- หน้าแรก
- ระบบให้เป็นเทพทอฝัน ไม่ได้ให้เป็นจอมสลัดรัก
- ตอนที่ 1928 ใจเย็นๆ เอาไว้!
ตอนที่ 1928 ใจเย็นๆ เอาไว้!
ตอนที่ 1928 ใจเย็นๆ เอาไว้!
ตอนที่ 1928 ใจเย็นๆ เอาไว้!
อันซิน สูดลมหายใจเข้าลึก เธอตวัดสายตาค้อน เจียงเฉิง ด้วยความเขินไปหนึ่งที ก่อนจะอุ้ม แอนนี่ ลงมาจากกระโปรงรถ
“แอนนี่ ดึกมากแล้ว หนูควรไปนอนได้แล้วลูก”
“แต่หนูเพิ่งออกมาเองนะคะ…”
“ไปนอนเถอะจ้ะ เดี๋ยวแม่กับพี่เจียงเฉิงมีธุระต้องไปทำข้างนอก” พอจัดการลูกสาวเสร็จ อันซิน ก็หันมาหา เจียงเฉิง: “นี่คุณ... ขับรถคันนี้มาจริงเหรอคะ?”
“ใช่ครับ”
อันซิน เงียบไปครู่หนึ่ง สายตากวาดมองตั้งแต่หน้ารถไปจนถึง ‘ท่อไอเสีย’ ทั้งสี่ท่อที่ แอนนี่ เพิ่งพูดถึง จากนั้นเธอก็เลื่อนสายตากลับมามองหน้าเขา
“สรุปคืนนี้คุณจะพาฉันไปผับ หรือจะพาไปลงสนามแข่งรถกันแน่คะ?”
เจียงเฉิง หลุดหัวเราะ: “ทำไมครับ หรือคุณรู้สึกว่ามันดูโอเวอร์เกินไป?”
แม้เธอจะไม่ได้ตอบตรงๆ แต่สีหน้าและอากัปกิริยาก็อธิบายทุกอย่างได้ชัดเจนแล้ว
เมื่อเห็นผู้ใหญ่คุยกันโดยไม่สนใจ แอนนี่ ก็รีบร้องเรียกขึ้นมาอีกครั้ง: “คุณแม่คะ! รถคันนี้เท่ระเบิดไปเลย หนูขอนั่งดูหน่อยได้ไหมคะ?!”
อันซิน ก้มมองลูกสาวตัวน้อย: “หนูยังนั่งไม่ได้หรอกลูก”
“ทำไมล่ะคะ?!” ใบหน้าเล็กๆ ของ แอนนี่ บูดบึ้งขึ้นมาทันที
“ก็เพราะหนูยังเป็นเด็กอยู่น่ะสิจ๊ะ”
“เป็นเด็กแล้วทำไมถึงนั่งไม่ได้ล่ะคะ?”
“ก็เพราะว่า...” อันซิน นิ่งคิดหาเหตุผล: “เพราะรถคันนี้มันเร็วและอันตรายเกินไปสำหรับเด็กน่ะสิ แถมไม่มีคาร์ซีทให้หนูนั่งด้วย”
แอนนี่ กะพริบตาปริบๆ ก่อนหันขวับไปหา เจียงเฉิง: “คุณพ่อเจียงคะ รถของคุณพ่อไม่มีคาร์ซีทจริงๆ เหรอคะ?”
“ไม่มีหรอกครับ”
“อ้าว... แล้วทำไมคุณพ่อไม่ยอมติดสักอันล่ะคะ?”
“……”
อันซิน ที่ยืนฟังอยู่ถึงกับกลั้นขำไม่อยู่จนต้องหัวเราะออกมาเบาๆ
ให้เอา Pagani Zonda มาติดคาร์ซีทเนี่ยนะ? ลำพังแค่ลองจินตนาการถึงภาพนั้น มันก็น่าจะเรียกเสียงฮือฮาได้ยิ่งกว่าการขับรถสปอร์ตควงสาวสวยเสียอีก!
แอนนี่ ยังไม่ยอมลดละ: “ถ้าอย่างนั้นหนูต้องรอให้โตเป็นผู้ใหญ่ก่อนใช่ไหมคะถึงจะได้นั่งรถคันนี้? ถ้าหนูโตขึ้นเมื่อไหร่นะ หนูจะหาแฟนที่หล่อและเพอร์เฟกต์เหมือนคุณพ่อเจียงให้ได้เลย! แล้วหนูจะสั่งให้เขาขับรถเท่ๆ แบบนี้มารับหนูไปเที่ยวด้วย!”
อันซิน: “……”
เจียงเฉิง: “……”
ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น สีหน้าของ เจียงเฉิง ก็พลันเคร่งขรึมขึ้นมาทันที!
เขาย่อตัวลงนั่งยองๆ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของ แอนนี่ ด้วยสีหน้าจริงจัง: “แอนนี่... ถ้าหนูอยากได้รถแบบนี้ เดี๋ยวรอให้หนูโตเมื่อไหร่ พ่อจะซื้อให้หนูขับเองเลย เข้าใจไหม?”
“อ้าว... แล้วทำไมหนูต้องเป็นคนขับเองด้วยล่ะคะ?”
เขาจะอธิบายให้แม่หนูน้อยคนนี้เข้าใจได้อย่างไรว่าความรู้สึกตอนจับพวงมาลัยพาสาวซิ่งมันเท่ขนาดไหน
แต่ทว่าพอจินตนาการว่าในอนาคตเด็กแสบคนนี้ต้องไปนั่งเป็น ‘ตุ๊กตาหน้ารถ’ ให้ผู้ชายหน้าไหนก็ไม่รู้ จู่ๆ เขาก็รู้สึกปวดหนึบและจุกอกอย่างบอกไม่ถูก!
อาการของเขาเหมือนคนเป็นพ่อที่กำลังจะถูก ‘ไอ้หนุ่มหัวทอง’ ที่ไหนก็ไม่รู้มาพรากลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนไปจากอกไม่มีผิด
ใช่แล้ว... มนุษย์เรามันก็มักจะสองมาตรฐานและเห็นแก่ตัวแบบนี้แหละ!
“ไม่ต้องถามเหตุผลครับ เอาเป็นว่าหนูจำให้ขึ้นใจเลยนะว่า... ไม่ได้ก็คือไม่ได้! เข้าใจไหมครับ?”
เมื่อเห็น เจียงเฉิง ลงทุนคุกเข่าสั่งสอน แอนนี่ ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและจริงจังขนาดนั้น มุมปากของ อันซิน ก็อดไม่ได้ที่จะยกโค้งขึ้น
ก่อนหน้านี้ตอนที่ยังไม่เจอ เจียงเฉิง เธอไม่เคยจินตนาการออกเลยว่าหากต้องแต่งงานใช้ชีวิตคู่ร่วมกับใครสักคน ผู้ชายคนนั้นจะมีหน้าตาหรือนิสัยอย่างไร
แต่ในเวลานี้ เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เธอก็ตระหนักได้ทันทีว่าการมีครอบครัวที่อบอุ่นและน่ารักแบบนี้ มันเป็นสิ่งที่วิเศษสุดๆ ไปเลย
“อ้าว... ก็ในเมื่อคุณพ่อเป็นคนขับรถคันนี้มารับคุณแม่ไปเที่ยวไม่ใช่เหรอคะ? ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพอหนูโตขึ้น คุณพ่อก็มารับหน้าที่ขับรถพาหนูไปเที่ยวบ้างสิคะ!”
เมื่อได้ยินคำตอบใสซื่อของ แอนนี่ อันซิน ถึงกับต้องยกมือกุมขมับนวดคลึงหัวคิ้วเบาๆ
ช่วงหลังมานี้เธอเริ่มสังเกตเห็นว่าลูกสาวตัวน้อยชักจะติดนิสัยชอบเอาคำว่า ‘แฟน’ มาพูดติดปาก แถมทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องนี้ เธอมักจะใช้ เจียงเฉิง เป็นบรรทัดฐานในการเปรียบเทียบเสมอ
อันซิน ย่อตัวลงจ้องมองดวงตากลมโตของ แอนนี่: “ที่รักจ๊ะ การที่เราจะเลือกใครสักคนมาเป็นแฟน เราไม่ได้ดูกันที่รถของเขาเท่หรือหรูหราแค่ไหนหรอกนะ”
“อ้าว... ถ้าอย่างนั้นเราต้องดูที่อะไรล่ะคะ?”
“เราก็ต้องดูที่นิสัยใจคอ ดูความประพฤติ แล้วก็ดูที่...”
“ถ้าต้องดูเรื่องพวกนั้นด้วยล่ะก็ คุณพ่อเจียงของหนูนิสัยดีและเพอร์เฟกต์ไปหมดทุกอย่างเลยนี่คะ! แถมรถของคุณพ่อก็ยังเท่ระเบิดอีกด้วย!!” แอนนี่ สวนกลับด้วยน้ำเสียงฉะฉานมั่นใจ
อันซิน ถึงกับสะอึกจนเถียงไม่ออก
ส่วน เจียงเฉิง ที่ยืนรับบทเป็น ‘ผู้ชม’ อยู่ด้านข้าง รอยยิ้มบนมุมปากก็ยิ่งขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนแทบถึงใบหูอยู่แล้ว
อันซิน สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นยืน เธอตวัดสายตาจ้องหน้าเขา: “คุณขำอะไรคะ?”
“เปล่าครับ ไม่มีอะไร” เจียงเฉิง แสร้งกระแอมไอปรับสีหน้าให้เป็นปกติ: “ผมแค่รู้สึกว่าลูกสาวของพวกเราเนี่ย ช่างเป็นเด็กที่ตาถึงและมีรสนิยมจริงๆ เลยนะครับ”
อันซิน ถลึงตาค้อนใส่เขาไปอีกหนึ่งที แต่สายตาที่เธอใช้ค้อนนั้น มองอย่างไรก็ให้ความรู้สึกเหมือนเธอกำลังออดอ้อนใส่เขาเสียมากกว่า
“แอนนี่... รีบกลับเข้าบ้านได้แล้วลูก ผมยังไม่ทันแห้งสนิทเลยนะ ขืนออกมายืนตากลมดึกๆ แบบนี้เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอาได้”
แอนนี่ ทำปากเบะแสดงท่าทีอิดออด ก่อนจะเอื้อมมือไปกระตุกขากางเกงของ เจียงเฉิง เบาๆ: “คุณพ่อเจียงคะ”
“หืม? ว่าไงครับ?”
“ปกติคุณแม่ไม่เคยแต่งตัวแบบนี้เลยนะ แต่วันนี้ที่ยอมลงทุนแต่งตัวสวยขนาดนี้ก็เพื่อคุณพ่อโดยเฉพาะเลยค่ะ เพราะฉะนั้นคุณพ่อต้องตั้งใจ ‘จ้องมอง’ คุณแม่ให้ดีๆ นะคะ!”
พูดจบเธอก็รีบหมุนตัววิ่งสับเท้ากลับเข้าไปในบ้าน ทิ้งไว้เพียงเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ จางหายไปในความมืด
คำแฉที่ตรงไปตรงมาของลูกสาวทำเอา อันซิน หน้าแดงซ่านด้วยความอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี!
เจียงเฉิง มองท่าทางทำตัวไม่ถูกของเธอแล้วหลุดหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี: “แอนนี่เนี่ย ช่างเป็นเด็กที่รู้ความและฉลาดจริงๆ เลยนะครับ”
อันซิน สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามกดข่มความขวยเขินและปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยตามเดิม: “แอนนี่ก็แค่เด็กช่างพูดไปหน่อยเท่านั้นเองค่ะ”
เจียงเฉิง พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะกวาดสายตามองเรือนร่างของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง
“แต่ผมว่าสิ่งที่แกพูดเมื่อครู่ถูกต้องและมีเหตุผลทุกอย่างเลยนะครับ”
อันซิน ชะงักไปครู่หนึ่ง: “เรื่องอะไรคะ?”
เจียงเฉิง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ แววตาอัดแน่นไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์: “ก็เรื่องที่คุณในตอนนี้ดูสวยและเซ็กซี่มากยังไงล่ะ”
ใบหูของ อันซิน เริ่มแดงระเรื่อขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เธอไม่เบือนหน้าหนี กลับตัดสินใจประสานสายตากับเขาตรงๆ พลางเม้มริมฝีปาก
“ถ้าอย่างนั้น... สรุปว่าฉันแต่งชุดนี้แล้ว ‘ผ่าน’ ใช่ไหมคะ?”
เจียงเฉิง หัวเราะเบาๆ: “แน่นอนครับ ไม่ใช่แค่ผ่านนะ แต่มันยอดเยี่ยมมากเลยล่ะ”
อันซิน เม้มมุมปาก พยายามกดข่มความรู้สึกดีใจเอาไว้ก่อนจะพยักหน้ารับ: “เอาเข้าจริงฉันก็รู้สึกประหม่าและไม่ค่อยชินเท่าไหร่ค่ะ”
เจียงเฉิง เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงคำถาม
เธอจึงอธิบายต่อ: “ตั้งแตเรียนจบกลับมาจากต่างประเทศ ฉันแทบไม่มีโอกาสใส่เสื้อผ้าลุคแบบนี้เลย เวลาไปทำงานหรือเจรจาธุรกิจ ภาพลักษณ์ก็ต้องดูเป็นทางการและสุภาพเสมอ พอผ่านไปนานเข้า เสื้อผ้าในตู้ก็เลยมีแต่ชุดเดรสสั่งตัดหรือไม่ก็ชุดสูททำงานไปหมด”
“ถ้าอย่างนั้น หลังจากนี้ถ้าผมว่างจะหาเวลาพาคุณออกไปเที่ยวให้บ่อยขึ้น คุณจะได้มีข้ออ้างหยิบเสื้อผ้าลุคสบายๆ แบบนี้ออกมาใส่บ่อยๆ ไงครับ”
เมื่อพูดจบ เจียงเฉิง ก็จงใจยื่นมือไปลูบศีรษะของ อันซิน อย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน!
แม้มันจะเป็นเพียงการสัมผัสสั้นๆ ไม่กี่วินาที แต่มันกลับทำให้ อันซิน กะพริบตาและเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจทันที
นี่เป็นครั้งแรกที่มีผู้ชายกล้าแตะเนื้อต้องตัวเธอด้วยท่าทีสนิทสนมและเอ็นดูถึงขนาดนี้!
ไม่ใช่ว่าที่ผ่านมาไม่มีผู้ชายคนไหนมาตกหลุมรักหรือตามจีบเธอหรอกนะ
แต่เป็นเพราะผู้ชายเหล่านั้นขาดความ ‘กล้า’ มากพอที่จะก้าวเข้ามาใกล้ชิดเธอถึงขนาดนี้ต่างหากล่ะ!
น่าเจ็บใจจริงๆ!
ทำไมเธอถึงถูกชักจูงอารมณ์ความรู้สึกไปตามเกมของ เจียงเฉิง ได้ง่ายดายขนาดนี้?
ไม่ได้การ ขืนปล่อยไว้แบบนี้ เธอต้องเสียศูนย์จนสูญเสียความเป็นตัวเองไปจนหมดแน่!
หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อกดข่มอาการใจเต้นตึกตักที่น่ารำคาญไว้ได้สำเร็จ อันซิน ก็ตวัดสายตาจ้องเขม็งใบหน้าของ เจียงเฉิง อย่างเอาเรื่อง
เธอทอดสายตามองเขาอยู่หลายวินาที ก่อนจะยอมเปิดปากตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ตกลงค่ะ...”
………………………………………………
ในเวลาเดียวกัน ณ บริเวณชั้นสองของคฤหาสน์ อัน จิ่งเซิ่ง นั่งเอนหลังทิ้งตัวอยู่บนเก้าอี้นวมตัวใหญ่ริมหน้าต่างในห้องหนังสือ ในมือกางหนังสือเล่มหนึ่งค้างไว้
ทว่า... หากสังเกตจากสีหน้าและแววตาของเขาในตอนนี้ จะเห็นได้ชัดเจนว่าเขาไม่มีสมาธิจะซึมซับตัวอักษรบนหน้ากระดาษเหล่านั้นเลยแม้แต่นิดเดียว!
เพราะสายตาของเขาเอาแต่เพ่งมองลงไปยังซูเปอร์คาร์สีสันฉูดฉาดเสียงกระหึ่มคันนั้น สลับกับใบหน้าหล่อเหลาอ่อนเยาว์ของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างรถอย่างไม่วางตา
นี่สรุปว่า... อีกสักพักลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเขา จะต้องก้าวขึ้นไปนั่งบนซูเปอร์คาร์สไตล์วัยรุ่นคันนั้น แล้วออกไปตระเวนราตรีกับไอ้หนุ่มคนนั้นงั้นเหรอ?!
ในวินาทีนี้ สภาพจิตใจของ อัน จิ่งเซิ่ง ไม่ได้แตกต่างจากความรู้สึกของ เจียงเฉิง เมื่อครู่เลยสักนิด!
เพราะในสายตาคนเป็นพ่อ ภาพเหตุการณ์เบื้องล่างช่างเหมือนกับลูกสาวสุดที่รักที่เฝ้าทะนุถนอมมาอย่างดี กำลังจะถูก ‘ไอ้หนุ่มหัวทอง’ หน้าไหนก็ไม่รู้มาล่อลวงพรากตัวไปซิ่งในยามวิกาลไม่มีผิดเพี้ยน!
แต่ที่น่าเจ็บปวดที่สุดคือเขากลับไม่สามารถเอ่ยปาก ‘สกัดกั้น’ อะไรได้เลยสักอย่างเดียว!
ก็เพราะว่าไอ้ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือ ‘เจียงเฉิง’ ยังไงล่ะ!
นอกจากชายคนนี้จะเป็นถึงบุคคลระดับ VVIP ที่มีอำนาจอิทธิพลล้นฟ้าจนเขาไม่กล้าต่อกรด้วยแล้ว… มันก็ยังเป็นผู้ชายที่ลูกสาวของเขาตกหลุมรักและมีใจให้อีกต่างหาก!
อัน จิ่งเซิ่ง ปิดหนังสือในมือลงเสียงดังปัง! เขาสูดลมหายใจเข้าลึก หลับตาลงอย่างช้าๆ พร่ำบอกและสะกดจิตตัวเองในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ใจเย็นๆ...
ใจเย็นๆ เอาไว้... ท่องเอาไว้ว่าต้องใจเย็นๆ…