เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 – ต่อให้ยกเรื่องไปถึงพระราชวังทอง สิ่งที่ข้าพูดก็มิมีผิดเพี้ยน!

บทที่ 30 – ต่อให้ยกเรื่องไปถึงพระราชวังทอง สิ่งที่ข้าพูดก็มิมีผิดเพี้ยน!

บทที่ 30 – ต่อให้ยกเรื่องไปถึงพระราชวังทอง สิ่งที่ข้าพูดก็มิมีผิดเพี้ยน!


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 30 – ต่อให้ยกเรื่องไปถึงพระราชวังทอง สิ่งที่ข้าพูดก็มิมีผิดเพี้ยน!

“นายท่าน เหตุผลที่ข้าเลือกติดตามท่านมาไม่ใช่เพราะความสามารถของท่านเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะข้าต้องการกำจัดการคุกคามจากเกาเทียนหยู บุตรชายของเสนาบดีเจ้ากรมครัวเรือน ในฐานะผู้หญิงที่เกิดมาต้อยต่ำ ข้าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้แผนนี้เพื่อปกป้องความบริสุทธิ์ของข้า ข้าต้องขอโทษท่านอย่างมาก!”

หลินเป่ยฟานเงยหน้าขึ้นด้วยความรู้สึกตะลึงงัน "ทำไมเจ้าไม่บอกข้าก่อนหน้านี้?"

หลี่ซือซือก้มหน้าลงด้วยความละอายใจ “ขอโทษด้วยเจ้าค่ะ นายท่าน! ข้ากลัวเกินกว่าจะบอกท่าน เพราะกลัวว่าท่านจะตำหนิข้า แต่หลังจากใช้เวลากับท่าน ท่านปฏิบัติต่อข้าดีเกินไปจนข้ารู้สึกผิด ข้าจึงไม่สามารถเก็บเป็นความลับได้อีกต่อไป นั่นคือเหตุผลที่ข้าบอกท่านในตอนนี้…”

หลินเป่ยฟานวางตะเกียบลงและถอนหายใจออกมา “ถ้าเจ้าบอกข้าก่อนหน้านี้ ข้าจะได้ทำให้รุนแรงมากขึ้น รับประกันเลยว่าข้าจะทำให้แขนข้างหนึ่งของเขาเดี้ยงเสีย! น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ทำเช่นนั้นอีกแล้ว!”

หลี่ซือซือรู้สึกสับสนอย่างยิ่ง "ท่านหมายความว่ายังไงหรือเจ้าคะ? ข้าไม่เข้าใจเลย"

“ให้ข้าบอกเจ้าเองว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนี้ เมื่อข้าไปที่สถาบันจักรพรรดิเพื่อรับตำแหน่งของข้า” หลินเป่ยฟานเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสั้นๆ

หลี่ซือซือยิ่งสับสนมากขึ้นไปอีก

เขาทุบตีเกาเทียนหยูและสหายของเขาในวันแรกที่เริ่มทำงาน?

ช่างบ้าบิ่นและบุ่มบ่ามอะไรเช่นนี้!

นางนึกภาพไม่ออกเลยด้วยซ้ำ!

“นายท่าน ถ้าท่านทุบตีเกาเทียนหยู แล้วบิดาของเขาล่ะ…?” หลี่ซือซือดูกังวลมาก

ส่วนหลินเป่ยฟานกลับไม่รู้สึกอะไรด้วยซ้ำ "ไม่ต้องกังวล แม้ว่าพวกเขาอาจจะอยู่ในตำแหน่งที่สูง แต่ข้าก็ยังเป็นที่โปรดปรานของจักรพรรดินีอยู่ดี พวกเขาจะทำอะไรข้าได้บ้างล่ะ? นอกจากนี้ ข้ายังปฏิบัติตามกฎทุกประการ!”

"จริงเจ้าค่ะท่าน!" หลี่ซือซือรู้สึกโล่งใจเมื่อนึกถึงความเป็นมาของหลินเป่ยฟาน

“เช่นนั้นก็กินข้าวกันต่อเถอะ อย่าปล่อยให้เรื่องเด็กเหลือขอพวกนั้นส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของเจ้าเลย!” หลินเป่ยฟานหยิบตะเกียบขึ้นมาอีกครั้ง

“นายท่านไม่ตำหนิข้าที่ปิดบังเรื่องนี้จากท่านงั้นเหรอ?” หลี่ซือซือถามออกมาด้วยความระมัดระวัง

หลินเป่ยฟานยิ้มออกมา "ทำไมข้าต้องตำหนิเจ้าด้วย? ข้ารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเจ้ามีแรงจูงใจแอบแฝงเมื่อเจ้าเลือกที่จะติดตามข้ามา! พฤติกรรมของเจ้าที่ต้องการจะกำจัดเกาเทียนหยูเป็นที่เข้าใจได้ อีกทั้งมันยังไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อข้าอยู่แล้ว ข้าจะตำหนิเจ้าทำไมกัน?”

"ขอบคุณที่ท่านเข้าใจ!" หลี่ซือซือถอนหายใจด้วยความโล่งอกและยิ้มออกมาอีกครั้ง

ขณะที่นางกิน นางก็ชำเลืองมองไปทางหลินเป่ยฟานที่กำลังเพลิดเพลินกับอาหารของเขา ดวงตาของนางดูคล้ายกับชุ่มชื้นขึ้นมาทันใด

สมบัติล้ำค่าหาได้ง่าย แต่การหาบุรุษที่ห่วงใยจากใจจริงเป็นเรื่องที่ยากแท้!

ในยุคที่บุรุษเหนือกว่าสตรี การแต่งงานไม่สามารถเลือกได้ตามต้องการ มันจึงเป็นเรื่องยากมากสำหรับสตรีทุกคนที่จะหาคู่แต่งงานที่เหมาะสมได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนางที่มาจากหอนางโลม มันยิ่งยากขึ้นไปอีก

แต่ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้านาง ได้ตอบสนองทุกความต้องการของนาง!

“ถ้าเพียงแต่ท่านไม่ใช่ข้าราชการที่ทุจริตล่ะก็...” นางได้แต่ถอนหายใจออกมา

จากนั้นนางก็ดุตนเองที่โลภเกินไป

การมีใครสักคนที่สามารถเข้าใจ ห่วงใยและยอมรับนางได้ถือว่าเป็นพรที่ยิ่งใหญ่อยู่แล้ว!

นางไม่ควรขอมากเกินไปด้วยซ้ำ!

ในขณะนั้นเอง ต้าหลี่ได้รีบวิ่งเข้ามาอย่างกังวล “นายท่าน มีเรื่องแปลกเกิดขึ้น! มีข้าราชการจำนวนมากได้ล้อมรอบคฤหาสน์ของเราแล้ว!”

หลินเป่ยฟานหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบา เจ้าพวกคนหนุ่มสาวและตาแก่มาเคาะประตูกันแล้วสินะ! “นายท่าน…” หลี่ซือซือดูกังวลพอสมควร

“ไม่ต้องห่วง ข้าจะกลับมา!” หลินเป่ยฟานเดินไปที่ประตูอย่างใจเย็น ซึ่งเขาเห็นว่าคฤหาสน์ของเขาถูกล้อมรอบไปด้วยเหล่าข้าราชการจริงๆ ผู้นำเป็นข้าราชการระดับสูงของราชสำนัก ซึ่งเป็นคนที่เขาได้พบก่อนหน้านี้ในวันนั้น

นอกจากนี้ ยังมีคนจำนวนมากจ้องมองจากรอบข้างอีก

“ท่านข้าราชการระดับสูงทั้งหลาย อะไรนำพาพวกท่านมายังที่นี่?” หลินเป่ยฟานถามด้วยความสับสน

เสนาบดีเจ้ากรมครัวเรือน เกาเทียนเย่าถามออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว “หลินเป่ยฟาน อย่าแสร้งทำเป็นโง่ต่อหน้าข้า! เจ้าทำร้ายลูกชายข้าหรือ?”

“ท่านเกา ลูกชายของท่านคือ…”

“เกาเทียนเหยา!” ในที่สุดหลินเป่ยฟานก็จำได้ “เขาเป็นคนที่ดูผมเผ้ารุงรังและมีใบหน้าเหมือนพังพอนสินะ เขาดูไม่เหมือนท่านเลยนะ ข้าเกือบจำเขาไม่ได้แล้ว”

ใบหน้าของเกาเทียนเย่าพลันเปลี่ยนเป็นสีดำทะมึน เขากำลังเยาะเย้ยลูกชายของข้างั้นหรือ?

เมื่อยิ่งโกรธ เขาก็ยิ่งใจร้อนมากขึ้น “หลินเป่ยฟาน อะไรทำให้เจ้ามีสิทธิ์ตีลูกชายของข้า?”

"ใช่แล้ว! เจ้าเป็นใครถึงมาตีลูกชายของข้า ทั้งที่เป็นเพียงข้าราชการธรรมดาเท่านั้น?” ข้าราชการอีกคนหนึ่งเอ่ยถาม

“เหตุไฉนเจ้าถึงทำเช่นนั้น?”

ข้าราชการคนอื่นๆ ก็ถามเขาเสียงดัง

หลินเป่ยฟานส่ายแขนเสื้อของเขาและยืดตัวขึ้นอย่างภาคภูมิใจพร้อมกับตะโกนว่า “ข้าเป็นอาจารย์ของสถาบันจักรพรรดิและพวกเขาเป็นศิษย์ที่ร่ำเรียนในสถาบันจักรพรรดิ! พวกเขามาสายอย่างโดยตลอด ขาดเรียน ไม่เคารพข้าและทำร้ายร่างกายข้าด้วย ในฐานะผู้ฝึกสอน ข้ามีหน้าที่ลงโทษพวกเขา ท่านสุภาพบุรุษ ข้าเพียงทำตามกฎของสถาบันจักรพรรดิและลงโทษพวกเขาเท่านั้นเอง ข้าทำผิดอะไรกัน?”

หลินเป่ยฟานชี้ไปที่ท้องฟ้าและพื้นพสุธา จากนั้นจึงพูดขึ้นดังลั่นอย่างมั่นใจ “ต่อให้ยกเรื่องไปถึงพระราชวังทอง สิ่งที่ข้าพูดก็มิมีทางผิดเพี้ยนไปได้!”

"เจ้า!!!" เหล่าข้าราชการพวกนี้โกรธมาก

อีกฝ่ายตีลูกชายของพวกเขา แต่ยังกล้าทำตัวหยิ่งผยองเช่นนี้ได้อย่างไรกัน? นี่มันไร้สาระสิ้นดี!

“หลินเป่ยฟาน ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีความแค้นส่วนตัวกับข้าหรือ?” ใบหน้าของเกาเทียนเย่าและคนอื่นๆ พลันมืดลงด้วยความโกรธ

หลินเป่ยฟานยิ้มน้อยๆ ออกมา “จะเป็นเช่นนั้นได้ยังไงกัน? ข้าแค่ทำตามกฎและข้อบังคับเพื่อไม่ให้ผิดหวังในพระมหากรุณาธิคุณของฝ่าบาทเท่านั้นเอง ท่านสุภาพบุรุษ นั่นคือสิ่งที่ท่านเองก็ควรจะทำไม่ใช่หรือ?”

เหล่าข้าราชการไม่กล้าปฏิเสธ แม้ว่าพวกเขามักจะทำอะไรลับหลังองค์จักรพรรดินีอยู่เสมอ แต่พวกเขาก็ต้องรักษาหน้าตาเอาไว้

ไม่อย่างนั้นคงเกิดเรื่องเป็นแน่

“โอ้ จริงสิ ท่านสุภาพบุรุษทั้งหลาย ได้โปรดแจ้งให้บุตรหลานของท่านมาตรงเวลาในวันพรุ่งนี้ด้วย! มิฉะนั้นข้าจะต้องปฏิบัติตามกฎของสถาบันจักรพรรดิ ขับไล่พวกเขาและไม่รับพวกเขาให้เข้ามาร่ำเรียนอีก!”

"เจ้ากล้าดียังไง!!!" ข้าราชการเหล่านี้คล้ายกับถูกจุดต่อมความโกรธขึ้นอีกครา

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 30 – ต่อให้ยกเรื่องไปถึงพระราชวังทอง สิ่งที่ข้าพูดก็มิมีผิดเพี้ยน!

คัดลอกลิงก์แล้ว