- หน้าแรก
- มาร์เวล ตำนานแสงอุษาจุติ
- บทที่ 11 - ค่ายกลเขตอาคม
บทที่ 11 - ค่ายกลเขตอาคม
บทที่ 11 - ค่ายกลเขตอาคม
บทที่ 11 - ค่ายกลเขตอาคม
༺༻
อีกด้านหนึ่ง
ในขณะนี้ วิกโก้กำลังอยู่บนเส้นทางมุ่งหน้าสู่สนามบิน ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
วิกโก้เห็นเบอร์โทรศัพท์และพบว่าเป็นคนจากฐานที่มั่นของแก๊งโทรมา เขาจึงกดรับสายทันที
"วิกโก้ มีคนบุกมาที่ฐานที่มั่นแล้ว ตอนนี้เหลือแค่ผมกับทาน่ารวมหกคนที่เฝ้าอยู่ชั้นใต้ดิน พี่น้องคนอื่นในโรงงานถูกฆ่าหมดแล้ว ตอนนี้ต้องการกำลังเสริม"
เมื่อได้ยินคำพูดจากปลายสาย วิกโก้ก็หน้าถอดสี เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพูดว่า "ไอ้ปีศาจราตรีเฮงซวย!"
"ฉันจะส่งคนอื่นรีบไปที่ฐานที่มั่นเดี๋ยวนี้ พวกแกหกคนต้านไว้ให้ได้ จอห์นคงไม่ได้พกอาวุธสำหรับพังประตูนิรภัยมาหรอก"
ขณะนั้นท้องฟ้าข้างนอกมีฟ้าร้องฟ้าผ่า เป็นสัญญาณว่าพายุกำลังจะมาถึงทุกขณะ
เห็นได้ชัดว่าวิกโก้ไม่รู้ว่าใครเป็นคนลงมือที่ฐานที่มั่น แต่เมื่อนึกถึงโทรศัพท์ที่เขาโทรหาจอห์น วิค ก่อนหน้านี้ แม้โทรศัพท์เครื่องนั้นจะทำให้เขาได้ระบายอารมณ์บ้าง แต่มันก็เป็นการยั่วยุอีกฝ่ายอย่างรุนแรงเช่นกัน
แม้ลูกน้องปลายสายจะไม่ได้บอกว่าคนที่บุกโจมตีพวกเขาคือใคร แต่เขาเชื่อว่าต้องเป็นฝีมือของจอห์น วิค แน่นอน
ในตอนนี้ ขบวนรถได้เลี้ยวหัวมุม ห่างจากสนามบินไม่ไกลนัก วิกโก้ถือโทรศัพท์เตรียมจะสั่งคนไปช่วย
ก่อนที่จะโทรออก เขาก็มองผ่านกระจกมองหลังและเห็นว่ามีเงาตามหลังขบวนรถมา
นั่นคือจอห์น วิค ที่ขับรถดอดจ์สีดำตามมาทันแล้ว
เมื่อเห็นภาพนี้ วิกโก้ก็ยิ่งมีสีหน้าย่ำแย่ขึ้นไปอีก เขาฉอดว่า "ไอ้สารเลว!"
ขณะนี้ จอห์น วิค ขับรถดอดจ์สีดำที่โรงแรมคอนติเนนตัลมอบให้มาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ เหยียบคันเร่งแทบมิดถัง ในที่สุดเขาก็ตามขบวนรถของวิกโก้ ทาราซอฟ ทันก่อนที่พวกเขาจะถึงสนามจอดเฮลิคอปเตอร์
จอห์น วิค ขับรถดอดจ์ดริฟต์สะบัดท้ายอย่างสวยงามจนฝุ่นตลบ จากนั้นเขาก็เร่งเครื่องจนในที่สุดก็เห็นขบวนรถของวิกโก้ ทาราซอฟ
จอห์น วิค พ่นลมหายใจยาวออกมา ในที่สุดก็ทันจนได้
ในตอนนี้ วิกโก้ ทาราซอฟ รีบกดเบอร์ของอาบราม ทาราซอฟ แล้วโทรออกไป เอวีที่ปรึกษาของแก๊งซึ่งนั่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับหันไปมองรถที่ตามหลังมา แล้วพูดกับคนขับว่า:
"แม่มันเถอะ ขับเร็ว ๆ หน่อย"
"เฮลิคอปเตอร์อยู่ข้างหน้านี่เอง เร่งเครื่องสิ รีบไป"
ในตอนนี้สายของอาบราม ทาราซอฟ ต่อติดแล้ว วิกโก้สั่งการว่า "อาบราม แกรับคนของแกไปที่จุดพักของแก๊งที่บรูคลินเดี๋ยวนี้ ที่นั่นมีคนบุกโจมตี แกเอาคนไปช่วยเยอะ ๆ หน่อย"
"พี่ครับ เป็นปีศาจราตรีเหรอ?"
เห็นได้ชัดว่าอาบรามเองก็รู้ว่า เพราะเรื่องของหลานชาย พี่ชายจึงเปิดศึกกับจอห์น วิค ไปแล้ว
วิกโก้ ทาราซอฟ หันไปมองคนขับรถดอดจ์ที่ไล่ตามหลังมา แล้วตอบว่า "ไม่ใช่เขา ปีศาจราตรีอยู่กับฉันนี่"
เมื่อได้ยินพี่ชายพูดเช่นนั้น อาบรามก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วตอบว่า "พี่วางใจเดี๋ยวผมจะสับไอ้คนที่มาหาเรื่องให้เป็นชิ้น ๆ เลย"
หลังจากสั่งงานเสร็จ วิกโก้วางโทรศัพท์ลง และมองไปที่จอห์น วิค ที่ขับรถตามมาติด ๆ อีกครั้ง จากนั้นเขาก็นั่งหลับตาอยู่ในรถแล้วพ่นลมหายใจออกมาแรง ๆ
······
อีกด้านหนึ่ง
ภายในโรงงานชานเมืองบรูคลิน
ชาร์ลอตต์ ดอยล์ มองดูประตูเหล็กนิรภัยตรงหน้าแล้วลองเคาะเบา ๆ พบว่าความหนาของประตูนิรภัยนั้นสูงถึงสิบเซนติเมตร จากนั้นเขาก็หยิบยันต์ระเบิดออกมาจากพื้นที่ระบบ เพราะกลัวว่าแผ่นเดียวจะแรงไม่พอ เขาจึงหยิบออกมาถึงสิบแผ่น
ไม่ใช่ว่าเสียดายที่จะใช้มากกว่านี้ แต่เขาต้องคำนึงถึงความทนทานของโรงงานร้างแห่งนี้ด้วย ถึงตอนนั้นเกิดไม่ได้ระเบิดแค่ประตูนิรภัยแต่ไประเบิดทั้งโรงงานแทนมันจะยุ่ง
สาเหตุหลักคือเขายังไม่ได้อัญเชิญอุซึมากิ นารูโตะ ที่ฝึกวิชากระสุนวงจักรสำเร็จ ไม่อย่างนั้นก็แค่ใช้กระสุนวงจักรทีเดียว ประตูนิรภัยเฮงซวยนี่จะไปยากอะไร พังเข้าไปตรง ๆ ได้เลย
เขาเลิกคิดฟุ้งซ่าน ชาร์ลอตต์ ดอยล์ เริ่มทำตามทักษะค่ายกลเขตอาคม โดยการติดยันต์ระเบิดตามลำดับเฉพาะลงบนมุมต่าง ๆ ของประตูนิรภัย
ในขณะนั้น คนข้างในประตูนิรภัยเมื่อเห็นว่าไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ ก็กำลังเดาว่าฝ่ายตรงข้ามคงไม่มีปัญญาเปิดประตูนิรภัยจึงตัดสินใจถอยไปแล้ว
ค่ายกลเขตอาคมเป็นทักษะที่ชาร์ลอตต์ ดอยล์ ได้รับมาจากจูนินอุมิโนะ อิรุกะ ซึ่งสามารถนำยันต์ระเบิดหลายแผ่นมาเชื่อมต่อกันผ่านอาคมเขตค่ายกลเพื่อวางเป็นกับดัก ความรุนแรงของทักษะขึ้นอยู่กับจำนวนยันต์ระเบิด
กับดักที่วางไว้จะระเบิดโดยอัตโนมัติเมื่อศัตรูก้าวเข้ามา หรือจะเลือกสั่งระเบิดเองก็ได้
หลังจากติดยันต์ระเบิดจนครบและวางค่ายกลเขตอาคมเสร็จ ชาร์ลอตต์ ดอยล์ ก็เดินออกมาที่บันไดทางเข้า มาอยู่ด้านนอกและพิงกำแพงไว้ เพื่อป้องกันเศษผนังปูนกระเด็นใส่จากการระเบิด
ชาร์ลอตต์ ดอยล์ ประสานอินขาลด้วยสองมือ แล้วตะโกนลั่น "ระเบิด!"
ค่ายกลเขตอาคมเริ่มทำงานทันที ยันต์ระเบิดลุกไหม้และระเบิดขึ้นในพริบตา
"ปัง!"
อานุภาพของยันต์ระเบิดสิบแผ่นนั้นรุนแรงมหาศาล ทั้งตึกสั่นสะเทือนไปหมด ฝุ่นผงร่วงกราวลงมา หากโรงงานนี้ไม่แข็งแรงพอ และจุดที่ระเบิดไม่ใช่ผนังรับน้ำหนัก เกรงว่าตึกคงถล่มลงมาทันที
ในตอนนี้ภายในชั้นใต้ดินเต็มไปด้วยเสียงร้องโหยหวน วินาทีที่ยันต์ระเบิดทำงาน แรงระเบิดก็อัดประตูนิรภัยนี้จนกระเด็นเข้าไป ยามสามคนจากหกคนที่ยืนอยู่หลังประตูถูกประตูนิรภัยที่กระเด็นตามแรงอัดกระแทกทับตายคาที่ทันที
คนอื่น ๆ ก็ถูกหินที่กระเด็นเข้ามาซัดจนเจ็บหนักไม่น้อย
ชาร์ลอตต์ ดอยล์ เห็นว่าทางเข้าชั้นใต้ดินเปิดออกแล้ว ก็ไม่รอช้า พุ่งเข้าไปพร้อมกับคุไนในมือ ทาน่าที่ได้รับบาดเจ็บไม่หนักนักเมื่อเห็นคนบุกเข้ามาก็พยายามจะยิงปืนใส่ แต่เขาก็ยังไม่ทันได้เหนี่ยวไก
ชาร์ลอตต์ ดอยล์ ก็ปรากฏกายที่ข้างตัวเขา แล้วใช้คุไนแทงข้างหลังเข้าที่ลำคอ สังหารลงในพริบตา จากนั้นร่างของเขาก็พริ้วไหวมาหยุดอยู่ตรงหน้ายามที่ถูกหินกระแทกบาดเจ็บคนหนึ่ง แล้วส่งคุไนเข้ากลางหัวใจของอีกฝ่ายทันที
"ฉึบ"
เสียงใบมีดกรีดผ่านเนื้อ วินาทีต่อมา ชาร์ลอตต์ ดอยล์ ชักคุไนออกแล้วมุ่งหน้าไปยังยามคนที่สาม
นับตั้งแต่ระเบิดจนถึงตอนนี้ เวลาผ่านไปเพียงสองวินาทีเท่านั้น ทีมยามหกคนดั้งเดิมก็เหลือแค่มอร์ดที่ยังไร้รอยขีดข่วน เพราะก่อนหน้านี้เขาวิ่งไปโทรศัพท์ เขาจึงรอดพ้นจากประตูนิรภัยและเศษหินที่กระเด็นมาได้
แต่ภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้า กลับส่งผลกระทบต่อจิตใจของเขาอย่างรุนแรง
"ปีศาจ!"
มอร์ดตะโกนลั่น พร้อมกับเหนี่ยวไกปืนไรเฟิลจู่โจม กระสุนสาดซัดไปยังทิศทางที่ชาร์ลอตต์ ดอยล์ อยู่
ในตอนนั้นชาร์ลอตต์ ดอยล์ ขยับแขนที่ถือคุไนอย่างรวดเร็วปานพายุ จนเกิดภาพติดตาขึ้นนับไม่ถ้วน
กระสุนแต่ละนัดที่พุ่งมาถูกปัดกระเด็นไปหมด
ไม่นานกระสุนในปืนไรเฟิลจู่โจมของมอร์ดก็หมดลง มีเสียงปืนขัดลำดังขึ้น ขณะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปชักปืนพกที่เอว คุไนเล่มหนึ่งก็พุ่งเข้ามาทันที
"ฟึ่บ!"
คุไนพุ่งทะลุลำคอของมอร์ด ร่างของเขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหงายหลังล้มลง
จากนี้ไป สมาชิกแก๊งมาเฟียรัสเซียในโรงงานแห่งนี้ทั้งหมดถูกชาร์ลอตต์ ดอยล์ สังหารจนเหี้ยน
༺༻