เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1934 เมาแล้วก็ดีเหมือนกันครับ...

ตอนที่ 1934 เมาแล้วก็ดีเหมือนกันครับ...

ตอนที่ 1934 เมาแล้วก็ดีเหมือนกันครับ...


ตอนที่ 1934 เมาแล้วก็ดีเหมือนกันครับ...

หลังจากลอบแค่นเสียงในลำคอ อันซิน ก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะแสร้งทำเป็นเมาหลับ และเล่นละครตบตาต่อไปให้ถึงที่สุด

ในขณะที่ เจียงเฉิง เฝ้ารอและบีบคั้นให้เธอเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ตัวเธอเองก็เฝ้ารอให้เขาเป็นฝ่าย ‘รุกจู่โจม’ เช่นกัน

เพราะในมุมมองของเธอ ข้างกาย เจียงเฉิง เต็มไปด้วยผู้หญิงในฮาเร็มมากมายมหาศาลซะขนาดนั้น! ขืนเธอทำตัวใจง่ายพุ่งเข้าหาเขาก่อน สุดท้ายคงกลายเป็นเพียง ‘หนึ่งในคอลเลกชัน’ ของเขาเท่านั้น

ต่อให้ เจียงเฉิง จะปฏิบัติกับเธอดีเพียงใด แต่ข้างกายเขาก็ยังมีผู้หญิงที่ทั้งสาวและสวยกว่าเธออีกตั้งหลายคน

เธอจึงไม่มีความมั่นใจเลยสักนิดว่าจะสามารถเข้าไปชิงความโปรดปราน หรือครอบครองพื้นที่พิเศษในก้นบึ้งหัวใจของเขาได้จริงๆ หรือเปล่า!

ใช่แล้ว... เธอไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลยสักนิด!

ก่อนจะได้พบ เจียงเฉิง เธอไม่เคยจินตนาการเลยว่าจะมีวันหนึ่งที่เธอต้องเผชิญกับความรู้สึกหวาดกลัวและสั่นคลอนในเรื่องความรักได้ถึงขนาดนี้

ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเธอไม่เคยคิดว่าตนเองจะต้องพ่ายแพ้ หรือสู้ผู้หญิงคนอื่นไม่ได้เลยสักครั้งเดียว!

ด้วยชาติตระกูล รูปร่างหน้าตา และการอบรมสั่งสอนระดับชนชั้นสูงที่ได้รับมาตั้งแต่เกิด หล่อหลอมให้เธอเติบโตขึ้นเป็น ‘เจ้าหญิง’ ที่ถูกประคบประหงมมาโดยตลอด

เธอคุ้นชินกับการเป็นผู้กุมเกมที่เยือกเย็น เป็นคนที่ใครต่อใครต้องเกรงใจและให้ความสำคัญ เป็นผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าในทุกสถานการณ์!

ความมั่นใจและความหยิ่งทระนงที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดทำให้เธอไม่เคยรู้สึกตกเป็นรองผู้หญิงหน้าไหน

ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลก ส่งผู้ชายที่ชื่อ เจียงเฉิง เข้ามาในชีวิตของเธอซะอย่างนั้น!

พูดกันตามตรง หาก เจียงเฉิง เป็นแค่เพลย์บอยเสเพลที่หลอกฟันผู้หญิงไปวันๆ แล้วเขี่ยทิ้งเมื่อหมดความท้าทาย เธอคงไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับความรู้สึกตัวเองขนาดนี้หรอก

ด้วยประสบการณ์ที่คลุกคลีในสังคมระดับสูงมานาน เธอย่อมเห็นธาตุแท้ของผู้ชายประเภทนั้นมานักต่อนักแล้ว

ผู้ชายเหล่านั้นน่ะ มักจะมองผู้หญิงเป็นเพียง ‘เสื้อผ้า’ หรือ ‘เครื่องประดับ’ ที่สับเปลี่ยนและโยนทิ้งได้ตลอดเวลาเมื่อความสดใหม่หมดลง

แต่ปฏิกิริยาที่ เจียงเฉิง มีต่อผู้หญิงของเขานั้นแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เขาทะนุถนอมและให้ความสำคัญกับพวกเธอจน อันซิน สัมผัสได้ว่านั่นคือความรักจากใจจริง

ยิ่งคิดทบทวน เธอก็ยิ่งหวาดกลัวและไม่กล้าตัดสินใจข้ามเส้นแบ่งความสัมพันธ์นั้น…

ตลอดชีวิตเธอใช้ชีวิตด้วยความภาคภูมิใจและเย่อหยิ่งมาโดยตลอด... แต่เมื่ออยู่ต่อหน้า เจียงเฉิง กลับเป็นครั้งแรกที่เธอต้องลิ้มรสความรู้สึกต่ำต้อยและกระวนกระวายอย่างลึกซึ้งถึงขนาดนี้!

เมื่อเห็น อันซิน ยังนอนนิ่งไม่ยอมตอบสนอง เจียงเฉิง ก็หลุดหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยื่นมือไปใช้ปลายนิ้วเชยคางเรียวเล็กของเธอขึ้นมาอย่างแผ่วเบา

เขาออกแรงบังคับให้ใบหน้าของเธอหันมาหาเขา สัมผัสนั้นส่งผลให้ขนตาของ อันซิน สั่นระริกถี่รัว

เมื่อรู้ตัวว่าแผนแกล้งหลับถูกเปิดโปง เธอจึงจำต้องลืมตาขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทันทีที่ลืมตา เธอก็สบเข้ากับใบหน้าของ เจียงเฉิง ที่กำลังจ้องมองด้วยรอยยิ้มลึกล้ำเจ้าเล่ห์

แววตาของเขาเหมือนมองทะลุทุกความคิดจนหัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะในชั่วพริบตา

อันซิน กลอกตาไปมาครู่หนึ่งก่อนจะแสร้งทำงัวเงียเพื่อกลบเกลื่อนความขวยเขิน

เธอปรับน้ำเสียงให้แหบพร่าอิดโรยราวกับคนเมาที่ไร้สติ: "คุณ... เจียงเฉิง... มาบีบคางฉันทำไมกันคะ..."

เธอพยายามสะบัดหน้าหนีจากการกอบกุม แต่ เจียงเฉิง กลับเพิ่มแรงบีบให้กระชับยิ่งขึ้น

สายตาของเขาจับจ้องใบหูที่แดงระเรื่อของเธอครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากจะยกโค้งเป็นรอยยิ้มที่ทั้งเจ้าเล่ห์และดุดัน

น้ำเสียงของเขากดต่ำแฝงความคุกคามขณะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ริมฝีปากของเธอช้าๆ เขาจงใจ ‘ย้อนศร’ เลียนแบบคำพูดที่เธอเคยใช้กับเขาที่ผับ

“ผมแค่ไม่คาดคิดมาก่อนเลยจริงๆ ว่าเวลาคุณเมา... จะใจกล้าและแพรวพราวได้ขนาดนี้”

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับริมฝีปากของ เจียงเฉิง ที่ขยับเข้ามาใกล้จนแทบแนบชิด ผสมผสานกับสายตาพร่ามัวจากฤทธิ์แอลกอฮอล์

จู่ๆ ภาพเหตุการณ์ที่เธอถูกเขากดจูบอย่างดูดดื่มบนโต๊ะอาหารในร้านคุณชายหวงก็พลันผุดขึ้นมาในหัวทันที!

เพียงแค่คิดถึงความเร่าร้อนครั้งนั้น ลำคอของเธอก็พลันแห้งผาก เธอเผลอกลืนน้ำลายโดยสัญชาตญาณก่อนจะแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องต่อ: “น... นี่คุณพูดเรื่องอะไรคะ ฉันฟังไม่เห็นจะรู้เรื่องเลยสักนิด…”

“อ้อ... เมาแล้วสินะครับ” เจียงเฉิง หัวเราะหึๆ: “ก็ดีเหมือนกัน เพราะคืนนี้ผมเองก็ดื่มไปเยอะ และเริ่มจะ ‘เมา’ แล้วเหมือนกันครับ”

สิ้นประโยคนั้น โดยไม่เปิดโอกาสให้ อันซิน ได้ตั้งตัว เจียงเฉิง ก็โน้มตัวเข้าหาเธอทันที!

ฝ่ามือข้างหนึ่งของเขายันพนักพิงเบาะข้างกายเธอไว้ ส่วนอีกข้างสอดเข้าล็อกท้ายทอยของเธออย่างแน่นหนา เขาออกแรงดึงเพียงเล็กน้อยบังคับให้ใบหน้าของเธอแหงนรับ ก่อนจะก้มลงประทับจูบอย่างดูดดื่ม!

การจูบครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการสัมผัสเพื่อหยั่งเชิงเหมือนที่ผ่านมา…

รสจูบของเขาทั้งลึกล้ำและหนักหน่วง แฝงไปด้วยความปรารถนาที่จะครอบครองอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่ในขณะเดียวกันกลับนุ่มนวลจนสติสัมปชัญญะของเธอเตลิดและร่างกายอ่อนระทวยไปหมด

ภายในหัวของ อันซิน ขาวโพลนไปชั่วขณะ

สัญชาตญาณแรกคือการยกมือขึ้นดันแผงอกเพื่อต่อต้าน แต่ร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงกลับไม่สามารถผลักไสเขาให้ขยับเขยื้อนได้เลยแม้แต่นิดเดียว

“อื้อ…”

ทันทีที่เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมา กระจกกั้นห้องโดยสารของรถ Rolls-Royce ก็พลันเลื่อนขึ้นปิดกั้นความเป็นส่วนตัวระหว่างห้องโดยสารด้านหลังกับที่นั่งคนขับอย่างเงียบเชียบโดยอัตโนมัติ!

เมื่อเห็นดังนั้น ใบหน้าของ อันซิน ก็ยิ่งแดงซ่านเห่อร้อนจนควบคุมไม่ได้

ในเมื่อตอนนี้มือทั้งสองข้างของ เจียงเฉิง กำลังวุ่นวายอยู่บนร่างกายของเธอ กระจกบานนี้จะถูกเลื่อนขึ้นโดยใครได้อีก... นอกจากคนขับรถที่นั่งอยู่ข้างหน้านั่น!

เมื่อคราวก่อนในห้องวีไอพีร้านคุณชายหวงไม่มีบุคคลที่สามอยู่ด้วย ถึงเธอจะรู้ดีว่า หวังเซิ่ง เป็นเพียงบอดี้การ์ดคนสนิทของ เจียงเฉิง ก็เถอะ แต่การต้องทำเรื่องน่าอายโดยมีผู้ชายอีกคนนั่งอยู่ห่างไปเพียงไม่กี่คืบเช่นนี้ ก็ทำให้ อันซิน อับอายจนแทบอยากมุดแผ่นดินหนีอยู่ดี!

ใครจะคิดว่าพอเธอออกแรงผลักหน้าอกเขา เจียงเฉิง กลับฉวยโอกาสนั้นถอนริมฝีปากเปลี่ยนเป้าหมายมาลากไล้ซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนของเธอแทน!

ชั่วพริบตานั้น ความรู้สึกเสียวซ่านพลันแล่นพล่านไปตามไขสันหลัง

มันทั้งวูบวาบหวิวไหวและผสมผสานความรู้สึกดีจนเธอแทบหลอมละลาย…

เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าการถูกผู้ชายที่ตนเองมีใจคลอเคลียที่ซอกคอ จะทำให้รู้สึกซาบซ่านได้ถึงเพียงนี้!

รสสัมผัสของเขานุ่มนวลแต่แฝงความดุดันจนเธอไร้ทางหนี จังหวะหายใจของเธอเริ่มปั่นป่วน อุณหภูมิภายในห้องโดยสารพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ร่างกาย อันซิน อ่อนระทวยพิงไปกับเบาะรถ กำแพงความหยิ่งทระนงที่สร้างมานานพังทลายลง เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองรบเท่านั้น!

และในจังหวะที่สติกำลังจะหลุดลอย... ตัวรถก็พลันสั่นสะเทือนเบาๆ หนึ่งที

รถ... จอดสนิทแล้ว!

อันซิน สะดุ้งเฮือกได้สติกลับมาทันที ร่างกายแข็งทื่อเกร็งโดยอัตโนมัติ หัวใจเต้นรัวจนแทบกระดอนออกมาข้างนอก

จอดรถแล้วเหรอ?! ทำไมถึงมาจอดเอาตอนนี้ล่ะ?!

นี่อย่าบอกนะว่า... ถึงหน้าคฤหาสน์ตระกูลอันแล้ว!

หากพ่อของเธอมาเห็นภาพที่น่าอับอายนี้เข้า มีหวังเธอคงไม่กล้าสู้หน้าใครไปอีกนาน! เธอรีบดึงสติรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดผลักหน้าอก เจียงเฉิง สุดชีวิต น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว

“ย... หยุดก่อนค่ะ! เจียงเฉิง รถจอดแล้วนะ... คุณรีบปล่อยฉันก่อนเถอะค่ะ!”

ทว่า เจียงเฉิง กลับไม่ยอมคลายอ้อมกอดง่ายๆ ในเมื่อของอร่อยมาจ่ออยู่ตรงหน้าขนาดนี้ ใครจะยอมปล่อยให้หลุดมือไป!

เจียงเฉิง ชะงักเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อปรายตามองออกไปนอกหน้าต่างรถ ความมืดสนิทและเงียบสงัดภายนอกเป็นเครื่องยืนยันว่ารถยังขับ ‘ไม่ถึง’ คฤหาสน์ตระกูลอันแน่นอน

เมื่อพิจารณาจากร่มไม้ข้างทาง ดูเหมือนตอนนี้รถจะจอดซุ่มอยู่บริเวณไหล่เขาเสียมากกว่า

พอเข้าใจสถานการณ์ เจียงเฉิง ก็ลอบยิ้มชื่นชมความรู้ใจของ หวังเซิ่ง อยู่ในใจ สมกับที่เป็น ‘นักขับรุ่นเก๋า’ จริงๆ การตัดสินใจจอดรถในจังหวะนี้ช่างรู้กาลเทศะจนหาที่ติไม่ได้!

เจียงเฉิง ก้มหน้าลงซุกไซ้คลอเคลียบริเวณทรวงอกของ อันซิน ริมฝีปากปัดป่ายเสียดสีผิวเนียนละเอียดก่อนจะครอบครองจุดอ่อนไหวที่ชูชันของเธออย่างเอาแต่ใจ

น้ำเสียงของเขากดต่ำแหบพร่าจนเซ็กซี่ขยี้ใจ: “จะตื่นตระหนกไปทำไมครับ รถของเรายังขับไม่ถึงบ้านคุณเลยนะ...”

เพียงประโยคเดียวก็ทำให้อุณหภูมิบนพวงแก้มของ อันซิน ร้อนผ่าวจนแทบไหม้

ครั้งนี้เธอเริ่มหวาดกลัวขึ้นมาจริงๆ แล้ว แม้เธอจะโอนอ่อนไปกับรสจูบและปล่อยใจให้สั่นไหวไปกับสัมผัสของเขาได้

แต่ทว่าลึกๆ เธอยังไม่พร้อมและไม่ได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะมอบร่างกายและจิตวิญญาณทั้งหมดให้ผู้ชายคนนี้จริงๆ หรือไม่!

เธอยื่นมือทั้งสองข้างไปยึดข้อมือของเขาที่กำลังรุกรานร่างกายส่วนล่างของเธอไว้แน่น

“ฉ... ฉันอยากกลับบ้านแล้วค่ะ” น้ำเสียงของเธอสั่นเครือแฝงการอ้อนวอนอย่างชัดเจน: “คุณช่วย... ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ...”

พูดกันตามตรง เขาไม่ใช่คนที่จะฝืนเอาแต่ใจตัวเองโดยไร้เหตุผล

แต่ในเมื่อบรรยากาศพาไปถึงขั้นนี้แล้ว จะให้หยุดลงดื้อๆ โดยไม่ได้ ‘สัมผัส’ เธอให้หนำใจ มีหวังเขาคงอกแตกตายแน่นอน!

โดยเฉพาะ… ‘ความสามารถพิเศษ’ ที่ติดตัวเขามา อันซิน… ยังไม่เคยได้สัมผัสมันอย่างแท้จริงเลยแม้แต่ครั้งเดียว

สิ่งนั้นไม่ใช่แค่เทคนิคธรรมดา แต่คือ ‘ไพ่ลับ’ ที่เขาใช้พลิกเกมมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

และทุกครั้งที่มันถูกนำออกมาใช้ ผลลัพธ์มักจะจบลงด้วยการที่อีกฝ่าย… ไม่อาจถอนตัวได้อีกต่อไป

เรื่องแบบนี้หากไม่เคยลองก็คงจินตนาการไม่ออกหรอกว่ามันยอดเยี่ยมมากมายขนาดไหน!

ทว่าขอเพียงได้ ‘เปิดใจ’ สัมผัสมันแค่ครั้งเดียวเท่านั้น รับรองได้เลยว่าเธอจะต้องติดใจจนต้องเรียกร้องขอลองซ้ำเป็นครั้งที่สองที่สามอย่างแน่นอน!

เจียงเฉิง แค่นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะออกแรงกดทับร่างของเธอไว้ ริมฝีปากประกบจุมพิตลงไปอย่างดูดดื่ม

สัมผัสของเขานุ่มนวลแต่แฝงความดุดันเด็ดขาด จนไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เอ่ยปากปฏิเสธหรือหลบหนีไปไหนได้เลย!

จบบทที่ ตอนที่ 1934 เมาแล้วก็ดีเหมือนกันครับ...

คัดลอกลิงก์แล้ว