- หน้าแรก
- หลังจากบรรลุกายศักดิ์สิทธิ์ จักรพรรดินีผู้นั้นกลับไล่ตามง้อข้าแทบเป็นแทบตาย
- บทที่ 31 เรื่องผิดปกติย่อมมีเล่ห์กล
บทที่ 31 เรื่องผิดปกติย่อมมีเล่ห์กล
บทที่ 31 เรื่องผิดปกติย่อมมีเล่ห์กล
การประชันระหว่างเย่ฝานและฉินฉางชิงจบลงแล้ว ทว่าการเผชิญหน้าระหว่างเย่ฝานและซูชิงหว่านกลับยังไม่เริ่มขึ้น!
ทันทีที่เย่ฝานเอาชนะฉินฉางชิงจนชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว สัญญาประลองหนึ่งเดือนระหว่างเขากับซูชิงหว่านก็กลายเป็นที่จับตามองอย่างยิ่ง
คนหนึ่งคือม้ามืดที่พุ่งทะยานขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง อีกคนคือศิษย์เอกแห่งยอดเขายาวกวง ยิ่งไปกว่านั้นทั้งคู่ยังเคยเป็นคู่บำเพ็ญเพียรกัน บัดนี้กลับต้องมาประลองกันต่อหน้าสาธารณชน ย่อมเป็นหัวข้อที่ผู้คนวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเผ็ดร้อน
"ฉันได้ยินมาว่าศิษย์พี่ซูเข้ากักตัวแล้ว เพื่อเตรียมรับมือกับการประลองในอีกเจ็ดวันข้างหน้า และยังประกาศกร้าวว่าจะจัดการเย่ฝานด้วยมือของเธอเองในการประลองครั้งนี้!"
"ศิษย์พี่ซูเป็นถึงศิษย์เอกแห่งยอดเขายาวกวง ต่อให้ไม่กักตัวเตรียมพร้อมก็เอาชนะเย่ฝานได้สบายๆ อยู่แล้ว แต่คราวนี้เย่ฝานทำร้ายศิษย์พี่ฉินจนบาดเจ็บ ศิษย์พี่ซูคงอยากจะแก้แค้นแทนศิษย์พี่ฉินเพื่อระบายโทสะแน่ๆ"
"เย่ฝานไอ้สวะนั่น ต่อให้ชนะศิษย์พี่ฉินได้ ก็ยังเป็นแค่คนทรยศคู่บำเพ็ญ ไปเกาะแข้งเกาะขาธิดาเทพ เป็นคนต่ำช้าที่น่ารังเกียจ ฉันขัดตาเขามานานแล้ว หวังว่าศิษย์พี่ซูจะสั่งสอนเขาให้หนัก"
"นั่นสิ! ศิษย์พี่ซูดีออกอย่างนั้น เย่ฝานไอ้สวะนั่นกลับไม่รู้จักพอ แอบไปคบชู้กับธิดาเทพ ช่างหน้าไม่อายจริงๆ!"
"ฉันสนับสนุนศิษย์พี่ซู ต้องสั่งสอนไอ้คนใจดำอย่างเย่ฝานให้เข็ด!"
ทั้งภายในและภายนอกยอดเขายาวกวงเต็มไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์
ก่อนหน้านี้ด้วยการผลักดันของผู้ที่ประสงค์ร้าย เย่ฝานจึงต้องแบกรับชื่อเสียว่าเป็นคนต่ำช้าที่ทรยศคนรัก บัดนี้เมื่อชื่อเสียงของเย่ฝานโด่งดังขึ้นพร้อมกับหัวข้อการประลองหนึ่งเดือน จึงมีคนแอบบงการอยู่เบื้องหลัง ฉวยโอกาสสาดโคลนถล่มทลาย จนชื่อเสียงของเย่ฝานตกต่ำลงถึงขีดสุด
ในช่วงเวลานี้ ผู้คนส่วนใหญ่ต่างหันไปสนับสนุนซูชิงหว่านและก่นด่าเย่ฝาน
สำหรับเรื่องเหล่านี้ เย่ฝานหาได้ล่วงรู้ไม่ ในเวลานี้เขาพกพาหินวิญญาณสามล้านก้อนที่ชนะมาได้ เข้าไปเก็บตัวฝึกฝนอย่างหนักอยู่ในห้องฝึกซ้อมชีพจรปฐพี
เมื่อความแข็งแกร่งของเย่ฝานเพิ่มขึ้น พลังกลืนกินของอักขระเทพ "กลืน" ก็เพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัวเช่นกัน ภายใต้พลังกลืนกินสองเท่า ประสิทธิภาพในการดูดซับหินวิญญาณจึงรวดเร็วยิ่งขึ้น เพียงเวลาสั้นๆ สามวัน เย่ฝานก็กลืนกินและหลอมรวมหินวิญญาณสามล้านก้อนจนหมดสิ้น และระดับพลังของเขา ก็พุ่งพรวดจากขอบเขตสร้างรากฐานขั้นที่หก สู่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นที่เก้า
"เฮ้อ!" เย่ฝานลืมตาขึ้น ดวงตาเป็นประกายดั่งสายฟ้า เขาสูดลมหายใจยาวแล้วพ่นออกมาเป็นไอขุ่นมัวที่พุ่งทะลุพื้นดิน
"ในที่สุดก็ถึงขอบเขตสร้างรากฐานขั้นที่เก้าเสียที!" เย่ฝานยืดกายขึ้น ขยับแขนขาจนกระดูกทั่วร่างส่งเสียงกรอบแกรบ เต็มไปด้วยพละกำลังที่พร้อมจะระเบิดออกมา
ในเวลานี้ภายในจุดตันเถียนของเขา รากฐานเต๋าสีทองส่องแสงเจิดจรัส ปราณแท้สีทองเก้าสายเลื่อยไหลไปมาดั่งมังกรคะนองน้ำอยู่ในตันเถียน แต่ละสายควบแน่นราวกับมีตัวตนจริง แฝงไว้ด้วยพลังที่ยิ่งใหญ่และไพศาล ส่วนกายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลของเขาก็เปล่งประกายสีทอง ราวกับกายทองคำอมตะ ที่แกร่งกร้าวและเปี่ยมด้วยพลังหยาง เทียบได้กับศาสตราวิญญาณระดับยอดเยี่ยม
"พละกำลังของฉันในตอนนี้ เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนแล้ว เพิ่มขึ้นถึงหนึ่งเท่าตัวเต็มๆ!"
"หากต้องเผชิญหน้ากับฉินฉางชิงอีกครั้ง เกรงว่าเพียงมือเดียวก็เอาชนะเขาได้แล้ว!"
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังที่แข็งแกร่งและมหาศาลภายในกาย เย่ฝานก็แววตาเป็นประกาย ในใจรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง มีเพียงการครอบครองพลังเท่านั้น จึงจะสามารถกุมชะตาชีวิตของตนเองได้!
"เหลือเวลาอีกสี่วันจะถึงวันประลองหนึ่งเดือน!"
"แต่ถ้าฉันต้องการจะข้ามเข้าสู่ขอบเขตทะเลเทพ ฉันต้องทำลายพันธนาการเส้นที่สองให้ได้"
"หินวิญญาณสามล้านก้อนของฉินเหวินจิ้ง ฉันต้องรีบคว้ามาให้ได้โดยเร็วที่สุด!"
ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นที่เก้าไม่ใช่เป้าหมายของเย่ฝาน ในตอนนี้เขากระหายอยากได้หินวิญญาณเพิ่มขึ้น เพื่อทำลายพันธนาการเส้นที่สองของกายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล และก้าวข้ามสู่ขอบเขตทะเลเทพ มีเพียงขอบเขตทะเลเทพเท่านั้น จึงจะมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะประลองกับซูชิงหว่าน หากไม่สามารถบรรลุระดับได้ โอกาสชนะในการศึกนี้ย่อมริบหรี่นัก
ฟึ่บ! ทันใดนั้น หยกสื่อสารในมือของเย่ฝานก็สว่างขึ้น "มาที่เรือนกล้วยไม้ เรามาตกลงเรื่องหนังสือหย่าร้างกัน!"
พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มาถึง ฉินเหวินจิ้งกลับส่งข้อความมาหาเขาเองเสียอย่างนั้น
เย่ฝานขมวดคิ้วเล็กน้อย ในใจเริ่มเกิดความสงสัย เขาไม่คิดว่าฉินเหวินจิ้งจะใจดีถึงขนาดส่งหินวิญญาณมาให้เขาก่อนการประลอง เรื่องผิดปกติย่อมมีเล่ห์กล! อย่างไรก็ตามเย่ฝานไม่ได้หวาดเกรง เขาก้าวออกจากเรือนวายุ มุ่งหน้าตรงไปยังเรือนกล้วยไม้ทันที ระหว่างทาง เย่ฝานได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย
"สาดโคลนอีกแล้วสินะ!" "ดูเหมือนว่าจะมีคนอยากให้ฉันเสียผู้เสียคนจริงๆ!" เย่ฝานรู้สึกเย็นเยียบในใจ คาดเดาถึงจุดประสงค์ของผู้อยู่เบื้องหลังได้ แต่จิตใจของเย่ฝานนั้นเด็ดเดี่ยว ไม่เคยปล่อยให้ผู้อื่นมาสั่นคลอนสภาวะจิตของตนได้ ไม่นานนัก เย่ฝานก็มาถึงเรือนกล้วยไม้
"ท่านเขย นายหญิงรออยู่นานแล้วค่ะ!" ประตูเรือนเปิดออก หญิงสาวหน้าตาสะสวยปานดอกท้อออกมาต้อนรับอย่างนอบน้อม
"ชุนเถา!" เย่ฝานหรี่ตาลง จำฐานะของหญิงสาวผู้นี้ได้ ข้างกายของฉินเหวินจิ้งมีสาวใช้คนสนิทสี่คน โดยตั้งชื่อตามฤดูกาลคือ ชุน เซี่ย ชิว ตง (ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว) ชุนเถาตรงหน้าเขาก็คือหนึ่งในนั้น สำหรับชุนเถานั้นเย่ฝานไม่ได้รู้สึกแปลกหน้า เขาพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินตามชุนเถาเข้าสู่ภายในเรือน และได้พบกับฉินเหวินจิ้งในห้องสงบจิตในเวลาต่อมา วันนี้ฉินเหวินจิ้งแต่งกายดูภูมิฐานสง่างาม ทั่วร่างแผ่ซ่านไปด้วยบรรยากาศของสตรีผู้สูงศักดิ์จนน่าเกรงขาม
"ฉันจะไม่พูดอ้อมค้อมกับเธอแล้วนะ"
"อีกสี่วันข้างหน้า ก็จะถึงวันประลองของเธอกับชิงหว่านต่อหน้าผู้คน"
"ฉันกลัวว่าพอเธอแพ้แล้วจะพาลพะโล จนเอาเรื่องหนังสือหย่าร้างไปเปิดเผย"
"เพราะฉะนั้นฉันอยากจะจบการซื้อขายนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง"
"และการประลองก็ใกล้เข้ามาแล้ว ฉันคิดว่าเธอคงต้องการหินวิญญาณมากทีเดียว"
"ถือว่าเราต่างก็ได้ในสิ่งที่ต้องการ!"
ฉินเหวินจิ้งไม่มีการทักทายไร้สาระ เปิดประเด็นเข้าสู่หัวข้อหลักทันที ซึ่งเรื่องนี้ก็ตรงกับความต้องการของเย่ฝานพอดี
"คุณไม่กลัวว่าถ้าฉันได้หินวิญญาณของคุณไปแล้ว พละกำลังจะเพิ่มพูนขึ้นจนเอาชนะซูชิงหว่านในการประลองหรือ?"
เย่ฝานจ้องมองฉินเหวินจิ้ง พยายามมองหาพิรุธจากใบหน้าของเธอ ทว่าฉินเหวินจิ้งนั้นเจ้าเล่ห์และเจนโลก ย่อมไม่ปล่อยให้เย่ฝานมองเห็นอารมณ์ความรู้สึกได้ง่ายๆ
"เธอนึกว่าแค่เอาชนะฉางชิงได้ แล้วจะมีปัญญาไปต่อกรกับชิงหว่านได้งั้นหรือ?"
"ชิงหว่านเป็นถึงศิษย์เอกแห่งยอดเขายาวกวง อีกทั้งยังมีพลังอยู่ในขอบเขตทะเลเทพขั้นที่เก้า อย่าว่าแต่เหลือเวลาอีกแค่สี่วันเลย ต่อให้ให้เวลาเธออีกสี่เดือน เธอก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของชิงหว่านอยู่ดี"
"เลิกพูดจาไร้สาระ แล้วส่งหนังสือหย่าร้างมาเสีย!"
ฉินเหวินจิ้งดูถูกเย่ฝานมาโดยตลอด ต่อให้เย่ฝานจะไปเกาะแข้งเกาะขาธิดาเทพ หรือเอาชนะฉินฉางชิงได้ เขาก็ยังไม่อยู่ในสายตาของเธออยู่ดี
เธอไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบแหวนมิติวงหนึ่งออกมาวางตรงหน้าเย่ฝานเป็นคนแรก เย่ฝานหยิบขึ้นมาตรวจสอบ ข้างในมีหินวิญญาณสามล้านก้อนจริงๆ ไม่ขาดแม้แต่ก้อนเดียว อีกทั้งยังมีพลังวิญญาณอัดแน่น หรือว่าฉินเหวินจิ้งจะแค่อยากได้หนังสือหย่าร้างไปเร็วๆ จริงๆ?
เย่ฝานรู้สึกสงสัยอย่างลึกซึ้ง แต่ในเมื่อหินวิญญาณอยู่ในมือแล้ว เขาย่อมไม่ปฏิเสธ
"ยื่นหมูยื่นแมว ก็ยุติธรรมดี!" เย่ฝานตรวจนับเสร็จสิ้น ก็นำหนังสือหย่าร้างออกมาจากแหวนมิติ เมื่อเห็นหนังสือหย่าร้าง ดวงตาของฉินเหวินจิ้งก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เธอรีบคว้าไปตรวจสอบอย่างละเอียด หลังจากยืนยันว่าหนังสือหย่าร้างไม่มีปัญหา ฉินเหวินจิ้งจึงถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วเก็บมันลงในแหวนมิติ
"การซื้อขายสิ้นสุดลงแล้ว ต่อจากนี้ทางใครทางมัน!" เย่ฝานถือหินวิญญาณแล้วลุกเดินจากไป ฉินเหวินจิ้งไม่ได้ขัดขวาง กลับสั่งให้ชุนเถาไปส่งเย่ฝานออกไปแทน หลังจากเย่ฝานออกจากเรือนกล้วยไม้ไปแล้ว ฉินเหวินจิ้งจึงหยิบหยกสื่อสารออกมา
"ฉางชิง ทางฝั่งอาจัดการเรื่องเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วนะ!"
ไม่นานนัก ฉินฉางชิงก็ส่งข้อความกลับมา "ท่านอาวางใจได้ ข้าเตรียมการทุกอย่างไว้พร้อมสรรพแล้ว คราวนี้จะไม่มีทางปล่อยให้เย่ฝานหนีรอดไปได้อีก"
"พรุ่งนี้กลางคืนจะเป็นวันตายของมัน!"