บทที่ 59 ซ้อนกล
บทที่ 59 ซ้อนกล
อะไรนะ?
ฉินฉางชิงถึงกับคุกเข่าให้เยี่ยฟาน
มิหนำซ้ำยังเป็นฝ่ายเอ่ยคำว่าขอโทษออกมาเอง
นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?
เมื่อเห็นภาพนี้ ทุกคนต่างก็ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก
ความบาดหมางระหว่างฉินฉางชิงและเยี่ยฟาน หลังจากเหตุการณ์ที่สนามประลองสิ้นสุดลง ทุกคนต่างก็รับรู้กันทั่ว เดิมทีเมื่อเห็นฉินฉางชิงมุ่งหน้ามายังตำหนักจักรวาล ทุกคนต่างคิดว่าเขามาเพื่อล้างแค้น
แต่ใครจะไปคาดคิดว่า ฉินฉางชิงกลับมาเพื่อขอขมา!
"พี่ชาย..."
เดิมทีซูชิงหว่านกังวลเรื่องความปลอดภัยของเยี่ยฟานและตั้งท่าจะเข้าไปขวาง แต่เมื่อเห็นการกระทำของฉินฉางชิง ฝีเท้าของเธอก็ชะงักลง และอดไม่ได้ที่จะเกิดความสงสารขึ้นมาวูบหนึ่ง
ฉินฉางชิงสัมผัสได้ถึงท่าทีของฝูงชนที่เริ่มเปลี่ยนไป ในใจพลันลิงโลด
ทว่าเขายังไม่หยุดเพียงเท่านี้ แต่คิดจะตีเหล็กตอนกำลังร้อน
"เยี่ยฟาน ขอโทษนะ เรื่องก่อนหน้านี้เป็นความผิดของผมเอง ผมไม่ควรจองเวรคุณ และไม่ควรลงมือกับคุณเลย"
"วันนี้ผมมา ไม่ได้มาเพื่อล้างแค้น แต่มาเพื่อขอโทษคุณอย่างจริงใจ"
"ก่อนหน้านี้เป็นเพราะผมเอาแต่ตามตอแยลูกพี่ลูกน้องจนทำให้คุณเข้าใจผิด โปรดวางใจเถอะ นับจากนี้ไปผมจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับเธออีก จะรักษาเอกเทศต่อกันไว้เพียงแค่ฐานะลูกพี่ลูกน้องธรรมดาเท่านั้น"
"หวังว่าคำขอโทษของผมจะทำให้คุณยอมยกโทษให้ลูกพี่ลูกน้องด้วย เธอรักคุณจริงๆ นะ อย่าหย่ากับเธอเลย ผมขอร้องละ!"
ฉินฉางชิงอยู่ในสภาพซูบเซียว ขอบตาคล้ำลึก ยิ่งมากล่าวคำขอโทษต่อหน้าสาธารณชนด้วยความโศกเศร้าเช่นนี้ ย่อมทำให้ผู้คนรู้สึกสะเทือนใจ
เมื่อเห็นภาพนี้
ซูชิงหว่านรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก หรือว่าพี่ชายจะคิดได้แล้วจริงๆ?
นั่นทำให้ใจของเธออ่อนวูบลง ท่าทีที่มีต่อฉินฉางชิงเปลี่ยนจากความต่อต้านกลายเป็นความเห็นใจ
แม้พี่ชายจะเคยทำผิดไปบ้าง แต่ในเมื่อรู้ตัวว่าผิดและกล้าแก้ไข ก็ยังถือว่าควรค่าแก่การให้อภัย
เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอก็หันไปมองเยี่ยฟาน หวังว่าเขาจะยอมยกโทษให้พี่ชาย และยอมยกโทษให้เธอด้วย
ทว่าบนใบหน้าของเยี่ยฟานกลับไม่มีร่องรอยความหวั่นไหวแม้แต่น้อย
เขายืนอยู่บนบันได ก้มมองฉินฉางชิงจากมุมที่สูงกว่า
เขามองทะลุถึงแผนการเล็กๆ ในใจของฉินฉางชิง และอดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้มเยาะอยู่ในใจ
'นึกไม่ถึงว่าครั้งนี้ฉินฉางชิงจะฉลาดขึ้นมาบ้าง ไม่เลือกท้าทายตรงๆ แต่กลับใช้กลอุบายทุกข์กายแทน'
'ดูท่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับฉินเหวินจิ้งจะประสานกันได้แล้ว และวิธีนี้คงเป็นฉินเหวินจิ้งที่สอนเขามา'
'แต่สำหรับผมแล้ว แบบนี้สิถึงจะเข้าทางพอดิบพอดี'
'ในเมื่อแกอยากจะเล่นบทคนทุกข์ยากนัก ผมก็จะจัดให้สมใจอยากเลย!'
ท่ามกลางสายตานับพันคู่ เยี่ยฟานจ้องเขม็งไปที่ฉินฉางชิงอย่างเย็นชา ก่อนจะขยับริมฝีปากเอ่ยขึ้น
"ฉินฉางชิง แกส่งเฉินหมิงมาลอบสังหารผม แล้วยังส่งเฉินหยางมาลักพาตัวเพื่อฆาตกรรมอีก แกนึกจริงๆ หรือว่าแค่มาคุกเข่าอ้อนวอน บีบน้ำตาสองสามหยด แล้วผมจะยกโทษให้แกได้?"
เยี่ยฟานจงใจระบุเหตุการณ์ลอบสังหารทั้งสองครั้ง เพื่อตอกย้ำความผิดของฉินฉางชิงให้แน่นหนา
"เยี่ยฟาน ทั้งหมดเป็นความผิดของผมเอง ผมมาขอโทษด้วยความสัตย์จริง"
"ขอเพียงได้รับอภัยจากคุณ จะให้ผมทำอะไรผมก็ยอมทั้งนั้น!"
ฉินฉางชิงเตรียมใจเอาไว้แล้ว จึงเอ่ยตอบด้วยสีหน้าที่ดูจริงใจอย่างยิ่ง
"ให้ทำอะไรก็ยอมงั้นหรือ?"
"ถ้าอย่างนั้น แกก็ตบหน้าตัวเองสักร้อยที ตบให้หน้าบวมเป็นหัวหมูไปเลย บางทีผมอาจจะลองเก็บคำขอร้องของแกไปพิจารณาดูก็ได้"
ทันทีที่เยี่ยฟานพูดจบ เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทั่วบริเวณ
ไม่มีใครคาดคิดว่าเยี่ยฟานจะยื่นข้อเสนอที่โหดร้ายและไร้มนุษยธรรมเช่นนี้
"เยี่ยฟาน นายมันเกินไปแล้ว ศิษย์พี่ฉินอุตส่าห์มาขอโทษด้วยความจริงใจ ถึงขั้นยอมคุกเข่าให้ต่อหน้าผู้คน นายนอกจากจะไม่ยกโทษให้แล้ว ยังยื่นข้อเสนอที่เกินกว่าเหตุแบบนี้อีก!"
"พูดได้ถูกต้อง ศิษย์พี่ฉินน่ะมีส่วนผิดก็จริง แต่เขาก็รู้จักสำนึกผิดแล้ว แต่นายล่ะ? พอได้ดีเข้าหน่อยก็ทำตัวเป็นคนพาล ถึงขั้นจะให้ศิษย์พี่ฉินตบหน้าตัวเอง ช่างเป็นคนใจคอคับแคบและไร้ยางอายจริงๆ"
"เยี่ยฟาน คนต่ำช้าอย่างนายไม่คู่ควรกับคำขอโทษของศิษย์พี่ฉินเลยสักนิด ยิ่งไม่คู่ควรจะเป็นศิษย์เอกของยอดเขาเหยากวางพวกเราด้วย"
ม่าหรูเฟิงและเผยชิงหยวนรีบฉวยโอกาสนี้ชี้นำฝูงชนให้รุมประณามเยี่ยฟาน
พริบตาเดียว กระแสความโกรธแค้นของเหล่าศิษย์ก็ถูกจุดติดจนเดือดพล่าน
"เยี่ยฟาน ทุกคนจ้องมองกันอยู่นะ ทำแบบนี้มันจะไม่ดีมั้ง!"
หลี่ชิงซานกังวลว่าเยี่ยฟานจะถูกรุมล้อมโจมตี จึงอดไม่ได้ที่จะดึงชายเสื้อเยี่ยฟานพลางกระซิเตือนด้วยความร้อนรน
หลังจากเยี่ยฟานได้เป็นศิษย์เอก ศิษย์คนอื่นๆ ต่างก็มีความริษยาฝังใจอยู่แล้ว ยามนี้เมื่อไปปลุกปั่นความโกรธแค้นของฝูงชนเข้า ผลลัพธ์อาจจะเลวร้ายเกินคาดเดา
ทว่าเยี่ยฟานกลับไม่สะทกสะท้าน เขายังคงจ้องฉินฉางชิงด้วยสายตาเย็นชา
เขารู้ดีว่าศิษย์เหล่านี้ย่อมเป็นฉินฉางชิงที่ล่อมา เพื่อให้ละครกลอุบายทุกข์กายครั้งนี้สมบูรณ์แบบที่สุด
แต่เยี่ยฟานตั้งใจจะ 'ซ้อนกล' กลับไป!
"เยี่ยฟาน พี่ชายเขาตั้งใจมาขอโทษจริงๆ นะ ข้อเสนอของคุณมันรุนแรงเกินไปแล้ว!"
ในตอนนั้นเอง ซูชิงหว่านก็ทนไม่ไหว ต้องเอ่ยปากทวงความยุติธรรมให้ฉินฉางชิง
คำพูดนี้เข้าหูฉินฉางชิง ทำให้เขาลิงโลดในใจอย่างยิ่ง
ดีเหลือเกิน
กลอุบายทุกข์กายของท่านอาได้ผลแล้ว
ไม่เพียงแต่ปลุกระดมฝูงชนได้ แต่ยังได้รับความเห็นใจจากลูกพี่ลูกน้องอีกด้วย
แต่นี่ยังไม่พอ
ต้องตีเหล็กตอนกำลังร้อน
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉินฉางชิงจึงเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาเอง
"ลูกพี่ลูกน้อง อย่าพูดแบบนั้นเลย เยี่ยฟานยอมให้โอกาสผม ผมก็ซาบซึ้งใจมากแล้ว"
"เธอกับเยี่ยฟานเป็นคู่บำเพ็ญเพียรกัน อย่ามาทำลายความสัมพันธ์เพราะเรื่องของผมเลย"
"เยี่ยฟาน คุณอย่าโกรธไปเลย ผมจะตบหน้าตัวเองเดี๋ยวนี้แหละ!"
ฉินฉางชิงพูดกับซูชิงหว่านไปพลาง หันหน้าไปทางเยี่ยฟานไปพลาง แล้วยกมือขึ้นตบเข้าที่ใบหน้าของตัวเอง
เพียะ เพียะ เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังสนั่นหวั่นไหว ทุกครั้งที่ตบลงไป ความเกลียดชังที่ศิษย์คนอื่นๆ มีต่อเยี่ยฟานก็ยิ่งทวีคูณ และความรู้สึกผิดที่ซูชิงหว่านมีต่อเยี่ยฟานก็ยิ่งลดน้อยถอยลง
ทว่าในยามนี้ เยี่ยฟานนอกจากจะไม่เข้าไปห้ามแล้ว เขายังราดน้ำมันเข้ากองไฟต่อไปอีก
"ไม่ได้กินข้าวมาหรือไง? ออกแรงให้มากกว่านี้หน่อย ให้ผมได้ยินเสียงชัดๆ สิ..."
เยี่ยฟานเชิดคางขึ้น พลางเอ่ยเร่งเร้าด้วยท่าทางดูแคลน
คำพูดนี้ทำให้เหล่าศิษย์ที่ยืนดูอยู่ต่างก็ตาแดงฉานด้วยความโกรธแค้นจนแทบจะระเบิดออกมา
ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องมีม่าหรูเฟิงหรือเผยชิงหยวนคอยเติมเชื้อไฟแล้ว เพราะสิ่งที่เยี่ยฟานทำอยู่มันคือการหาเรื่องใส่ตัวชัดๆ
ซูชิงหว่านเองก็เริ่มรู้สึกสงสารพี่ชาย และอดไม่ได้ที่จะเกิดความเคืองขุ่นต่อเยี่ยฟานขึ้นมาในใจ
ไม่นานนัก ใบหน้าของฉินฉางชิงก็บวมเป่งจนดูไม่ได้ เลือดไหลซึมออกทางปากและจมูกจนอาบใบหน้า
เยี่ยฟานจับความรู้สึกที่เปลี่ยนไปของทุกคนได้อย่างแม่นยำ
ดูท่าคงต้องเพิ่มไฟเข้าไปอีกกอง!
เยี่ยฟานเดินลงจากบันได ตรงเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าของฉินฉางชิง
"ไอ้ขยะ แค่ตบหน้าตัวเองยังทำไม่ได้เรื่อง"
"เดี๋ยวผมจะสอนให้ดูว่าเขาตบกันยังไง!"
เยี่ยฟานยื่นมือไปบีบใบหน้าของฉินฉางชิงไว้ พลางแสยะยิ้มอำมหิตอย่างเย็นชา จากนั้นก็เหวี่ยงฝ่ามือตบเข้าที่ใบหน้าของฉินฉางชิงอย่างสุดแรง
เพียะ!
แรงตบนี้หนักหน่วงมหาศาล ส่งร่างของฉินฉางชิงล้มคว่ำลงกับพื้น จนฟันหลุดกระเด็นออกมาหลายซี่
"เยี่ยฟาน คุณบ้าไปแล้วเหรอ?"
"คุณกะจะตีพี่ชายให้ตายเลยใช่ไหม!"
ซูชิงหว่านทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอรีบถลาเข้าไปพยุงฉินฉางชิงขึ้นมา ก่อนจะจ้องมองเยี่ยฟานด้วยสายตาโกรธจัด
เมื่อเห็นภาพนั้น เยี่ยฟานก็หัวเราะออกมา
แผนการของเขาได้ผลในที่สุด
"ทำไม? แค่นี้ก็เจ็บแทนแล้วเหรอ?"
"เขายั่วหยวนคุณ ทำลายความสัมพันธ์ของเราก่อน ส่งคนมาลักพาตัวและพยายามฆ่าผมกับหลี่ชิงซานทีหลัง ผมตบเขาสักทีสองทีคุณก็ทนไม่ได้แล้ว?"
"ถ้าคุณเป็นห่วงเขามากนัก ทำไมไม่มารับโทษแทนเขาล่ะ ตบส่วนที่เหลือให้ครบเสียสิ?"
"หรือไม่งั้น คุณก็พาเขารีบไสหัวออกไปตอนนี้เลย แล้วอย่ามาทำให้ผมรู้สึกคลื่นไส้อีก?"