เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 96: ข้าแทบต้องสละชีวิต เช่นนั้น 1 ล้านตำลึงมันผิดตรงไหนกัน?

บทที่ 96: ข้าแทบต้องสละชีวิต เช่นนั้น 1 ล้านตำลึงมันผิดตรงไหนกัน?

บทที่ 96: ข้าแทบต้องสละชีวิต เช่นนั้น 1 ล้านตำลึงมันผิดตรงไหนกัน?


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 96: ข้าแทบต้องสละชีวิต เช่นนั้น 1 ล้านตำลึงมันผิดตรงไหนกัน?

“คุณชายได้ส่งยอดฝีมือไปช่วยคุณชายใหญ่แล้ว!”

“ทว่าราชสำนักก็มีทหารและผู้แข็งแกร่งมากมาย คนของท่านอ๋องจึงได้กลับมามือเปล่าหลายครั้ง อีกทั้งยังได้รับบาดเจ็บและสูญเสียไปมากจนไม่อาจทำสิ่งใดต่อได้ ดังนั้นคุณชายจึงขอให้ท่านหลินช่วยพูดในนามของท่านอ๋องในราชสำนัก และเกลี้ยกล่อมให้ทางราชสำนักปล่อยตัวเขาออกมา!”

“หลังจากเรื่องนี้ได้ถูกแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ท่านจะตอบแทนด้วยรางวัลอย่างมากมาย! ท่านหลิน ข้าขอร้องล่ะ ได้โปรดช่วยคุณชายใหญ่ด้วย!”

โม่หรูซวงและกัวเส้าส้วยเข้ามาขอร้องอย่างจริงใจ

หลินเป่ยฟานจึงกล่าวไปว่า “พวกเจ้าใจดีเกินไป ท่านอ๋องก็ใจดีเกินไปเช่นกัน การช่วยเหลือคุณชายใหญ่เป็นหน้าที่ของข้า ข้าไม่สามารถหลบเลี่ยงได้อยู่แล้ว แม้ว่าท่านอ๋องจะไม่ได้ขอ ข้าก็จะทำทุกอย่างด้วยอำนาจที่ข้ามี!”

โม่หรูซวงและกัวเส้าส้วยรู้สึกยินดียิ่งเมื่อได้ยินเช่นนี้

โม่หรูซวงดูซาบซึ้งใจยิ่ง “ท่านหลิน ขอบคุณที่ท่านจะให้การช่วยเหลือ! หลังจากเรื่องนี้จบลง ข้าจะพูดถึงท่านต่อหน้าท่านอ๋องให้มาก จะบอกให้เขารู้ถึงความพยายามและการช่วยเหลือของท่าน!”

กัวเส้าส้วยเองก็กล่าวว่า “ข้าจะพูดคำดีๆ ชมท่านสักสองสามคำด้วย!”

หลินเป่ยฟานโบกมือและกล่าวอย่างนอบน้อมว่า “ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นเลย นี่คือสิ่งที่ข้าควรทำอยู่แล้ว!”

เมื่อกล่าวมาถึงจุดนี้ น้ำเสียงของหลินเป่ยฟานพลันเปลี่ยนไป เขากล่าวออกมาด้วยความยากลำบาก “แต่การช่วยคุณชายไม่ใช่เรื่องง่าย! มันคงต้องใช้ความอย่างมากและค่าใช้จ่ายที่สูง ดังนั้นข้าจึงหวังว่า...”

“ท่านหวังว่าอะไรหรือ?” โม่หรูซวงและศิษย์น้องของนางกล่าวอย่างพร้อมเพรียงกัน

“ประการแรก ข้าหวังว่าท่านอ๋องจะสามารถให้รางวัลล่วงหน้าได้ ข้าไม่ได้ขออะไรมาก เพียงแค่ 1 ล้านตำลึงเท่านั้น!”

โม่หรูซวงและกัวเส้าส้วยถึงกับตกตะลึง

พวกเขาคิดว่าจะสามารถเปลี่ยนอีกฝ่ายได้ แต่ไม่คิดเลยว่าเจ้านี้ยังเป็นขุนนางผู้โลภหลงมัวเมาในเงินตราไม่เคยผันแปร!

เขาขอเงิน 1 ล้านตำลึงทั้งที่ยังไม่เริ่มงานและบอกว่ามันไม่ใช่จำนวนเงินที่มาก...

เจ้ารู้ไหมว่ามันเป็นเงินเท่าไรกัน?

โม่หรูซวงจึงกล่าวออกมาด้วยความโกรธ “คุณชาย ท่านจะไม่เรียกมากไปหน่อยหรือ? นี่ท่านขอเยอะเกินไปแล้ว! 1 ล้านตำลึงเท่ากับค่าประทังชีวิตของสามัญชนนับ 100,000 คนได้เลย ท่านอ๋องจะมีเงินมากมายขนาดนี้ได้อย่างไรกัน?”

กัวเส้าส้วยก็กล่าวเสริมอีกว่า “ท่านหลิน ท่านโลภเกินไปจริงๆ ข้าทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว!”

หลินเป่ยฟานกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกผิดอย่างมาก “พวกเจ้าคิดว่ามันง่ายสำหรับข้าหรือ? เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดราชสำนักจึงชะลอการปล่อยตัวคุณชายใหญ่ออกมา?”

"ทำไมกันเล่า?" ทั้งคู่ถามพร้อมกัน

“นั่นเป็นเพราะราชสำนัก รวมถึงจักรพรรดินีได้เห็นผ่านความตั้งใจของท่านอ๋องและคิดเขาจะก่อกบฏขึ้นมา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เห็นด้วยกับการปล่อยคุณชายใหญ่ออกไป! พวกเขาต้องการกักขังคุณชายใหญ่ไว้ในเมืองหลวงและใช้เขาเป็นตัวประกัน เพื่อข่มขู่บังคับท่านอ๋อง!”

"เรื่องมันเป็นอย่างนี้เองสินะ" พวกเขาต่างตกตะลึง

หลินเป่ยฟานยกนิ้วขึ้นและกล่าวว่า “ในยามนั้น ข้าพูดในนามของคุณชายใหญ่ไปแล้ว! แต่ใครจะคิดกันเล่าว่า...”

“เกิดอะไรขึ้นกัน?” ทั้งคู่ถามพร้อมกันอีกครั้ง

“ข้าเกือบจะถูกเปิดโปงแล้ว!” หลินเป่ยฟานกล่าวด้วยความกลัว

“ในยามนั้น ขุนนางฝ่ายพลเรือนและทหารทั้งหมดในราชสำนักมองมาที่ข้าด้วยความสงสัย คิดว่าข้าทรยศต่ออาณาจักรและเข้าข้างคุณชายแห่งเหอเป่ยทางเหนือ! กระทั่งจักรพรรดินีที่มักจะโปรดปรานข้าก็ยังมองมาที่ข้าด้วยความสงสัย!”

"มันแย่ขนาดนั้นเลยหรือ?" พวกเขาตกใจมาก

"ไม่เพียงเท่านั้น!" หลินเป่ยฟานยังคงตะโกนออกมาเสียงดังสนั่น “เพียง 1 ล้านตำลึงแล้วมันผิดตรงไหนกัน? ข้าเกือบจะสูญเสียความมั่งคั่ง ความรุ่งโรจน์และความโปรดปรานทั้งหมดจากจักรพรรดินี เกือบจะสูญเสียชีวิตของข้า! กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ข้าแทบสูญเสียทุกอย่าง!”

“ข้าเพียงต้องการ 1 ล้านตำลึง นั่นมันเยอะมากหรือไงกัน?”

“ท่านอ๋องสูญเสียเพียง 1 ล้าน แต่ข้าต้องสูญเสียทุกอย่าง!”

“ลองมองในมุมที่แตกต่างกัน ชีวิตของคุณชายใหญ่จะไม่มีค่าถึง 1 ล้านเลยหรือ?”

โม่หรูซวงรู้สึกละอายใจอย่างยิ่ง “ท่านหลิน ข้าเข้าใจท่านผิดไป! ข้าไม่เคยคิดเลยว่าท่านจะเสียสละเพื่อท่านอ๋องมากขนาดนี้ 1 ล้านไม่ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่มากเลย! ข้าขออภัยจริงๆ...”

กัวเส้าส้วยก็รู้สึกละอายใจเช่นกัน “ท่านหลิน ข้าขอโทษ ข้าเข้าใจท่านผิดไป!”

ใบหน้าของหลินเป่ยฟานยังคงกลับกลายเป็นน่าเกลียด "อืม! ดีเหลือเกินที่พวกเจ้าเข้าใจ! แล้วพวกเจ้าคิดว่าเงิน 1 ล้านจะเข้ากระเป๋าข้าทั้งหมดจริงๆ หรือ?”

เมื่อมองไปที่สีหน้าสับสนของทั้งสอง หลินเป่ยฟานก็กล่าวอย่างหมดความอดทน “พวกเจ้านี้โง่เขลากันมาก เพียงเท่านี้กลับยังคิดไม่ออก! ไม่มีใครในราชสำนักเห็นด้วย ดังนั้นข้าจึงต้องใช้เงินเพื่อเกลี้ยกล่อมพวกเขา มิฉะนั้นใครจะเป็นคนพูดแทนข้ากัน?”

“โอ้ ถูกต้องเลย! ท่านหลิน ท่านพูดถูกแล้ว!” ในที่สุดทั้งสองก็เข้าใจแล้ว

หลินเป่ยฟานหยิบลูกคิดเล็กๆ ออกมาจากที่ไหนสักแห่งและคำนวณ “ข้าคำนวณแล้วว่ามีประมาณ 30 คนในราชสำนักที่สามารถกล่าวเรื่องนี้แทนข้าได้! พวกเขาทั้งหมดล้วนคดโกง แต่ละคนต้องการเงินอย่างน้อยสามถึงสี่แสนเพื่อเปลี่ยนใจ! ดังนั้นอย่างน้อยที่สุด ข้าควรจะต้องใช้เงิน 900,000 ตำลึง!”

“แต่ถ้าหากข้าพบคนที่โลภมากกว่านี้ สามหรือสี่แสนอาจไม่พอ! ยกตัวอย่างเช่นเสนาบดีเจ้ากรมครัวเรือนเกาเทียนเย่าและเสนาบดีกรมพระคลังเฉียนหยวนเซิน พวกเขาทั้งหมดโลภมากและมีความแค้นต่อข้า! หากพวกเขาไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน 8 หมื่นหรือ 9 หมื่นตำลึง บางทีอาจต้องใช้ถึงหลักแสน!”

“เมื่อพิจารณาจากทั้งหมดนี้แล้ว กระทั่งเงิน 1 ล้านยังห่างไกลมาก ข้าเองก็ต้องนำเงินของข้ามาใช้ด้วย!”

หลินเป่ยฟานเก็บลูกคิดและถอนหายใจออกมาด้วยความสิ้นหวัง “พวกเจ้าคิดว่าข้าช่วยเจ้าชายเพียงเพื่อเรื่องเงินหรือ ข้านั้นเสียไปมากแล้ว การถูกผู้อื่นเข้าใจผิดเช่นนี้ คิดว่ามันง่ายสำหรับข้านักหรือไง?”

ทั้งโม่หรูซวงและกัวเส้าส้วยต่างรู้สึกอับอาย

โม่หรูซวงได้แต่ขอโทษอีกครั้ง “ท่านหลิน ข้ามันโง่มากและไม่รับรู้อะไรเลย ข้าเข้าใจท่านผิดไป ข้าขอโทษด้วย! ข้าจะไม่สงสัยท่านอีกแล้วในอนาคต!”

กัวเส้าส้วยโค้งคำนับและกล่าวขอโทษเช่นกัน “ท่านหลิน ข้าขอโทษด้วย! ท่านไม่ได้ทำอะไรผิดไป เป็นข้าเอง!”

“ดีเหลือเกินที่พวกเจ้าเข้าใจ!” หลินเป่ยฟานได้แต่ถอนหายใจออกมา

เมื่อมองไปที่หลินเป่ยฟานที่ดูทั้งเศร้าและทุกข์ใจ โม่หรูซวงก็รู้สึกทุกข์ใจมากจึงแนะนำเขาว่า “ท่านหลิน ท่านทำเพื่อคุณชายและท่านอ๋องมามากแล้ว พวกเราทุกต่างประจักษ์ได้! ถ้า 1 ล้านตำลึงไม่พอ เช่นนั้นก็ขอเพิ่มเถิด ข้าคิดว่าท่านอ๋องคงจะเข้าใจ!”

ดวงตาของหลินเป่ยฟานพลันเบิกกว้างขึ้น “ข้าจะทำได้จริงหรือ?”

เมื่อเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของหลินเป่ยฟาน อารมณ์ของโม่หรูซวงก็ดีขึ้นมาก “ท่านหลิน ท่านทำมามากพอแล้ว อย่าทำร้ายตนเองมากกว่านี้เลย! แม้ว่าท่านจะไม่ขออะไรเพิ่มอีก แต่ข้าก็ยังจะช่วยท่านได้รับในสิ่งที่ท่านควรได้! 1.5 ล้านตำลึงเพียงพอหรือไม่?”

หลินเป่ยฟานรู้สึกซาบซึ้งใจมาก เขาคว้ามือของโม่หรูซวงด้วยความตื่นเต้น “หรูซวง เป็นคนที่ดีที่สุดสำหรับข้าเสมอ! ขอบคุณมาก!”

“อ-อืม!” โม่หรูซวงหน้าแดงและพยักหน้าตอบไป

เมื่อรู้สึกถึงความอบอุ่นบนมือของนาง หัวใจของนางก็เต็มไปด้วยความสุข

ในยามนั้นเอง กัวเส้าส้วยก็ขยับเข้ามาและกล่าวอย่างจริงจังว่า “ท่านหลิน ข้าก็จะพูดแทนท่านด้วยเช่นกัน!”

หลินเป่ยฟานผลักใบหน้าใหญ่ของเขาออกไป “หลีกไปเลย!”

กัวเส้าส้วยได้แต่เงียบกริบไป

หลังจากนั้น โม่หรูซวงและกัวเส้าส้วยก็ออกไป

จดหมายได้ถูกเขียนและส่งผ่านช่องทางพิเศษไปยังมือของท่านอ๋องโดยเร็วที่สุด

เมื่อท่านอ๋องอ่านแล้ว เขาก็ตัวสั่นด้วยความโกรธ “นี่มันบ้าอะไรกัน! ขอ 1.5 ล้านตำลึงทั้งที่ยังไม่ช่วย คิดจะปล้นกันหรือไง?”

“เป็นอะไรไปหรือท่านอ๋อง?” จูกัดถามด้วยความสับสน

ท่านอ๋องยื่นจดหมายให้จูกัดดูด้วยความโกรธเกรี้ยว “เจ้าลองอ่านมัน ดูสิว่าหลินเป่ยฟานผู้นี้โลภแค่ไหน! เขาต้องการ 1.5 ล้านตำลึงเพื่อช่วยข้าช่วยลูกชายของข้า!”

จูกัดมองไปที่จดหมายอย่างถี่ถ้วน“1.5 ล้านตำลึงเป็นจำนวนมากจริงๆ แต่ถ้ามันสามารถใช้ติดสินบนขุนนางและแก้ไขสถานการณ์ของเราได้ มันก็ไม่ใช่เงินมากเกินไปเลยขอรับ”

ท่านอ๋องดูไม่เต็มใจอย่างยิ่ง “แต่ถ้าเขารับเงินไปแล้วไม่สามารถทำงานให้สำเร็จได้เล่า? ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะเสียเงินไปเป็นจำนวนมาก”

จูกัดยิ้มออกมา “เราตกลงที่จะจ่ายเงินล่วงหน้าก่อนสามในสิบเมื่อเราทำข้อตกลงกับหลินเป่ยฟานไม่ใช่หรือขอรับ? เราสามารถจ่ายส่วนที่เหลือได้เมื่องานเสร็จสิ้น ด้วยวิธีนี้เราก็จะลดความสูญเสียของเราไปได้”

ท่านอ๋องพยักหน้า เขาดูมีความสุขขึ้นมาก

“ยิ่งไปกว่านั้น ท่านอ๋อง เราสามารถใช้โอกาสนี้ทดสอบความสามารถของหลินเป่ยฟานได้ ยามนี้คุณชายใหญ่กำลังถูกคุมขังโดยราชสำนัก และเหล่าขุนนางก็ปฏิเสธที่จะปล่อยตัวเขาออกมา ถ้าหลินเป่ยฟานสามารถช่วยคุณชายใหญ่ได้ในสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยเช่นนี้ มันก็พิสูจน์ว่าเขาเป็นผู้ที่มากด้วยความสามารถ ผู้ที่มีความสามารถเช่นนี้ ย่อมคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปไม่ใช่หรือขอรับ?”

ท่านอ๋องพยักหน้า เขามองไปที่จูกัดเพื่อบอกให้อีกฝ่ายกล่าวต่อมาได้เลย

“เงินสามารถหาคืนมาได้ แต่ผู้มีพรสวรรค์เป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง! ถ้าเราสามารถได้ใจเขาและทำให้เขาได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ในอนาคต มันก็คงจะช่วยท่านได้อย่างแน่นอน!” จูกัดกล่าว

“เจ้าพูดถูก” ท่านอ๋องกล่าวตอบ “เช่นนั้นก็ทำแบบที่เจ้าว่ามาได้เลย”

“ท่านอ๋องทรงปราดเปรื่องยิ่ง!” จูกัดโค้งคำนับ

ด้วยเหตุนี้ ธนบัตรเงินมูลค่า 450,000 ตำลึงจึงถูกส่งไปยังมือของหลินเป่ยฟานอย่างรวดเร็ว

“เจ้าชายบอกว่านี่เป็นเงินล่วงหน้าสามในสิบ! เมื่อท่านช่วยคุณชายได้ พวกเขาจะจ่ายเงินที่เหลือตามที่สัญญาไว้! ท่านหลิน เราหวังพึ่งท่านอยู่ยามนี้ ท่านต้องช่วยคุณชายมาให้ได้นะ!” โม่หรูซวงกล่าวออกมาอย่างเคร่งเครียด

หลินเป่ยฟานรับธนบัตรเงินไปและกล่าวอย่างจริงจังว่า “เมื่อได้เงินมาแล้ว ย่อมไม่มีปัญหาอะไร! เตรียมไปแจ้งข่าวดีจากข้าให้ท่านอ๋องทราบได้เลย!”

ส่วนในใจของเขากลับไม่ได้คิดเช่นนั้น เขาต้องการที่จะถอนขนแกะท่านอ๋องผู้นี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้!

เมื่อมองไปที่สีหน้าที่มั่นใจของหลินเป่ยฟาน โม่หรูซวงที่ยังคงกังวลจึงกล่าวว่า “ท่านหลิน ท่านต้องระวังด้วย! อย่าฝืนทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้! ในสายตาของข้า ชีวิตของท่านสำคัญกว่า ดังนั้นโปรดอย่าเสี่ยงมากไป!”

“อืม ข้าเข้าใจแล้ว!” หลินเป่ยฟานให้สัญญา

วันถัดมา หลินเป่ยฟานก็ยืนขึ้นอย่างมั่นในใจราชสำนักช่วงรุ่งสาง กล่าวออกมาด้วยเสียงดังสนั่น “ฝ่าบาท วันนี้ข้าได้คิดอย่างหนัก เชื่อว่าเพื่อประโยชน์ของท่านและเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักร ควรปล่อยตัวคุณชายใหญ่โดยเร็วที่สุด!”

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 96: ข้าแทบต้องสละชีวิต เช่นนั้น 1 ล้านตำลึงมันผิดตรงไหนกัน?

คัดลอกลิงก์แล้ว