- หน้าแรก
- สยบยุทธภพด้วยระบบความปรารถนาร้าย
- บทที่ 13 - กับดัก? รางวัลต่างหาก!!
บทที่ 13 - กับดัก? รางวัลต่างหาก!!
บทที่ 13 - กับดัก? รางวัลต่างหาก!!
บทที่ 13 - กับดัก? รางวัลต่างหาก!!
ตกดึก ในที่สุดเฉินอวี้ก็เดินทางมาถึงปากทางเข้าหุบเขาต้วนเฮ่อ เขาทิ้งม้าเอาไว้และใช้วิชาตัวเบาเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วผ่านแมกไม้หนาทึบในป่าลึก ไม่นานเขาก็อาศัยแสงไฟและควันไฟจากการทำอาหาร ค้นหาค่ายของพวกโจรป่าจนพบ
"หนึ่ง, สอง, สาม, สี่... สิบสอง, สิบสาม..."
สิบสามคน จำนวนคนตรงกับที่คังหมิ่นบอกไว้ไม่ผิดเพี้ยน เพียงแต่โจรพวกนี้เวลาเดิน เหยียบย่างด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและหนักแน่น เวลากินข้าวหรือดื่มเหล้าก็ไม่ลืมที่จะมองซ้ายมองขวา คอยระแวดระวังตัวอยู่เสมอ ไม่เห็นเหมือนกับข่าวลือที่ว่าเป็นพวกฝีมือปลายแถว ดีแต่วิ่งหนีและเป็นแค่พวกขี้เมาหยำเปเลยสักนิด
เฉินอวี้สังเกตการณ์อยู่นาน จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่ามีความเคลื่อนไหวอยู่ไม่ไกลจากด้านหลัง จึงหันขวับไปมอง ก็เห็นใบหน้าเล็กๆ งดงามโผล่ออกมาจากพุ่มไม้
ถ้าไม่ใช่อาจื่อแล้วจะเป็นใครได้อีก?
เพียงแต่อีกฝ่ายยังไม่พบเขา นางได้แต่มองซ้ายมองขวาอยู่ใต้ต้นไม้ เห็นได้ชัดว่ากำลังมองหาเขาอยู่
【เป้าหมายปัจจุบัน: อาจื่อ】
【ความปรารถนาร้าย 1: ฆ่าศิษย์พี่ใหญ่ไจซิงจื่อให้ตายซะ】 รางวัลระดับสูง
【ความปรารถนาร้าย 2: อุตส่าห์ตามกลิ่นมาแท้ๆ ทำไมคนถึงหายไปแล้วล่ะ วิ่งหนีเก่งนักนะ คอยดูเถอะ วันไหนจับได้แม่จะตีขาให้หักเลย】 รางวัลระดับกลาง
【ความปรารถนาร้าย 3: ไม่รู้ว่าพวกศิษย์พี่ใหญ่ดักซุ่มรออยู่หรือยังนะ ฮี่ฮี่ หวังว่าเฉินอวี้จะกระโดดลงไปในกับดักของพวกมันนะ】 รางวัลระดับกลาง
เป็นกับดักจริงๆ ด้วย
อันที่จริงเฉินอวี้คาดเดาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เขารู้สึกมาตลอดว่าภารกิจครั้งนี้มีลับลมคมนัยแปลกๆ ตัวเองกำลังจะทำภารกิจเลื่อนขั้นแท้ๆ แต่สถานที่ที่อยู่ใกล้ศูนย์บัญชาการพรรคขนาดนี้กลับมีภารกิจง่ายๆ โผล่มาให้พอดีซะอย่างนั้น
เขาไม่เคยเชื่อเรื่องบังเอิญ และไม่เคยไว้ใจนังงูพิษคังหมิ่นผู้นั้นเลย อย่าเห็นว่าอีกฝ่ายทำทีเป็นสนิทสนมให้ท่า ผู้หญิงคนนี้คือคนที่กล้าวางแผนฆ่าสามีตัวเองเชียวนะ!
เพียงแต่จุดประสงค์ที่คังหมิ่นวางกับดักนี้คืออะไร ผู้หญิงคนนี้ร่วมมือกับไป๋ซื่อจิ้ง เฉวียนกวานชิง และพรรคพวกไปแล้วอย่างนั้นหรือ? ต้องการจะเอาชีวิตเขาให้ได้?
เฉินอวี้คิดเรื่องนี้ไม่ค่อยตก แต่ลึกๆ แล้วเขารู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับเฉวียนกวานชิงแน่ๆ
......
ในขณะเดียวกัน
ณ เมืองลั่วหยาง ศูนย์บัญชาการพรรคกระยาจก
คังหมิ่นเดินผ่านใต้ชายคา จู่ๆ นางก็พบว่ามีอาวุธมีคมพุ่งแหวกลมมา ปักลงบนพื้นถนนใต้เท้าของนางพอดี
นางหรี่ตาลง และพบว่ามีคนยืนอยู่อีกด้านหนึ่งของภูเขาจำลองที่อยู่ไม่ไกลนัก มองดูดีๆ ถ้าไม่ใช่เฉวียนกวานชิงแล้วจะเป็นใครได้อีก
"ผู้คุมหางเสือเฉวียน" คังหมิ่นย่อตัวลงเล็กน้อย นางหันไปมองเหล่าแกนนำพรรคกระยาจกที่กำลังดื่มกินจัดงานเลี้ยงกันอยู่ด้านใน ก่อนจะยิ้มแล้วเอ่ยว่า "ผู้คุมหางเสือดื่มพอแล้วหรือ?"
คืนนี้หม่าต้าหยวนจัดงานเลี้ยงต้อนรับเพื่อเลี้ยงส่งบรรดาผู้คุมหางเสือจากสาขาต่างๆ ที่เดินทางมารายงานตัวที่ศูนย์บัญชาการพรรค ในฐานะผู้คุมหางเสือสาขาต้าจื้อ เฉวียนกวานชิงก็อยู่ในรายชื่อแขกที่ได้รับเชิญเช่นกัน
"ข้าไม่ชอบดื่มเหล้ามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว" เฉวียนกวานชิงทำหน้าเหยียดหยาม แต่เมื่อเห็นใบหน้างดงามของคังหมิ่น ความหยิ่งยโสบนใบหน้าก็ลดลงเล็กน้อย เขาประสานมือคารวะและกล่าวว่า "ฮูหยิน ข้ามีเรื่องจะปรึกษากับท่าน"
"โอ้? มีเรื่องสำคัญอะไรถึงต้องหลบหน้าผู้คน มาคุยกันในที่มืดตึ๊ดตื๋อแบบนี้ล่ะ" น้ำเสียงของฮูหยินหม่าแฝงไปด้วยความหยอกล้อและเยาะเย้ยอย่างเห็นได้ชัด นางยังคงรักษาระยะห่างจากเฉวียนกวานชิงอยู่เสมอ
สีหน้าของเฉวียนกวานชิงดูไม่ค่อยสู้ดีนัก เขาจำได้ว่าเมื่อก่อนแม้หญิงงามผู้นี้จะทำตัวหมางเมินกับเขาไปบ้าง แต่ก็ไม่เคยเอะอะก็พูดจาถากถางแบบนี้
"ไม่ปิดบังฮูหยิน เมื่อหลายวันก่อนข้าบังเอิญเห็นจดหมายที่อดีตประมุขวังทิ้งไว้ให้รองประมุขหม่า... เนื้อหาในจดหมายฉบับนั้น ฮูหยินทราบหรือไม่?"
"เหอะ ผู้คุมหางเสือเฉวียนกำลังพูดถึงจดหมายอะไรกัน?"
"ก็ต้องเป็นจดหมายที่เขียนบอกชาติกำเนิดของประมุขเฉียวเฟิงน่ะสิ" เฉวียนกวานชิงขี้เกียจจะอ้อมค้อมกับนางอีก เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เฉียวเฟิงไม่ใช่ชาวซ่ง แต่เป็นโจรเหลียว! คนแบบนี้จะเป็นประมุขพรรคกระยาจกของเราได้อย่างไร! ฮูหยิน ข้าทราบดีว่าท่านอยากให้รองประมุขหม่าลงชิงตำแหน่งประมุขพรรคมาโดยตลอด ตอนนั้นอดีตประมุขวังยกตำแหน่งนี้ให้เฉียวเฟิงแทนที่จะเป็นรองประมุขหม่า พี่น้องหลายคนก็ไม่พอใจกันทั้งนั้น"
อีกฝ่ายพล่ามยาวเหยียด แต่คังหมิ่นกลับไม่ได้แสดงท่าทีตอบรับอย่างที่ควรจะเป็น นางเพียงแค่ทำหน้าครุ่นคิดและนิ่งเงียบ
เฉวียนกวานชิงเริ่มหมดความอดทน เขาประสานมือคารวะพลางกล่าว "ข้ายินดีเป็นกองหน้า เปิดโปงฐานะสุนัขเหลียวของเฉียวเฟิงให้ทุกคนรับรู้ หลังจากไล่มันไปแล้ว ค่อยยกให้พี่ต้าหยวนรองประมุขพรรคขึ้นเป็นประมุขพรรคแทน แบบนี้แล้ว ฮูหยินก็จะได้เป็นฮูหยินประมุขพรรคอย่างชอบธรรม"
"นี่ไม่ใช่สิ่งที่ท่านต้องการมาตลอดหรอกหรือ?" เขายิ้มอย่างมั่นใจ
ประกายแสงในดวงตาของคังหมิ่นวูบไหว นางยกมือขึ้นทัดปอยผมไว้ที่หลังหู น้ำเสียงดูไร้เดียงสา "ผู้คุมหางเสือเฉวียนรู้ได้อย่างไรว่าสตรีที่ไม่เคยออกไปเผชิญโลกกว้างอย่างข้าต้องการอะไร บางทีข้าอาจจะแค่หวังให้ต้าหยวนของข้าอายุยืนยาวร้อยปีก็แค่นั้นเอง"
ข้าเห็นว่าท่านแทบจะทนรอให้เขาตายคืนนี้เลยมากกว่า
"จะเสแสร้งไปทำไม" เฉวียนกวานชิงลอบยิ้มเยาะในใจ สายตาที่มองคังหมิ่นเริ่มเปลี่ยนเป็นหื่นกระหาย "ฮูหยิน ข้ายินดีจะสานฝันในใจท่านให้เป็นจริง ตัวข้าเฉวียนผู้นี้ก็ไม่ได้หวังในตำแหน่งประมุขพรรคนั่น ขอเพียงฮูหยินช่วยทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ให้ข้าสักเรื่อง..."
"เรื่องเล็กๆ อะไรหรือ?" คังหมิ่นแสร้งทำเป็นประหลาดใจ
เฉวียนกวานชิงยิ่งรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว เขากดเสียงต่ำ "ข้าต้องการให้ฮูหยินนอนกับข้า!"
สายตาของเขาร้อนแรง โอกาสดีแบบนี้ เขาไม่เชื่อหรอกว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธ ในฐานะคนทะเยอทะยานเหมือนกัน เขาดูเล่ห์เหลี่ยมของคังหมิ่นออกตั้งนานแล้ว
ทางด้านคังหมิ่นก็แสดงอาการประหลาดใจเล็กน้อย ราวกับคาดไม่ถึงว่าเฉวียนกวานชิงจะพูดจาโจ่งแจ้งถึงเพียงนี้ ใบหน้างดงามเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ ความแดงก่ำอันเย้ายวนลามจากพวงแก้มไปจนถึงหลังใบหู
ผ่านไปครู่หนึ่ง อารมณ์เขินอายนั้นก็มลายหายไปในพริบตา คังหมิ่นถอดหน้ากากจอมปลอมออกและหัวเราะเสียงดัง
"ข้าไม่ทำ"
เฉวียนกวานชิงแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง หลังจากแน่ใจว่าไม่ได้หูฝาด เขาก็โกรธจนหน้าแดงก่ำ คำรามเสียงต่ำ "ทำไม?"
เขาไม่เคยเชื่อเลยว่าคังหมิ่นผู้นี้จะเป็นหญิงสาวผู้รักนวลสงวนตัว หรือบริสุทธิ์ผุดผ่องอะไรนั่น น่าขัน! เขาสัมผัสได้ว่าคังหมิ่นสนุกสนานกับสายตาร้อนแรงที่คนรอบข้างมองนาง และเขามั่นใจว่าตัวเองไม่ได้คิดไปเองแน่นอน
"เพราะข้าไม่อยากนอนกับท่านไง" คังหมิ่นปฏิเสธอย่างเด็ดขาด แถมยังแฝงความดูถูกเหยียดหยามเอาไว้อีกด้วย นางยิ้มเยาะ "เฉวียนกวานชิง ท่านยังไม่มีคุณสมบัติพอหรอก"
ข้าไม่มีคุณสมบัติพอ?
แววตาของเฉวียนกวานชิงยิ่งทวีความอำมหิต เขาโกรธจัดจนหัวเราะออกมา "แล้วใครล่ะที่มีคุณสมบัติ? ไป๋ซื่อจิ้ง? ซีซานเหอ? หรือไอ้แก่ใกล้ตายสวีชงเซียว?"
"ยังไงก็ไม่ใช่ท่านก็แล้วกัน" คังหมิ่นหาวหวอด รู้สึกว่าคำพูดของคนผู้นี้ทั้งน่าขันและน่าเบื่อ นางขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับอีกฝ่ายแล้ว จึงหันหลังเตรียมจะเดินจากไป
แต่กลับได้ยินเสียงเฉวียนกวานชิงหัวเราะอย่างน่าขนลุกดังมาจากด้านหลัง "ไม่ต้องบอกหรอก ข้ารู้ว่าท่านหมายถึงใคร..."
"ไอ้เด็กเหลือขอแซ่เฉินนั่น ท่านอยากให้มันไปกำจัดหม่าต้าหยวนแทนท่าน... ใช่ไหมล่ะ..."
ฝีเท้าของฮูหยินหม่าชะงักงัน
เฉวียนกวานชิงที่อยู่ด้านหลังไม่ได้โกรธเกรี้ยวเหมือนเมื่อครู่นี้แล้ว น้ำเสียงของเขากลับราบเรียบลงอย่างน่าประหลาด เขาเอ่ยเยาะเย้ย "ฮูหยินหม่า ข้าไม่ได้ตั้งใจจะทำลายความหวังของท่านนะ แต่แผนการของท่านคงไม่มีทางเป็นจริงได้อีกแล้วล่ะ"
"ท่านคิดว่ามันจะบังเอิญขนาดนั้นเลยหรือ ที่อยู่ๆ จะมีโจรป่ากลุ่มเล็กๆ โผล่มาห่างจากศูนย์บัญชาการพรรคแค่ไม่กี่สิบลี้ แถมบังเอิญว่ามีศิษย์พรรคกระยาจกมาหลุดปากเล่าเรื่องนี้ให้ท่านฟังพอดี..."
คังหมิ่นหันขวับกลับมา รอยยิ้มบนใบหน้าหุบลงไปนานแล้ว สีหน้าของนางเย็นเยียบ แตกต่างจากท่าทีออดอ้อนอ่อนหวานในยามปกติอย่างสิ้นเชิง ในแววตามีแต่ความเยือกเย็นยะเยือก
วินาทีต่อมา นางก็ทิ้งเฉวียนกวานชิงไว้ตรงนั้น แล้ววิ่งเหยาะๆ เข้าไปในเรือนทันที
......
ณ หุบเขาต้วนเฮ่อ ทางด้านเฉินอวี้จับตาดูความเคลื่อนไหวในค่ายโจรป่าไปพลาง ในขณะเดียวกันก็ใช้หางตาคอยสังเกตอาจื่อที่กำลังตามหาตัวเขาให้วุ่นไปพลาง
เด็กสาวผู้มีจิตใจอำมหิตกดเสียงต่ำ ร้องเรียกชื่อเขาเบาๆ นางหาอยู่นานก็หาไม่เจอ สุดท้ายก็เท้าเอวคอดด้วยความหงุดหงิด
"ศิษย์น้องเล็ก เจ้ากำลังมองหาใครอยู่หรือ?"
จู่ๆ อาจื่อก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ นางหันขวับกลับไปด้วยความตกใจ ก็เห็นชายหนุ่มหน้าตาออกไปทางชาวต่างชาติลอยลงมาจากกลางอากาศอย่างพลิ้วไหว
เฉินอวี้อยู่ไม่ไกลจากคนทั้งสอง ตอนนี้เขามองเห็นได้อย่างชัดเจน อีกฝ่ายอายุประมาณยี่สิบเจ็ดถึงยี่สิบแปดปี สวมหมวกหนังมิงค์ หน้าตาหล่อเหลา เพียงแต่ขอบตาของเขาก็ดำคล้ำเหมือนกับซือโหวจื่อ ใบหน้าซีดเซียวอมเหลือง ส่วนใหญ่คงเป็นเพราะฝึกวิชาพิษมากเกินไปนั่นแหละ
"ศะ... ศิษย์พี่ใหญ่..." เมื่อเห็นผู้มาเยือน อาจื่อก็ดูมีท่าทีลุกลี้ลุกลนอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็รีบฝืนยิ้มออกมา "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะเจ้าคะศิษย์พี่ใหญ่ ได้ข่าวว่าท่านก็มาตงง้วนด้วย ข้าคิดถึงท่านใจแทบขาด เลยรีบมาหาท่านเลยเจ้าค่ะ"
คนผู้นี้ก็คือไจซิงจื่อ ศิษย์เอกของติงชุนชิว เฒ่าประหลาดซิงซิ่ว ศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักซิงซิ่ว
"หูตาของเจ้านี่ไวใช้ได้เลยนี่" ไจซิงจื่อหัวเราะเยาะ ก่อนจะถามด้วยความมุ่งร้าย "ทำไมล่ะ ดึกดื่นป่านนี้เจ้ามาทำอะไรอยู่คนเดียว? เจ้ายังไม่ได้บอกข้าเลยนะศิษย์น้องเล็ก ว่าเจ้ากำลังตามหาใครอยู่"
"ไม่ได้หาใครนี่เจ้าคะ" อาจื่อส่ายหัวดิก นางระแวดระวังผู้ชายตรงหน้าเป็นอย่างมาก
ความสัมพันธ์ระหว่างลูกศิษย์สำนักซิงซิ่วนั้นไม่ได้กลมเกลียวเหมือนสำนักฝ่ายธรรมะส่วนใหญ่ หลักๆ เป็นเพราะติงชุนชิว เจ้าสำนักซิงซิ่ว เป็นคนโหดเหี้ยมและต่ำช้า มักจะใช้วิธีเลี้ยงลูกศิษย์แบบเพาะแมลงพิษ คือปล่อยปละละเลยและสนับสนุนให้พวกเข่นฆ่าแย่งชิงกันเอง โดยเชื่อว่าวิธีนี้จะทำให้ได้ศิษย์ที่เก่งกาจที่สุด
ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างอาจื่อกับศิษย์ร่วมสำนักจึงมีความซับซ้อน ด้านหนึ่งนางก็ถูกพวกปีศาจสำนักซิงซิ่วเหล่านี้เลี้ยงดูมาจนโต ย่อมมีความผูกพันอยู่บ้าง แต่อีกด้านหนึ่งก็ต้องเผชิญกับอันตรายถึงชีวิตอยู่ตลอดเวลา
เมื่อรู้ว่าศิษย์พี่ใหญ่ของตัวเองก็เข้าร่วมการปิดล้อมสังหารเฉินอวี้ในครั้งนี้ด้วย เดิมทีนางก็แค่วิ่งมาดูเรื่องสนุก และดูว่าจะสามารถฉวยโอกาสขโมยยาถอนพิษจากเฉินอวี้ในตอนที่กำลังชุลมุนได้หรือไม่ ใครจะไปคิดว่านอกจากจะหลอกเฉินอวี้ไม่สำเร็จแล้ว ตัวเองยังถูกไจซิงจื่อจับได้ซะนี่
"ยาสมุนไพรชั้นดีในห้องยาของท่านอาจารย์หายไปตั้งหลายขนาน อาจื่อน้อย เจ้าบอกมาตามตรงเถอะว่าเจ้าเป็นคนขโมยไปใช่ไหม" ไจซิงจื่อหรี่ตา "เจ้าไม่รู้หรอกว่า หลังจากที่เจ้าแอบหนีออกจากทะเลซิงซิ่ว ท่านอาจารย์โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดไหน พวกข้าต้องทนทุกข์ทรมานไปเท่าไหร่ก็เพราะเจ้านี่แหละ"
"ฮี่ฮี่ ศิษย์พี่ใหญ่มีพรสวรรค์ล้ำเลิศ วิทยายุทธ์สะท้านฟ้าสะเทือนดิน ท่านอาจารย์ให้ความสำคัญกับท่านมาโดยตลอด คงไม่ถูกลงโทษอะไรหนักหนาหรอก..." อาจื่อพูดไปพลางค่อยๆ ถอยร่นไปทางปลายพุ่มไม้
นางอยากจะหนี ถ้าถูกไจซิงจื่อจับได้ นางต้องตายแน่ๆ
ใครจะรู้ว่าไจซิงจื่อก็ไม่ได้ขัดขวาง กลับจ้องมองไปที่ยอดไม้สูงอีกด้านหนึ่งแล้วกล่าวว่า "ท่านผู้ซ่อนตัวอยู่ตรงนั้น ดูมาจนถึงตอนนี้ก็น่าจะพอแล้วกระมัง มัวหลบๆ ซ่อนๆ อยู่ทำไม ไยไม่ออกมาคุยกันหน่อยล่ะ!"
พูดจบเขาก็สะบัดแขนเสื้อขวา ลูกไฟสีเขียวสามลูกก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ไจซิงจื่อส่งเสียงคำรามยาว ลูกไฟเหล่านั้นก็พุ่งแหวกอากาศออกไป
"ตูม" เสียงระเบิดดังสนั่น ต้นไม้ใหญ่ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
เฉินอวี้กระโดดตีลังกาลงมาจากต้นไม้ เขารู้สึกได้ว่าความแข็งแกร่งของไจซิงจื่อผู้นี้เหนือกว่าซือโหวจื่อ ศิษย์พี่รองแห่งสำนักซิงซิ่วเมื่อวันก่อนอย่างเทียบไม่ติด
"เฉินอวี้!" อาจื่อตาเป็นประกาย นางรีบไปหลบอยู่ด้านหลังเขาทันที เงยหน้าขึ้นทำตาปริบๆ อย่างน่าสงสาร "ท่านหายไปไหนมา ข้าตามหาท่านตั้งนานก็ไม่เจอ"
ตามหาข้ามาเพื่อจะหลอกข้าใช่ไหมล่ะ?
เฉินอวี้ขี้เกียจสนใจนาง ตอนนี้ความสนใจทั้งหมดของเขาพุ่งเป้าไปที่ไจซิงจื่อซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
"ข้าได้ยินมาว่า เจ้าเป็นคนฆ่าซือโหวจื่อ ศิษย์น้องของข้าใช่ไหม?" ไจซิงจื่อย่อตัวลง ทันใดนั้น ลูกไฟสีเขียวแปดเก้าลูกก็ลอยขึ้นมาอีกครั้ง ดูแปลกประหลาดและอันตรายเป็นอย่างยิ่ง "อย่าเข้าใจผิดไป ข้ากับศิษย์น้องคนนั้นไม่ได้สนิทกันหรอก เพียงแต่ต่อให้มันจะแย่แค่ไหน มันก็ยังเป็นศิษย์สำนักซิงซิ่ว ในเมื่อเจ้าฆ่ามัน วันนี้ก็จงทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เสียเถอะ"
น้ำเสียงของอีกฝ่ายหยิ่งผยอง ท่าทางเหมือนมั่นใจในชัยชนะอย่างเต็มเปี่ยม
"ช่วยไม่ได้สินะ..." เฉินอวี้ส่ายหัว ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยใจ
ไจซิงจื่อรู้สึกงุนงงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจจะถามไถ่อะไร เขาสะบัดมือซ้าย ลูกไฟสีเขียวเหล่านั้นก็พุ่งเข้าใส่เฉินอวี้ราวกับหิ่งห้อยฝูงใหญ่
"อันที่จริงข้าไม่ชอบฆ่าคนเลยนะ" เฉินอวี้รวบรวมลมปราณไว้ที่มือขวา ในชั่วพริบตากลิ่นอายพลังก็พุ่งทะยาน ปราณแท้ไอเย็นควบแน่นอยู่ที่ฝ่ามือข้างขวา
แต่รางวัลมันล่อตาล่อใจเหลือเกิน
ความปรารถนาร้ายของอาจื่อ การฆ่าไจซิงจื่อผู้นี้ จะทำให้เขาได้รับรางวัลระดับสูงเป็นครั้งแรก
"ดูท่าเจ้าจะยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ของตัวเองในตอนนี้นะ" ไจซิงจื่อยิ้มหยันไม่หยุด จู่ๆ เขาก็ส่งเสียงร้องต่ำๆ อย่างประหลาดออกมา ในชั่วพริบตา พวก "โจรป่า" ในค่ายทั้งหมดก็พุ่งพรวดออกมา
"มีคนซื้อหัวเจ้า พวกโจรป่าตัวจริงข้าฆ่าทิ้งหมดแล้ว" ไจซิงจื่อมั่นใจในชัยชนะ เขาชี้ไปที่คนเหล่านั้นพลางกล่าวว่า "สำนักซิงซิ่ว, พรรคแม่น้ำเหลือง, สำนักฝ่ามือเหล็ก, นิกายลับ, แล้วก็หออีผิ่นแห่งซีเซี่ย... ไอ้หนุ่ม คนสิบกว่าคนนี้ล้วนเป็นยอดฝีมือที่โด่งดังในยุทธภพ อย่างขี้เหร่ที่สุดก็เป็นระดับหัวกะทิของแต่ละสำนักทั้งนั้น"
"ตอนนี้เจ้าหมดทางหนีแล้ว"
อาจื่อที่หลบอยู่ด้านหลังเฉินอวี้ พอเห็นสถานการณ์แบบนี้ก็ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ นางรีบถอยฉากออกห่าง ปั้นหน้าขรึมแล้วกล่าวว่า "เฉินอวี้ เจ้าฆ่าซือโหวจื่อ ศิษย์พี่รองของข้า วันนี้เราอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้!"
นางเงยหน้าขึ้น "ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าจะช่วยระวังหลังให้!"
เมื่อเห็นเฉินอวี้ใช้หางตามองมาด้วยสายตาเหยียดหยาม อาจื่อก็ขยิบตาอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะแลบลิ้นปลิ้นตา "กลศึกไม่เบื่ออุบาย รับมือ!"
แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้ลงมือ ยอดนักรบชั้นสูงของหออีผิ่นแห่งซีเซี่ยที่อยู่ริมขวาสุดสองคนก็ชิงลงมือก่อน สองคนนี้คนหนึ่งใช้ดาบ อีกคนใช้กระบี่ พวกเขาคำรามก้องแล้วพุ่งเข้าใส่ หมายจะปลิดชีพเฉินอวี้
ไจซิงจื่อที่อยู่ไกลออกไปสายตาเย็นชา เขาสะบัดมือซ้ายเบาๆ ลูกไฟสีเขียวก็พุ่งแหวกอากาศเข้าโจมตีจุดอ่อนในท่าป้องกันของเฉินอวี้
หมอนี่ตายแน่!
อาจื่อคิดในใจ แต่ดวงตากลมโตกลับกลอกไปมา นางกำลังคิดหาวิธีเอาตัวรอดอยู่ ดีที่สุดคืออาศัยจังหวะชุลมุนค้นตัวเขา หวังว่าอีกฝ่ายจะพกยาถอนพิษติดตัวมาด้วย
แต่ทว่าวินาทีต่อมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลับเหนือความคาดหมายของนาง
ยอดฝีมือหออีผิ่นแห่งซีเซี่ยสองคนที่พุ่งเข้าไปก่อน กลับถูกเฉินอวี้ใช้ฝ่ามือฟาดกระเด็นไปคนละทิศละทาง ตายสนิทในพริบตา!
เฉินอวี้รุกรับสลับซ้ายขวา เปิดใช้งานวิชาเก้าเอี๊ยงเต็มสูบ ผนึกปราณแท้ไอเย็นซัดคนที่พุ่งเข้ามาตายไปสองคน แล้วแย่งกระบี่มาจากมือของคนที่ใช้กระบี่
วินาทีต่อมา ประกายตาเย็นเยียบก็วาบขึ้น ลมปราณถูกอัดเข้าไปในกระบี่ เขาใช้วิชาเพลงกระบี่ขลุ่ยหยก ซัดสามกระบวนท่ารวด ได้แก่ เซียวสื่อขี่มังกร เสียงใสพ้นขุนเขา และเสียงทองสะเทือนหยก
สามกระบวนท่าสังหารยอดฝีมือจากพรรคแม่น้ำเหลืองและสำนักฝ่ามือเหล็กไปได้อีกสามคน แถมยังใช้วิชาท่าเท้าท่องคลื่นหลบหลีกลูกไฟของไจซิงจื่อได้อย่างง่ายดาย
อาจื่อถึงกับอ้าปากค้าง ยืนอึ้งอยู่กับที่ไปหลายวินาที จู่ๆ นางก็ปรบมือหัวเราะร่วน "พี่ชายคนดี ข้าว่าแล้วเชียวว่าพวกกระจอกพวกนี้ไม่ใช่คู่มือของท่านหรอก"
"อาจื่อน้อยชอบท่านที่สุดเลย!"
(จบแล้ว)