- หน้าแรก
- สยบยุทธภพด้วยระบบความปรารถนาร้าย
- บทที่ 185 - หากสำนักเหิงซานยอมรับศิษย์ชายก็คงจะดี...
บทที่ 185 - หากสำนักเหิงซานยอมรับศิษย์ชายก็คงจะดี...
บทที่ 185 - หากสำนักเหิงซานยอมรับศิษย์ชายก็คงจะดี...
บทที่ 185 - หากสำนักเหิงซานยอมรับศิษย์ชายก็คงจะดี...
เฉินอวี้สงสัยอย่างหนักว่าม่อต้ากับชวีหยางต้องเป็นพวกเสี่ยวเฮยจื่อ (พวกแอนตี้แฟน) แน่ๆ
คนพวกนี้สมควรโดนยาพิษลวี่ซือหาน (จดหมายเตือนทนาย) กรอกปากเสียให้เข็ด
เนื่องจากชวีหยางบาดเจ็บหนักเกินไป และเพื่อป้องกันไม่ให้คนของห้าสำนักกระบี่แห่งขุนเขาในเมืองเหิงหยางมาพบเข้า
เฉินอวี้จึงแบกเขาไปซ่อนไว้ที่ตรอกข้างๆ
บ่าวรับใช้คนหนึ่งเดินมาเปิดประตู เมื่อเห็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาก็รีบส่งยิ้มประจบประแจง "เชิญขอรับนายท่าน รอท่านมาตั้งนานแล้วขอรับ"
แต่พอเห็นชวีเฟยเยียนและอี๋หลินที่เดินตามหลังมา คนหนึ่งเป็นเด็กสาว อีกคนเป็นแม่ชี ก็ถึงกับอ้าปากค้าง
เขาทำงานอยู่ที่หอฉวินอวี้มาหลายปี เคยเห็นคนพาสาวๆ มาก็เยอะ แต่สถานการณ์แบบนี้เพิ่งจะเคยเจอเป็นครั้งแรก
"ที่นี่... หอนางโลมงั้นหรือ?" ชวีเฟยเยียนปรบมือชอบใจ ชูนิ้วโป้งให้ "พี่เฉิน ท่านฉลาดจริงๆ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าพวกห้าสำนักกระบี่แห่งขุนเขาจะตามหาพวกเราเจอในที่แบบนี้"
ส่วนอี๋หลินที่อยู่ด้านหลัง หน้าซีดเผือด นางเป็นคนใสซื่อบริสุทธิ์
แม้นางจะไม่รู้ว่าหอนางโลมมีไว้ทำอะไร แต่ก็เคยได้ยินศิษย์พี่เล่าว่า ผู้ชายในใต้หล้าขอเพียงมีเงิน ก็สามารถเรียกหญิงคณิกามาปรนนิบัติได้
สถานที่แบบนี้ ผู้ทรงศีลอย่างนางจะเข้าไปได้อย่างไร
"แม่ชีน้อยอี๋หลิน ข้อความที่เจ้าควรมาส่ง เจ้าก็ส่งแล้ว หากอวี๋ชางไห่ดึงดันจะมาหาเรื่องข้า นั่นก็เป็นเรื่องของข้า ไม่เกี่ยวกับเจ้า" เฉินอวี้สั่งให้คนพาชวีหยางไปพักผ่อนก่อน แล้วหันมาพูดกับอี๋หลิน "หากซือไท่ติ้งอี้อาจารย์ของเจ้าถูกอวี๋ชางไห่ยุยงให้มาทำร้ายข้า ข้าจะไว้ชีวิตนางให้สักครั้งก็แล้วกัน"
อี๋หลินชะงักไปครู่หนึ่ง แต่พอเห็นสีหน้าเรียบเฉยของเฉินอวี้ ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องที่ง่ายดายที่สุดในโลก
ก็แอบคิดในใจว่า หรือคนผู้นี้จะสามารถต่อกรกับศิษย์สำนักชิงเฉิงนับร้อยได้จริงๆ
พอคิดถึงบุญคุณที่เขาเคยช่วยชีวิตตนไว้ ก็ไม่อาจตัดใจจากไปได้ นางเอ่ยเสียงอ่อนโยน "ข้าจะอยู่กับท่าน หากท่านอาจารย์ตำหนิ ข้าจะเป็นคนอธิบายให้เอง"
ยังไงนางก็ไม่อยากเห็นอาจารย์กับผู้มีพระคุณต้องมาต่อสู้กัน
แล้วแต่เจ้าก็แล้วกัน
เฉินอวี้ไม่เซ้าซี้อีก เขาเดินนำเข้าไปในห้อง
หอฉวินอวี้เป็นหอนางโลมอันดับต้นๆ ของเมืองเหิงหยาง การตกแต่งภายในห้องจึงดูหรูหราอลังการมาก
อี๋หลินเดินตามเข้าไป มองซ้ายมองขวาจนตาลาย
นางบวชที่อารามไป๋อวิ๋นตั้งแต่เด็ก ห่มแต่ผ้าห่มหยาบๆ สวมแต่ชุดสีซีดๆ จะเคยเห็นความหรูหราแบบนี้ได้อย่างไร
จู่ๆ ก็มีแม่เล้าเดินเข้ามาในห้อง นางสวมเสื้อผ้ารัดรูป เผยให้เห็นผิวขาวเนียนกว้างขวาง รูปร่างเย้ายวนใจ
อี๋หลินแค่ปรายตามอง ก็รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งแก้ม รีบหลับตาปี๋ พนมมือสวดมนต์ทันที
"นายท่าน~ ในเมื่อพาคุณหนูคนสวยมาตั้งสองคน คงจะไม่ได้สนใจสาวๆ ในหอของเราแล้วสิ..." แม่เล้ากวาดตามองอี๋หลินและชวีเฟยเยียน มุมปากยกยิ้ม "แต่ที่นี่คือสถานเริงรมย์นะเจ้าคะ ท่านจะ..."
"อืม" เฉินอวี้ปรายตามองชวีเฟยเยียน แม่หนูน้อยก็รีบล้วงเอาเงินก้อนหนึ่งออกมาจากกระเป๋า โยนให้อีกฝ่ายทันที
พอเห็นเงิน แม่เล้าก็ตาลุกวาว รีบรับเงินแล้วเดินออกไปอย่างเบิกบานใจ
ส่วนชวีหยางที่นอนอยู่บนเตียง นางไม่เอ่ยถามถึงเลยแม้แต่น้อย
"สถานที่อโคจรแบบนี้แหละซ่อนตัวดีนัก คนพวกนี้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ เจอคนมาแล้วทุกรูปแบบ" เฉินอวี้อธิบายเมื่อเห็นอี๋หลินทำหน้าสงสัย
ชวีเฟยเยียนเป็นห่วงอาการของชวีหยาง พอปิดประตูเสร็จ นางก็รีบเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด
เมื่อได้ยินเขาพูดจามีหลักการ นางก็อดไม่ได้ที่จะเบะปาก แซวว่า "พี่เฉิน ท่านมาสถานที่แบบนี้บ่อยล่ะสิ"
"ใส่ร้ายกันชัดๆ" เฉินอวี้ถลึงตาใส่นาง
หากคิดดูให้ดี ในบรรดาพรรคกระยาจกเหนือ มีแค่ผู้อาวุโสอู๋ฉางเฟิงเท่านั้นที่แวะเวียนมาสถานที่แบบนี้บ้างเป็นครั้งคราว แถมตอนอยู่ที่ลั่วหยางก็เคยชวนเขามาด้วย
เพียงแต่ตอนนั้นเขาไม่ได้มา
พอได้ยินเขาปฏิเสธ สีหน้าของอี๋หลินก็ดูสดใสขึ้น นางหันไปมองชวีหยางที่นอนอยู่บนเตียง อาการบาดเจ็บของเขาดูสาหัสมาก
นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วล้วงเอาขวดเล็กๆ ออกมาจากอกเสื้อ เทโอสถออกมาสองเม็ด
แล้วเอ่ยด้วยความเป็นห่วง "นี่คือ 'ยาเม็ดดีหมีไป๋อวิ๋น' ยาสมานแผลของสำนักเหิงซาน น่าจะช่วยบรรเทาอาการบาดเจ็บของเขาได้บ้าง แต่มันมีฤทธิ์แรงมาก กินเข้าไปแล้วอาจจะต้องหลับไปครึ่งค่อนวันเลยนะเจ้าคะ"
ชวีหยางรู้สึกดีขึ้นบ้างแล้ว เขาฝืนลืมตาขึ้น แต่กลับพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธที่จะกินยานั้น
สหายรักของเขากำลังจะทำพิธีล้างมือในอ่างทองคำในวันพรุ่งนี้ เรื่องสำคัญระดับนี้จะให้เขานอนหลับไปได้อย่างไร
เขาเงยหน้าขึ้นมองเฉินอวี้ เห็นชวีเฟยเยียนหลานสาวสุดที่รักปลอดภัยดี ก็พยายามเค้นเสียงออกมาว่า "ขอบ... คุณ"
ในเมื่อคนผู้นี้เต็มใจช่วยชีวิตหลานสาวของตน เขาย่อมไม่ใช่คนของห้าสำนักกระบี่แห่งขุนเขา หรือพรรคสุริยันจันทราอย่างแน่นอน
"ข้าเป็นคนมีเมตตา สำนักเหอฮวนของข้าก็เป็นสำนักฝ่ายธรรมะที่ซื่อตรงที่สุด การช่วยชีวิตหลานสาวของท่านไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย" เฉินอวี้แค่นเสียงหัวเราะ
ชวีเฟยเยียนได้ยินก็แอบมองบน แล้วกระซิบฟ้องชวีหยางเรื่องที่เฉินอวี้บังคับให้นางเป็นสาวใช้ แถมยังหลอกเอาเงินนางไปอีก
ชวีหยางทำหน้าปลงๆ เขามองออกถึงเจตนาดีของเฉินอวี้
จึงได้แต่พูดกับหลานสาวว่า "สมควรแล้ว"
พูดจบก็หลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า
"สภาพปู่ของเจ้าแบบนี้ ขืนพรุ่งนี้ไปที่จวนหลิวเจิ้งเฟิงก็ป่วยการเปล่า" เฉินอวี้จำได้อย่างแม่นยำว่าเหตุการณ์ในหนังสือ พิธีล้างมือในอ่างทองคำของหลิวเจิ้งเฟิงวุ่นวายขนาดไหน
นั่นเป็นแผนฆ่าล้างโคตรที่จั่วเหลิ่งฉาน ผู้นำห้าสำนักกระบี่แห่งขุนเขา เตรียมการไว้ล่วงหน้าเพื่อจัดการกับบุคคลหมายเลขสองของสำนักเหิงซาน
เหมือนกับที่อวี๋ชางไห่ทำกับสำนักคุ้มภัยฝูเวยไม่มีผิด
"แล้วท่านมีวิธีอะไรบ้างไหม... พี่เฉิน..." ชวีเฟยเยียนจับแขนเสื้อของเขา เอ่ยด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร
ชวีหยางไม่ยอมกินยาเม็ดดีหมีไป๋อวิ๋น ต่อให้ต้องฝืนทนบาดเจ็บก็จะไปจวนหลิวเจิ้งเฟิงให้ได้ หากปล่อยไว้แบบนี้ต้องตายแน่ๆ
ชวีเฟยเยียนฉลาดหลักแหลม เมื่อเห็นเฉินอวี้พูดจาสบายๆ ก็รู้ว่าเขาต้องมีวิธีช่วยเหลือแน่นอน
อี๋หลินเป็นผู้ทรงศีลย่อมมีจิตใจเมตตา นางก็มองเขาด้วยสายตาคาดหวังเช่นกัน
"วิธีน่ะมีแน่นอน" เฉินอวี้แกล้งทำเป็นครุ่นคิด ถอนหายใจแล้วกล่าวว่า "ข้ามีเคล็ดวิชาประจำตระกูลที่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บได้อย่างรวดเร็ว แต่วิชานี้ค่อนข้างอันตราย ข้าอาจจะต้องสูญเสียอายุขัยไปบ้าง"
พอได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของชวีเฟยเยียนและอี๋หลินก็เปลี่ยนไปทันที
【เป้าหมายปัจจุบัน: ชวีเฟยเยียน】
【ความปรารถนาร้ายที่ 1: จะเสียอายุขัยจริงๆ หรือ... เฮ้อ ถ้าท่านปู่ฝืนลากสังขารนี้ไป แล้วพวกห้าสำนักกระบี่แห่งขุนเขามาเจอเข้า จะทำยังไงดี...】 รางวัลระดับกลาง
เฉินอวี้ลอบยิ้ม
ชวีเฟยเยียนอยากให้เขาช่วยปู่ของนางอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่กล้าเอ่ยปากขอร้องเท่านั้น
เขาแกล้งไอกระแอมสองสามครั้ง แววตาเด็ดเดี่ยวขึ้น "ช่างเถอะ ช่วยชีวิตคนได้กุศลแรงกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น ใครใช้ให้ข้าเป็นคนดีล่ะ"
การได้ใช้เวลาอยู่กับฮูหยินหม่า (คังหมิ่น) ทำให้ทักษะการแสดงของเขาพัฒนาขึ้นมาก ตอนนี้ใบหน้าของเขาดูเปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณา
แม้แต่เด็กฉลาดอย่างชวีเฟยเยียนก็ยังดูไม่ออก นางกะพริบตาปริบๆ ขอบตาเริ่มแดงระเรื่อ
อี๋หลินยิ่งมีสีหน้าเคร่งขรึม นางคิดในใจว่าคนที่มีจิตใจเมตตาปานนี้ เฉินอวี้น่าจะไปบวชเป็นพระเสียให้รู้แล้วรู้รอด
【ความปรารถนาร้ายที่ 1: หากสำนักเหิงซานยอมรับศิษย์ชายก็คงจะดี...】 รางวัลระดับสูง
หือ?
เฉินอวี้อดไม่ได้ที่จะหันไปมองนางแวบหนึ่ง แม่ชีน้อยคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่เนี่ย
เขาพยุงชวีหยางขึ้นมา แล้วเริ่มใช้พลังเก้าเอี๊ยง ค่อยๆ ถ่ายทอดปราณแท้เก้าเอี๊ยงเข้าสู่ร่างกายของอีกฝ่าย
สีหน้าของชวีหยางเริ่มมีเลือดฝาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเห็นว่าหน้าผากของเฉินอวี้เริ่มมีเหงื่อผุดซึม ชวีเฟยเยียนก็ทำหน้าที่สาวใช้ขึ้นมาจริงๆ
นางใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กซับเหงื่อที่หน้าผากให้เขาอย่างเบามือ สีหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใย "พี่เฉิน ท่านไม่เป็นไรนะเจ้าคะ"
อี๋หลินตั้งใจจะไปรองน้ำมาให้เขา แต่พอเดินออกไปนอกห้อง ก็เห็นเงาคนหลายคนปรากฏขึ้นบนกำแพงเตี้ย
กลับกลายเป็นพวกอาจารย์แห่งห้าสำนักกระบี่แห่งขุนเขา
ซือไท่ติ้งอี้อาจารย์ของนางก็ยืนรวมอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย พวกเขากำลังมองซ้ายมองขวา ราวกับกำลังตามหาใครสักคน
อี๋หลินหน้าซีดเผือด แต่นางก็ยังรวบรวมความกล้า ร้องเรียก "ท่านอาจารย์~"
นางคิดในใจว่าแย่แล้ว คนพวกนี้คงฟังคำยุยงของศิษย์ลุงอวี๋ แล้วตามมาหาเรื่องเฉินอวี้แน่ๆ
แต่พวกเขาตามมาเจอที่นี่ได้ยังไงกันนะ?
"อี๋หลิน?" ซือไท่ติ้งอี้เป็นคนตัวสูงใหญ่ น้ำเสียงของนางแหบห้าวและหยาบกระด้างยิ่งกว่าบุรุษเสียอีก
พอเห็นอี๋หลิน ใบหน้าของนางก็พลันเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ โกรธจนตัวสั่น "เจ้า... เจ้าก็ถูกไอ้โจรชั่วนั่นจับตัวมาด้วยหรือ!"
อี๋หลินเบิกตากว้าง รีบส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน "ไม่ใช่โจรชั่วนะเจ้าคะ เขาไม่ใช่โจรชั่ว ท่านอาจารย์ เขาเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตข้าไว้ต่างหาก"
"หุบปาก!" ซือไท่ติ้งอี้โกรธจนแทบคลั่ง ตวาดลั่น "อี๋ติงศิษย์พี่ของเจ้าก็ถูกไอ้โจรสารเลวนั่นจับตัวไป เจ้าไม่รู้หรือไง"
เอ๊ะ?
อี๋หลินถึงกับงุนงง "ท่านอาจารย์ ตั้งแต่ข้าออกมา ข้าก็อยู่กับเขาตลอดเวลาเลยนะเจ้าคะ เขาไม่ได้จับตัวศิษย์พี่อี๋ติงไปเสียหน่อย"
"หึ~" นักพรตเทียนเหมิน เจ้าสำนักไท่ซาน แค่นเสียงหัวเราะเยาะ "ศิษย์น้องติ้งอี้ ศิษย์ของเจ้าคนนี้เอาแต่แก้ต่างให้ไอ้โจรชั่วนั่น เห็นทีคงจะเก็บไว้ไม่ได้แล้วล่ะมั้ง"
"เจ้ากลิ้งมานี่เดี๋ยวนี้" เมื่อเห็นอี๋หลินยังคงปฏิเสธ ซือไท่ติ้งอี้ก็โกรธจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อ
หลิวเจิ้งเฟิงสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง จึงรีบเอ่ยแทรกขึ้นมา "ช้าก่อน ผู้มีพระคุณที่แม่ชีน้อยอี๋หลินพูดถึงคือใครกัน!"
"เฉินอวี้... จอมยุทธ์เฉินเจ้าค่ะ..." อี๋หลินกะพริบตากลมโตที่มีน้ำตาคลอเบ้า "ท่านอาจารย์ ท่านลุงทั้งหลาย พวกท่านไม่ได้มาหาเรื่องเขากันหรือเจ้าคะ"
ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก สีหน้าของซือไท่ติ้งอี้ดูผ่อนคลายลงบ้าง นางตวาด "ใครมาหาเรื่องมันกัน เราตามล่าไอ้โจรชั่วเถียนป๋อกวงมาต่างหาก มันจับตัวศิษย์พี่ของเจ้าไป ได้ยินมาว่ามันซ่อนตัวอยู่ในหอนาง... สถานที่อโคจรแห่งนี้แหละ!"
"อะไรนะ ศิษย์พี่ถูกเถียนป๋อกวงจับตัวไป!" คราวนี้อี๋หลินร้อนใจขึ้นมาจริงๆ แล้ว
เมื่อทุกคนเห็นสีหน้าท่าทางของนางไม่เหมือนคนโกหก สีหน้าก็เริ่มดูดีขึ้นมาบ้าง
หลิวเจิ้งเฟิงลูบเคราเบาๆ พลางครุ่นคิด "แม่ชีน้อย จอมยุทธ์เฉินอวี้ที่เจ้าพูดถึงเมื่อตอนกลางวัน ตอนนี้อยู่ในห้องนั้นใช่หรือไม่?"
แต่ยังไม่ทันที่นางจะเบาใจ เสียงอันเย็นเยียบของอวี๋ชางไห่ก็ดังมาจากบนหลังคา
"โอ้? เฉินอวี้ คนที่ฆ่าศิษย์ข้าคนนั้นน่ะหรือ?"
ศิษย์สำนักชิงเฉิงสิบกว่าคนกระโดดตามลงมาจากหลังคาทันที
แย่แล้ว
อี๋หลินหน้าซีดเผือด อ่างล้างหน้าในมือหล่นดังโคร้ง
อวี๋ชางไห่มีแววตาดุร้าย เหยียดยิ้มเย็นชา "แม่ชีน้อย ข้าว่าเจ้าคงกำลังโกหก เจ้าคงกำลังปกปิดเรื่องไอ้โจรชั่วเถียนป๋อกวงอยู่สินะ เจ้าร่วมแก๊งกับมันไปแล้วใช่ไหม ไปดูซิว่าในห้องนั้นมีใครอยู่บ้าง"
"ขอรับ" ศิษย์สำนักชิงเฉิงสองคนรับคำสั่ง กระโดดลงจากหลังคา ชักดาบพุ่งพรวดเข้าไปในห้องทันที
ทว่าเพียงครู่เดียว ชายทั้งสองก็ปลิวละลิ่วกระเด็นออกมาจากในห้อง
กลายเป็นศพไร้วิญญาณไปเสียแล้ว
ทุกคนในที่นั้นตกตะลึง พากันชักดาบและกระบี่ออกมาเตรียมพร้อม
หลิวเจิ้งเฟิงให้คนเข้าไปตรวจสอบศพศิษย์สำนักชิงเฉิงทั้งสอง ก็พบว่าบนร่างกายไม่มีบาดแผลเลยแม้แต่น้อย
"นี่มันฝ่ามือทำลายหัวใจ!" นักพรตเทียนเหมินหน้าเปลี่ยนสี เงยหน้ามองอวี๋ชางไห่ที่อยู่บนหลังคา
แววตาของอวี๋ชางไห่เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ เขารีบกระโดดลงมาจากหลังคาด้วยสีหน้าดำคล้ำ แล้วเข้าไปตรวจดูศพศิษย์ของตัวเองอย่างละเอียด
ใจของเขาหล่นวูบด้วยความหวาดผวา
เป็นฝ่ามือทำลายหัวใจจริงๆ ด้วย!
คนที่อยู่ในห้องนั้นเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงใช้วิชาขั้นสุดยอดของสำนักชิงเฉิงของเขาได้!
(จบแล้ว)