- หน้าแรก
- ทะลุมิติไร้พ่ายด้วยหนึ่งระบบลงชื่อเข้าใช้
- บทที่ 385 - มีชีวิตรอดมาได้ยังไง
บทที่ 385 - มีชีวิตรอดมาได้ยังไง
บทที่ 385 - มีชีวิตรอดมาได้ยังไง
บทที่ 385 - มีชีวิตรอดมาได้ยังไง
หลายวันต่อมา เฉินเสี่ยวเทียนก็ย่างกรายเข้ามาในสถานที่แปลกประหลาดแห่งหนึ่ง
ที่แห่งนี้ มีค่ายกลยุคบรรพกาลหลงเหลืออยู่สองสามค่ายกล แถมยังมีกระดูกขาวโพลนเกลื่อนกลาดอยู่รอบๆ
นอกจากนี้ ยังมีผู้ฝึกเซียนที่เพิ่งถูกกักขังอยู่ที่นี่เมื่อไม่นานมานี้ กำลังดิ้นรนอย่างเอาเป็นเอาตาย เพื่อหวังจะหลุดพ้นออกไป
"สหายเซียน ได้โปรดช่วยพวกเราออกไปด้วยเถอะ!" ชายผมม่วงคนหนึ่งเอ่ยปากขอร้อง
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เฉินเสี่ยวเทียนก็คงจะเลือกที่จะทำเป็นมองไม่เห็นและไม่สนใจอย่างแน่นอน
แต่มาถึงตอนนี้ เขามีวิถีมรรคาเป็นของตัวเองแล้ว
วิถีแห่งธรรมชาติ ก็คือการปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามใจปรารถนา ไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์หรือสามัญสำนึกใดๆ
ดังนั้น เขาจะเลือกยื่นมือเข้าช่วย หรือไม่ช่วยก็ได้ทั้งนั้น
"สหายเซียน ขอกร้องล่ะ ตราบใดที่ท่านยอมช่วยเหลือ พวกเราจะตอบแทนท่านอย่างงามแน่นอน"
เมื่อพูดจบ ก็มีคนโยนของวิเศษล้ำค่ามาให้เขาทันที
ในตอนนี้ พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว
หากไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วย พวกเขาก็คงต้องถูกกักขังจนตายอยู่ที่นี่แน่ๆ
เฉินเสี่ยวเทียนยิ้มออกมา จากนั้นเขาก็รวบรวมพลังเซียน แล้วคว้าตัวทุกคนออกมาจากค่ายกลโดยตรง
เมื่อหลุดพ้นจากค่ายกลมาได้ ใบหน้าของทุกคนต่างก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความดีใจ
ความรู้สึกของการรอดตายหวุดหวิด ทำให้ทุกคนพากันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
"ขอบคุณสหายเซียนที่ช่วยเหลือ ไม่อย่างนั้นพวกเราคงต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่เสียแล้ว"
จากนั้น คนกลุ่มนี้ก็ทยอยหยิบของมีค่ามากมายออกมาตอบแทนเขา
ทว่า เฉินเสี่ยวเทียนกลับปฏิเสธที่จะรับของเหล่านั้น
"ก็แค่เรื่องเล็กน้อยน่ะ ทุกคนออกเดินทางไกลเหมือนกัน ย่อมรู้ดีว่ามันไม่ง่ายเลย"
เฉินเสี่ยวเทียนพูดคุยกับทุกคนพอเป็นพิธี แล้วก็เตรียมตัวจะจากไป
"สหายเซียน รอก่อนเถอะ" ชายชราคนหนึ่งรีบเอ่ยรั้งไว้ "สหายเซียน ท่านตั้งใจจะเดินทางไปที่ใดหรือ?"
"ข้ากำลังจะไปที่หน้าผาเซียนอมตะน่ะ"
เมื่อได้ยินคำตอบของเฉินเสี่ยวเทียน ชายชราผู้นั้นก็ยิ้มออกมา "ช่างบังเอิญเสียจริง พวกเราหลายคนก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่นพอดีเลย"
"ได้ข่าวว่าเมื่อไม่นานมานี้ มีแสงศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้นที่หน้าผาเซียนอมตะนั่น ดูเหมือนว่าจะมีโอสถเทพอมตะปรากฏตัวขึ้นมา พวกเราทุกคนเลยตั้งใจจะไปเสี่ยงดวงดูน่ะ"
เฉินเสี่ยวเทียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย จึงถามกลับไปว่า "พวกท่านทุกคนล้วนมีระดับพลังที่ไม่ธรรมดา อายุขัยก็น่าจะยืนยาวกันทั้งนั้น ทำไมถึงยังต้องการของแบบนั้นอีกล่ะ"
"สหายเซียนคงยังไม่รู้ พวกเราหลายคนล้วนแต่..." ชายชราพูดค้างไว้ ใบหน้าปรากฏความละอายใจขึ้นมาเล็กน้อย
ในตอนนั้นเอง ก็มีหญิงสาวอีกคนอธิบายเสริมว่า "บอกตามตรงเลยนะ พวกเราทุกคนต่างก็มีพรสวรรค์อยู่ในระดับธรรมดา กว่าจะบำเพ็ญเพียรมาจนถึงระดับนี้ได้ ก็ใช้เวลายาวนานมากเลยทีเดียว"
"อายุขัยของพวกเรา เหลืออยู่เพียงไม่กี่ปีแล้วล่ะ ดังนั้นพวกเราถึงได้อยากจะลองไปเสี่ยงดวงดู"
เฉินเสี่ยวเทียนเอ่ยถาม "พวกท่านอายุเท่าไหร่กันแล้วหรือ?"
"ข้าอายุสามล้านปีแล้ว"
"ข้าอายุสองล้านปีกว่าๆ"
"ข้าอยู่มานานที่สุด ใกล้จะถึงห้าล้านปีแล้วล่ะ"
ส่วนคนอื่นๆ ที่เหลือ ก็ล้วนมีอายุราวๆ หนึ่งล้านปีกันทั้งนั้น
เฉินเสี่ยวเทียนฟังแล้วก็ถึงกับอึ้งไปเลย คนพวกนี้มีชีวิตอยู่มานานขนาดนี้เลยหรือเนี่ย?
และที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่มีใครในกลุ่มนี้เลยสักคน ที่มีระดับพลังเหนือกว่าระดับเซียนลี้ลับ คนที่เก่งที่สุดในกลุ่มนี้ ก็เพิ่งจะทะลวงขึ้นเป็นเซียนแท้จริงได้ไม่นานเท่านั้นเอง
เฉินเสี่ยวเทียนถึงกับหมดคำจะพูด
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคนพวกนี้อ่อนหัดเกินไป หรือว่าเส้นทางการฝึกเซียนมันยากเย็นแสนเข็ญขนาดนั้นจริงๆ
ดูเหมือนว่าจะสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเฉินเสี่ยวเทียน ชายคนหนึ่งจึงถอนหายใจแล้วกล่าวว่า "พวกเราทุกคนมาจากที่เดียวกัน สถานที่แห่งนั้นมันทุรกันดารมาก ทรัพยากรก็มีอยู่อย่างจำกัด"
"ยิ่งไปกว่านั้น พวกเราไม่เคยไปแย่งชิงดินแดนแห่งความโชคดีใดๆ เลย ทุกครั้งที่ได้ทรัพยากรมา ล้วนมาจากความพยายามในการหาหินเซียนไปแลกเปลี่ยนมาทั้งสิ้น"
"ดังนั้น พลังของพวกเราจึงพัฒนาไปได้ช้ามากๆ แทบจะเรียกได้ว่าห่วยแตกที่สุดในบรรดาคนรุ่นเดียวกันเลยล่ะ"
เฉินเสี่ยวเทียนเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว ไอ้พวกนี้มันเป็นพวกผู้ฝึกเซียนสาย 'นอนราบ (ไม่ดิ้นรน)' อย่างแท้จริงเลยนี่หว่า
คาดว่าปกติแล้ว พวกเขาก็คงเอาแต่เที่ยวเตร่ชมวิวทิวทัศน์ไปเรื่อยเปื่อย ไม่ได้ใส่ใจกับการฝึกฝนเท่าไหร่แน่ๆ
"พวกท่านทั้งหลาย สามารถเอาชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้ได้ นับว่าไม่ง่ายเลยจริงๆ นะ"
ด้วยระดับพลังอันน้อยนิด แต่กลับสามารถเอาชีวิตรอดในแดนเซียนที่แสนอันตรายนี้มาได้ยาวนานขนาดนี้ ลองจินตนาการดูสิว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาใช้ชีวิตรอดมาได้ยังไงกัน
"ฮี่ๆ เรื่องนี้มันพูดไปก็ยาวน่ะ เอาเป็นว่าพวกเราออกเดินทางกันก่อนเถอะ เดี๋ยวค่อยเล่าให้ท่านฟังระหว่างทางก็แล้วกัน"
ตลอดเส้นทาง เฉินเสี่ยวเทียนก็คอยฟังพวกเขาแต่ละคนเล่าเรื่องราวชีวิตของตัวเอง
แต่พูดกันตามตรง ถ้าจะให้เล่าตั้งแต่ต้นจนจบ คาดว่าเล่าเป็นปีก็คงไม่จบหรอก
"เมื่อไม่นานมานี้ พวกเราถูกคนตามล่า โชคดีที่ได้ผู้อาวุโสท่านหนึ่งยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเอาไว้"
"อ้อ ใช่แล้ว! ผู้อาวุโสท่านนั้นเป็นถึงยอดฝีมือระดับราชันเซียนเชียวนะ"
"เหมือนว่านางจะชื่อ... ชื่ออะไรนะ? ราชันเซียนเมิ่งฮ่วน หรือเปล่า?"
ร่างของเฉินเสี่ยวเทียนสั่นสะท้าน ในหัวพลันนึกถึงลูกศิษย์ของตัวเองขึ้นมาทันที
(จบแล้ว)