เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 87: โม่หรูซวงชี้ชวนหลินเป่ยฟานให้แก่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังของนาง!

บทที่ 87: โม่หรูซวงชี้ชวนหลินเป่ยฟานให้แก่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังของนาง!

บทที่ 87: โม่หรูซวงชี้ชวนหลินเป่ยฟานให้แก่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังของนาง!


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 87: โม่หรูซวงชี้ชวนหลินเป่ยฟานให้กับผู้ที่อยู่เบื้องหลังของนาง!

ราชสำนักช่วงรุ่งสางได้สิ้นสุดลง หลินเป่ยฟานก็วิ่งไปเก็บเงินของเขาอย่างมีความสุขในทันที

หากเขาศึกษาบัลลูนลมร้อนด้วยวิธีทั่วไป มันคงจะมีค่าใช้จ่าย 2 ล้านตำลึงและใช้เวลาหลายทศวรรษ ซึ่งเขาก็อาจไม่ได้รับผลลัพธ์ใดๆ เลยด้วยซ้ำ ทว่าเนื่องจากเขามาจากอีกโลกหนึ่ง เขาจึงรู้หลักการเบื้องหลังของบัลลูนลมร้อนแล้ว

ด้วยความรู้นี้ เขาสามารถประหยัดเงินและเวลาได้มาก โดยสร้างบัลลูนลมร้อนรูปแบบที่ใช้งานได้จริงขึ้นมาเลย

ส่วนเงินทั้งหมดที่ได้มา เขาจะเข้ากระเป๋าของเขาทันที

“ส่วนที่สำคัญที่สุดของบัลลูนลมร้อนคือวัสดุของมัน! ตราบใดที่เราสามารถหาวัสดุที่กันน้ำ กันลมและทนทาน เราก็สามารถสร้างบัลลูนลมร้อนขนาดใหญ่ที่สามารถขึ้นไปได้โดยไม่มีปัญหา!”

“และข้าก็รู้ว่าต้องทำยังไง! ตราบใดที่ข้าสร้างมันขึ้นมาได้ มันก็สามารถรับน้ำหนักของคนได้!”

หลินเป่ยฟานดูพึงพอใจมาก

เขาได้ทำการคำนวณเพื่อซื้อวัสดุที่เหมาะสมในการเอาไปใส่ในบัลลูนแล้ว จากนั้นก็แค่ทำให้บัลลูนสามารถกันน้ำ กันอากาศและทนทานขึ้น ท้ายที่สุดก็มีแค่ต้องเพิ่มอุปกรณ์บางอย่างเข้าใส่...

รวมแล้วัมนคงมีค่าใช้จ่ายไม่กี่พันตำลึง ส่วนเงินที่เหลือก็จะเข้ากระเป๋าของเขา!

ยิ่งหลินเป่ยฟานคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไร เขาก็ยิ่งมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น “ถ้าข้าใช้เงินไปมากกว่าหนึ่งหมื่นตำลึง จะถือว่าข้าแพ้!”

หลังจากที่เขากลับไปยังเรือน หลินเป่ยฟานก็ซื้อวัสดุจำนวนมากทันทีและจ้างคนหลายร้อยคนมาทำงานเพื่อแสดงให้มันยิ่งใหญ่ เขาต้องการให้จักรพรรดินี ขุนนางพลเรือนและทหารเห็นว่าเขากำลังวิจัยเรื่องบัลลูนลมร้อนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ให้เห็นว่าเขาใช้เงินที่ได้มาจริงๆ และไม่ได้เก็บไว้เพื่อตัวเอง

###

ในยามนั้น โม่หรูซวงและศิษย์น้องของนางที่ออกจากเมืองหลวงก็ได้รีบไปยังเหอเป่ยเหนือด้วยม้า จนมาถึงคฤหาสน์ที่หรูหราแห่งหนึ่ง หลังจากได้รับการต้อนรับจากคนรับใช้ พวกเขาก็เข้าไปข้างในและพบกับชายวัยกลางคนที่สวมชุดอันมีรสนิยม

ทั้งสองคนโค้งคำนับและพูดอย่างพร้อมเพรียงกันว่า “ขอคำนับท่านอ๋อง ขอท่านอ๋องทรงมีอายุยืนยาวนับพันปี!”

ชายวัยกลางคนในชุดอันมีรสนิยมได้เดินมาอย่างรวดเร็ว เขาหัวเราะและกล่าวออกมาด้วยความสุภาพ “ฮ่าฮ่า! เราทุกคนล้วนเป็นสหายกัน เจ้าสองคนไม่จำเป็นต้องสุภาพมากขนาดนี้หรอก นั่งลงเถิด! มาเถอะ เอาชามาสิ อย่าทำให้แขกของเราต้องรอ!”

โม่รัชวงและศิษย์น้องของนางรู้สึกอบอุ่นอย่างยิ่ง ทำให้ทั้งสองพูดอย่างพร้อมเพรียงกัน “ขอบคุณที่เมตตา!”

พวกเขานั่งลงและชาก็ถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะ ควันอันแผ่วเบาปรากฏขึ้นเหนือถ้วยชา

ท่านอ๋องในชุดจีนโบราณมองไปยังคนทั้งสองที่ใบหน้าเต็มไปด้วยฝุ่น จึงได้กล่าวออกมาว่า “เจ้าสองคนทำงานหนักมากจริงๆ! การเดินทางครั้งนี้ใช้เวลาเพียงเดือนกว่าๆ เท่านั้น แต่พวกเจ้าดูเปลี่ยนไปมากเลย การเดินทางคงจะไม่ง่ายสินะ!”

“มันไม่ยากเลยเพคะ เราเพียงแค่ต้องจัดการเรื่องราวนิดหน่อย” โม่หรูซวงกล่าวตอบ

“เมื่อเทียบกับสิ่งที่ท่านอ๋องทำ สิ่งที่เราต้องเผชิญก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย! เพราะท่านคือวีรบุรุษผู้กอบกู้อาณาจักรและราษฎร!” ศิษย์น้องของนางกล่าวเสริมอย่างเยินยอ

ท่านอ๋องโบกมือพร้อมด้วยรอยยิ้มและกล่าวอย่างสุภาพไปว่า “อืม อืม เจ้าทั้งสองเยินยอข้าเกินไปแล้ว ตัวข้าเองก็เป็นคนในราชวงศ์ มันเป็นหน้าที่ของข้าที่หวังว่าจะลดความขัดแย้งและการฆ่าฟันให้น้อยลงไป เพื่อที่ราษฎรจะสามารถอยู่ได้อย่างสงบสุข เมื่อเทียบกับพวกเจ้าสองคนที่ทำหน้าที่เพื่อราษฏรด้วยตัวของเจ้าเอง ข้านั้นด้อยกว่ามาก”

โม่หรูซวงและศิษย์น้องของนางรู้สึกซาบซึ้งใจยิ้ง

มีเพียงผู้ปกครองเช่นนี้เท่านั้น โลกใบนึ้จึงจะมีความหวัง!

“ว่าแต่พวกเจ้าได้อะไรจากการเดินทางครั้งนี้บ้างหรือเปล่า? เจ้าเจอวีรบุรุษแห่งรัตติกาลหรือไม่? เขาพูดว่าอะไรหรือ? เขาเต็มใจที่จะเข้าร่วมกับข้าไหม?” ท่านอ๋องเอ่ยถาม

ทั้งสองคนมองหน้ากัน โม่หรูซวงได้แต่กล่าวออกมาด้วยความอับอาย “ท่านอ๋อง เราขออภัยด้วย เราไม่ได้อะไรจากการเดินทางครั้งนี้เลย ข้าหาวีรบุรุษแห่งรัตติกาลไม่พบ เพื่อตามหาเขา เราถึงขั้นแสร้งทำเป็นเขาและออกไปช่วยคนยากจน แต่เราก็ยังคงพบเขาเลยสักครั้งเดียว ช่างโชคร้าย บางทีเขาอาจจะออกจากเมืองหลวงไปแล้ว เราจึงไม่ทราบเลยว่าเขาไปที่ใด”

“อา…น่าเสียดายนัก!” ท่านอ๋องตบต้นขาและถอนหายใจออกมา

โม่หรูซวงและศิษย์น้องของนางรู้สึกละอายใจมาก

“เช่นนั้นเจ้าสองคนจึงเป็นผู้ที่แสร้งเป็นวีรบุรุษแห่งรัตติกาล ก่อให้เกิดความปั่นป่วนในเมืองหลวงหรือ?” ท่านอ๋องเอ่ยถาม

“ใช่เพคะ เป็นข้าและศิษย์น้องเอง” โม่หรูซวงพยักหน้า

“ตามที่ข้ารู้ เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในวันแรกของต้นเดือน แต่ว่าเรื่องมันผ่านมากว่า 20 วันแล้ว! ทำไมพวกเราถึงไม่ได้ยินข่าวคราวอะไรจากพวกเจ้าทั้งสองเลย พวกเจ้าไปหลบหนีอยู่ที่ไหนกันหรือ?” ท่านอ๋องเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“ข้ามิกล้าหลอกลวงท่านอ๋อง” โม่หรูซวงกล่าวพลางโค้งคำนับ “คืนนั้นศิษย์น้องของข้าและข้าได้แสร้งเป็นวีรบุรุษแห่งรัตติกาลเพื่อช่วยเหลือคนยากจน แต่เรากลับถูกทัพหลวงโจมตี! พวกเขาส่งทหารหลายพันนายและกระทั่งยอดฝีมือต้นกำเนิดมาตามล่าเรา !”

“ในคืนนั้นเราเกือบเอาชีวิตไม่รอด! โชคดีที่เราได้หลบภัยในคฤหาสน์ของหลินเป่ยฟาน ขุนนางชั้นสูงคนใหม่ที่เพิ่งผ่านการสอบของจักรพรรดิ เขาช่วยชีวิตของเราเอาไว้ เราใช้เวลาส่วนใหญ่ในคฤหาสน์ของเขา ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ ก่อนที่จะออกจากเมืองหลวงเพื่อรายงานต่อท่านอ๋อง!”

ท่านอ๋องรู้สึกสับสน "หา? เจ้าจะบอกว่าหลินเป่ยฟานช่วยเจ้างั้นหรือ? แต่เขาเป็นคนของราชสำนัก เหตุไฉนเขาถึงช่วยเจ้ากัน?”

จากนั้นโม่หรูซวงก็อธิบายเหตุการณ์นอกเมืองที่พวกเขาได้พบกับหลินเป่ยฟาน

"เข้าใจแล้ว! พวกเจ้าสองคนคงผ่านอะไรมามากมาย ถ้าข้ารู้เช่นนี้ ข้าคงไม่ส่งเจ้าสองคนออกไป เราเกือบเสียพวกเจ้าไปแล้ว!” ท่านอ๋องรู้สึกเสียใจกับการตัดสินใจของเขามาก

โม่หรูซวงและศิษย์น้องรู้สึกสะเทือนใจกับคำพูดของท่านอ๋องเช่นกัน พวกเขาจึงกล่าวออกมาว่า “การรับใช้ท่านอ๋องเป็นหน้าที่ของเราอยู่แล้ว!”

“ในเมื่อเจ้าทั้งสองได้ติดต่อกับหลินเป่ยฟานมาระยะหนึ่งแล้ว เจ้าคงรู้ว่าเขาเป็นคนแบบไหน! บอกได้ไหมว่าเขาเป็นคนยังไง? ข่าวลือบอกว่าเขาเป็นขุนนางฉ้อราษฎร์บังหลวงที่โลภมาก…”

โม่หรูซวงรู้สึกไม่สบายใจมากเมื่อได้ยินเช่นนี้

นางรีบตอบไปว่า “ท่านอ๋อง ข่าวลือเหล่านั้นล้วนไร้มูลความจริง จงอย่าเชื่อทุกสิ่งที่ท่านได้ยิน!”

ท่านอ๋องเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ “จริงเหรอ? เจ้าบอกข้าได้ไหมว่าเขาเป็นคนแบบไหน?”

“หลินเป่ยฟานเป็นขุนนางฉ้อราษฎร์บังหลวงที่มีหลักการ เขารับเงินจากขุนนางโกงกินคนอื่นๆ เท่านั้นและไม่สร้างอันตรายต่อราษฎร โดยส่วนตัวแล้ว เขาได้ทำหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อราษฎร แต่ไม่มีผู้ใดเข้าใจเขาเลย…”

โม่หรูซวงยังคงพูดเรื่องหลินเป่ยฟานและยกย่องเขาเล็กน้อย

“อา...เรื่องราวมันกลับกลายเป็นเช่นนี้เอง! ดูเหมือนว่าข่าวลือจากโลกภายนอกส่วนใหญ่ไม่น่าเชื่อถือและไม่เป็นจริงเลย!” ท่านอ๋องยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

เมื่อเห็นภาพลักษณ์ของหลินเป่ยฟานถูกชะล้างกลายเป็นขาว โม่หรูซวงก็รู้สึกมีความสุขพอสมควร

นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “ท่านอ๋อง เราสามารถเอาเข้ามาเป็นพวกได้นะ!”

“ทำไมเจ้าถึงคิดเช่นนั้นกันล่ะ?” ท่านอ๋องรู้สึกสับสน

“ท่านอ๋อง!” โม่หรูซวงโค้งคำนับ “หลินเป่ยฟานเป็นขุนนางระดับสูงคนใหม่ที่ผ่านการสอบของจักรพรรดิ ในแง่ของพรสวรรค์ มีเพียงไม่กี่คนในโลกที่สามารถเทียบกับเขาได้! เขายกเลิกสินทดแทนระหว่างสองอาณาจักร พิสูจน์ให้เห็นว่าเขามีจิตใจที่ดี คำนึงถึงราษฎรและมีวิสัยทัศน์ที่ยอดเยี่ยมมากเพียงใด! แม้ว่าเขาจะฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่เขาก็อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว จึงไม่มีหนทางเลือกอื่น ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงรักษาบรรทัดฐานและหลักการพื้นฐานที่สุด ไม่สร้างอันตรายต่อราษฎร!”

“พรสวรรค์เช่นนี้หายากมากนัก!” โม่หรูซวงคล้ายกับยกหลินเป่ยฟานขึ้นสูงมาก “ยามนี้เรากำลังวางแผนการใหญ่ เราต้องเกณฑ์ทหารและซื้อม้ามา ถ้าหลินเป่ยฟานสามารถใช้ประโยชน์กับท่านอ๋องได้ เขาก็จะเป็นเหมือนเสือมีปีกของฝ่ายเรา!”

"เรื่องนี้...ข้าคงต้องคิดดูก่อน!" ท่านอ๋องตกอยู่ในห้วงภวังค์

โม่หรูซวงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

นางหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านอ๋องจะเห็นด้วยทันที

ด้วยวิธีนี้ พวกเขาก็จะมีโอกาสได้ทำงานร่วมกัน ต่อสู้เพื่อด้วยเหตุผลเดียวกัน และหลังจากความโกลาหลได้จบลงแล้ว…?

ขณะที่นางคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ใบหน้าของนางก็แดงเล็กน้อย

กัวเส้าส้วยที่นั่งอยู่ข้างหลังนางเห็นแล้วยิ่งรู้สึกไม่มีความสุข!

นางคงต้องคิดถึงไอ้บัดซบนั่นอีกแล้วเป็นแน่!

เห็นได้ชัดว่านางแนะนำให้ท่านอ๋องเพื่อหวังว่าจะมีโอกาสในอนาคตที่ได้พูดคุยกับเขามากขึ้น...

เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดเดียว พวกเขาเพิ่งรู้จักกันเพียง 20 วัน นางผู้เป็นศิษย์พี่หญิงที่มีความรู้และเย็นชาอยู่เสมอ กลับตกหลุมรักไอ้สารเลวบัดซบน่ารำคาญที่แทบไม่มีใครอยากจะพูดด้วย!

เป็นเพราะเขาหล่องั้นเหรอ?

หรือเพียงเพราะเขามีความสามารถ?

ศิษย์พี่หญิงของข้าไม่ได้มองผิวเผินขนาดนั้น! นี่มันไม่สมเหตุสมผลสักนิด!

อา ไอ้สารเลวบัดซบนั่น!

ถ้าข้ามีโอกาสกลับไป ข้าจะทุบตีมันอย่างแน่นอน!

“นี่เป็นเรื่องสำคัญ ข้าคงต้องคิดอย่างรอบคอบเสียก่อน! สหายหนุ่มสาว พวกเจ้าทั้งสองไปพักผ่อนก่อนเถิด ข้าจะแจ้งให้เจ้าทราบทีหลังเมื่อข้าตัดสินใจแล้ว!” ท่านอ๋องกล่าวกับพวกเขาอย่างมีมารยาท

“ท่านอ๋อง! เช่นนั้นเราขอตัวก่อน!” ทั้งสองยืนขึ้นและโค้งคำนับ

ในยามนั้นเอง ชายหนุ่มรูปหล่อที่แต่งตัวดูดีก็ได้เดินเข้ามาและเห็นโม่หรูซวง ใบหน้าของเขาดูยินดียิ่ง “หรูซวง เจ้ากลับมาแล้ว! ข้าได้ยินจากคนรับใช้ว่าเจ้ากลับมา ดังนั้นข้าจึงรีบมาหาเจ้าทันที!”

ในเวลานี้ ใบหน้าของท่านอ๋องพลันดูไม่สบอารมณ์ในทันที “เจี๋ย ในฐานะคุณชายของตระกูลหวัง เจ้าทำตัวหุนหันพลันแล่นเช่นนี้ได้ยังไง?”

ชายหนุ่มรูปงามโค้งคำนับทันทีและกล่าวตอบว่า “ข้ารู้ว่าข้าผิดไปแล้ว ได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วยท่านพ่อ!” คนที่อยู่ตรงหน้าเขาคือลูกชายของท่านอ๋อง อู๋หยิงเจี๋ย

“สหายหนุ่มสาวทั้งสอง บุตรชายของข้าไร้มารยาท ขออภัยที่เขาทำตัวน่าอับอายต่อหน้าพวกเจ้าทั้งสอง!” ท่านอ๋องกล่าวออกมาอย่างละอายใจ

“ท่านอ๋อง อย่ากล่าวเช่นนั้นเลย” โม่หรูซวงและกัวเส้าส้วยโค้งคำนับชายหนุ่มรูปงาม จากนั้นจึงกล่าวไปว่า “ยินดีที่ได้พบคุณชาย!”

“พวกเจ้าทั้งคู่เป็นสหายเก่า ไม่ต้องมากพิธีหรอก!” อู๋หยิงเจี๋ยกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่โม่หรูซวงโดยไม่แม้แต่จะกระพริบตา

โม่หรูซวงได้แต่ถอนหายใจออกมา นางรู้มาตลอดว่าคุณชายสนใจในตัวนาง สำหรับผู้หญิงคนใดในโลก ถ้าได้มีโอกาสได้เป็นสตรีของคุณชาย พวกเขาคงจะรู้สึกตื่นเต้นจวนแทบจะเป็นบ้าอย่างแน่นอน

ทว่าตัวนางไม่มีความรู้สึกใดๆ ต่อคุณชาย อีกทั้งนางก็ไม่ใช่คนที่มองเพียงภายนอก ดังนั้นนางจึงรักษาระยะห่างให้เขาเขาเสมอ บางครั้งถึงขั้นหลีกเลี่ยงเขาโดยเฉพาะ

เมื่อมองไปที่คุณชายเบื้องหน้าที่หล่อเหลา อีกคนหนึ่งก็ได้ผุดขึ้นมาในความคิดของนาง – หลินเป่ยฟาน นางเผลอเปรียบเทียบทั้งสองคนโดยไม่รู้ตัว ในแง่ของภาพลักษณ์และอารมณ์ ท่านอ๋องก็ถือว่าหล่อเหลาและอ่อนโยน ให้ความรู้สึกสูงส่งของผู้ที่เกิดในราชวงศ์ ก็มิมีผู้ใดกล้าดูถูก

ทว่าเมื่อเทียบกับหลินเป่ยฟานแล้ว รูปลักษณ์ของหลินเป่ยฟานเรียกได้ว่าเป็น "บุรุษรูปงามแห่งยุครุ่งเรือง" ที่สมบูรณ์แบบและหาที่เปรียบมิได้

ส่วนทางด้านอารมณ์ เขามีความเย่อหยิ่ง มีความมั่นใจในตนเองและความสงบเยือกเย็นที่สามารถแก้ปัญหาอะไรก็ได้ ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดในโลกที่เขาไม่สามารถแก้ไข

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 87: โม่หรูซวงชี้ชวนหลินเป่ยฟานให้แก่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังของนาง!

คัดลอกลิงก์แล้ว