- หน้าแรก
- สยบยุทธภพด้วยระบบความปรารถนาร้าย
- บทที่ 5 - รางวัลระดับกลาง ปราณแท้ไอเย็นของจั่วเหลิ่งฉาน
บทที่ 5 - รางวัลระดับกลาง ปราณแท้ไอเย็นของจั่วเหลิ่งฉาน
บทที่ 5 - รางวัลระดับกลาง ปราณแท้ไอเย็นของจั่วเหลิ่งฉาน
บทที่ 5 - รางวัลระดับกลาง ปราณแท้ไอเย็นของจั่วเหลิ่งฉาน
"เพลงหมัดไท่จู่งั้นหรือ? เจ้าตั้งใจจะใช้เพลงหมัดไท่จู่เพื่อพิสูจน์ให้ฮูหยินหม่าเห็นงั้นหรือ?"
เฉวียนกวานชิงแสยะยิ้มเย็นชา ลูบเคราของตัวเองอย่างสบายอารมณ์ นึกสมเพชคังหมิ่นที่อุตส่าห์คุยโวซะดิบดี
วิชาประจำตระกูลอะไรกัน พอลงมือก็ใช้เพลงหมัดไท่จู่เสียแล้ว
นี่มันเรื่องตลกไร้สาระระดับโลกชัดๆ
ต้องรู้ไว้ว่า แม้ "เพลงหมัดไท่จู่" จะเป็นวิชาที่ปฐมกษัตริย์แห่งต้าซ่งคิดค้นขึ้นมาและมีชื่อเสียงโด่งดังมาก แต่มันก็เป็นแค่วิชาหมัดภายนอกที่พื้นฐานเสียยิ่งกว่าพื้นฐาน
เป็นวิชายอดฮิตของพวกลูกกระจ๊อกที่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่ยุทธภพเท่านั้นแหละ
"เฉินอวี้ เจ้าเข้ามาอยู่ในพรรคของเราก็พักใหญ่แล้ว นอกจากเพลงหมัดไท่จู่ เจ้าไม่มีวิชาอื่นเลยงั้นหรือ?"
ไป๋ซื่อจิ้ง ผู้อาวุโสฝ่ายวินัยที่ตีหน้าขรึมอยู่ข้างๆ แสดงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด การที่เฉินอวี้กล้าท้าทายเฉวียนกวานชิงซึ่งเป็นผู้คุมหางเสือ ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ถือเป็นการปีนเกลียวผู้ใหญ่
ถ้ามีฝีมือจริงๆ ก็แล้วไปเถอะ เพราะถึงอย่างไรยุทธภพนี้ก็ต้องพูดกันด้วยฝีมืออยู่ดี
แต่ถ้าเป็นแค่ไอ้หนุ่มเลือดร้อน ที่ไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมเพียงเพราะได้รับความเมตตาจากฮูหยินหม่า การถูกเฉวียนกวานชิงอัดจนตายยังถือเป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าไม่ตาย เขานี่แหละจะใช้อำนาจของผู้อาวุโสฝ่ายวินัย สั่งลงโทษคนผู้นี้อย่างหนัก!
"หากต้องประลองกับรองประมุขหม่า ผู้อาวุโสไป๋ หรือผู้อาวุโสซ่ง ซี เฉิน อู๋ ทั้งสี่ท่าน ผู้น้อยย่อมไม่กล้าเริ่มด้วยเพลงหมัดไท่จู่ แต่ถ้าแค่ประลองกับผู้คุมหางเสือเฉวียนล่ะก็ เพลงหมัดนี้ก็เกินพอแล้ว" เฉินอวี้กล่าวเสียงดังฟังชัด
ส่วนบนห้องโถง คังหมิ่นที่ยืนอยู่ข้างหม่าต้าหยวน เมื่อเห็นสีหน้าของเฉวียนกวานชิงที่เขียวคล้ำเป็นตับหมูก็หลุดหัวเราะพรืดออกมา
สะใจจริงๆ รู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายไปหมดเลย
ถูกศิษย์หนึ่งกระสอบเหยียดหยามขนาดนี้ ถ้าเฉวียนกวานชิงไม่ฆ่าเฉินอวี้ให้ตาย วันหน้าหากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เขาคงไม่มีที่ยืนในพรรคอีกแล้ว
"ไอ้หนู แส่หาที่ตาย!"
เฉวียนกวานชิงกัดฟันกรอด ตอนนี้ไม่มีความสง่างามของ "ซิ่วไฉสิบทิศ" เหลืออยู่อีกแล้ว เขาเกร็งมือขวาเป็นกรงเล็บ โคจรพลังวัตรอย่างเต็มที่ พุ่งทะยานเข้าใส่กระหม่อมของเฉินอวี้พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้อง "ข้าจะให้โอกาสเจ้าเดี๋ยวนี้แหละ!"
สีหน้าของหม่าต้าหยวนเปลี่ยนไป สังเกตเห็นถึงความไม่ธรรมดาในการโจมตีครั้งนี้ของเฉวียนกวานชิง
ไม่ว่าจะพูดอย่างไร เฉวียนกวานชิงก็เป็นถึงผู้คุมหางเสือแปดกระสอบ มีชื่อเสียงเลื่องลือในพรรคกระยาจก การโจมตีครั้งนี้เห็นได้ชัดว่ากะเอาให้ตายเลยทีเดียว
คังหมิ่นก็พลอยตกใจไปด้วย นางกำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่น
นางเพิ่งจะรู้จักเฉินอวี้แค่วันเดียว ย่อมไม่ได้มีความรู้สึกห่วงใยอะไรนัก
แต่ยังไงเสีย คำพูดที่เฉินอวี้ตอกกลับเฉวียนกวานชิงเมื่อครู่นี้ ก็ช่วยระบายความแค้นในใจนางไปได้มาก
หากวัดเรื่องแพ้ชนะ นางย่อมต้องเชียร์เฉินอวี้อยู่แล้ว
ทว่าสถานการณ์กลับไม่ได้เป็นไปตามที่พวกเขาทั้งหลายคิดไว้
ทางด้านเฉินอวี้ดูเหมือนจะตกอยู่ในอันตราย แต่กรงเล็บของเฉวียนกวานชิงยังไม่ทันจะแตะถึงกระหม่อมของเฉินอวี้ ก็ถูกต้านทานไว้กลางอากาศด้วยปราณแท้อันมหาศาลขุมหนึ่ง!
ต่อให้เฉวียนกวานชิงจะขบกรามแน่น รีดเค้นเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีในร่าง ก็ไม่อาจขยับเข้าไปใกล้ได้แม้แต่คืบเดียว!
เขามองเฉินอวี้ที่ยืนท่าเดิมไม่เปลี่ยนด้วยความงุนงง: ???
เหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและโกรธเกรี้ยว
ไอ้เด็กนี่มันเป็นใครมาจากไหนกัน!
เฉินอวี้มองใบหน้าที่แดงก่ำของอีกฝ่าย ตอนนี้เขารู้สึกสบายๆ มาก
เขาประเมินคนผู้นี้สูงเกินไปจริงๆ
ถ้าการโจมตีเมื่อครู่นี้คือพลังทั้งหมดของเฉวียนกวานชิงล่ะก็ ต่อให้มีเฉวียนกวานชิงมาอีกสิบคน ก็พังทลายพลังเก้าเอี๊ยงของเขาไม่ได้หรอก
วรยุทธ์ของคนผู้นี้ธรรมดามาก เมื่อเทียบกับความทะเยอทะยานและนิสัยชอบหาเรื่องของเขาแล้ว ฝีมือมันก็แค่เศษขยะดีๆ นี่เอง
แม้ "คัมภีร์เก้าเอี๊ยง" ของเขาจะยังอยู่แค่ขั้นต้น แต่เอาไว้รับมือกับคนๆ นี้ ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว!
เฉินอวี้เพียงแค่เดินพลังเล็กน้อย เฉวียนกวานชิงก็ถูกดีดกระเด็นออกไปทันที
กระแทกเข้ากับเก้าอี้แถวหนึ่งจนแตกกระจาย
เฉวียนกวานชิงลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล รู้สึกได้ถึงแขนข้างที่เพิ่งลงมือเมื่อครู่ว่ามันชาจนขยับไม่ได้ ถึงขั้นยกไม่ขึ้นไปชั่วขณะเลยทีเดียว!
"ผู้คุมหางเสือเฉวียน!"
หม่าต้าหยวนและไป๋ซื่อจิ้งรีบเข้าไปประคองเขาขึ้นมา เมื่อหันกลับไปมองเฉินอวี้ แววตาของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจเช่นกัน
"เสี่ยวหมิ่น... ที่เจ้าพูดมาเป็นความจริงด้วย! น้องชายผู้นี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ด้วย!" ในฐานะรองประมุขแห่งพรรคกระยาจก หม่าต้าหยวนคิดว่าตนเองเป็นคนที่ใส่ใจลูกศิษย์ในพรรคพอสมควร แต่กลับไม่รู้เลยว่าในพรรคจะมียอดฝีมือเช่นนี้อยู่ด้วย!
"อายุยังน้อยเหตุใดจึงมีพลังวัตรหนักแน่นดุดันเช่นนี้ ดูจากท่าทางแล้ว เกรงว่าแม้แต่ประมุขเฉียวที่อายุเท่ากันก็ยังสู้เขาไม่ได้" ใบหน้าที่เคยเคร่งขรึมมาตลอดของไป๋ซื่อจิ้ง ในที่สุดก็มีความเปลี่ยนแปลง ภายในใจของเขาตื่นตระหนกไปนานแล้ว ด้วยประสบการณ์อันโชกโชน เขายังดูไม่ออกเลยว่าเฉินอวี้ใช้กำลังภายในวิชาอะไร
เขาขมวดคิ้วกล่าวว่า "ผู้คุมหางเสือเฉวียน พอแค่นี้เถอะ"
ความหมายโดยนัยก็คือ เขามองออกแล้วว่าเฉวียนกวานชิงไม่ใช่คู่ต่อสู้
"หลีกไป!"
คำพูดของทั้งสองคนทำให้สีหน้าของเฉวียนกวานชิงเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวซีด พอหันไปมองคังหมิ่น นังผู้หญิงแพศยานั่นก็กำลังยิ้มเยาะเขาอยู่
เมื่อคิดว่าตัวเองจะแพ้ไม่ได้ ขืนแพ้ก็คงเสียหน้าจนหมดเปลือก
เขาจึงคำรามลั่นและผลักทั้งสองคนออกไป คว้าดาบยาวที่พกติดตัวมา เดินพลังลมปราณแล้วพุ่งเข้าไปแทงเฉินอวี้ด้วยความรวดเร็ว
"หึ ผู้คุมหางเสือเฉวียนช่างมีฝีมือร้ายกาจจริงๆ" คังหมิ่นอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากเหน็บแนม สายตาที่มองเฉินอวี้แฝงประกายประหลาดใจ
แม้นางจะไม่เป็นวรยุทธ์เลย แต่นางก็มองออกว่าฝีมือของเฉินอวี้อยู่เหนือเฉวียนกวานชิงมาก ภายในใจจึงยิ่งปีติยินดี
มือเปล่าเจาะการป้องกันไม่ได้ ก็เลยหยิบดาบห่วยๆ มาใช้แทนงั้นสิ?
และก็เป็นไปตามคาด ดาบของเฉวียนกวานชิงที่แทงเข้ามาตรงๆ ถูกเฉินอวี้ใช้ลมปราณปัดกระเด็นออกไปโดยตรง ยังคงเป็นท่าเริ่มต้นของเพลงหมัดไท่จู่เช่นเดิม
เฉินอวี้ผ่อนลมหายใจออกเบาๆ มือซ้ายปัดกระบี่ มือขวาใช้กระบวนท่าหมัดทะลวงของเพลงหมัดไท่จู่ พุ่งเข้าชกที่ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างจัง
ได้ยินเพียงเสียงร้องโหยหวนของเฉวียนกวานชิง ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทำให้เขาลืมตาไม่ขึ้น น้ำตาและเหงื่อผสมปนเปกันไปหมด
เฉินอวี้ฉวยโอกาสเตะกวาดพื้น เฉวียนกวานชิงเสียหลัก ล้มคว่ำหน้ากระแทกพื้นอย่างแรงราวกับสุนัขตัวหนึ่ง
แต่เฉินอวี้ยังไม่หยุดแค่นั้น เขาใช้มือกดหัวของเฉวียนกวานชิงให้แนบติดกับพื้นอย่างแน่นหนา ก่อนจะประกาศเสียงดังว่า "ข้าชนะแล้ว ผู้คุมหางเสือเฉวียน กรุณาขอโทษฮูหยินหม่าด้วย!"
"...เฉินอวี้ ข้าขอสั่งเจ้าในฐานะผู้อาวุโสฝ่ายวินัย ปล่อยตัวผู้คุมหางเสือเฉวียนเดี๋ยวนี้!"
สีหน้าของไป๋ซื่อจิ้งดูไม่ค่อยดีนัก เฉวียนกวานชิงแพ้ราบคาบ แทบไม่มีโอกาสตอบโต้เลย
การถูกศิษย์หนึ่งกระสอบอัดจนเละขนาดนี้ ฟังดูไม่สมเหตุสมผลเลย สายตาที่เขามองเฉวียนกวานชิงจึงมีความรังเกียจเจือปนอยู่บ้าง
แต่ในใจก็แอบหวาดหวั่น คิดว่าถ้าคนที่ลงมือกับเฉินอวี้เมื่อครู่นี้เป็นเขา เขาจะเอาชนะได้งั้นหรือ?
ตอนนี้เขากำลังใช้อำนาจกดดัน หากอีกฝ่ายไม่ยอมทำตาม เขาจะต้องลงมือจริงๆ หรือเปล่า?
"ข้ากับผู้คุมหางเสือเฉวียนตกลงกันไว้ก่อนแล้ว หากข้าชนะ เขาจะต้องถอนคำพูดก่อนหน้านี้ และต้องขอโทษฮูหยินหม่าด้วย" มือของเฉินอวี้ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
หม่าต้าหยวนก็ออกมาไกล่เกลี่ยด้วยเช่นกัน "น้องเฉินอวี้ ล้วนเป็นพี่น้องในพรรคกันทั้งนั้น ทำไมต้องเอาเป็นเอาตายขนาดนี้ด้วย ข้าพอมองออกว่าเจ้ารู้สึกขอบคุณในความเมตตาที่เสี่ยวหมิ่นมีต่อเจ้า และรู้ด้วยว่าเจ้าเป็นคนกตัญญูรู้คุณ แต่เรื่องนี้มันไม่ได้ใหญ่โตอะไร ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยล่ะ"
เขาหันกลับไปบอกภรรยาของตนเองอีกว่า "เสี่ยวหมิ่น เจ้าก็ช่วยห้ามเขาหน่อยสิ"
เดิมทีคังหมิ่นคิดว่าการต่อสู้ระหว่างเฉินอวี้กับเฉวียนกวานชิงจะต้องยากลำบาก และสุดท้ายเฉินอวี้ก็มีโอกาสแพ้สูง ไม่คิดเลยว่าเฉินอวี้จะสามารถกู้หน้าคืนให้นางได้จริงๆ
ตอนนี้เมื่อเห็นใบหน้าซีดเผือดของเฉวียนกวานชิงที่นอนหมอบอยู่บนพื้นราวกับสุนัขจนตรอก ในใจของนางก็เบิกบานจนแทบจะเก็บอาการไม่อยู่แล้ว
นางเป็นคนอำมหิตมาแต่ไหนแต่ไร ใครก็ตามที่กล้าขัดใจหรือล่วงเกินนาง นางจะจดจำไว้หมด แต่ก็ต้องทนทุกข์เพราะหม่าต้าหยวนเป็นคนใจกว้าง ไม่ยอมออกหน้าแทนให้ ส่วนนางก็เป็นแค่ผู้หญิงที่ไม่เป็นวรยุทธ์
ความแค้นหลายๆ อย่างจึงทำได้แค่เก็บไว้ในใจ ไม่เคยมีเหตุการณ์ที่เพิ่งถูกรังแกปุ๊บก็เอาคืนได้ปั๊บเหมือนวันนี้มาก่อนเลย
ในใจรู้สึกสะใจสุดๆ นางยิ่งรู้สึกพึงพอใจในตัวเฉินอวี้มากขึ้นไปอีก
แต่ในเมื่อสามีอุตส่าห์เอ่ยปากแล้ว นางก็ปฏิเสธไม่ได้ ทำได้เพียงแสร้งพูดเกลี้ยกล่อมว่า "น้องเฉินอวี้ รีบปล่อยผู้คุมหางเสือเฉวียนเถอะ เป็นพี่น้องกันทั้งนั้น อย่าให้เสียบรรยากาศเลย"
ทว่าเฉินอวี้กลับทำเหมือนไม่ได้ยิน ยังคงกดหัวเฉวียนกวานชิงเอาไว้ตามเดิม พลางกล่าวว่า "ลูกผู้ชายตัวจริง พูดคำไหนคำนั้น พรรคกระยาจกคือพรรคที่ยึดถือสัจจะเป็นอันดับหนึ่งในใต้หล้า ผู้คุมหางเสือเฉวียนคงไม่ผิดคำพูดหรอกมั้ง"
ไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย!
ล้อกันเล่นหรือเปล่า เฉินอวี้แค่นเสียงหัวเราะในใจ
ปล่อยเขาไป แล้วรางวัลระดับกลางของข้าล่ะจะทำยังไง
แค่บอกว่าไม่ปล่อย ถ้าไม่ขอโทษก็ไม่ปล่อยเด็ดขาด
"น้องเฉินอวี้ เจ้าดูสิ เสี่ยวหมิ่นยังเรียกเจ้าว่าน้องเลย งั้นเจ้าก็ถือเป็นน้องชายของข้า หม่าต้าหยวนคนนี้ด้วย เชื่อฟังคำเตือนของพี่ชายเถอะ ปล่อยเขาไปเถอะ"
หม่าต้าหยวนเป็นคนดีจริงๆ ขณะที่เกลี้ยกล่อม เขาก็ยังให้ภรรยาช่วยพูดห้ามปรามเฉินอวี้ให้หยุดมือ
สายตาที่คังหมิ่นมองไปทางหม่าต้าหยวนมีประกายรังเกียจวาบผ่าน แต่พอหันไปมองเฉินอวี้ สายตากลับทวีความชื่นชมมากขึ้นเรื่อยๆ
ยิ่งมองยิ่งเร่าร้อน
คนหนุ่มหน้าตาดี มีพรสวรรค์ วรยุทธ์ล้ำเลิศ แถมยังซื่อสัตย์อีก
ไอ้หนุ่มนี่มันเยี่ยมจริงๆ!
นางก้าวเดินเบาๆ เข้าไปใกล้เฉินอวี้อย่างรวดเร็ว แสร้งทำเป็นดึงแขนขวาที่กำลังออกแรงของเฉินอวี้เอาไว้ ทำทีเหมือนจะโกรธแต่ก็ไม่โกรธ "พอได้แล้วน่า เชื่อฟังพี่สาวสักครั้งไม่ได้หรือไง"
นังผู้หญิงโฉดคนนี้ ช่างได้คืบจะเอาศอกจริงๆ
เฉินอวี้อดไม่ได้ที่จะบ่นในใจ ตอนแรกก็เรียกน้องชายรูปหล่อ ต่อมาก็เรียกน้องเฉินอวี้ ตอนนี้ถึงกับรับเป็นน้องชายเลย
เพิ่งจะรู้จักกันแค่วันเดียว ไม่อยากจะคิดเลยว่าอีกไม่กี่วันฮูหยินหม่าคนนี้จะเรียกเขาว่าอะไร
"ผู้คุมหางเสือเฉวียน ไม่สู้ท่านก็ยอมลดทิฐิลงหน่อยเถอะ" ไป๋ซื่อจิ้งระแวงในฝีมือของเฉินอวี้ จึงเลือกทำในสิ่งที่ง่ายกว่า เขาถอนใจพลางกล่าวว่า "ในเมื่อรองประมุขหม่าและฮูหยินรับเขาเป็นน้องชายแล้ว งั้นทุกคนก็เป็นครอบครัวเดียวกัน เรื่องนี้จะไม่แพร่งพรายออกไปหรอก"
เฉวียนกวานชิงทั้งร้อนใจและโกรธเกรี้ยว แต่เขาเป็นคนเจ้าเล่ห์แสนกล รู้ดีว่าวันนี้พลาดท่าไปแล้ว วิญญูชนแก้แค้นสิบปีก็ยังไม่สาย
เขาจึงหน้าแดงก่ำพลางพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับยุงบินว่า "ขออภัยฮูหยินหม่า ข้ามีตาหามีแววไม่ ขอถอนคำพูดก่อนหน้านี้ทั้งหมด"
ถึงเพิ่งจะถูกปล่อยตัวออกมา
เขาตะเกียกตะกายลุกขึ้น ใบหน้ายังคงเขียวคล้ำเป็นตับหมู รู้ดีว่าวันนี้เสียหน้าครั้งใหญ่ เกลียดชังเฉินอวี้เข้ากระดูกดำ
ยังมีคังหมิ่น นังผู้หญิงแพศยานั่นอีก สักวันหนึ่งข้าจะให้แกมาคุกเข่าอ้อนวอนอยู่ใต้หว่างขาของข้าให้ได้!
แค้นนี้ต้องชำระ เฉวียนกวานชิงขอสาบาน!
"ขอตัวลาก่อน!"
เขาถึงกับสะบัดแขนเสื้อเดินจากไปเลยทีเดียว
ไป๋ซื่อจิ้งรู้เพียงว่าเฉินอวี้มีวรยุทธ์ล้ำเลิศ คิดว่าต้องส่งคนไปสืบประวัติของเฉินอวี้ให้ละเอียด เขาพูดคุยสัพเพเหระอยู่สองสามประโยคแล้วก็ขอตัวกลับเช่นกัน
เพียงชั่วพริบตา ภายในห้องโถงก็เหลือเพียงสามีภรรยาตระกูลหม่าและเฉินอวี้เพียงสามคนเท่านั้น
"ฮ่าๆ น้องเฉินอวี้ วรยุทธ์ร้ายกาจจริงๆ! ข้าหม่าต้าหยวนพบปะผู้คนมานับไม่ถ้วน เมื่อมองไปทั่วทั้งแผ่นดินในตอนนี้ คนที่มีวรยุทธ์ถึงขั้นนี้ในวัยเดียวกับเจ้า เกรงว่าจะมีแค่ประมุขเฉียวเท่านั้น หม่าเอ้อร์มันมีตาหามีแววไม่จริงๆ โชคดีที่เจ้ายอมไว้ชีวิตมัน!"
หม่าต้าหยวนหัวเราะร่วน คนผู้นี้ใจกว้างมากจริงๆ ถึงกับลืมเรื่องขัดแย้งก่อนหน้านี้ไปจนหมดสิ้น เขาโอบไหล่เฉินอวี้อย่างสนิทสนม
ดวงตาของคังหมิ่นเป็นประกายวาบ นางเดินเข้าไปหาพลางแสร้งทำเป็นห่วงใยว่า "น้องเฉินอวี้ เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า"
มือเรียวเล็กคู่นั้นลูบคลำไปตามตัวของเฉินอวี้อย่างไม่เกรงใจใคร นางทำหน้าปวดใจพลางกล่าวว่า "เจ้ายังเด็กแท้ๆ ทำไมต้องทำเพื่อผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างข้าถึงขนาดนี้ด้วย... พ่อแม่เจ้ารู้เข้า คงจะเกลียดข้าตายเลย..."
"พ่อแม่ของผู้น้อยตายไปหมดแล้ว" เฉินอวี้ตอบเสียงเรียบ คำพูดนี้ไม่ได้โกหก ชาติก่อนเขาป่วยหนักจนถูกพ่อแม่ทิ้งไว้ที่สถานสงเคราะห์ ไม่เคยติดต่อกันอีกเลย ก็เหมือนตายจากกันไปแล้ว
ส่วนพ่อแม่ของน้องชายเฉินอวี้ในชาตินี้ ก็ถูกพวกโจรป่าฆ่าตายไปแล้วจริงๆ
เขาจึงกลายเป็นคนตัวคนเดียว
เมื่อได้ยินเรื่องราวชีวิตอันน่าสงสารของเขา ขอบตาของคังหมิ่นก็แดงก่ำ ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา นางสะอื้นไห้พลางกล่าวว่า "น่าสงสารเหลือเกิน ก่อนหน้านี้เห็นเนื้อตัวเจ้ามอมแมมเหมือนลูกเป็ดขี้เหร่ คงจะตกระกำลำบากมามากแน่ๆ แถมตอนอยู่ในพรรคก็ยังโดนรังแก โดนลอบทำร้ายอีก..."
จากนั้นนางก็ช้อนสายตาที่เปี่ยมไปด้วยน้ำตามองไปทางหม่าต้าหยวน "ต้าหยวน ข้านึกถึงน้องชายร่วมอุทรของข้าที่ป่วยตายไปตอนสี่ขวบขึ้นมาเลย เฉินอวี้มีส่วนคล้ายเขามากทีเดียว สู้ให้ข้าเก็บเขาไว้ข้างกาย ให้เขาเป็นองครักษ์ของข้าเถอะนะ"
นี่คือแผนการที่คังหมิ่นคิดไว้แต่แรกแล้ว
หม่าต้าหยวนต้องนำพี่น้องพรรคกระยาจกสายเหนือออกไปปราบปรามพวกโจรป่านอกเมือง ถึงตอนนั้นศูนย์บัญชาการใหญ่จะหละหลวม วันนี้นางไปที่อารามร้างทางตอนเหนือของเมือง เดิมทีก็ตั้งใจจะไปหาองครักษ์ให้ตัวเองอยู่แล้ว
ที่ไปช่วยเฉินอวี้ในอาราม ก็ไม่ได้เกิดจากความเมตตาปรานีแต่อย่างใด แต่เพราะรู้ว่าเฉินอวี้มีฝีมือดี สามารถเอาชนะศิษย์ห้ากระสอบอย่างหม่าเอ้อร์ได้
ใครจะไปคิดว่าเฉินอวี้จะมีวรยุทธ์สูงส่งถึงเพียงนี้ ไม่เพียงแต่จะจัดการหม่าเอ้อร์ได้ แม้แต่ผู้คุมหางเสือแปดกระสอบอย่างเฉวียนกวานชิงก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้!
การมียอดจอมยุทธ์หนุ่มน้อยเช่นนี้อยู่ข้างกาย คังหมิ่นรู้ดีว่าแผนการของตนย่อมสำเร็จได้ง่ายขึ้นแน่
ดังนั้นนางจึงเรียกเขาว่าน้องชายคำแล้วคำเล่า เพื่อตีสนิทให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น
"เรื่องนี้คงต้องปรึกษากันก่อน..." หม่าต้าหยวนกลับลังเลใจ
เขาเป็นถึงรองประมุขพรรคกระยาจก และยังเป็นจอมยุทธ์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในยุทธภพ วิชาคว้าจับปลิดหอยคอของเขาเลื่องลือไปทั่วใต้หล้า
ทำไมเขาจะดูความไม่ธรรมดาของเฉินอวี้ไม่ออก
เขารู้สึกว่าการให้คนเก่งๆ แบบนี้ไปอยู่ข้างกายภรรยาเพื่อเป็นแค่องครักษ์ มันดูเสียของเกินไป
ตอนนี้แผ่นดินต้าซ่งถูกรายล้อมไปด้วยศัตรูฉกาจ ประมุขเฉียวต้องตระเวนออกไปดับไฟทั่วทุกสารทิศ ช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงที่ต้องการคนมีความสามารถ
หากเฉินอวี้เป็นผู้มีพรสวรรค์ที่หาตัวจับยากจริงๆ เขาก็ควรจะนำเรื่องนี้ไปกราบทูลประมุขพรรค เพื่อดึงตัวมาเป็นกำลังสำคัญในการปกป้องบ้านเมืองต้าซ่งต่างหาก
"ผู้น้อยก็ยินดีติดตามรับใช้ฮูหยินเช่นกัน" เมื่อเห็นว่าหม่าต้าหยวนลังเลใจ สีหน้าของฮูหยินหม่าก็เริ่มดูไม่ค่อยดี เฉินอวี้จึงประสานมือกล่าวขึ้นมา
เขาย่อมต้องอยากอยู่กับหญิงโฉดอย่างคังหมิ่นอยู่แล้ว
อีกฝ่ายมีเจตนาร้ายอย่างลึกซึ้ง การอยู่ข้างกายนางจะต้องทำให้เขาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้มหาศาลแน่
ในเมื่อได้มาอยู่ในโลกยุทธภพแล้ว การทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นต่างหากคือความจริงแท้ที่สุด
"เอาเถอะ งั้นก็ให้ลำบากน้องชายไปอยู่กับภรรยาข้าชั่วคราวก่อนละกัน เดี๋ยวข้าจะนำเรื่องของเจ้าไปบอกให้ผู้อาวุโสคนอื่นๆ ทราบ เฮ้อ... เสียดายที่ประมุขเฉียวไม่ได้อยู่ที่ศูนย์บัญชาการ หากเขารู้ว่าในพรรคมีจอมยุทธ์หนุ่มน้อยอย่างเจ้าอยู่ ไม่รู้ว่าจะดีใจแค่ไหน..."
ในที่สุดหม่าต้าหยวนก็ยอมตกลง
คังหมิ่นดีใจเป็นอย่างมาก นางรีบสั่งให้คนจัดเตรียมห้องพักใหม่ให้เฉินอวี้ให้อยู่ใกล้กับนางให้มากที่สุด และยังแสร้งทำเป็นห่วงใย กำชับให้เฉินอวี้พักผ่อนให้เต็มที่ แล้วพรุ่งนี้ค่อยไปหานาง
หลังจากจัดการอะไรเสร็จสรรพ กลับมาถึงห้องพักก็ค่ำพอดี
เมื่อเอนหลังลงบนเตียง เฉินอวี้ก็แทบจะอดใจรอเปิดของรางวัลไม่ไหวแล้ว
【เป้าหมาย: คังหมิ่น】
【เจตนาร้ายที่ 2: อยากให้มีใครสักคนออกหน้าแทนข้า แล้วฉีกหน้าเฉวียนกวานชิงไอ้สุนัขโจรนี่ให้ยับไปเลย】 สำเร็จ
【เจตนาร้ายที่ 3: เฉวียนกวานชิง แกกล้าว่าข้าแบบนี้ ข้าอยากจะเห็นแกถูกอัดจนหมอบอยู่กับพื้นเหมือนสุนัขตัวหนึ่ง แล้วร้องไห้อ้อนวอนขอโทษข้า!!】 สำเร็จ
【แจกจ่ายรางวัลระดับต้น: เงินขาว 200 ตำลึง กำลังสะสม ยอดเงินคงเหลือ 300 ตำลึง สามารถเบิกถอนได้ตลอดเวลา】
【แจกจ่ายรางวัลระดับกลาง: การ์ด "ปราณแท้ไอเย็น" ขั้นสูง เมื่อใช้งานจะสามารถเรียนรู้วิชานี้ได้โดยตรงและบรรลุถึงขั้นสูง】
【การทำเจตนาร้ายเพื่อรับรางวัลระดับกลางสำเร็จเป็นครั้งแรก รางวัลคริติคอล แจกจ่ายรางวัลพิเศษเพิ่มเติม】
【เงินขาว 100 ตำลึง ยอดสะสมปัจจุบัน 400 ตำลึง สามารถเบิกถอนได้ตลอดเวลา】
【พลังวัตรบริสุทธิ์ 1 ปี】
【ได้รับการ์ดเลื่อนขั้นวรยุทธ์ สามารถยกระดับวิชาจากขั้นต้นให้เป็นขั้นสูงได้】
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ สายตาของเฉินอวี้ก็พลันเบิกกว้าง
รางวัลระดับกลางนี่มันอู้ฟู่จริงๆ
(จบแล้ว)