เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 98 แม้ว่าข้าจะฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่ข้าก็ยังเป็นคนดี!

บทที่ 98 แม้ว่าข้าจะฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่ข้าก็ยังเป็นคนดี!

บทที่ 98 แม้ว่าข้าจะฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่ข้าก็ยังเป็นคนดี!


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 98 แม้ว่าข้าจะฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่ข้าก็ยังเป็นคนดี!

หลังจากกลับมา หลินเป่ยฟานก็ได้บอกโม่หรูซวงถึงเรื่องนี้

“ด้วยความพยายามและการโน้มน้าวใจของข้า รวมเข้ากับเงินบางส่วนเพื่อจัดการสิ่งที่ขวางทาง ในที่สุดฝ่าบาทก็กลับใจและตกลงที่จะปล่อยคุณชายใหญ่แล้ว! กลับไปบอกท่านอ๋องให้เขาจ่ายเงินตามข้อตกลงเถอะ!”

โม่หรูซวงรู้สึกมีความสุขมาก “ขอบคุณมากเลยท่านหลิน!”

นางกลับไปเขียนจดหมายและรายงานเรื่องนี้ต่อท่านอ๋องอย่างมีความสุข

หลังจากนั้นไม่นาน ท่านอ๋องเหอเป่ยทางเหนือก็ได้รับจดหมายของโม่หรูซวงที่กล่าวถึงเรื่องในราชสำนัก

เนื้อความในจดหมายกล่าวว่าคุณชายได้ถูกปล่อยตัวและกำลังจะถูกพาไปยังเหอเป่ยทางเหนือ

ท่านอ๋องดูมีความสุขมาก “หลินเป่ยฟานทำสำเร็จจริงๆ ด้วย! หรูซวงกล่าวว่าเมื่อเขาได้เงิน เขาเข้าไปยังราชสำนักเพียงครั้งเดียวและสามารถจัดการทุกอย่างได้ในทันที เป็นคนที่มากพรสวรรค์อย่างแท้จริง!

“ยินดีด้วยฝ่าบาท! ยินดีด้วยฝ่าบาท! คุณชายใหญ่ปลอดภัยและท่านยังได้คนที่มีความสามารถอีกด้วย!” จูกัดผู้เป็นกุนซือได้แสดงความยินดีกับเขาทันที

“ฮ่าฮ่า…” เจ้าชายหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขมาก

หลังจากหัวเราะแล้ว เขาก็มองไปยังจดหมายและได้แต่ขมวดคิ้ว “สิ่งที่ทำให้ข้าสงสัยคือ ทำไมราชสำนักถึงต้องการให้ข้าส่งคนไปพาลูกชายของข้ากลับมากัน? มันเป็นกลลวงหรือเปล่า?”

จูกัดมองไปที่จดหมายพลางลูบเคราของเขาและยิ้มออกมา “ตามจดหมาย ยามนี้ราชสำนักคงกำลังเผชิญกับปัญหาภายในและภายนอก ไม่มีทางที่จะส่งกองกำลังไปปกป้องคุณชายได้ อีกทั้งพวกเขายังไม่ต้องการทำให้ฝ่าบาทขุ่นเคือง ดังนั้นพวกเขาจึงได้แต่จำใจต้องปล่อยคุณชายใหญ่ออกมา!” จูกัดกล่าวต่ออีกว่า

“ตัวตนของคุณชายใหญ่นั้นพิเศษมาก เขาอาจตกเป็นเป้าหมายของผู้ที่มีเจตนาไม่ดีได้ คงเลวร้ายแน่หากเกิดเรื่องขึ้น! มันอาจเป็นผลเสียทั้งต่อตัวฝ่าบาทและราชสำนัก! ดังนั้นทางราชสำนักจึงได้ขอให้เราส่งคนไปรับตัวคุณชาย เรื่องนี้สามารถเข้าใจได้” จูกัดกล่าวอีก

ท่านอ๋องเมื่อได้ยินจึงพยักหน้า “สิ่งที่เจ้าพูดมาฟังดูถูกต้องนัก!”

“ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องนี้ก็ถูกประกาศออกมาแล้ว ไม่มีทางที่ราชสำนักจะกลับคำพูดของตนเองได้!” จูกัดหัวเราะ ออกมา“ฝ่าบาท ท่านสามารถส่งผู้ฝึกวรยุทธ์ออกเดินทางได้แล้ว รีบไปรับองค์คุณชายใหญ่กันเถิด!”

"ดี!" ท่านอ๋องตะโกนเสียงดัง “ข้าจะส่งยอดฝีมือและทหารไปที่เมืองหลวงยามนี้เลย ไปนำตัวเจี๋ยเออร์กลับคืนมา! รวมทั้งไปจ่ายเงินที่ควรมอบให้กับหลินเป่ยฟานในสิ่งที่เขาทำด้วย!”

“ฝ่าบาททรงปราดเปรื่องยิ่งนัก!” จูกัดยิ้มและโค้งคำนับ

ด้วยเหตุนี้ ท่านอ๋องจึงส่งยอดฝีมือและทหารไปรับคุณชายใหญ่ทันที

มีคนไม่มากนักที่ถูกส่งไป ไม่ถึงร้อยคน แต่หลายคนก็เป็นยอดฝีมือและยังมีอีกสองคนที่มีความสามารถระดับยอดฝีมือต้นกำเนิด

นอกจากนี้ยังมียอดฝีมือระดับสูงอีกหลายคนที่เดินทางมาถึงเมืองหลวงเพื่อช่วยเหลือคุณชายใหญ่ แต่พวกเขาไม่ได้แสดงตัวและปกป้องอีกฝ่ายอย่างลับๆ

การใช้คนจำนวนมากขนาดนี้เพียงเพื่อคนเดียวเรียกได้ว่าสิ้นเปลืองนัก

ในวันรับตัว คนจำนวนมากได้มามุงดูกัน

จักรพรรดินีได้แต่งตั้งขุนนางระดับสูงขึ้นมาเพื่อคอยดูแลคุณชายใหญ่เป็นการส่วนตัว

ในเวลาเดียวกัน นางก็ยังส่งสมบัติมากมายให้คุณชายนำกลับไปที่เหอเป่ยทางเหนือด้วย เพื่อแสดงความเอาใจใส่ของนาง

อาจกล่าวได้ว่าจักรพรรดินีได้ทำทุกอย่างที่ควรจะทำ ไม่มีผู้ใดสามารถมองออกได้เลยว่านางจงใจทำสิ่งใด

มันราวกับว่าคุณชายใหญ่เพียงออกมาเที่ยวที่เมืองหลวงและกำลังกลับบ้านไปอย่างปลอดภัย

กระทั่งตัวคุณชายใหญ่เองก็ไม่อยากเชื่อว่าเขาได้รับการปล่อยตัวอย่างราบรื่นเช่นนี้

ทว่าหลังจากออกจากเมืองหลวงได้ไม่ถึงวัน คุณชายก็ถูกลอบสังหาร

แต่เนื่องจากมียอดฝีมือมากมาย อีกฝ่ายจึงไม่ประสบความสำเร็จและต้องหลบหนีไป

ซึ่งในกลุ่มคนของคุณชายมีมากกว่าสิบคนที่เสียชีวิต

วันรุ่งขึ้นเขาก็ถูกลอบโจมตีอีกครั้ง

ครั้งนี้ผู้โจมตีมีความดุร้ายมากยิ่งขึ้น มีผู้ฝึกวรยุทธ์หลายสิบคนและกระทั่งยอดฝีมือระดับต้นกำเนิดหนึ่งคน

ถึงกระนั้นพวกเขาก็ไม่อาจทำได้สำเร็จและเหลือเพียงศพที่ถูกทิ้งไว้

ในวันที่สาม มีการลอบสังหารเกิดขึ้นอีกครั้ง

ครั้งนี้ผู้ลอบโจมตีทรงพลังมากยิ่งขึ้น มียอดฝีมือต้นกำเนิดสามคน

ว่ากันว่ายามนี้มีกระทั่งใบล่าค่าหัวของคุณชายใหญ่ที่มีราคาถึง 500,000 ตำลึง

จำนวนเงิน 500,000 ตำลึงเป็นจำนวนเงินที่มหาศาลนัก!

มันเพียงพอที่จะสร้างทัพย่อมๆ ได้เลยด้วยซ้ำ

คนตายเพราะความมั่งคั่ง นกตายเพราะความตะกละ!

ยังมีผู้ฝึกยุทธ์อีกหลายคนที่สวมหน้ากากและเข้าร่วมการล่าคุณชาย

การลอบสังหารเกิดขึ้นบ่อยครั้งและโหดร้ายมากยิ่งขึ้น!

วิธีการที่น่ารังเกียจทุกชนิดได้ถูกใช้ มีตั้งแต่การวางกับดักและการใช้พิษ

ในที่สุดความสามารถของกลุ่มคุ้มกันก็ถึงขีดจำกัด หลังจากทนการลอบสังหารเป็นระลอกๆ ท้ายที่สุดพวกเขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปและต้องขอความช่วยเหลือจากท่านอ๋อง

เมื่อได้รับข้อความ ท่านอ๋องก็ส่งกองกำลังและนักรบที่แข็งแกร่งไปเสริมทัพทันที ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันเป็นเวลานาน มีการนองเลือดและซากศพไปตลอดทาง ว่ากันว่าเมื่อคุณชายใหญ่กลับไปที่เหอเป่ยทางเหนือ เขาสูญเสียทหารชั้นยอดสองพันนายและผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งหลายร้อยคน กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ยอดฝีมือต้นำเนิดก็ไม่อาจรอดไปได้

เสียทั้งเงินทองและทรัพยากรมนุษย์ มันยิ่งทำให้ท่านอ๋องโกรธยิ่งนัก เขาจึงกักขังคุณชายใหญ่เอาไว้ เพื่อผิดชอบต่อการสูญเสียและให้ทบทวนถึงความผิดพลาดที่ก่อขึ้น

คุณชายไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปไหนโดยไม่ได้รับอนุญาต ทว่าหลินเป่ยฟานไม่มีทางรับรู้เรื่องนี้ได้หรอก ยามนี้เขากำลังยิ้มขณะนับตั๋วเงินที่เขาได้รับจากท่านอ๋องแห่งเหอเป่ยทางเหนือ

“ทั้งหมด 1.5 ล้านตำลึง ไม่มากไปกว่านี้และไม่น้อยไปกว่านี้ ท่านอ๋องแห่งเหอเป่ยทางเหนือเป็นแกะอ้วนตัวใหญ่อย่างแท้จริง! ข้าเพียงพูดไม่กี่คำที่ราชสำนัก กลับได้รับเงินเช่นนี้อย่างง่ายดายเสียอย่างนั้น! ในอนาคต ข้าจะถอนขนเขาให้มากขึ้นกว่านี้อีก ~!”

ความคิดชั่วร้ายในใจของเขาพลันพลุ่งพล่านขึ้นมา เขาสงสัยเหลือเกินว่าจะหาโอกาสใช้ประโยชน์จากท่านอ๋องแห่งเหอเป่ยทางเหนือได้อีกหรือไม่

ทันใดนั้น ร่างสีขาวก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา หลินเป่ยฟานที่คุ้นชินกับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของอีกฝ่ายก็พูดด้วยใจเย็นว่า “ท่านมาแล้วหรือ!” ไป๋ฉิงเสวียนมองไปยังตั๋วเงินในมือของหลินเป่ยฟานอย่างปวดเศียรยิ่ง “เจ้านี้มันจริงๆ เลย ยังมีหน้ามาจับปลาสองมืออีก! ไม่เพียงแต่จะได้รางวัลจากองค์จักรพรรดินี แต่เจ้ายังหาเงินจากอ๋องแห่งเหอเป่ยทางเหนืออีก! หากกล่าวถึงขุนนางฉ้อราษฎร์บังหลวง เจ้าเป็นหนึ่งในคนที่เลื่องชื่อที่สุดในประวัติศาสตร์แล้ว!”

“ขอบคุณสำหรับคำชม มันคือสิ่งที่ข้าสมควรได้รับอยู่แล้ว!” หลินเป่ยฟานน้อมรับด้วยความยินดี

“ข้ามีคำถามหนึ่งที่สงสัยมาโดยตลอด!”

“เชิญถาม!”

ไป๋ฉิงเสวียนจึงกล่าวถามออกมา “ข้าได้ยินมาว่าคุณชายใหญ่ได้ถูกจับตัวและเปิดเผยตัวตนของเขาเพราะถูกโยนเข้าไปในกับดักโดยผู้ฝึกยุทธ์ที่ไม่ทราบได้ เป็นเจ้าหรือไม่?”

หลินเป่ยฟานตกใจและชี้ไปที่จมูกของเขาเอง “ท่านไป๋กวนอิม ตัวข้าเป็นขุนนางระดับสูงคนใหม่ อีกทั้งยังเป็นผู้อำนวยการสถาบันจักรพรรดิ ข้าจะทำสิ่งที่น่ารังเกียจเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?” ไป๋ฉิงเสวียนจึงกล่าวสวนกลับไป “เจ้าเคยทำสิ่งที่น่ารังเกียจน้อยกว่านี้ด้วยหรือ?” หลินเป่ยฟานถึงกับพูดไม่ออก

“การยักยอก การหลอกลวงราษฎร การเรียกร้องสินบนอย่างโจ่งแจ้ง การแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวผ่านอำนาจ…ข้าสามารถไล่เรียงเรื่องทีละเรื่องจนเจ้าจะมีกี่ศีรษะก็ไม่พอให้ตัดด้วยซ้ำ!” หลินเป่ยฟานเงียบไป

ไป๋ฉิงเสวียนจ้องมาที่เขา แม้ว่าจะยากที่จะมองเห็น แต่มันก็คล้ายปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาในแววตาของเขา

“หลินเป่ยฟาน นี่ข้าจำเป็นต้องพูดให้เจ้าฟังใช่ไหม?”

“ไม่ต้อง เก็บมันไว้ในใจท่านเถิด!”

“แม้ว่าข้าจะยักยอกเงิน หลอกลวงราษฎร เรียกร้องสินบนอย่างโจ่งแจ้งและแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวด้วยอำนาจ…แต่ตัวข้าเป็นคนดี!” ใบหน้าของหลินเป่ยฟานพลันกลับกลายเป็นเคร่งขรึม “แม้ว่าข้าจะอยู่ในความมืด แต่หัวใจของข้ามุ่งสู่ความสว่าง!”

“ข้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง!” ไป๋ฉิงเสวียนพยักหน้า

"เห็นไหมเล่า?" หลินเป่ยฟานยิ้ม

“แต่ถึงเจ้าจะมีจิตใจที่ดีงาม ทว่าวิธีการของเจ้าไม่ได้มีเกียรติเลยสักนิดเดียว!” ไป๋ฉิงเสวียนส่ายศีรษะ

หลินเป่ยฟานได้แต่เงียบกริบกับคำพูดของนาง

“ท่านมาที่นี่เพื่อทำให้ข้ารู้สึกหดหู่หรือไงกัน?” หลินเป่ยฟานกล่าว

ไป๋ฉิงเสวียนส่ายศีรษะตอบ "ไม่ใช่เช่นนั้น! ข้าเพียงแค่เบื่อจึงอยากคุยกับใครสักคน ดังนั้นข้าจึงได้มาที่นี่…และทำให้เจ้ารู้สึกกลุ้มใจสักหน่อย! พอเห็นเจ้าไม่มีความสุข มันก็ทำให้ข้ารู้สึกดีขึ้นยิ่งนัก!”

หลินเป่ยฟานถึงกับเงียบกริบกับคำพูดของนางไปอีกครา

จากนั้นเอง ไป๋ฉิงเสวียนก็หยิบตั๋วเงินจากมือของหลินเป่ยฟาน

“ข้าคุยเสร็จแล้ว เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวไปพร้อมกับเงินนี้แล้วกัน!”

เมื่อกล่าวจบ นางก็พลันหายตัวไปทันที!

หลินเป่ยฟานพลันรู้สึกสับสนยิ่ง ผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอดล้วนเป็นเช่นนี้กันหมดเลยหรือไง?

ในขณะเดียวกัน ณ พระราชวังหลวง

ตั๋วเงิน 1.5 ล้านตำลึงของหลินเป่ยฟานได้มาถึงมือของจักรพรรดินีแล้ว

จักรพรรดินีพึงพอใจมาก “หลินเป่ยฟานผู้นี้มีความสามารถจริงแท้! ในขณะที่ปกป้องผลประโยชน์ของราชสำนัก เขาก็ไม่เพียงแต่ยักยอกเงิน 1.5 ล้านจากอ๋องเหอเป่ยทางเหนือ แต่ยังทำให้อีกฝ่ายสูญเสียทั้งทหารและม้าไปด้วย!”

“เขาเป็นคนเก่งมากจริงๆ!” ไป๋ฉิงเสวียนก็กล่าวชื่นชม

“โชคดีที่คนที่มีความสามารถอย่างเขามีความตั้งใจ ทั้งยังสามารถยับยั้งชั่งใจในตนเองได้! มิฉะนั้นการกระทำของเขาคงจะก่อให้เกิดหายนะครั้งใหญ่บนโลกนี้ นำพาไปสู่ความทุกข์ทรมานของสิ่งมีชีวิตทั้งปวง!”

จักรพรรดินีพยักหน้าเห็นด้วย “พี่สาวฉิงเสวียน ท่านพูดถูก! หากคนที่มีความสามารถเช่นนี้มีเจตนาดี พวกเขาย่อมเป็นประโยชน์ต่อโลก! ทว่าหากพวกเขามีเจตนาชั่วร้าย พวกเขาย่อมทำให้เกิดความทุกข์ทรมานและผลเสียอย่างกว้างขวาง! โชคดีที่เขาเป็นคนของข้า!”

จักรพรรดินีพอใจมาก

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สิ่งที่นางภูมิใจที่สุดคือการได้พานพบกับพรสวรรค์ของหลินเป่ยฟานและทำให้เขาเป็นคนของนาง

ตั้งแต่มีเขา หลายสิ่งหลายอย่างก็ราบรื่นขึ้นมาก

กระทั่งเรื่องของอาณาจักรดาร์โรก็สามารถแก้ไขได้อย่างง่ายดาย กระทั่งในราชสำนัก เหล่าขุนนางพลเรือนและทหารก็ไม่กล้าทำการใดโดยประมาทอีก พวกเขากลัวว่าจะถูกคุกคามโดยหลินเป่ยฟานและกลัวว่าเขาจะไปทำร้ายลูกๆ ของตนเอง

สิ่งที่น่าประหลาดที่สุดคือความสามารถในการต่อสู้ของเขา และฝีมือที่พัฒนารุดหน้าไปไกลได้อย่างรวดเร็ว

“ด้วยเงิน 1.5 ล้านตำลึงนี้ ข้าก็จะสามารถเพิ่มพูนอำนาจของข้าได้มากยิ่งขึ้น! อีกทั้งการที่อ๋องแห่งเหอเป่ยทางเหนือสูญเสียเงินมหาศาล ทหารชั้นยอดและผู้ฝึกวรยุทธ์ไปจำนวนมาก พลังของเขาคงอ่อนแอลงพอสมควร!”

จักรพรรดินียิ้มออกมาอย่างมีชัย “ท่านลุง ครานี้ข้าชนะแล้ว!”

เนื่องจากจักรพรรดินีอารมณ์ดีมาก นางจึงได้ให้รางวัลหลินเป่ยฟานอีกครั้งในวันรุ่งขึ้นที่ราชสำนัก

ความเอื้อเฟือดั่งเทพธิดาของนางได้ปรากฏอีกครั้ง!

หลินเป่ยฟานรู้สึกสับสน เหล่าขุนนางก็เช่นกัน!

นี่มันกี่ครั้งแล้ว?

ทำไมมันถึงเกิดขึ้นบ่อยขนาดนี้?

จักรพรรดินีบ้าไปแล้วหรือไงกัน?

“ฝ่าบาท ได้โปรดหยุดเถิด อย่าให้รางวัลข้าอีกเลย!” หลินเป่ยฟานรู้สึกหวาดกลัวมาก

“ท่าน ไม่ต้องห่วง ข้ายังให้รางวัลท่านได้อีก!” จักรพรรดินีกล่าวออกมาอย่างหนักแน่น

“ไม่จำเป็นเลยฝ่าบาท! หากท่านยืนยันที่จะให้รางวัลข้า ได้โปรดให้เวลาข้าหยุดสักสองสามวันเถิด ข้าต้องการพักผ่อนมากกว่า!” หลินเป่ยฟานกล่าวอย่างเหนียมอาย

"พักหรือ? ท่านหลิน สุขภาพของท่านไม่ดีหรือ?" จักรพรรดินีถามด้วยความเป็นห่วง

หลินเป่ยฟานส่ายศีรษะและกล่าวทั้งที่หน้าแดง “ไม่เลยฝ่าบาท! ด้วยวันหยุดพักผ่อนสองสามวัน ข้าจะได้ไม่ต้องมาที่ราชสำนักช่วงรุ่งสางและฝ่าบาทก็จะไม่ต้องให้รางวัลข้าเพิ่มอีก!”

เมื่อได้ยินคำพูดที่พลิกตลบไปมาเช่นนี้ จิตใจของเหล่าขุนนางทุกคนที่นี่คล้ายกับได้รับความบอบช้ำอย่างรุนแรง!

หลังจากได้รับวันหยุดสามวันจากจักรพรรดินี หลินเป่ยฟานก็จากไปอย่างมีความสุข

ในสมัยโบราณความบันเทิงนั้นเป็นสิ่งที่มีน้อย ดังนั้นหลินเป่ยฟานจึงวางแผนที่จะพาครอบครัวของเขาไปยังอารามร้อยเมฆเพื่อออกท่องเที่ยวเป็นระยะเวลาสั้นๆ

ว่ากันว่าทิวทัศน์ที่นั่นดีมาก มีเมฆหมอกปกคลุมราวกับเป็นดินแดนแห่งเทพนิยาย

เขาต้องการจะหนีห่างจากเมืองหลวง เพื่อไปเพลิดเพลินกับภาพอันงดงามเช่นนั้น

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 98 แม้ว่าข้าจะฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่ข้าก็ยังเป็นคนดี!

คัดลอกลิงก์แล้ว