- หน้าแรก
- บอกว่าจะเน้นพลังกายแท้ๆ แต่ดันใช้แค่นึกคิดก็ปลิดชีพได้เนี่ยนะ
- บทที่ 25: ชอบอวดเก่งนักใช่ไหม?
บทที่ 25: ชอบอวดเก่งนักใช่ไหม?
บทที่ 25: ชอบอวดเก่งนักใช่ไหม?
ตัดกลับมาทางฝั่งของหลี่ฟาน
หลี่ฟานเพิ่งจะถ่ายโอนคะแนนจากป้ายคะแนนอันสุดท้ายเสร็จพอดี
ในเวลานี้เขายังไม่รู้เรื่องการเข้ามาแทรกแซงของเหล่านักศึกษารุ่นพี่เลยแม้แต่น้อย
"ไปกันเถอะ เจ้าตัวโต"
หลี่ฟานกระโจนขึ้นไปบนหลังของอสูรพยัคฆ์ระเบิด และมุ่งหน้าไปยังภูเขาสูงที่อยู่ห่างออกไป
เขาสำรวจป่าทึบแห่งนี้ไปจนเกือบหมดแล้ว ครั้งนี้จึงอยากจะลองไปดูอีกฝั่งของภูเขาบ้าง บางทีเขาอาจจะได้เจอกับพวกรุ่นพี่ที่นั่นก็ได้
ต้องยอมรับเลยว่า
การมีสัตว์พาหนะมันต่างกันจริงๆ
การได้นั่งอยู่บนหลังเสือ สัมผัสสายลมเย็นสบาย และชมทิวทัศน์รอบข้าง ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังออกมาเที่ยวพักผ่อนอย่างผ่อนคลาย สบายอารมณ์สุดๆ
แม้ว่าบางครั้งเขาจะเห็นผู้เข้าสอบบางคนถูกสัตว์ร้ายวิ่งไล่กวดจนต้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ซึ่งเป็นภาพที่ทำลายบรรยากาศไปบ้างก็ตาม
แต่โดยรวมแล้วมันก็ยังค่อนข้างรื่นรมย์ดีทีเดียว
ไม่นานนัก
เขาก็มาถึงตีนเขา
ทางลาดชันนั้นเต็มไปด้วยเถาวัลย์ยักษ์และต้นไม้ใหญ่ สำหรับคนธรรมดา การปีนขึ้นไปคงเป็นเรื่องยากและต้องใช้ความพยายามอย่างมาก
ทว่าสำหรับอสูรพยัคฆ์ระเบิดซึ่งเป็นเจ้าแห่งป่าเขาแล้ว มันกลับง่ายดายราวกับเดินบนพื้นราบ
เพียงชั่วพริบตา พวกเขาก็มาถึงยอดเขา
บนยอดเขามีสัตว์ร้ายอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหมัดเหล็กของหลี่ฟาน พวกมันก็ยืนหยัดอยู่ได้ไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ
หลังจากจัดการเคลียร์พื้นที่อย่างรวดเร็ว สายตาของหลี่ฟานก็หันไปมองยังอีกฝั่งของภูเขา
อีกฝั่งหนึ่งของภูเขายังคงเป็นเทือกเขา แถมยังสูงชันยิ่งกว่า
มองปราดเดียวก็รู้ว่าคงไม่มีใครกล้าบุกรุกเข้าไปที่นั่นมากนัก
ในขณะที่หลี่ฟานกำลังลังเลว่าจะไปต่อดีหรือไม่
จู่ๆ ก็มีเสาเพลิงพุ่งทะยานมาจากที่ไกลๆ พุ่งเข้าปะทะร่างของอสูรพยัคฆ์ระเบิดที่อยู่ใต้ร่างของหลี่ฟานอย่างจัง
"โฮก!"
อสูรพยัคฆ์ระเบิดแผดเสียงร้องอย่างน่าเวทนา ร่างอันใหญ่โตของมันไม่อาจทรงตัวอยู่ได้อีกต่อไป และหลังจากหอบหายใจรวยรินอยู่ไม่กี่เฮือก มันก็สิ้นใจลง
หลี่ฟานกระโดดลงมาดู ก็พบว่าบริเวณช่องท้องของอสูรพยัคฆ์ระเบิดถูกเจาะจนเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่
สิ่งนี้ทำให้หลี่ฟานรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที
ไอ้หน้าโง่ตาบอดคนไหนมันกล้ามาโจมตีสัตว์พาหนะของเขากันวะ?
ทว่ายังไม่ทันที่หลี่ฟานจะได้ออกตามหาตัวการ
ตัวการที่ว่าก็ดันเสนอหน้าออกมาเอง
"โอ๊ะ? มีคนอยู่ตรงนี้ด้วยเหรอเนี่ย?"
คนที่ปรากฏตัวขึ้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเหอเหวินกวงนั่นเอง!
เมื่อครู่นี้ เขากำลังล่าสัตว์ร้ายอยู่ในบริเวณใกล้ๆ
เขาบังเอิญเห็นอสูรพยัคฆ์ระเบิดกำลังพุ่งตัวมาแต่ไกล จึงรีบยิงปืนใหญ่เพลิงเข้าใส่ทันที
เขาไม่คาดคิดเลยว่าพอเดินมาถึง จะมีคนมาอยู่ที่นี่ก่อนแล้ว
ดูเหมือนว่าเขาจะประสบความสำเร็จในการฉกฉวยเหยื่อของคนอื่นมาได้สินะ
เห็นได้ชัดว่า
เหอเหวินกวงไม่ได้ตระหนักเลยว่าอสูรพยัคฆ์ระเบิดตัวนี้คือสัตว์พาหนะของหลี่ฟาน เขาคิดเอาเองว่าหลี่ฟานคงดักซุ่มอยู่แถวนี้เพื่อรอจังหวะล่ามันต่างหาก
และข้างกายของเหอเหวินกวงก็ยังมีชายอีกคนหนึ่งติดตามมาด้วย
หลี่ฟานพอจะคุ้นหน้าคนคนนี้อยู่บ้าง
เพราะตอนที่อยู่ในโรงยิม ตอนที่หลินโหย่วเวยและผู้มีพรสวรรค์ระดับ S อีกสองคนเพิ่งเดินเข้ามา หมอนี่คือคนแรกที่เข้าไปทักทายหลินโหย่วเวย
น่าเสียดายที่เขาถูกหลินโหย่วเวยเมินใส่อย่างไม่ไยดี
คนคนนี้ก็คือ หวังเสี่ยวเฉิน
สาเหตุที่เขามาโผล่อยู่กับเหอเหวินกวงได้ ก็เป็นเพราะตระกูลหวังของเขากับตระกูลเฮ่อมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาเนิ่นนาน ตัวเขาและเหอเหวินกวงก็รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กและค่อนข้างสนิทสนมกัน
เมื่อมีพวกรุ่นพี่เข้ามาร่วมวงด้วย เขาจึงเลือกที่จะมาเกาะใบบุญของเหอเหวินกวงเอาไว้
"นายเองเหรอ?!"
หวังเสี่ยวเฉินมองหลี่ฟานด้วยดวงตาเบิกกว้าง
เขาจำหลี่ฟานได้แม่นยำจนฝังใจเลยล่ะ
ก็เพราะหมอนี่แหละที่ทำให้หลินโหย่วเวยเมินเขา แล้วไปแย่งความสนใจไปจนหมด
แต่หลี่ฟานเป็นนักศึกษาโควตาพิเศษไม่ใช่เหรอ?
แล้วเขามาโผล่ที่นี่ได้ยังไง?
"นายรู้จักมันเหรอ?" เหอเหวินกวงมองหวังเสี่ยวเฉินพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
หวังเสี่ยวเฉินสีหน้ามืดครึ้มลง "ไม่รู้จักหรอก แค่เคยเห็นหน้า มันคือคนรู้จักของหลินโหย่วเวยไง"
เมื่อได้ยินดังนั้น เหอเหวินกวงก็นึกภาพบางอย่างออก
ดูเหมือนว่าเจ้านี่จะเป็นเพื่อนของหลินโหย่วเวยที่มาจากโซนโควตาพิเศษจริงๆ
ตอนนั้นในหัวของเขามีแต่เรื่องดินแดนเร้นลับ จึงไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมากนัก
"แล้วไง? จะให้ฉันจัดการเลยไหม?" เหอเหวินกวงกอดอกและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เขาย่อมมองเห็นอารมณ์ความรู้สึกของหวังเสี่ยวเฉินได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
หวังเสี่ยวเฉินโบกมือพร้อมกับก้าวเดินไปข้างหน้า "พี่เหวินกวง ตัวกระจอกพรรค์นี้ไม่ถึงมือพี่หรอกน่า!"
แมัจะไม่รู้ว่านักศึกษาโควตาพิเศษอย่างหลี่ฟานมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง
แต่เขาก็มั่นใจว่าด้วยความแข็งแกร่งของเขา เขาสามารถจัดการหลี่ฟานได้อย่างง่ายดาย!
หากสถานการณ์เลวร้ายลง ก็ยังมีเหอเหวินกวงคอยหนุนหลังอยู่ข้างๆ!
ภายในดินแดนเร้นลับแห่งนี้ นอกจากเหล่านักศึกษารุ่นพี่แล้ว เขาก็ไม่เชื่อว่าจะมีใครรับมือเหอเหวินกวงได้
ทว่า
ในจังหวะที่หวังเสี่ยวเฉินเพิ่งจะก้าวเท้าออกไป
เสียงระเบิดโซนิคบูมอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังสนั่นขึ้น
ร่างของหลี่ฟานได้มาปรากฏอยู่เบื้องหน้าเหอเหวินกวงด้วยความเร็วที่ไม่อาจเชื่อสายตา
เหอเหวินกวงจ้องมองหลี่ฟานที่อยู่ตรงหน้า สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เขารีบตั้งรับราวกับเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ
ความเร็วระดับนี้!
มันบ้าบิ่นเกินไปแล้ว!
สัญชาตญาณแรกของเขาคือการปลดปล่อยเปลวเพลิงออกมาเพื่อถอยทิ้งระยะห่าง
แต่หลี่ฟานก็คว้าคอเสื้อของเขาเอาไว้ได้เสียแล้ว
ตามมาด้วยฝ่ามือที่กระหน่ำตบฉาดใหญ่เข้าที่ใบหน้าของเขาอย่างไม่ยั้ง
"ชอบอวดเก่งนักใช่ไหม?!"
"อยากจะลงมือนักใช่ไหม?!"
"ชอบเล่นกับไฟนักใช่ไหม?!"
"กล้าดีนักนะที่มาฆ่าสัตว์พาหนะของฉัน?!"
"มารดาแกเถอะ!"
หลี่ฟานสบถด่าอย่างเกรี้ยวกราด ในขณะที่ฝ่ามือของเขายังคงกระหน่ำตบไม่ยั้งราวกับรัวกลอง
ในตอนแรก เหอเหวินกวงดิ้นรนอย่างสุดชีวิตเพื่อพยายามจะสลัดให้หลุด แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรเขาก็ไม่อาจหนีพ้น ภายในใจของเขาถูกฝังกลบด้วยความรู้สึกไร้พลังอย่างสิ้นเชิง
ไม่นานนัก
แก้มทั้งสองข้างของเหอเหวินกวงก็บวมเป่งจนดูเหมือนหัวหมู
ฟันของเขาร่วงหลุดออกจากปากไปอย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่ง
สภาพของเขาในตอนนี้ดูอเนจอนาถจนหาที่เปรียบไม่ได้
เมื่อเห็นฉากนี้
หวังเสี่ยวเฉินที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ขาสั่นพั่บๆ ด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด
พี่เหวินกวงผู้ไร้เทียมทานของเขา ทำไมถึงได้...
จู่ๆ ฉายาหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา
"ไอ้คลั่ง!"
หรือว่าหลี่ฟานก็คือสัตว์ประหลาดที่ได้ฉายาว่า 'ไอ้คลั่ง' คนนั้น?
ช่วงนี้เขาได้ยินเรื่องราวของ 'ไอ้คลั่ง' มาเยอะมาก
แต่เขาไม่เคยจินตนาการเลยว่าคนคนนั้นจะเป็นหลี่ฟาน และไม่คิดว่าความแข็งแกร่งของมันจะน่าสะพรึงกลัวได้ถึงเพียงนี้!
ในวินาทีนี้ เขาอยากจะหนีไปให้พ้นๆ อย่างสุดชีวิต
แต่ขาทั้งสองข้างกลับไม่ยอมทำตามคำสั่ง มันอ่อนเปลี้ยไปหมดแล้ว
ทว่าเขาก็ไม่จำเป็นต้องหนีแล้วล่ะ เพราะหลังจากที่หลี่ฟานจัดการสับเหอเหวินกวงจนสลบเหมือดด้วยมือข้างเดียว ร่างของเขาก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าหวังเสี่ยวเฉินเป็นที่เรียบร้อย
"แกเองก็ชอบอวดเก่งเหมือนกันใช่ไหม?"
"บอกว่าไม่ต้องถึงมือคนอื่นใช่ไหมล่ะ?"
หลี่ฟานใช้วิธีการเดียวกัน
เพียงไม่นาน หวังเสี่ยวเฉินก็ได้รับสภาพอันน่าภาคภูมิใจแบบเดียวกับเหอเหวินกวงเป๊ะๆ
ในที่สุด หลังจากที่หลี่ฟานตบจนฟันหน้าซี่สุดท้ายของหวังเสี่ยวเฉินหลุดกระเด็น
ความโกรธของหลี่ฟานก็ค่อยๆ บรรเทาลง
เขากลียดที่สุดเลยเวลาที่มีคนมาทำตัวอวดเก่งต่อหน้าเขา!
เขาโยนร่างของหวังเสี่ยวเฉินทิ้งไปด้านข้างอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นก็เริ่มหยิบป้ายคะแนนของทั้งสองคนมาถ่ายโอนคะแนน
ไม่เลวเลย ทั้งคู่มีคะแนนอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเหอเหวินกวงที่น่าประหลาดใจว่ามีคะแนนมากกว่าสองหมื่นคะแนนเลยทีเดียว
แต่นั่นก็เป็นเรื่องปกติ
ในฐานะผู้มีพรสวรรค์ระดับ S การมาถึงจุดนี้ด้วยคะแนนแค่สองหมื่นนิดๆ ก็ถือว่าน้อยเกินไปด้วยซ้ำ
และเมื่อได้คะแนนส่วนนี้มาเพิ่ม
คะแนนรวมของเขาก็พุ่งทะลุเก้าหมื่นคะแนนไปแล้ว
อีกด้านหนึ่ง
เหอเหวินกวงค่อยๆ ได้สติฟื้นขึ้นมาจากอาการสลบไสล
วินาทีแรกที่ลืมตาขึ้นมา เขาก็เห็นหลี่ฟานยังคงยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า
เขาตกใจกลัวจนต้องตะเกียกตะกายถอยกรูดไปด้านหลังอย่างสุดชีวิต
ไม่เหลือมาดของผู้เชี่ยวชาญที่ดูน่าเกรงขามเหมือนเมื่อก่อนเลยสักนิด
ช่วยไม่ได้นี่นา
เขาโดนอัดจนกลัวจนตัวสั่นไปหมดแล้วจริงๆ!
เขากลัวว่าหลี่ฟานจะยังอัดไม่สะใจ แล้วจะหิ้วเขาขึ้นมาระบายอารมณ์ต่อ
ถึงตอนนี้ เขาก็พอจะเดาตัวตนของหลี่ฟานออกแล้ว
หลี่ฟานต้องเป็นไอ้คลั่งคนนั้นอย่างแน่นอน!
"ไม่ต้องหนีหรอก ฉันไม่ตีแกแล้ว"
"วันหลังก็หัดเบิกตาดูให้ดีๆ หน่อย ถ้าขืนกล้ามาแตะต้องสัตว์พาหนะของฉันอีกล่ะก็ ฉันจะไม่ปล่อยแกไปง่ายๆ แน่"
หลี่ฟานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ก่อนจะโยนป้ายคะแนนของเหอเหวินกวงที่ตอนนี้ถูกกวาดจนเหลือศูนย์ไปตรงหน้าอีกฝ่าย
เหอเหวินกวงรู้สึกอัดอั้นตันใจแต่ก็ไม่กล้าขัดขืน เขาละล่ำละลักตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
"ครับๆๆ จะไม่มีครั้งหน้าอีกแล้วครับ!"
เมื่อพอใจกับคำตอบ หลี่ฟานก็ไม่อยู่ต่อ เขาหันหลังเดินจากไปทันที
ในเมื่ออสูรพยัคฆ์ระเบิดตายไปแล้ว การเดินทางข้ามไปอีกฝั่งของภูเขาก็คงไม่เหมาะ เขาทำได้เพียงพิจารณากลับเข้าไปในป่าทึบเพื่อลองเสี่ยงโชคดูอีกครั้ง
หลังจากที่หลี่ฟานจากไป
ในที่สุดเหอเหวินกวงก็ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
แต่หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง
เหอเหวินกวงก็อดไม่ได้ที่จะกรีดร้องใส่ท้องฟ้าอย่างบ้าคลั่ง
"บัดซบเอ๊ย!"