- หน้าแรก
- ระบบอัปเกรดจักรกลรบสะท้านจักรวาล
- บทที่ 17 รับสมัครลูกเรือ
บทที่ 17 รับสมัครลูกเรือ
บทที่ 17 รับสมัครลูกเรือ
บทที่ 17 รับสมัครลูกเรือ
"เอาใหม่!" เฮ่าหลงประมวลผลการต่อสู้ที่เพิ่งผ่านพ้นไปอย่างเงียบๆ จากนั้นก็เป็นผู้นำพากลุ่มหุ่นรบพุ่งเข้าโจมตีอีกครั้ง
ตูม!!
ถูกกวาดล้างเกลี้ยงภายใน 6 นาที!
"เอาใหม่อีกรอบ!"
"เอาใหม่!"
"..."
"ไม่เอาแล้ว!" หลังจากถูกกวาดล้างไปถึงห้ารอบ เฮ่าหลงก็ตัดสินใจหยุดพักชั่วคราว
เขาเปลี่ยนไปใช้โหมดการดวลแบบตัวต่อตัวอย่างเด็ดขาด! การต่อสู้ทั้งห้าครั้งนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้กับเฮ่าหลงว่า ความคุ้นเคยของเขาที่มีต่อหุ่นรบวิหคเพลิงนั้นไม่ได้สูงอย่างที่เขาจินตนาการเอาไว้เลย
การดวลแบบตัวต่อตัวนั้นค่อนข้างน่าสนใจ โดยแบ่งระดับความยากเป็น: ง่าย, ปานกลาง, สูง, ยาก, นรก!
"ระดับยาก!" เฮ่าหลงไม่กล้าเลือกโหมดนรก แต่เขามั่นใจว่าสามารถรับมือกับโหมดยากได้
เฮ่าหลงบังคับหุ่นรบวิหคเพลิงและพุ่งทะยานออกไปพร้อมกับดาบเลเซอร์แสงเหนือเพลิงในมือ คราวนี้เขาจะต้องทวงความมั่นใจของตัวเองกลับคืนมาให้ได้
เมื่อหุ่นรบวิหคเพลิงทั้งสองตัวเข้าปะทะกัน ดาบเลเซอร์แสงเหนือเพลิงของพวกเขาก็ไขว้ทับกัน ทว่ากระบวนท่าของพวกเขากลับเหมือนกันทุกประการ
"ดาบปืนใหญ่หนัก!"
ตูม!!
"...นี่มันรู้จักท่าดาบปืนใหญ่หนักด้วยเหรอเนี่ย?" หลังจากกลับมาตั้งหลักที่ตำแหน่งเดิม เฮ่าหลงก็จ้องมองผู้ชนะที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
"ความเร็วในการออกดาบของมันเร็วกว่าของฉันซะอีก แถมอานุภาพดาบปืนใหญ่หนักของมันก็ยังดูรุนแรงกว่าตอนที่ฉันใช้อีกต่างหาก"
"เอาใหม่ เปลี่ยนเป็นโหมดระดับสูง" เฮ่าหลงไม่ได้โง่ สิ่งที่เขาต้องการในตอนนี้คือการทำความคุ้นเคยกับหุ่นรบวิหคเพลิง ไม่ใช่การหาเรื่องเจ็บตัว
ตูม!
ตูม!
คราวนี้เฮ่าหลงทุ่มเทแรงกายแรงใจถึง 120% ต่อสู้อย่างสุดชีวิตกับหุ่นรบวิหคเพลิงในโหมดระดับสูง แต่สุดท้ายเขาก็พ่ายแพ้ไปหลังจากผ่านไป 20 นาที
"เอาใหม่!"
"..."
หลังจากใช้เวลาไปทั้งคืน ในที่สุดเฮ่าหลงก็สามารถต่อสู้กับวิหคเพลิงในโหมดระดับสูงได้อย่างสูสี และมีความเข้าใจในหุ่นรบวิหคเพลิงลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
เช้าวันรุ่งขึ้น เฮ่าหลงและโจวจื่อหลานก็มาถึงที่ตลาดบุคลากรแห่งดวงดาว
คลื่นฝูงชนที่นี่หลั่งไหลกันมาอย่างมหาศาล โชคดีที่เมื่อวานนี้โจวจื่อหลานได้ยอมจ่ายเงินก้อนโตเพื่อเช่าห้องรับสมัครงานที่อยู่ด้านหน้าไว้แล้ว ซึ่งมีการเขียนตำแหน่งงานและสวัสดิการไว้อย่างชัดเจน
มีคนมาต่อแถวรออยู่ที่หน้าประตูแล้ว และจำนวนก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากสิบกว่าคนเป็นหลายร้อยคน ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นผู้หญิง
นี่เป็นความต้องการของโจวจื่อหลาน และเฮ่าหลงก็เห็นด้วย ท้ายที่สุดแล้ว นี่คือเรือรบของโจวจื่อหลาน หากพวกเขารับสมัครผู้ชาย แม้เฮ่าหลงจะไม่คัดค้าน แต่เขาก็คงจะรู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่บ้าง
ผู้สมัครคนแรกคือ: หวงซือหลิน
เธอเป็นรองกัปตันระดับ 3 ดาวของเรือรบระดับ T1 มีประสบการณ์บัญชาการกองเรือมาแล้วสามปี และยังเป็นนักบินหุ่นรบระดับ T1 สองดาวอีกด้วย เธอเรียกเงินเดือนที่ 100,000 เหรียญดวงดาว
"รับได้!" เฮ่าหลงและโจวจื่อหลานสบตากันแล้วพยักหน้าตกลง
ในฐานะรองกัปตันระดับ 3 ดาวของเรือรบระดับ T1 ความสามารถของเธอเพียงพอที่จะช่วยโจวจื่อหลานบัญชาการเรือรบได้อย่างแน่นอน
หากเธอเป็นรองกัปตันระดับ 4 ดาวของเรือรบระดับ T1 ค่าจ้างในการรับสมัครของเธอจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างน้อยห้าเท่า ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับเฮ่าหลงและคนอื่นๆ
"ซือหลิน วันนี้เธอพอจะมีเวลาไหม?" โจวจื่อหลานมองดูพื้นที่อันกว้างขวางที่มีเพียงเธอและเฮ่าหลงอยู่ จึงเอ่ยถามหวงซือหลินที่กำลังจะเดินจากไป
"มีค่ะ!" หวงซือหลินตอบกลับอย่างฉะฉานและหนักแน่น
"ถ้างั้นเธอเริ่มงานอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้เลยนะ" โจวจื่อหลานแก้ไขสัญญาให้เธอเริ่มต้นทำงานตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
"รับทราบค่ะ กัปตัน!" หวงซือหลินทำวันทยหัตถ์แบบทหาร
"ซือหลิน เวลาไม่ได้อยู่บนเรือรบ เธอทำตัวตามสบายได้เลยนะ เดี๋ยวฉันจะส่งเกณฑ์การรับสมัครไปให้" โจวจื่อหลานรับการตะเบ๊ะและส่งข้อมูลการรับสมัครให้เธอผ่านทางข้อความดวงดาว
"รับทราบค่ะ!"
ด้วยการเข้าร่วมของหวงซือหลิน ความเร็วในการสัมภาษณ์ก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
คนที่สองที่ผ่านการสัมภาษณ์: เซี่ยซือเถียน
เธอมีประสบการณ์ 2 ปีที่แผงควบคุมปืนใหญ่หลัก เป็นพนักงานควบคุมปืนใหญ่หลักระดับ 3 ดาวที่มากประสบการณ์ และยังเป็นนักบินหุ่นรบระดับ 1 ดาวอีกด้วย
"เซี่ยซือเถียน เธอผ่านการสัมภาษณ์แล้ว จะเริ่มงานวันนี้เลยไหม?"
"เริ่มเลยค่ะ!" ทันทีที่ได้ยินว่าสอบผ่าน เซี่ยซือเถียนก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
"ถ้างั้นเธอก็มาช่วยรับสมัครด้วยเลยแล้วกัน" โจวจื่อหลานส่งสำเนาข้อมูลการรับสมัครไปให้เซี่ยซือเถียนอีกชุด
ในช่วงเวลาต่อมา โจวจื่อหลานก็รับสมัครคนเพิ่มอีกกว่า 10 คนติดต่อกัน เธอและเฮ่าหลงกลายเป็นผู้คุมงานในพื้นที่ และในท้ายที่สุด โจวจื่อหลาน, หวงซือหลิน และเซี่ยซือเถียน ก็กลายเป็นสามคนหลักที่ทำหน้าที่คุมงาน
เมื่อกลายเป็นคนว่างงาน เฮ่าหลงจึงตัดสินใจเดินเตร็ดเตร่ไปรอบๆ เพราะนี่เป็นครั้งแรกของเขาที่ตลาดบุคลากรแห่งดวงดาว
เฮ่าหลงเดินเตร็ดเตร่อย่างไร้จุดหมายอยู่ประมาณ 10 นาที และในขณะที่เขากำลังจะเดินกลับไป เขาก็ถูกดักหน้าเอาไว้
"ฉินเสี่ยวเซียน นายมาทำอะไรที่นี่เนี่ย?" เฮ่าหลงมองดูคนที่มาขวางทางแล้วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม หมอนี่ก็เป็นคนที่มีนิสัยบ้าบิ่นพอตัวเหมือนกัน
"ครอบครัวฉันเป็นเจ้าของตลาดบุคลากรแห่งดวงดาวแห่งนี้น่ะ ฉันก็แค่บังเอิญมีธุระต้องมาจัดการนิดหน่อย" ฉินเสี่ยวเซียนพูดด้วยท่าทีไม่แยแส
นี่เป็นเพียงหนึ่งในบริษัทสินทรัพย์ขนาดเล็กของครอบครัวเขา แต่มันค่อนข้างสะดวกในการรับสมัครบุคลากร โดยเฉพาะบุคลากรเฉพาะทาง ซึ่งครอบครัวของพวกเขาได้กว้านซื้อตัวเอาไว้จำนวนมาก
"แล้วนายล่ะ? อ๋อ... เข้าใจละ นายมาที่นี่เพื่อรับสมัครลูกเรือให้กับแม่ยอดขมองอิ่มของนาย เพื่อเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันล่าสัตว์ฤดูใบไม้ร่วงใช่ไหมล่ะ?" ฉินเสี่ยวเซียนตระหนักได้ว่าในเมื่อเฮ่าหลงไม่ได้ทำสัญญากับเรือรบ เขาก็ย่อมไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันล่าสัตว์ฤดูใบไม้ร่วงได้ แต่โจวจื่อหลานเข้าร่วมได้
พูดตามตรง เขาไม่คิดว่ากองเรือพรสวรรค์ของสามัญชนจะมีโอกาสติดท็อป 10 ได้หรอก ต่อให้โจวจื่อหลานจะมีพรสวรรค์ระดับ S ก็เถอะ
ท้ายที่สุดแล้ว สมาชิกบนเรือรบของพวกเขาล้วนผ่านการฝึกฝนมาอย่างมืออาชีพ ส่วนใหญ่มีประสบการณ์บนเรือรบแห่งดวงดาวมานานกว่าห้าปี แถมพวกเขายังประสานงานกันได้อย่างดีเยี่ยมและมีพลังรบที่แข็งแกร่ง ด้วยความได้เปรียบที่เหนือกว่าอย่างท่วมท้นขนาดนี้ มันจึงเป็นเรื่องยากที่กองเรือของสามัญชนจะสามารถเบียดเข้าไปอยู่ใน 100 อันดับแรกได้
ยิ่งไปกว่านั้น ค่าดัดแปลงเรือรบที่พวกเขาลงทุนไปก็ยังแพงหูฉี่ อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีหลักสิบล้าน และบางกรณีก็อาจทะลุไปถึงหลักร้อยล้านเลยด้วยซ้ำ
ต่อให้สามัญชนจะได้เรือรบ 4 ดาวมาครอบครอง แต่โดยทั่วไปแล้ว ค่าดัดแปลงของพวกเขาก็มักจะอยู่แค่ราวๆ 2 ถึง 5 ล้านเท่านั้น ซึ่งมันเอามาเทียบชั้นกับพวกเขาไม่ได้เลย
"การแข่งขันล่าสัตว์ฤดูใบไม้ร่วงมันเป็นสนามเด็กเล่นสำหรับพวกเด็กรวยๆ อย่างพวกนายต่างหาก พวกเราก็แค่เข้าไปผสมโรง เป้าหมายก็คือการให้ลูกเรือได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์การต่อสู้จริงสักหน่อย ถ้าเกิดเบียดเข้าท็อป 100 ได้ นั่นก็ถือเป็นเรื่องดีที่สุดแล้ว"
เฮ่าหลงพูดด้วยท่าทีสบายๆ ซึ่งนั่นคือสถานการณ์ตามปกติ
แต่อย่าลืมนะว่า เฮ่าหลงได้ยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อดัดแปลงวิหคเพลิงของโจวจื่อหลานไปแล้ว และมูลค่าการดัดแปลงวิหคเพลิงก็สูงถึงหลักร้อยล้าน ในตอนนี้ สิ่งเดียวที่ขาดหายไปก็คือลูกเรือเท่านั้น
"การจะติดท็อป 100 อาจจะยากสำหรับคนอื่น แต่สำหรับพวกนายสองคน มันไม่น่าจะยากเกินความสามารถหรอกมั้ง" ฉินเสี่ยวเซียนพยักหน้าราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติ เขาจะไม่ประมาทการประสานงานระหว่างเฮ่าหลงและโจวจื่อหลานเด็ดขาด ทั้งคู่ต่างก็ติดท็อป 10 ในด้านการบัญชาการปฏิบัติการกองเรือ
ยิ่งไปกว่านั้น เฮ่าหลงยังเป็นถึงปรมาจารย์นักดัดแปลงระดับ T1 แม้ว่าความสามารถในการดัดแปลงเรือรบของเขาอาจจะยังไม่แข็งแกร่งเท่ากับปรมาจารย์นักดัดแปลงรุ่นเก๋าที่สั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน แต่เขาก็ยังคงเป็นปรมาจารย์นักดัดแปลงอยู่ดี
เรือรบของโจวจื่อหลานนั้นถูกคัดเลือกมาจากคลังสมบัติของชาติ และน่าจะเป็นเรือรบระดับ T1 สี่ดาว จุดอ่อนเพียงอย่างเดียวก็คือสมาชิกบนเรือรบเพิ่งจะถูกรับเข้ามาใหม่ ขีดความสามารถในการปฏิบัติการรบของพวกเขาจึงยังมีข้อจำกัด นี่คือเหตุผลที่เขามั่นใจว่าโจวจื่อหลานจะไม่มีทางทะลุเข้าสู่ท็อป 10 ได้อย่างแน่นอน
"แน่นอนอยู่แล้ว ฉัน เฮ่าหลงคนนี้ ยังมีความมั่นใจมากพอที่จะชิงพื้นที่ท็อป 100 อยู่แล้วล่ะ" เฮ่าหลงแอบหัวเราะในใจ ขณะที่ภายนอกแสดงท่าทีที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
เขาคิดในใจ: "ดูเหมือนว่าฉันจะถูกฉินเสี่ยวเซียนประเมินต่ำไปซะแล้วล่ะ เป้าหมายของฉันคืออันดับ 1 ในท็อปร้อยต่างหาก น่าเสียดายที่นายไม่รู้เรื่องนั้น"
"มาเถอะ ในระหว่างที่แม่ยอดขมองอิ่มของนายไม่อยู่แถวนี้ เดี๋ยวฉันจะพานายไปเปิดหูเปิดตาสักหน่อย" ฉินเสี่ยวเซียนพยายามจะเอื้อมมือไปโอบไหล่เฮ่าหลง แต่เฮ่าหลงก็เบี่ยงตัวหลบได้ทัน
"หยุดเลย... ฉันไม่ได้นิยมไม้ป่าเดียวกันนะโว้ย"
"...ฉันเองก็ไม่ได้นิยมผู้ชายเหมือนกันแหละ" ฉินเสี่ยวเซียนส่งสายตาเอือมระอาให้เฮ่าหลง ก่อนจะอธิบายต่อ "เดี๋ยวจะมีงานประมูลที่เต็มไปด้วยวัสดุล้ำค่า อาวุธเรือรบคุณภาพสูง แล้วก็พิมพ์เขียวการออกแบบเรือรบด้วย นายอยากจะไปด้วยกันไหมล่ะ?"
จบบท