้ว]