เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 379 การคุกคาม

บทที่ 379 การคุกคาม

บทที่ 379 การคุกคาม


เจคโกกรุ๊ปและสหรัฐอเมริกาต่างพากันทำร้ายซึ่งกันและกัน เมื่อเห็นว่าเจคโกกรุ๊ปทำตัวไร้กฎเกณฑ์ขนาดนี้ สหรัฐอเมริกาจึงได้ส่งท่าไม้ตายออกมาอีกครั้ง

ประเทศฉานมีกองทัพเรืออยู่หน่วยหนึ่ง โดยมีกำลังพลทหารเรือ 15,000 นาย ปฏิบัติภารกิจหลักในการรบชายฝั่งในแถบอ่าวเบงกอลและทะเลอันดามัน

เรือรบที่แข็งแกร่งที่สุดของกองทัพเรือเหล่านี้ มีระวางขับน้ำเพียงสองพันกว่าตันเท่านั้น

สิ่งนี้ในโลกของกองทัพเรือถือว่าไม่คุ้มค่าที่จะกล่าวถึงเลย กองทัพเรือฉานทั้งหมดจึงดูไม่โดดเด่นเอาเสียเลย

ในขณะที่เจคโกกรุ๊ปเข้ายึดครองประเทศฉานอย่างสมบูรณ์ กองทัพเรือหน่วยนี้ย่อมยอมจำนนต่อเจคโกกรุ๊ปอยู่แล้ว

เพราะด้วยพละกำลังของกองทัพเรือเพียงลำพัง ย่อมไม่มีทางที่จะต่อต้านเจคโกกรุ๊ปได้ และเรือของพวกเขาก็ไม่สามารถวิ่งขึ้นมาบนบกได้

ทว่าในเวลานี้สหรัฐอเมริกากลับยื่นมือเข้ามาแทรกแซง ก่อนหน้านี้สหรัฐอเมริกาได้ร่วมมือกับประเทศสมาชิกของกลุ่มภาคีกองกำลังแปดชาติเพื่อจัดตั้งปฏิบัติการคุ้มกันทางทะเลในแถบอ่าวเบงกอล เพื่อจัดการกับเหล่าโจรสลัดที่สัญจรไปมาและรักษาความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือ

ความจริงแล้วเป้าหมายของเรื่องนี้คือการมุ่งหวังที่จะปิดล้อมเส้นทางการขนส่งทางทะเลของเจคโกกรุ๊ปนั่นเอง

ในตอนนั้นรัฐบาลฉานก็ได้เข้าร่วมในปฏิบัติการคุ้มกันทางทะเลนี้ด้วย โดยมีเรือฟริเกตซี่ทัวสองลำที่ระวางขับน้ำ 2,500 ตัน ซึ่งประเทศฉานเป็นผู้สร้างขึ้นเองได้ออกปฏิบัติการร่วมกับกองเรือด้วย

เรือฟริเกตชนิดนี้ติดตั้งปืนป้องกันระยะประชิดขนาด 30 มม. ปืนยิงเร็วขนาด 76 มม. กระบอกหนึ่ง ฐานยิงมิซไซล์ต่อต้านเรือสี่ท่อสองฐาน ท่อยิงตอร์ปิโดขนาด 324 มม. สามท่อ เครื่องยิงลูกจรวดต่อต้านเรือดำน้ำห้าท่อ ปืนกลหลายลำกล้องขนาด 14.5 มม. และยังสามารถบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ต่อต้านเรือดำน้ำได้อีกหนึ่งลำ

เรียกได้ว่า แม้เรือฟริเกตซี่ทัวจะไม่มีชื่อเสียงในระดับโลกและเป็นเพียงเรือขนาดเล็ก แต่ก็นับว่าเป็นเรือรบที่แข็งแกร่งที่สุดของประเทศฉานแล้ว

ในยามที่กองทัพเรือฉานยอมสวามิภักดิ์ต่อเจคโกกรุ๊ปอย่างสมบูรณ์ เรือฟริเกตซี่ทัวทั้งสองลำที่เดิมปฏิบัติภารกิจอยู่ในกองเรือคุ้มกันของกลุ่มภาคีกองกำลังแปดชาตินั้น เดิมทีตั้งใจจะเดินทางกลับไปยังฐานทัพเรือในประเทศฉานเพื่อรับการจัดสรรจากเจคโกกรุ๊ป

ทว่าเรือฟริเกตซี่ทัวทั้งสองลำยังไม่ทันจะได้เดินทางออกจากกองเรือคุ้มกัน ก็ถูกกองเรือของกลุ่มภาคีกองกำลังแปดชาติปิดล้อมไว้ ทหารเรือบนเรือฟริเกตซี่ทัวทั้งสองลำถูกควบคุมตัว และเรือรบก็ถูกยึดไว้

《เมื่อเร็วๆ นี้ เรือฟริเกตซี่ทัวสองลำเกิดเหตุปืนลั่นในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่คุ้มกัน และได้สร้างความเสียหายให้แก่กองเรือของพวกเรา ก่อนที่จะมีการตรวจสอบหาข้อเท็จจริง เรือลำดังกล่าวจะถูกกลุ่มภาคีกองกำลังแปดชาติยึดไว้ชั่วคราว และจะถูกนำไปยังสยามเพื่อดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ จนกว่าการตรวจสอบจะเสร็จสิ้นจึงจะเริ่มกระบวนการคืนเรือต่อไป》

นี่คือคำกล่าวของโฆษกข่าวสำนักงานใหญ่ของกลุ่มภาคีกองกำลังแปดชาติ ซึ่งผู้ที่มีสายตาเฉียบแหลมมองดูเพียงปราดเดียวก็รู้แล้วว่าสหรัฐอเมริกาเริ่มเล่นตุกติกอีกครั้ง

《ทางเราจะรีบดำเนินการตรวจสอบเหตุการณ์ให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด และจะไม่มีวันปรักปรำผู้บริสุทธิ์อย่างแน่นอน》

นี่คือการตอบกลับจากทางฝั่งสยามที่ดำเนินตามรอยของสหรัฐอเมริกา และได้ส่งกองทัพเรือจำนวนมากออกไปเพื่อทำการรับมอบและคุมตัวเรือฟริเกตซี่ทัวในเขตทะเลสากล

พฤติกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักคือหวาดกลัวว่ากองทัพเรือฉานจะออกมาขัดขวาง จึงเป็นการกระทำเพื่อป้องกันไว้ก่อน

เมื่อเปรียบเทียบในด้านพละกำลังของกองทัพเรือแล้ว กองทัพเรือของสยามมีกำลังพลทั้งหมด 66,000 นาย ประกอบด้วยทหารราบนาวิกโยธิน 20,000 นาย ทหารจากหน่วยบัญชาการป้องกันชายฝั่งและทางอากาศ 8,000 นาย และทหารจากหน่วยบินทหารเรือ 1,150 นาย

ในด้านเรือรบ กองทัพเรือสยามถึงขนาดมีเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดเบาระวางขับน้ำหมื่นกว่าตันหนึ่งลำ และมีเรือรบประเภทต่างๆ จำนวนมากที่มีระวางขับน้ำสูงกว่า

พละกำลังโดยรวมของกองทัพเรือสยามนั้นแข็งแกร่งกว่ากองทัพเรือฉานอย่างมหาศาล การที่มีการส่งกองทัพเรือออกมาเป็นจำนวนมากขนาดนี้ ย่อมไม่เกรงกลัวว่ากองทัพเรือฉานจะออกมาสร้างปัญหาอยู่แล้ว

ทว่าเมื่อข่าวที่เรือฟริเกตซี่ทัวถูกยึดถูกเผยแพร่มาถึงประเทศฉาน ก็ได้สร้างความสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงในทันที

แม้ว่ารัฐบาลฉานจะล่มสลายไปแล้ว แต่เรือฟริเกตซี่ทัวทั้งสองลำนี้ในฐานะที่เป็นเรือรบที่แข็งแกร่งที่สุดที่ประเทศฉานสร้างขึ้นเอง ย่อมมีความหมายสำคัญในใจของชาวฉานเป็นอย่างยิ่ง ในตอนที่เริ่มเปิดตัวครั้งแรกนั้น ประชาชนจำนวนมากต่างพากันรู้สึกภาคภูมิใจอย่างถึงที่สุด

ในวันนี้เมื่อได้ยินว่าเรือฟริเกตซี่ทัวทั้งสองลำถูกสหรัฐอเมริกาอายัดไว้ ประชาชนชาวฉานนับไม่ถ้วนจึงพากันโกรธแค้น และพากันออกมาเดินขบวนประท้วงการกระทำของกลุ่มภาคีกองกำลังแปดชาติตามท้องถนนด้วยตนเอง

เจคโกกรุ๊ปได้ออกมาตอบโต้อย่างรวดเร็ว ทว่ามันไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับเรือฟริเกตซี่ทัว

หลิวอิ่งอิ่งเผชิญหน้ากับกล้องของบรรดานักข่าวสื่อมวลชนนับไม่ถ้วน โดยไม่ได้กล่าวประท้วงเรื่องการที่กลุ่มภาคีกองกำลังแปดชาติยึดเรือฟริเกตซี่ทัวแต่อย่างใด เพราะความหน้าด้านของสหรัฐอเมริกานั้น ย่อมไม่แยแสต่อการประณามเพียงถ้อยคำอยู่แล้ว

"เพื่อตอบโต้ต่อสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างประเทศในระยะนี้ ทางเราจะเริ่มดำเนินการขยายกองทัพรอบใหม่ โดยวางแผนที่จะขยายกองทัพบกเป็นห้าแสนนาย ในขณะเดียวกันจะจัดตั้งกองทัพเรือและกองทัพอากาศที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม และจะวิจัยพัฒนาสร้างเรือรบกองทัพเรือและเครื่องบินรบกองทัพอากาศขึ้นมาเอง"

หลิวอิ่งอิ่งกล่าวถึงเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้อง แต่ลำดับต่อมา ทั่วทั้งเจคโกกรุ๊ปก็ได้เริ่มดำเนินการขยายกองทัพอย่างบ้าคลั่ง ในขณะเดียวกันกองทัพแต่ละหน่วยก็ได้เริ่มเคลื่อนทัพออกปฏิบัติการ

วันที่ 3 เมษายน กองพลน้อยสังเคราะห์หนักที่ 1 ของเจคโกกรุ๊ปได้ประจำการอยู่ที่เมืองซางม่อ ซึ่งเป็นชายแดนที่ติดกับสยาม

วันที่ 5 เมษายน กองพลทหารราบยานยนต์ที่ 6, กองพลทหารราบภูเขาที่ 23 และกรมการบินทหารบกที่ 2 ของเจคโกกรุ๊ปได้ทยอยเคลื่อนทัพเข้าสู่ชายแดนระหว่างประเทศฉานและสยาม

วันที่ 9 เมษายน กองพลน้อยทหารปืนใหญ่ที่ 3 ของเจคโกกรุ๊ป และกองพลภูเขาอีกห้าหน่วย ได้แก่ กองพลที่ 3, 9, 11, 17 และ 37 ได้เคลื่อนทัพเข้าสู่ป่าเขาซงกู่อีกครั้ง

กองทัพแต่ละหน่วยของเจคโกกรุ๊ปเริ่มเคลื่อนทัพ และจัดการซ้อมรบขนาดใหญ่ที่ชายแดนอย่างโจ่งแจ้ง

ในขณะเดียวกัน หลายคนต่างพากันตกตะลึงเมื่อตรวจพบว่า กองพันเหล็กกล้าที่เพิ่งได้รับเหรียญตราเกียรติยศมาหมาดๆ นั้น ไม่ได้เดินทางกลับไปยังกรมทหารของตน แต่กลับมุ่งหน้าตรงไปยังชายแดนสยามในทันที

การกระทำในครั้งนี้ของเจคโกกรุ๊ปได้สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก ส่วนทางฝั่งสยามนั้นต่างพากันตกใจจนวุ่นวายไปหมด

เจคโกกรุ๊ปที่เพิ่งจะปราบรัฐบาลฉานลงได้นั้นกำลังอยู่ในช่วงฮึกเหิม กองทัพที่ดั่งฝูงเสือและสิงโตเช่นนี้ ผนวกกับการมีอยู่ของกองพันเหล็กกล้า การที่มีทัพหลวงขนาดมหึมามาประชิดชายแดนเช่นนี้ ได้สร้างแรงกดดันทางจิตใจให้แก่สยามอย่างมหาศาล

แม้ว่ากองทัพเรือสยามจะแข็งแกร่ง และกองทัพอากาศจะได้เปรียบ แต่กองทัพบกกลับล้าหลังอย่างมาก โดยมียอดกำลังพลเพียงยี่สิบหมื่นนาย และยุทโธปกรณ์ของกองทัพบกยังเก่าคร่ำครึอย่างยิ่ง

ยิ่งไปกว่านั้นสยามยังมีความคล้ายคลึงกับประเทศฉาน เนื่องจากภายในเขตแดนมีภูเขาและป่าไม้จำนวนมาก

ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ อานุภาพของกองทัพอากาศจะถูกจำกัดอย่างมาก และกลายเป็นสวรรค์สำหรับการสู้รบแบบกองโจรของหน่วยรบภาคพื้นดินแทน

ไม่ต้องพูดถึงการที่เจคโกกรุ๊ปยังมีสุดยอดนักรบและกองพันเหล็กกล้าที่เป็นไพ่ตาย หากเจคโกกรุ๊ปบุกเข้ามาในเขตแดนสยามจริง ด้วยพละกำลังของกองทัพบกเพียงยี่สิบหมื่นนายที่ห่างหายจากสงครามมานานและมียุทโธปกรณ์เก่าแก่นั้น ย่อมไม่มีทางต้านทานกองทัพทหารที่แสนเหี้ยมเกรียมของเจคโกกรุ๊ปได้อย่างแน่นอน

ในช่วงเวลาหนึ่ง ทั่วทั้งสยามจึงตกอยู่ในความหวาดระแวง ต่างพากันระดมกองทัพของตนเองอย่างตื่นตระหนกเพื่อไปเสริมทัพที่ชายแดน และเริ่มประกาศเรียกตัวเหล่าทหารเกณฑ์ที่ปลดเกษียณไปแล้วให้กลับมาเป็นกำลังสำรองอย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกันก็ได้ส่งขอความช่วยเหลือไปยังสังคมโลก และกล่าวโทษการกระทำที่เป็นการคุกคามทางการทหารของเจคโกกรุ๊ปในที่ประชุมสหประชาชาติ

สังคมโลกทั้งหมดต่างพากันอึ้งกับการกระทำของเจคโกกรุ๊ปในครั้งนี้ นี่มันดุดันยิ่งกว่ารัสเซียเสียอีก! เพียงเพราะคนอื่นยึดเรือฟริเกตของคุณไปสองลำ คุณถึงขนาดส่งกองทัพใหญ่จะไปถล่มเขาเชียวหรือ

"เจคโกกรุ๊ปมีความโลภอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ภายหลังจากที่ยึดครองประเทศฉานมาได้แล้ว กลับมุ่งหมายที่จะลงมือกับสยามของพวกเราอีก นี่คือองค์กรที่มองไม่เห็นหัวคนอื่นและเพิกเฉยต่อความสงบสุขสากลอย่างที่สุด พวกเราจะต้องยอมให้เขาทำตัวไร้ระเบียบเช่นนี้ต่อไปหรือครับ"

นี่คือคำกล่าวของตัวแทนสยามที่พูดในที่ประชุมสหประชาชาติ โดยแสดงออกแบบผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส

ตัวแทนจากประเทศฉานก็ได้เข้าร่วมในที่ประชุมสหประชาชาติครั้งนี้ด้วย เมื่อเผชิญหน้ากับการกล่าวโทษของสยาม เขาจึงยิ้มเยาะพลางตอบกลับว่า "สยามอายัดเรือฟริเกตซี่ทัวของพวกเราอย่างผิดกฎหมาย นี่คือการคุกคามประเทศฉานก่อน พวกเราจะใช้วิธีการของพวกเราเองเพื่อนำเรือรบกลับคืนมา"

"ผู้ที่อายัดเรือรบของพวกคุณคือสหรัฐอเมริกา พวกเราเป็นเพียงผู้รับฝากชั่วคราวเท่านั้น"

ตัวแทนสยามโกรธจนแทบจะเต้น ความจริงเขาก็พอจะเดาสาเหตุของเรื่องนี้ได้อยู่แล้ว เพียงแต่ปฏิกิริยาของเจคโกกรุ๊ปมันเกินความคาดหมายไปมาก ใครจะไปคิดว่าจะเปิดฉากสงครามเพียงเพราะเรือฟริเกตสองลำกันเล่า

"เรือรบในตอนนี้อยู่ในน้ำมือของพวกคุณ พวกเราย่อมต้องไปหาพวกคุณอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นสยามเองก็เป็นสมาชิกของกลุ่มภาคีกองกำลังแปดชาติ เรือฟริเกตซี่ทัวก็ถูกยึดในนามของกลุ่มภาคีกองกำลังแปดชาติ การไปหาพวกคุณจึงไม่มีอะไรผิด"

ตัวแทนประเทศฉานกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา สหรัฐอเมริกานั้นในตอนนี้อาจจะจัดการไม่ได้ แต่การจะถล่มสยามอย่างคุณนั้นย่อมเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายดายยิ่งนัก

"พวกคุณเจคโกกรุ๊ปเป็นบ้าไปแล้วหรือ! อยากเปิดฉากสงครามหรือไง เจคโกกรุ๊ปคิดว่าพละกำลังทางทหารจะสามารถกลืนกินทุกสรรพสิ่งได้หรือ!"

ตัวแทนจากสหรัฐอเมริกาตบโต๊ะอย่างแรงด้วยสีหน้าที่เขียวปัดด้วยความโกรธ

สยามคือลูกน้องของตนเอง หากมองดูเจคโกกรุ๊ปบุกโจมตีสยามไปต่อหน้าต่อตาโดยที่ตนเองที่เป็นลูกพี่ใหญ่นิ่งเฉยแล้วล่ะก็ ลูกน้องคนอื่นๆ จะมองตนเองอย่างไร?

"งั้นก็มาลองพิสูจน์ฝีมือกันดู"

ตัวแทนประเทศฉานสะบัดหน้าแล้วเดินจากไป ทิ้งให้ตัวแทนสยามนั่งหน้าถอดสีด้วยความหวาดกลัว

เพราะสหรัฐอเมริกานั้นไม่แยแส แต่สำหรับสยามในตอนนี้ย่อมไม่มีทางรบชนะเจคโกกรุ๊ปได้แน่นอน!

สหรัฐอเมริกาเต็มที่ก็แค่สะบัดก้นหนีไป เหมือนที่เคยทำที่สนามบินย่างกุ้ง

ทว่าสยามมีแผ่นดินติดกับประเทศฉานเป็นบริเวณกว้าง ย่อมไม่อาจจะเผ่นหนีไปไหนได้เลย

ในยามที่เหตุการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น เจคโกกรุ๊ปได้เคลื่อนทัพเข้าสู่ชายแดนสยามอีกสามหมื่นนาย แม้แต่ทางฝั่งสยามเองก็ตรวจพบร่องรอยของสุดยอดนักรบที่ลอบข้ามพรมแดนเข้ามเพื่อสืบข่าวกรองข้าศึกแล้ว

กองทัพสยามหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด สงครามยังไม่ทันจะเริ่ม ทหารสยามที่ได้ยินกิตติศัพท์ความโหดเหี้ยมของกองพันเหล็กกล้าก็เริ่มมีทหารหนีทัพปรากฏขึ้นแล้ว

กษัตริย์สยามถึงขนาดเรียกประชุมเหล่าเสนาบดีในยามดึกดื่น ภายหลังจากที่มีการประชุมร่วมกันเป็นเวลาสามวัน ก็ได้เพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องของสหรัฐอเมริกา และริเริ่มดำเนินการยอมจำนนต่อเจคโกกรุ๊ปด้วยตนเอง

《ภายหลังจากการตรวจสอบอย่างเข้มงวดของทางเรา พบว่าเหตุการณ์ปืนลั่นของเรือฟริเกตซี่ทัวเป็นเพียงความเข้าใจผิด ในตอนนี้ทางเราจะส่งคืนเรือฟริเกตทั้งสองลำให้แก่ประเทศฉานในทันที ในขณะเดียวกันจะชดเชยเงินหนึ่งพันล้านดอลลาร์ เพื่อเป็นการชดเชยที่ทำให้ทัพช้าลงในช่วงที่มีการตรวจสอบ》

ประกาศที่รัฐบาลสยามออกครั้งนี้เน้นไปที่การยอมจำนน ไม่เพียงแต่จะส่งเรือรบและทหารเรือกลับมาครบถ้วนเท่านั้น แต่ยังมอบเงินอีกหนึ่งพันล้านดอลลาร์เพื่อเป็นการขอโทษ

ราคาในครั้งนี้สูงกว่าค่าก่อสร้างเรือฟริเกตซี่ทัวสองลำรวมกันถึงหนึ่งเท่าตัว เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลสยามหวาดกลัวเจคโกกรุ๊ปอย่างมากจริงๆ

การที่สามารถใช้เงินหนึ่งพันล้านดอลลาร์แลกกับความสงบสุขได้ สำหรับรัฐบาลสยามแล้วทุกอย่างย่อมคุ้มค่า จีดีพีของพวเขาสูงถึงเจ็ดแสนล้านดอลลาร์ เงินหนึ่งพันล้านดอลลาร์จึงไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับสยามเลย

ส่วนเจคโกกรุ๊ปเมื่อเห็นว่าการคุกคามทางการทหารได้ผลแล้ว ก็ได้จังหวะถอยทัพกลับทันที

เจคโกกรุ๊ปที่เพิ่งจะยึดครองประเทศฉานในตอนนี้ ย่อมต้องการเวลาเพื่อพัฒนาพละกำลังภายในและพัฒนาประเทศฉานให้ดีเสียก่อน จึงไม่ควรที่จะเปิดฉากสงครามขึ้นมาอีกโดยไม่จำเป็น

ความขัดแย้งในครั้งนี้จึงมลายหายไป ทว่าสหรัฐอเมริกาเลับมีความระมัดระวังต่อเจคโกกรุ๊ปมากยิ่งขึ้น

เมื่อเห็นเจคโกกรุ๊ปทำตัวเยี่ยงคนบ้าที่พร้อมจะตะบันหน้าลูกน้องของตนเองเพียงเพราะความเห็นไม่ตรงกันเพียงนิดเดียว สหรัฐอเมริกาจึงทำได้เพียงช่วยให้สยามเสริมสร้างพละกำลังทางการอาวุธให้แข็งแกร่งขึ้น ในขณะเดียวก็ได้ออกกฎหมายคว่ำบาตรต่อเจคโกกรุ๊ปที่รุนแรงกว่าเดิม โดยมีการจำกัดการนำเข้าชิป พลังงาน ธรณีภาค และวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ได้ทั้งทางพลเรือนและทางทหารเข้าสู่เขตแดนประเทศฉาน

ทว่าบนโลกใบนี้ ประเทศที่ไม่เห็นแก่หน้าสหรัฐอเมริกาก็มีอยู่มากพอควร

เช่นประเทศหมีขาวที่เจคโกกรุ๊ปได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจจำนวนมหาศาล เช่น ด้านการทำเหมืองและพลังงาน

ประเทศอื่นๆ ก็มีข้อตกลงความร่วมมือเล็กๆ น้อยๆ อีกไม่น้อย รวมถึงมีกลุ่มทุนจากต่างชาติเดินทางมาลงทุนในเขตแดนประเทศฉานอย่างต่อเนื่อง

เจคโกกรุ๊ปมีเงินทุนมหาศาล ภายหลังจากเข้ายึดครองประเทศฉานได้อย่างสมบูรณ์ ประเทศฉานก็ได้ก้าวเข้าสู่ยุคของการพัฒนครั้งใหญ่

โครงสร้างพื้นฐานที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ในแต่ละแห่ง ทั้งตึกระฟ้า ถนน โรงเรียน โรงพยาบาล โรงงานถลุงเหล็ก โรงงานปุ๋ยเคมี โรงไฟฟ้า และอื่นๆ

ทั่วทั้งประเทศฉานจึงราวกับเป็นพื้นที่ก่อสร้างขนาดมหาศาล ทุกที่ต่างเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา และยังนำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจที่ยิ่งใหญ่

แม้ว่าเจคโกกรุ๊ปจะเพิ่งยึดทรัพย์สินของบริษัทน้ำมันเหล่านั้นไปไม่นาน แต่ก็ยังมีกลุ่มทุนเดินทางมาเพื่อลงทุนและสร้างโรงงานอย่างต่อเนื่อง เพียงเพราะมีกำไรมากพอ ผลกำไรที่มากพอย่อมทำให้กลุ่มทุนกล้าที่จะเสี่ยงทำเรื่องที่อันตราย

สิ่งที่สหรัฐอเมริกาเรียกว่าการปิดล้อม จึงย่อมกลายเป็นเรื่องตลกไปในที่สุด พวกเขาไม่มีทางขัดขวางการพัฒนาของประเทศฉานได้เลย

สหรัฐอเมริกาจึงทำได้เพียงมุ่งหวังที่จะดำเนินการเพื่อทำลายห่วงโซ่ทางเศรษฐกิจของเจคโกกรุ๊ปในระดับโลก โดยพยายามสั่งแบนน้ำยาปลูกผมเทียนหยวนและยาแก้สายตาสั้นเทียนหยวนไม่ให้มีการลักลอบนำเข้าในรูปแบบสินค้าหนีภาษี

ทว่าผลิตภัณฑ์ทั้งสองอย่างนี้ได้เข้าไปอยู่ในใจของผู้คนนานแล้ว ย่อมไม่มีทางที่จะกำจัดได้หมดสิ้นไป ผลกำไรที่มากพอย่อมทำให้คนบ้าคลั่ง ต่อให้จับกุมเท่าไหร่ก็จับไม่หมด

ส่วนเจคโกกรุ๊ปเองก็ได้ทำการตอบโต้เช่นกัน กลุ่มติฮัวนาที่อยู่ในเขตแดนประเทศเม็กซิโกก็ได้ใช้ช่วงเวลาที่มีการลักลอบขนส่งผลิตภัณฑ์ของเจคโกกรุ๊ปจำนวนมหาศาลนั้น ดำเนินการโจมตีเหล่าเจ้าหน้าที่ตรวจสอบของสหรัฐอย่างไม่ละอายใจ

มีการใช้อาวุธหนักในสนามรบอย่างปืนไรเฟิลและมิซไซล์ต่อต้านรถถัง บางครั้งถึงขนาดมีสุดยอดนักรบออกปฏิบัติหน้าที่ด้วย ซึ่งล้วนเป็นสุดยอดนักรบระดับสองและสาม

สุดยอดนักรบเหล่านี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นเจคโกกรุ๊ปที่ฝึกฝนอยู่ภายในกลุ่มติฮัวนานั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ยาเสริมกายมีเพียงเจคโกกรุ๊ปเท่านั้นที่ครอบครอง จึงไม่ต้องเกรงกลัวว่าสุดยอดนักรบของกลุ่มติฮัวนาเหล่านี้จะหลุดจากการควบคุม เพราะสุดยอดนักรบระดับสองและสามเหล่านี้ หากขาดการได้รับยาเสริมกายไป ก็ย่อมไม่มีทางที่จะมีสมรรถภาพร่างกายและประสาทสัมผัสที่เหนือกว่าขีดจำกัดของมนุษย์ทั่วไปได้เลย

ภายใต้การโจมตีที่เหี้ยมเกรียมด้วยอาวุธหนักและสุดยอดนักรบ เหล่าเจ้าหน้าที่ตรวจสอบชายแดนของสหรัฐต่างพากันปวดหัวอย่างหนัก และจำเป็นต้องอัปเกรดยุทโธปกรณ์ของตนเองอย่างต่อเนื่อง

จากเดิมที่เคยใช้เพียงปืนยาว ในตอนนี้ต่างพากันมีรถหุ้มเกราะ เฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธ เครื่องยิงลูกจรวด และปืนกลหนักกันพรึบพรับ หากคนที่ไม่รู้มองมาก็คงคิดว่าเป็นกองทัพยานยนต์หน่วยหนึ่ง เห็นได้แจ้งชัดว่าพวกเขาถูกบีบคั้นจนถึงขีดสุดขนาดไหน

เจคโกกรุ๊ปและสหรัฐอเมริกาต่างพากันประลองฝีมือ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะไม่มีความขัดแย้งทางการทหารขนาดใหญ่เกิดขึ้น ทว่าการต่อสู้ทางเศรษฐกิจเช่นนี้ ก็มีความอันตรายและเหี้ยมเกรียมไม่แพ้กันเลย

จบบทที่ บทที่ 379 การคุกคาม

คัดลอกลิงก์แล้ว