- หน้าแรก
- ไม่ได้อยากจะโชว์เทพ แค่ตัวฉันอีกโลกมันส่งพลังมาให้เอง
- บทที่ 350 - องค์กรชุดดำที่เหิมเกริมไร้ความปรานี
บทที่ 350 - องค์กรชุดดำที่เหิมเกริมไร้ความปรานี
บทที่ 350 - องค์กรชุดดำที่เหิมเกริมไร้ความปรานี
บทที่ 350 - องค์กรชุดดำที่เหิมเกริมไร้ความปรานี
"ยิน สถานการณ์ดูเหมือนจะเหนือความคาดหมายไปหน่อยนะ พวกนายอีกนานแค่ไหนถึงจะมาถึงที่นี่"
หลังจากจัดการทหารรับจ้างสองคนที่บุกเข้ามาเพราะค่าหัวของกลุ่มทุนซูซูกิจนหมอบไปแล้ว เบลม็อทก็ต่อสายหายินอีกครั้งและอธิบายสถานการณ์ทางฝั่งนี้ให้ฟัง
"รู้ตำแหน่งของพวกมันหรือยัง"
"รู้แล้ว ตอนนี้พวกนั้นซ่อนตัวอยู่ในชิงช้าสวรรค์แบบวงล้อคู่ของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ
แต่ต่อให้ไม่นับเรื่องที่ฉันสู้คูราโซไม่ได้ ต่อให้ยัยนั่นยอมเชื่อใจฉันแล้วส่งตัวซูซูกิ เซย์ยะให้ ด้วยกำลังของพวกเราสองคนในตอนนี้ก็ไม่มีทางหนีออกไปจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัยแน่ๆ
แล้วก็ดูเหมือนทางกรมตำรวจกำลังขอกำลังสนับสนุนจากหน่วยรบพิเศษอยู่ด้วย ถ้ากองกำลังติดอาวุธชุดใหญ่มาถึงเมื่อไหร่ ความวุ่นวายที่นี่ก็คงถูกควบคุมได้ในไม่ช้า"
เมื่อได้ฟังรายงานสถานการณ์จากเบลม็อท ยินที่อยู่อีกด้านหนึ่งของสายก็กัดก้นบุหรี่พลางแสยะยิ้มเหี้ยม "เธอทำตามแผนเดิมไปก่อน ไปลอบวางระเบิดไว้ที่ชิงช้าสวรรค์นั่นซะ
เดี๋ยวฉันจะพาเคียนติกับกอร์นตามไปสมทบเร็วๆ นี้ ไม่ได้เจอฉากใหญ่ๆ แบบนี้มานานแล้ว ครั้งนี้จะได้ถือโอกาสลองของใหม่ที่เป็นเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธที่เพิ่งได้มาซะเลย"
เมื่อได้ยินสิ่งที่ยินพูด คนอื่นๆ ที่อยู่ข้างกายเขาก็มีสีหน้าแตกต่างกันออกไป
วอดก้ายังคงสวมบทบาทลูกน้องผู้ซื่อสัตย์เช่นเคย ลูกพี่ว่าไงเขาก็ว่าตามนั้น
กอร์นก็ยังคงเป็นคนพูดน้อยเหมือนเดิม เมื่อรู้ว่ากำลังจะได้ลงสนามใหญ่ เขาก็ก้มหน้าก้มตาเตรียมอุปกรณ์อย่างเงียบๆ
จะมีก็แต่เคียนติที่ทำตัวราวกับคนบ้าคลั่ง ทันทีที่รู้ว่าจะได้ไปถล่มให้ราบเป็นหน้ากลอง เธอก็แสดงท่าทีตื่นเต้นสุดขีด แถมยังเร่งเร้าถามว่าเมื่อไหร่จะออกเดินทาง
ในขณะเดียวกัน โคนันกับเบอร์เบิ้นก็แอบลอบเข้าไปในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทโตะเรียบร้อยแล้ว พวกเขาใช้เข็มกลัดนักสืบติดต่อหาเซย์ยะเพื่อถามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
และเมื่อได้ยินจากปากเซย์ยะว่าเขาจงใจปล่อยให้คูราโซจับเป็นตัวประกันเพื่อหวังจะจัดการคนสำคัญขององค์กรชุดดำให้สิ้นซากในคราวเดียว โคนันกับเบอร์เบิ้นก็ถึงกับอึ้งในความคิดของเซย์ยะไปตามๆ กัน
"เซย์ยะ นายฟังฉันก่อนนะ เรื่องนี้มันไม่ได้ง่ายอย่างที่นายคิดหรอก องค์กรชุดดำไม่เหมือนกับองค์กรอาชญากรรมทั่วไป พวกมันอันตรายกว่าที่นายคิดไว้มาก..."
"ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด!"
โคนันยังพูดไม่ทันจบ สัญญาณการติดต่อก็ถูกเซย์ยะตัดทิ้งไปดื้อๆ เสียแล้ว
เมื่อเห็นว่าสัญญาณจากเข็มกลัดนักสืบขาดหายไป อามุโร่ โทรุที่อยู่ข้างๆ โคนันก็เอ่ยขึ้น "ตอนแรกฉันก็นึกว่านายคือไอ้เด็กเปรตที่บ้าบิ่นที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาแล้วนะ คิดไม่ถึงเลยว่านายน้อยแห่งกลุ่มทุนคนนี้จะบ้าคลั่งยิ่งกว่านายเสียอีก!"
"ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพูดจาประชดประชันนะ เราต้องรีบหาตัวเซย์ยะกับคูราโซให้เจอ ไม่อย่างนั้นทุกอย่างอาจจะสายเกินแก้!"
เมื่อได้ยินโคนันบ่น อามุโร่ โทรุก็ยักไหล่ด้วยความหมั่นไส้ "นายพูดน่ะมันง่าย พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทโตะเล็กเสียที่ไหนล่ะ
แถมตอนนี้ก็มืดแล้วด้วย ในเมื่อมีพวกเดนสังคมแห่กันมาเพราะค่าหัวของกลุ่มทุนซูซูกิเยอะแยะขนาดนี้ การจะหาตัวนายน้อยคนนี้ให้เจอมันไม่ง่ายเลยนะ"
และในตอนที่โคนันกับอามุโร่ โทรุกำลังคิดหนักหาหนทางไม่ออกอยู่นั้น เสียงใบพัดของเฮลิคอปเตอร์ที่ดังกึกก้องมาจากบนท้องฟ้าก็เป็นสัญญาณเปิดตัวของยินที่พาพวกเคียนติมาโผล่กลางงานอย่างยิ่งใหญ่
"ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!"
ในจังหวะที่หน่วยรบพิเศษของทางการยังมาไม่ถึง ยินกับพวกก็ขับเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธบินข้ามแนวกั้นของตำรวจโตเกียวเข้ามาดื้อๆ จากนั้นก็ใช้กล้องจับความร้อนสแกนหาผู้คนในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ก่อนจะสาดกระสุนจากปืนกลแก็ตลิงลงมาอย่างบ้าคลั่ง!
ตามที่เบลม็อทบอก คูราโซกับเป้าหมายอย่างซูซูกิ เซย์ยะซ่อนตัวอยู่ในชิงช้าสวรรค์ ดังนั้นนอกจากสองคนนั้นที่อยู่ในชิงช้าสวรรค์กับเบลม็อทแล้ว คนอื่นๆ ก็ไม่ใช่เป้าหมายของพวกเขา
เพื่อป้องกันไม่ให้คนพวกนี้เข้ามาจุ้นจ้าน การเคลียร์พื้นที่ให้โล่งจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด
พวกตำรวจที่คอยคุ้มกันอยู่รอบนอกย่อมได้ยินเสียงความวุ่นวายที่ดังมาจากในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอย่างรวดเร็ว
แต่น่าเสียดายที่อาวุธประจำกายของพวกเขามีแค่ปืนพกธรรมดา ระยะยิงของมันไม่มีทางส่งไปถึงระดับความสูงของเฮลิคอปเตอร์พวกยินได้เลย
ท่ามกลางม่านราตรีอันมืดมิด กระสุนปืนกลที่สาดลงมาจากเฮลิคอปเตอร์บนท้องฟ้าได้เปลี่ยนอาคารและหลอดไฟส่องสว่างบนพื้นดินให้กลายเป็นซากปรักหักพังในพริบตา
ทันทีที่เห็นเฮลิคอปเตอร์บนฟ้าสาดกระสุนลงมา โคนันกับเบอร์เบิ้นก็รู้ตัวทันทีว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี พวกเขาจึงรีบกระโดดลงไปซ่อนตัวในทะเลสาบเทียมที่อยู่ข้างๆ อย่างรวดเร็ว
ความเย็นของน้ำในทะเลสาบมากพอที่จะช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายของพวกเขาได้ และถึงแม้กระสุนปืนกลจะสาดลงมาในน้ำ แรงต้านและความหนาแน่นของน้ำก็จะช่วยลดทอนพลังทำลายล้างของมันลงไปได้มาก
ที่ประตูด้านซ้ายและขวาของเฮลิคอปเตอร์ กอร์นกับเคียนติต่างก็ตั้งปืนซุ่มยิงขึ้นมาพร้อมกัน คอยสอยพวกที่หลุดรอดจากการสาดกระสุนไปได้ทีละคน ส่วนวอดก้าก็รับหน้าที่บังคับเฮลิคอปเตอร์ให้ค่อยๆ บินเข้าไปยังตำแหน่งที่เบลม็อทบอกไว้
"วอดก้า กระเช้าที่สามนับจากข้างบนลงมาฝั่งซ้าย"
"รับทราบครับลูกพี่"
หลังจากบังคับเฮลิคอปเตอร์มาถึงตำแหน่งที่กำหนด ยินก็ปล่อยกรงเล็บเหล็กของเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธลงมา หมายจะเกี่ยวเอากระเช้าชิงช้าสวรรค์ที่พวกเซย์ยะซ่อนตัวอยู่นั้นขึ้นมาทั้งอัน
ทางด้านคูราโซที่อยู่ในกระเช้า เมื่อเห็นกรงเล็บเหล็กเจาะทะลุแผ่นเหล็กเข้ามา สีหน้าของเธอก็ดูย่ำแย่ลงทันที เธอรีบคว้าตัวเซย์ยะที่อยู่ข้างๆ เตรียมจะหลบหนีออกไปจากที่นี่
แต่ดูเหมือนเบลม็อทที่แสร้งเล่นละครตบตาอยู่ด้วยกันมาตลอดจะรู้ทันความคิดของคูราโซ เธอจึงล้วงเอาปืนพกออกมาจากกระเป๋าแล้วเล็งจ่อไปที่หัวของคูราโซทันที
"คูราโซ นี่น่าจะเป็นครั้งที่สองแล้วสินะที่ฉันเอาปืนจ่อหัวเธอแบบนี้
ตอนแรกที่ฉันอยากจะฆ่าเธอก็โดนรัมขัดขวางเอาไว้ซะก่อน แต่ครั้งนี้คงไม่มีใครมาช่วยเธอได้แล้วล่ะ ถ้าไม่อยากให้หัวกระจุยในตอนนี้ล่ะก็ ทางที่ดีเธอควรจะอยู่นิ่งๆ ดีกว่านะ"
จากการลอบสังเกตการณ์คูราโซก่อนหน้านี้ เบลม็อทพบว่าคูราโซยังได้ความทรงจำกลับคืนมาไม่ครบ เธอจึงไม่แน่ใจว่าคูราโซได้เอาความลับขององค์กรไปบอกคนนอกหรือยัง
ในขณะที่ยังสืบเรื่องนี้ไม่แน่ชัด หากคูราโซตายไป เบาะแสทุกอย่างก็จะขาดสะบั้นลงอย่างแท้จริง นี่จึงเป็นเหตุผลที่เบลม็อททำเพียงแค่ข่มขู่คูราโซแต่ไม่ได้ลงมือฆ่าเธอทิ้งทันที
แน่นอนว่าถ้าเกิดคูราโซดึงดันจะขัดขืนให้ได้ เบลม็อทก็คงไม่ปรานีเช่นกัน
เพราะถ้าพูดถึงเรื่องฝีมือการต่อสู้แล้ว เธอสู้คูราโซไม่ได้เลยแม้แต่น้อย หากปล่อยให้อีกฝ่ายเคลื่อนไหว เธออาจจะโดนจัดการสวนกลับได้ง่ายๆ
"เธอหมายความว่ายังไง ข้อมูลที่องค์กรต้องการให้ฉันขโมยมา ตอนนี้มันถูกบันทึกอยู่ในหัวของฉันหมดแล้วนะ ถ้าฉันตายอยู่ที่นี่ พวกเธอก็จะไม่ได้อะไรไปเลยนะ"
ด้วยความที่รู้ดีว่าคูราโซมีฝีมือร้ายกาจ เบลม็อทจึงถอดที่มัดผมของตัวเองออกแล้วสั่งให้เซย์ยะมัดมือของคูราโซเอาไว้ จากนั้นเธอก็มองดูเซย์ยะที่ทำตามคำสั่งเสร็จเรียบร้อยแล้วเอ่ยขึ้น "ดูเหมือนเธอจะยังไม่รู้ตัวสินะว่าตัวประกันที่เธอจับมาส่งๆ น่ะเป็นใคร
ซูซูกิ เซย์ยะก็คือผู้พัฒนาหลักของโปรเจกต์ 'โลกที่สอง' เทคโนโลยีกับพรสวรรค์ที่เขามีต่างหากคือสิ่งที่องค์กรต้องการ
ในเมื่อเรามีอัจฉริยะรุ่นเยาว์แบบนี้อยู่ในมือแล้ว ข้อมูลจุกจิกที่เขาวิจัยออกมาพวกนั้นจะไปสำคัญอะไรอีกล่ะ"