เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49: ยุนหยิง เจ้าหญิงน้อยนักชิม!

บทที่ 49: ยุนหยิง เจ้าหญิงน้อยนักชิม!

บทที่ 49: ยุนหยิง เจ้าหญิงน้อยนักชิม!


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 49: ยุนหยิง เจ้าหญิงน้อยนักชิม!

ดังนั้นหลินเป่ยฟานจึงเดินทางไปทำงานด้วยรถม้าเมฆมงคลสีม่วงทองและเดินทางกลับเรือนด้วยรถม้าคันเดียวกัน ระหว่างทาง เขาดึงดูดความสนใจของคนจำนวนมาก ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารย์เรื่องเขา

“นี่มันรถม้าของขุนนางระดับสูงคนใหม่ หลินเป่ยฟาน มันหรูหรามาก หรูหราเสียยิ่งกว่ารถม้าของขุนนางในราชสำนักหลายคนเสียอีก!”

“ว่ากันว่าจักรพรรดินีเป็นผู้มอบให้เขาเอง! แถมองค์จักรพรรดินียังทรงประทานรางวัลแก่ขุนนางผู้นี้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นคฤหาสน์ ไวน์ชั้นดี อาหารชั้นเลิศและเงินหมื่นตำลึง เมื่อรวมเข้ากับรถม้าที่หรูหราเช่นนี้ เขาคงได้รับพรจากพระเจ้าเป็นแน่!”

“ช่างเป็นตัวกินบ้านกินเมืองนัก กระทั่งจักรพรรดินีก็ยังโปรดปรานเขามาก เหตุไฉนนางถึงโง่เขลาเช่นนี้!”

“ใช่ ว่ากันว่าขุนนางชั้นสูงคนใหม่ผู้นี้ได้ยักยอกเงินหลายล้านตำลึงจากบัณฑิตที่สถาบันจักรพรรดิ ทำลายความดีงามของสถาบันและทำลายรากฐานการศึกษา เขาช่างน่ารังเกียจมาก!”

“ราชสำนักจะยังมีความหวังอยู่หรือไม่ หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป?”

“ราษฎรจะยังคงมีความหวังเหลืออีกหรือ?”

เห็นได้ชัดว่าทุกคนต่างก่นด่าพูดจาวาร้ายเขา แต่หลินเป่ยฟานกลับหลับตาลงเพื่อพักผ่อน เขาได้ยินคำติเตียนมากมายจนเขากลายเป็นคนใจแข็งเป็นหินและคิดไม่สนใจเลยด้วยซ้ำ

ยามนั้นเอง รถม้าก็ได้หยุดลง

หลินเป่ยฟานลืมตาขึ้นและถามว่า “ทำไมเจ้าถึงหยุดล่ะ?”

“นายท่านขอรับ มีคนขวางทางอยู่และไม่ยอมให้เราผ่านไป!”

“งั้นก็แค่ไล่พวกเขาออกไปสิ!”

“นายท่านขอรับ คนผู้นี้มีสถานะสูงและข้าไม่อาจทำอะไรได้!”

"ผู้ใดกัน?"

“เจ้าหญิงยุนหยิงขอรับ!”

ในตอนนั้นเอง ร่างเล็กๆ ได้กระโดดขึ้นไปบนรถม้าอย่างว่องไวและในชั่วพริบตา นางก็มาถึงด้านหน้าของหลินเป่ยฟาน

“เจ้าคือหลินเป่ยฟาน ขุนนางระดับสูงคนใหม่ที่ทำงานในสถาบันจักรพรรดิในปีนี้ใช่หรือไม่?” ผู้พูดเป็นสาวสวยที่ดูอ่อนเยาว์ในวัยยี่สิบกลางๆ ผมทรงมมวยคู่ ใบหน้ากลมและอวบอ้วน ดวงตากลมโตและใสแจ๋ว สวมเสื้อสีเหลืองลูกเป็ดและกระโปรงสีเขียว ดูน่ารักและมีเสน่ห์เป็นอย่างยิ่ง

ในยามนั้นเอง นางยืนเอามือจับสะโพกของนาง มองลงมาที่หลินเป่ยฟานจากด้านบน

ดวงตาที่ใสแจ๋วของนางดูเหมือนจะพยายามข่มขู่หลินเป่ยฟาน แต่พวกมันไม่มีผลเลย

เพราะหลินเป่ยฟานรู้จักสตรีผู้นี้ดี บิดาของนางเป็นเจ้าชายและเป็นผู้คอยช่วยเหลือจักรวรรดิอย่างแข็งขัน เขาได้รับความไว้วางใจอย่างสูงจากจักรพรรดินี

ว่ากันว่าเขามีความแข็งแกร่งระดับยอดฝีมือแต่กำเนิดขั้นสูงสุด ทั้งยังเป็นผู้บัญชาการกองทัพต้องห้าม 100,000 คนในเมืองหลวง ตำแหน่งของเขาสูงและมีอิทธิพลอย่างมาก

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีใครกล้ายั่วยุคุณหนูตัวน้อยผู้นี้

ซึ่งคุณหนูตัวน้อยผู้นี้ก็เป็นคนที่เกลียดคนชั่วร้ายเปรียบดั่งศัตรูแต่ชาติปางก่อน นางชอบยุ่งเรื่องของผู้อื่น กลั่นแกล้งขุนนางทุจริตและลูกหลานของตระกูลร่ำรวย

นิสัยของนางอีกอย่างหนึ่งคือนางชอบกินและเป็นนักชิมมาตั้งแต่เด็กแล้ว

บางครั้งนางจึงมักจะใช้อาหารเพื่อแกล้งผู้อื่นด้วย

หลินเป่ยฟานรีบโค้งคำนับทันที “ขุนนางผู้นี้คือหลินเป่ยฟาน ยินดีที่ได้พบเจ้าหญิงยุนหยิง!”

ยุนหยิงมองลงมาที่หลินเป่ยฟานและเยาะเย้ยออกมา “เจ้าดูมีความสามารถมาก ทำไมเจ้าไม่ทำงานให้กับราชสำนักเล่า?”

“ท่านกำลังพูดอะไรกัน ท่านหญิง? ขุนนางผู้นี้ไม่เข้าใจ” หลินเป่ยฟานถามกลับไปด้วยความสับสน

“อย่ามาแสร้งโง่กับข้า ข้าได้ยินเรื่องของเจ้ามาหมดแล้ว!” ยุนหยิงตะโกนทันที “ข้าเพิ่งกลับมาที่เมืองหลวงและได้ยินว่าเจ้าผู้เป็นขุนนางระดับสูงหน้าใหม่ได้ใช้ตำแหน่งของเจ้าเพื่อยักยอกและรับสินบนเป็นเงินหลายล้านตำลึง เจ้ามันก็แค่ขุนนางทุจริต! ข้าไม่รู้เลยว่าทำไมท่านพี่สาวจักรพรรดินีถึงชอบเจ้า ฮึ่ม!”

"ใส่ร้ายป้ายสีแล้ว! นั่นเป็นการใส่ร้ายอย่างแน่นอน! ขุนนางผู้นี้สะอาดและเที่ยงธรรมมาโดยตลอด ข้าจะทำเช่นนั้นได้อย่างไรกัน?” หลินเป่ยฟานปฏิเสธ

“อย่ามาพูดจาไร้สาระกับข้า แค่สายตาของผู้คนก็ชัดเจนแล้ว!” คุณหนูตัวน้อยพูดเสียงดังลั่น

“ไร้สาระ! ดวงตาของผู้คนล้วนมีเพียงสีดำและขาว ดำครึ่งและขาวครึ่ง ใช่ว่าสายตาของพวกเขาจะสามารถตัดสินได้ว่าสิ่งใดจริงหรือเท็จ!” หลินเป่ยฟานกล่าว

“หยุดพูดจาไร้สาระได้แล้ว! ท่านหญิงผู้นี้หิวแล้ว เชิญข้าไปกินสิ! หากเจ้าไม่เชิญข้า…” คุณหนูตัวน้อยยกกำปั้นเล็กๆ ขึ้นและขู่ด้วยฟันซี่เล็กของนาง “เจ้าเคยเห็นกำปั้นที่ใหญ่เท่าหม้อดินเหนียวหรือเปล่า?”

หลินเป่ยฟานสบตานาง “ข้าไม่เคยเห็นกำปั้นที่ใหญ่เท่าหม้อดิน แต่ยามนี้ข้าเห็นเพียงกำปั้นที่ใหญ่เท่าขนมปังนึ่ง!”

"อึก!" คุณหนูตัวน้อยรู้สึกโกรธมาก คล้ายกับกำลังถูกอีกฝ่ายดูถูก

นางจึงได้คิดที่จะแสดงพลังของกำปั้นขนาดเท่าหม้อดินให้อีกฝ่ายได้รับรู้

หลินเป่ยฟานจึงรีบพูดไปว่า “ท่านหญิงน้อย อย่าทำเช่นนี้เลย พรุ่งนี้ข้ายังต้องไปที่ราชสำนักช่วงรุ่งสางนะ! ถ้าเกิดจักรพรรดินีถาม ข้าจะบอกว่าท่านทำและท่านจะถูกลงโทษแน่!”

"อ๊า!" คุณหนูตัวน้อยยิ่งคลั่งเข้าไปใหญ่ นางไม่คาดคิดเลยว่าจะถูกอีกฝ่ายข่มขู่

หมัดเล็กๆ ของท่านหญิงตัวน้อยอยู่ใกล้ใบหน้าของหลินเป่ยฟานเพียงเล็กน้อย

“เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าทุบตีเจ้าจริงหรือ?”

“เอาเลย ข้าไม่เชื่อว่าท่านจะกล้า!” หลินเป่ยฟานพูดออกมาอย่างทะเล้น

"เหอะ! เจ้าชนะ! เห็นแก่หน้าท่านพี่สาวจักรพรรดินี ข้าจะหยุดไม่ทำร้ายเจ้าแล้วกัน!" ท่านหญิงตัวน้อยถอนกำปั้นออกไป นั่งในรถม้าและเอามือเท้าคาง

จากนั้นนางก็หันศีรษะ กัดฟันสีขาวของนางและพูดว่า “รออะไรอยู่? ข้าจะกินเงินทั้งหมดที่เจ้ายักยอกมาเอง!”

หลินเป่ยฟานยิ้มเล็กน้อยและสั่งให้รถม้าเดินหน้าต่อไป

หลังจากใช้เวลาประมาณแท่งธูปไหม้ พวกเขาก็มาถึงร้านอาหารสุดหรูร้านหนึ่ง

ท่านหญิงตัวน้อยออกมาด้วยความพอใจว่า “ข้าขอบอกเจ้าไว้เลยนะ ข้าน่ะได้ไปเยือนร้านอาหารมาเป็นร้อยในเมืองหลวง อาหารของที่นี่น่าพึงพอใจมากที่สุด เสียอย่างเดียวคือมันแพง! วันนี้ข้าจะกินเจ้าให้หมดเปลือกทั้งในบ้านและนอกบ้านเลย!”

“ท่านเคยไปทุกร้านเลยเหรอ? ข้าไม่อยากจะเชื่อเลย!” หลินเป่ยฟานหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบา “แต่มีที่หนึ่งที่ท่านไม่เคยไปอย่างแน่นอน!”

“มีที่ที่ตัวเรายังไม่เคยไปอีกเหรอ? เป็นไปไม่ได้หรอก!” ท่านหญิงตัวน้อยส่ายศีรษะไปมา

"มีสิ!" หลินเป่ยฟานพยักหน้าอย่างหนักแน่น

เมื่อมองไปที่สีหน้ามั่นใจของหลินเป่ยฟาน ท่านหญิงตัวน้อยก็เชื่อเขาและถามด้วยความสนใจว่า “มันอยู่ที่ไหนเหรอ?”

“เรือนร้อยบุปผา ท่านต้องยังไม่เคยไปที่นั่นอย่างแน่นอน!” หลินเป่ยฟานกล่าว

เมื่อได้ยินท่านหญิงตัวน้อย ก็เงียบกริบไป

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 49: ยุนหยิง เจ้าหญิงน้อยนักชิม!

คัดลอกลิงก์แล้ว