เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 104: ผู้ใดจะสามารถต้านทานการล่อลวงที่จะได้บินไปได้?

บทที่ 104: ผู้ใดจะสามารถต้านทานการล่อลวงที่จะได้บินไปได้?

บทที่ 104: ผู้ใดจะสามารถต้านทานการล่อลวงที่จะได้บินไปได้?


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 104: ผู้ใดจะสามารถต้านทานการล่อลวงที่จะได้บินไปได้?

รางวัลมากมายได้ทำให้เหล่าขุนนางต่างรู้สึกอิจฉา! ทว่าพวกเขาไม่สามารถแย้งอะไรได้เลย! เนื่องจากอีกฝ่ายได้สร้างสิ่งประดิษฐ์ขั้นสูง ซึ่งเป็นบัลลูนที่สามารถพาผู้คนขึ้นไปบนท้องฟ้าได้ กลายเป็นคนแรกในอาณาจักรอู๋อันแสนยิ่งใหญ่ที่บินขึ้นไปบนท้องฟ้า! เขากำลังถกจารึกลงบนประวัติศาสตร์! มันสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ต่อทั้งอาณาจักรและโลก! ให้รางวัลเพียงเท่านี้อาจไม่เพียงพอด้วยซ้ำ! ซึ่งการที่เขาได้เพียงเลื่อนระดับขุนนางและที่ดินร้อยไร่ มันก็ถือว่าองค์จักรพรรดินีทรงหักห้ามใจตนเองมากแล้ว ถ้าพวกเขาเป็นจักรพรรดิ พวกเขาอาจจะให้มากเสียยิ่งกว่าจักรพรรดินีด้วยซ้ำไป

“ท่านหลิน ในฐานะที่ท่านเป็นคนแรกในอาณาจักรอู๋อันแสนยิ่งใหญ่ที่บินไปบนเวหา โปรดแบ่งปันความรู้สึกของท่านในการบินให้เรา เหล่าขุนนางกับบัณฑิตทั้งหลายได้รับฟังด้วยเถิด!” จักรพรรดินีเร่งเร้า

ดวงตาของขุนนางเบิกกว้างขึ้น บรรดาบัณฑิตและอาจารย์ที่อยู่ที่นี่ก็ตื่นเต้นเช่นกัน แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้บินด้วยตนเอง แต่หากได้ยินความรู้สึกของหลินเป่ยฟานที่ได้บิน มันก็คงดึงดูดความสนใจของพวกเขาเป็นอย่างยิ่ง สุดท้ายแล้ว มนุษย์ก็ล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยากรู้อยากเห็นอยู่ตลอดเวลา ไม่มีใครสามารถต้านทานการล่อลวงของการบินไปได้! ชั่วขณะหนึ่ง ทุกคนที่อยู่รอบๆ ก็เงียบลงและฟังอย่างตั้งใจ

“ขอรับฝ่าบาท! เช่นนั้นข้าจะแบ่งปันความรู้สึกของข้าที่ได้บินให้ทุกท่านรับฟังเอง!” หลินเป่ยฟานกล่าว จากนั้นเขาก็เริ่มพูดออกมาด้วยท่าทีจริงจัง เมื่อปีนขึ้นไปบนบัลลูนและบินขึ้นไปบนท้องฟ้า เขาสามารถมองเห็นภาพทิวทัศน์อันรุ่งเรืองของเมืองหลวงได้! เขาสามารถเดินทางผ่านภูเขาและแม่น้ำได้ทันที มองเห็นทะเลสีฟ้าครามและดวงตะวันที่กำลังตกดิน เห็นแม่น้ำและภูเขาอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรอู๋ ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า คล้ายกับสามารถเลือกดาวและเดินชมจันทร์ได้! เขาท่องไปมาอย่างอิสระระหว่างสวรรค์และโลกา หัวใจเต็มไปด้วยทุกอย่างที่อัดแน่น ราวกับว่ามิอาจมีสิ่งใดสามารถขวางกั้นเขาได้อีก! เพียงช่วงเวลาสั้นๆ เขาก็สามารถบรรยายความสวยงามจนทำให้ทุกคนที่ได้ฟังต่างกำลังเพ้อฝันกันไป!

"งดงามนัก!" จักรพรรดินีอุทานออกมา “ถ้ามีโอกาส เราก็อยากสัมผัสมันจริงๆ!” คนอื่นๆ ต่างพยักหน้าอย่างควบคุมไม่ได้

“ฝ่าบาท ถึงการบินจะงดงาม แต่มันก็อันตรายมากเช่นกัน! หากมีความผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้น มันอาจส่งผลให้ตกลงมาจากท้องฟ้าและเสียชีวิตได้อย่างง่ายดาย!” หลินเป่ยฟานกล่าวด้วยใบหน้าที่จริงจัง ทุกคนอดไม่ได้ที่จะตัวสั่น พวกเขาต่างตื่นขึ้นจากความฝันอันแสนหอมหวาน การบินนั้นงดงามมาก แต่หากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น มันก็อาจเป็นหลุมฝังศพได้เช่นกัน

“คำพูดของท่านหลินเป็นความจริง! เราคงไม่พร้อมยอมเสี่ยง เราเองก็หวังว่าท่านหลินจะไม่ทำอะไรที่เสี่ยงเช่นนี้อีกในอนาคต! เพราะมีอยู่ของท่านมีความสำคัญต่อเราและอาณาจักรอู๋อันแสนยิ่งใหญ่มากมายนัก!” จักรพรรดินีกล่าวออกมาด้วยความเคร่งเครียด ความรักอันลึกซึ้งของนางที่มีต่อหลินเป่ยฟานทำให้ทุกคนในราชสำนักและเหล่าบัณฑิต ณ ที่นี่ต่างรู้สึกอิจฉา กระทั่งหหลินเป่ยฟาน็ยังรู้สึกสับสนนิดหน่อย หากองค์จักรพรรดินีให้ความสำคัญกับเขามากเช่นนี้ หรือว่าบางทีหากเรื่องการโกงกินของเขาแดงขึ้นมา เขาจะไม่จำเป็ฯ้ตองหลบหนีไปแล้ว?

“ท่านหลิน เรามีอีกคำถามหนึ่ง!” จักรพรรดินีเอ่ยถามอีกครั้ง

“ฝ่าบาท โปรดกล่าวออกมาได้เลยขอรับ!” หลินเป่ยฟานโค้งคำนับ

จักรพรรดินีชะงักไปและกล่าวถามว่า “บัลลูนนี้สามารถพาคนไปยังสวรรค์ชั้นที่เก้าเพื่อพบเจอกับพระเจ้าได้หรือไม่?”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เหล่าขุนนางและบัณฑิตที่อยู่ที่นี่ไม่อาจสงบได้อีกต่อไป! บินไปยังสวรรค์ชั้นที่เก้าเพื่อพบพระเจ้า? ถึงแม้ทุกคนจะต้องการพบเจอพระเจ้า แต่ใช่ว่าพวกเขาจะสามารถทำได้! แต่บัลลูนนี้มันจะทำได้จริงหรือ? ทุกคนเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ

หลินเป่ยฟานลอบหัวเราะออกมา กระทั่งจักรพรรดินีก็คงไม่อาจต้านทานความหลงใหลของเส้นทางแห่งความเป็นอมตะสินะ! แต่มันก็พอเข้าใจได้ เหล่าคนที่มีพลังอำนาจมากมาย จักรพรรดินีผู้มีอำนาจสูงส่งของอาณาจักร พวกเขาล้วนมีเงินตรามากมายอยู่แล้ว พวกเขายังจำเป็นจะต้องการความมั่งคั่งอันไร้ที่สิ้นสุดอีกหรือ? ไม่เลย มีเพียงความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์เท่านั้นที่พวกเขาต้องการ เพื่อที่จะได้เพลิดเพลินกับชีวิตอันแสนสุขสบายตลอดไป!

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงยกบัลลูนออกมา เขาไม่เชื่อว่าจักรพรรดิหรือผู้ที่มีอำนาจมากมายจะสามารถต้านทานสิ่งนี้ได้! หากพวกเขาไม่สามารถต้านทานได้ พวกเขาก็มีแต่ต้องยอมจำนนเท่านั้น!

“ขอตอบคำถามของฝ่าบาท ถึงเราจะยังไม่อาจทำได้ แต่ตราบใดที่บัลลูนสามารถบินได้สูงขึ้น เราก็จะสามารถทำได้อย่างแน่นอน!” หลินเป่ยฟานกล่าวออกมาพลางลอบหัวเราะในใจ “ยิ่งไปกว่านั้น ถึงเราจะไม่สามารถทำได้ แต่เพียงได้ขึ้นบินบนบัลลูนสักครั้งหนึ่ง มันก็เป็นประสบการณ์ที่เพลิดเพลินใจยิ่งนัก!” ทุกคนต่างเพ้อฝันคิดว่าจะมีตัวตนอมตะอาศัยอยู่บนสวรรค์ ดังนั้นตราบใดที่บัลลูนสามารถบินได้สูงขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาก็คงจะมีโอกาสเห็นตัวตนอมตะและได้รับสมบัติอันมากมาย! เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเป่ยฟาน มันก็ทำให้ทุกคนทั้งตื่นเต้นและปั่นป่วนยิ่ง

“บินไปสวรรค์! พบเห็นเหล่าพระเจ้าบนฟากฟ้า!” ทุกคนต่างตื่นเต้น

“ทรัพย์สมบัติมากมายที่รอคอยอยู่!” คนมากมายต่างตะโกนออกมา

“มันจะทำได้จริงๆ หรือ?” คนผู้หนึ่งถามขึ้น

“บัลลูนนี้มัน สิ่งประดิษฐ์ศักดิ์สิทธิ์แล้ว!”

สรุปแล้วก็คือ ทุกคนที่นี่ล้วนตื่นเต้นจนอยู่ไม่สุขกันแล้ว

"อืม!" จักรพรรดินีมีความสุขมาก นางอยากที่จะให้รางวัลแก่ใครบางคนเหลือเกิน

"ท่านหลิน จงออกมาข้างหน้าและรับรางวัลของท่านเสีย!“หลินเป่ยฟานถึบกับตกตะลึง”รางวัลอีกแล้วหรือ?”

“เลิกถามไถ่เสียเวลาได้แล้ว! จงเข้ามาและรับรางวัลของท่านเดี๋ยวนี้! เพราะท่านหลินกำลังนำความเป็นอมตะมาสู่อาณาจักร ข้าจึงรู้สึกยินดีที่จะมอบรางวัลให้ท่านด้วยเหรียญเงินตำลึงจำนวนหนึ่งและเหล้าของพระราชวังที่ดีที่สุดจำนวน 10 ถัง…”

ด้วยเหตุนี้ หลินเป่ยฟานจึงได้รับรางวัลมากขึ้น

เขารู้สึกทั้งประหลาดใจและกระอักกระอวนยิ่ง จักรพรรดินี ท่านช่วยหยุดให้รางวัลข้าสักทีจะได้ไหม?

เรือนของข้ามันแทบจะอยู่ไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ! อีกทั้งข้ายังขี้เกียจที่จะต้องมาจัดระเบียบมันอีก! ของก็เยอะแยะมากมายเต็มไปหมด ทั้งต้าหลี่และเสี่ยวกุ้ยต่างบ่นถึงเรื่องนี้!

"อ๊า! ข้าทรมานเหลือเกิน!” หลินเป่ยฟานได้แต่ถอนหายใจออกมา

เหล่าขุนนางต่างอิจฉาและรู้สึกโกรธมาก ทรมานบ้านเจ้าสิ!

ในไม่ช้า หลินเป่ยฟานก็กลับไปยังเรือนของตนพร้อมกับของรางวัลมากมาย

ระหว่างทางกลับเรือน ผู้คนต่างวิ่งเข้ามาหาเขาอย่างตื่นเต้น ล้อมรอบตัวเขาและถามว่าเขาบินได้เช่นไรและรู้สึกอย่างไร นี่เป็นครั้งแรกที่หลินเป่ยฟานเป็นที่ชื่นชอบของผู้คน!

แม้ว่าเขาจะกลับมาถึงเรือนแล้ว เขาก็ไม่สามารถอยู่อย่างสงบสุขได้เลย

“ท่านสามี ในที่สุดท่านก็กลับมาอย่างปลอดภัย! ข้าเป็นห่วงท่านเหลือเกิน!”

“นายท่าน ข้าได้ยินมาว่าท่านขี่วัตถุวิเศษที่เรียกว่าบัลลูน มันมีน้ำหนักมากถึงเพียงนั้น แต่มันบินได้เช่นไรกันหรือ? นายท่าน บอกข้าได้ไหม?”

“นายน้อย การบินมันสนุกหรือไม่?”

หลังจากใช้ความพยายามอย่างมากในการตอบคำถามของทุกคน หลินเป่ยฟานก็ได้พักเสียที

เขาได้แต่รู้สึกทึ่งกับตนเอง การที่เป็นที่ชื่นชอบเช่นนี้มันช่างทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจนัก!

ในยามนั้นเอง เจ้าหญิงน้อยก็วิ่งเข้ามาในเรือนอย่างตื่นเต้น นางผลักทุกคนออกและวิ่งตรงไปหาหลินเป่ยฟานพร้อมกับถามว่า “หลินเป่ยฟาน เจ้าบินขึ้นไปบนท้องฟ้าได้ยังไง? รีบบอกข้ามาเลย!”

ด้วยเหตุนี้ หลินเป่ยฟานจึงได้แต่ต้องเล่าเรื่องอีกครั้ง

เจ้าหญิงน้อยหลงใหลเรื่องที่เขาเล่าเป็นพิเศษ “สามารถมองเห็นเมืองทั้งเมืองจากฟากฟ้า ชมทะเลสีฟ้าครามและต้นไม้เขียวขจี สามารถทำได้กระทั่งพูดคุยกับเหล่าพระเจ้าบนท้องฟ้า… น่าสนุกมาก! หลินเป่ยฟาน เจ้าช่วยพาข้าบินสักครั้งได้ไหม? ข้าขอร้องเจ้าล่ะ ข้าจะฟังทุกสิ่งที่เจ้าพูดเลย! ได้โปรดเถอะนะ...”นางอ้อนวอนพร้อมกับคว้าแขนของหลินเป่ยฟานและทำตัวน่ารัก

ต้องบอกเลยว่าเจ้าหญิงตัวน้อยที่แสร้งทำตัวน่ารักนั้นน่ารักเป็นอย่างยิ่ง

ทุกคนต่างคล้อยตามนางไป

พวกเขามองไปทางหลินเป่ยฟานอย่างคาดหวัง

หลินเป่ยฟานก็ได้แต่ยิ้มออกมา “ท่านมาช้าไปแล้ว! บัลลูนได้ถูกส่งไปให้จักรพรรดินี มีการป้องกันอย่างแน่นหนาและไม่มีใครสามารถเข้าใกล้มันได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากจักรพรรดินี ยามนี้จึงไม่มีผู้ใดสามารถบินได้อีกหากไม่ได้รับการอนุมัติ กระทั่งตัวข้าก็ทำไม่ได้!”

“อา ~~ เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้กัน!” เจ้าหญิงน้อยรู้สึกผิดหวังมาก

“ท่านไม่ต้องคิดมากหรอก เดี๋ยวในอนาคตก็คงมีโอกาสอีก! ยามนี้ดึกแล้ว มากินข้าวกันก่อนเถอะ!” หลินเป่ยฟานลูบศีรษะขององค์หญิงน้อยและกล่าวพร้อมด้วยรอยยิ้ม

เมื่อได้เวลามื้อย็น เรือนของหลินเป่ยฟานก็สงบลงมาก

ทว่าข่าวที่อาณาจักรอู๋ที่ยิ่งใหญ่มีวัตถุวิเศษที่บินได้ก็แพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปทั่วเมือง ไปยังอาณาจักรมากมาย จนเรื่องนี้ถึงขั้นกระจายข้ามไปยังทวีปอื่น

ยามนี้หลินเป่ยฟานผู้สร้างวัตถุวิเศษที่สามารถบินได้ ก็ถูกยกพูดถึงกันเป็นอันดับหนึ่ง!

หัวหน้าตระกูลใหญ่ทั้งหมด เหล่าขุนนางศักดินาและจักรพรรดิของอาณาจักรต่างๆ ก็ถึงกับตกตะลึง!

อาณาจักรอู๋อันแสนยิ่งใหญ่มีวัตถุวิเศษที่บินได้งั้นหรือ?!

สิ่งนี้สามารถพาผู้คนขึ้นไปบนท้องฟ้าได้ เช่นนั้นมันก็หมายความว่ามีโอกาสที่จะได้พบกับเทพเจ้าบนท้องฟ้าหรือเปล่า?

หากพวกเขาได้พบกับเทพเจ้า เช่นนั้นก็จะมีโอกาสบรรลุความเป็นอมตะและมีชีวิตนิรันดร์หรือไม่?

ไม่มีผู้ปกครองคนใดสามารถต้านทานการล่อลวงจากความอมตะนี้ได้!

การล่อลวงจากชีวิตอันนิรันดร์!

ดวงตาของทุกคนพลันเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ!

“ส่งคนไปที่เมืองหลวงโดยเร็วที่สุด เราต้องนำวัตถุวิเศษที่บินได้กลับมา!”

“ถึงเราจะไม่สามารถเอามันมาได้ แต่เราก็ต้องเอาพิมพ์เขียวของมันมาให้ได้!”

“วิถีแห่งความเป็นอมตะเทียมสวรรค์อยู่เบื้องหน้าเราแล้ว!”

สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงกำลังรวมตัวกันอยู่ภายในเมืองหลวง ทว่าเรื่องนี้เอาไว้เล่าในคราวหน้า

ณ วันรุ่งขึ้น ภายในราชสำนัก

“ขอคำนับฝ่าบาท ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานเป็นหมื่นปี!”

“พวกท่านทุกคนลุกขึ้นได้”

“ขอบพระทัยฝ่าบาท”

ในยามนี้เอง หลินเป่ยฟานก็ก้าวไปข้างหน้า ถือเอกสารไว้ในมือและกล่าวเสียงดังว่า “ฝ่าบาท นี่คือวิธีการผลิตบัลลูนลมร้อนหรือที่ยามนี้เรียกกันว่าสิ่งประดิษฐ์บินได้ศักดิ์สิทธิ์ มันได้ถูกรวบรวมและจัดแบ่งหัวข้อวิธีการทำทั้งหมดแล้ว! ด้วยวิธีนี้ อาณาจักรอู๋อันยิ่งใหญ่ของเราก็สามารถผลิตเครื่องจักรบินได้จำนวนมาก! ได้โปรดเชิญพินิจดูเถิดฝ่าบาท!”

จักรพรรดินีรู้สึกยินดีมาก นางจึงกล่าวอย่างกระตือรือร้นว่า “เช่นนั้นก็เอามาให้ข้าดูเร็วเข้า!”

หลังจากได้รับเอกสารมา จักรพรรดินีก็อ่านอย่างถี่ถ้วน

เมื่ออ่านจบ นางก็ยิ้มและกล่าวว่า “ท่านหลิน ท่านเป็นบุคคลที่จงรักภักดี กล้าหาญและรักอาณาจักรของเราอย่างแท้จริง! เมื่อมีท่านอยู่ในอาณาจักรอู๋อันแสนยิ่งใหญ่ มันก็คล้ายกับเป็นพรให้แก่ข้าและทั้งอาณาจักร!”

“ฝ่าบาท ท่านชมข้ามากเกินไปแล้ว” หลินเป่ยฟานตอบด้วยรอยยิ้มแผ่วเบา

เขารู้ดีว่าสิ่งเหล่านี้ไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บไว้กับตนเอง มันย่อมเป็นการดีกว่าที่จะผ่อนปรนและให้กับทางอาณาจักรไป

อย่างน้อยมันก็ทำให้องค์จักรพรรดินีโปรดปรานเขามากขึ้น

ทันใดนั้น หลินเป่ยฟานก็หยิบเอกสารฉบับอื่นออกมา

“ฝ่าบาท นี่คือวิธีการควบคุมบัลลูนในอากาศที่รวบรวมโดยความรู้ที่ต่ำต้อยของข้า! ตราบใดที่เราเรียนรู้สิ่งนี้ได้ อาณาจักรอู๋อันแสนยิ่งใหญ่ของเราก็สามารถฝึกกลุ่มนักรบบนท้องนภาที่สามารถควบคุมบัลลูนลมร้อนและปกป้องดินแดนของอาณาจักรอู๋อันแสนยิ่งใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว!”

จักรพรรดินีถึงกับเร่งหลินเป่ยฟานทันที “ไหนเอามาให้ข้าดูโดยเร็ว!”

หลังจากรับมันมาแล้ว จักรพรรดินีก็ได้อ่านมันอย่างถี่ถ้วนอีกฉบับ

“วิธีการควบคุมบัลลูนลมร้อนนี้ทั้งละเอียดและครอบคลุมมาก นอกจากนี้ยังมีการอธิบายข้อดีและข้อเสียอย่างชัดเจน! ด้วยวิธีนี้ เราคงสามารถเพิ่มกำลังให้อาณาจักรอู๋อันแสนยิ่งใหญ่ของเราได้อย่างรวดเร็ว!”

จักรพรรดินียิ้มและมองไปทางหลินเป่ยฟานด้วยความพึงพอใจ “ท่านหลิน ท่านได้นำเสนอวิธีการผลิตและควบคุมบัลลูนของท่าน ทั้งยังมีส่วนร่วมอย่างมากกับทุกสิ่งนี้ บอกข้ามาเถิดว่าข้าควรตอบแทนท่านเช่นไรดี?”

หลินเป่ยฟานรู้สึกหวาดกลัวยิ่งที่จะต้องรับรางวัลอีก “การรับใช้ฝ่าบาทอย่างภักดีเป็นหน้าที่ของข้าในฐานะข้ารับใช้อยู่แล้ว ได้โปรดไม่ต้องให้รางวัลข้าเถิด เรือนของข้าไม่สามารถรองรับมันได้อีกต่อไปแล้ว”

เหล่าขุนนางพลเรือนและทหารที่อยู่รอบๆ ต่างรู้สึกคล้ายกับว่าเจ้าหลินเป่ยฟานมันกำลังโอ้อวด

จักรพรรดินีที่รู้สึกประหลาดใจก็หัวเราะออกมา “ตกลง! ข้าจะไม่ให้รางวัลท่านอีกต่อไปแล้ว ความสำเร็จของท่านจะถูกบันทึกไว้และเก็บสะสมเป็นรางวัลในอนาคต เอาเป็นเช่นนี้แล้วกัน!”

“ขอบพระทัยพะยะค่ะ ฝ่าบาท!” หลินเป่ยฟานโค้งเคารพและถอนตัวออกไปที่ด้านหลังของราชสำนัก

“ยามนี้อาณาจักรอู๋อันแสนยิ่งใหญ่ของเรามีวิธีการผลิตและควบคุมบัลลูนลมร้อนแล้ว! เสนาบดีทุกท่าน พวกท่านคิดว่าเราจะใช้พวกมันเพื่อเพิ่มพลังของอาณาจักรอู๋อันแสนยิ่งใหญ่อย่างรวดเร็วเช่นไรดี?”

จักรพรรดินีมองไปยังเหล่าขุนนางทุกคน เพื่อถามคำถามที่สำคัญอย่างยิ่งยวดออกมา

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 104: ผู้ใดจะสามารถต้านทานการล่อลวงที่จะได้บินไปได้?

คัดลอกลิงก์แล้ว