เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 กลับสู่หุบเขาชิงเฟิง (II)

บทที่ 22 กลับสู่หุบเขาชิงเฟิง (II)

บทที่ 22 กลับสู่หุบเขาชิงเฟิง (II)


[แปลโดยแฟนเพจ BamแปลNiyay มาติดตามในแฟนเพจเพื่อติดตามข่าวสารได้นะ]

[Thai-novel ลงไวกว่าที่อื่นทุกที่]

[หลังแปลจบจะมีการแก้ไขคำอ่านใหม่ตั้งแต่ต้นอีกครั้ง ถ้าอ่านแบบเถื่อนจะไม่มีการกลับมาแก้ให้นะครับ]

บทที่ 22  กลับสู่หุบเขาชิงเฟิง (II)

"เจ้าตัวน้อย" เหมิงฉีหยิบโอสถออกมาจากกำไลเก็บของแล้วยัดเข้าไปในปากของเสือ "อาการบาดเจ็บของเจ้าค่อนข้างซับซ้อน ตอนนี้ข้าอาจจะยังไม่สามารถรักษาเจ้าให้หายได้"

นางลูบหัวปุกปุยของเขา "แต่อย่ากังวล ข้าจะรักษาเจ้าให้หายแน่นอน"

น้ำเสียงของเหมิงฉีนุ่มนวลและไพเราะ แม้ว่านางจะพูดด้วยท่าทางจริงจังมาก ทว่าคำพูดของนางกลับไม่ทำให้ผู้อื่นตกใจ ดังนั้นเมื่อนางพูดเบา ๆ อย่างตอนนี้ ดูเหมือนจะทำให้เสือขาวตัวน้อยผ่อนคลายมากขึ้น และยังทำให้ฉู่เทียนเฟิงซึ่งยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็เกิดถึงความรู้สึกที่บอกไม่ถูกในใจ

"จนกว่าข้าจะรักษาเจ้าให้หาย เจ้าสามารถซ่อนสิ่งที่อยู่ในดวงตาของเจ้าได้ไหม..." เหมิงฉีทำท่าทางเป็นรูปช้อนด้วยมือของนาง "เพื่อไม่ให้คนอื่นรู้ตัวตนที่แท้จริงของเจ้า ได้ไหม?"

เสือขาวตัวน้อยตัวนี้มีลักษณะคล้ายกับเสือพื้นเมืองในสามภพที่มักใช้เป็นสัตว์วิญญาณของผู้ฝึกตน แตกต่างที่ว่า เสือสัตว์วิญญาณจากสามภพไม่มีกลุ่มดาวไถขนาดใหญ่ในดวงตาของพวกเขา

ส่วนสาเหตุที่ทำไมผู้ฝึกตนมารถึงมีกลุ่มดาวบนนัยน์ตา เพราะพวกเขาต้องใช้พลังของดวงดาวในการบ่มเพาะ ยิ่งเผ่ามารสวรรค์แข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ภาพเงาดาวบนนัยน์ตาก็ยิ่งเด่นชัดมากขึ้นเท่านั้น

ดูเหมือนว่ามันจะเข้าใจคำพูดของเหมิงฉี ดวงตาของเสือขาวตัวน้อยก็หรี่ลงเล็กน้อย มันหลับตาลงครู่หนึ่ง เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาสีฟ้าของมันดูเหมือนจะลึกล้ำขึ้น เงาของกลุ่มดาวไถที่มองเห็นได้ในตอนแรกตอนนี้ถูกซ่อนไว้อย่างสมบูรณ์

ฉู่เทียนเฟิงก้าวเข้ามาใกล้ด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร เขาก้มศีรษะลงเพื่อตรวจดูลูกสัตว์มารตนนี้ "ข้าไม่รู้สึกถึงกลิ่นอายของมันอีกแล้วจริงๆ"

น้ำเสียงของฉู่เทียนเฟิงหนักแน่น เขารู้ว่ามันยากมากที่จะหยุดเหมิงฉีไม่ให้ช่วยเสือร้ายตนนี้ เด็กสาวผู้นี้คงหลงใหลในการฝึกฝนวิชารักษามากจนมือของนางรู้สึกคันทุกครั้งที่พบกับบาดแผลที่ซับซ้อนเช่นนี้ ทว่า เหตุผลที่สำคัญที่สุดคือ นางทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้คนอื่นตายโดยไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือต่างหาก

ฉู่เทียนเฟิงรู้จักด้านนี้ของนางเป็นอย่างดี

เสือขาวตัวน้อยเหลือบมองเขาอย่างเกียจคร้าน ดวงตาที่เฉยเมยคู่นี้อยู่บนร่างปุกปุยนุ่มนิ่มน่ารัก ทว่าฉู่เทียนเฟิงกลับรู้สึกเหมือนโดนดูถูกเหยียดหยามจากดวงตาสีฟ้า

อีกด้านหนึ่ง เหมิงฉีก้มลงไปอุ้มเสือขาวตัวน้อยและจูบหูเล็กๆ ครึ่งวงกลมของมัน "เชื่อฟังดีมาก"

ฉู่เทียนเฟิง “…”

"จากนี้ไป ข้าจะเรียกเจ้าว่า เสี่ยวฉี" เหมิงฉีกล่าวเสริม "ตอนนี้เจ้าจะไปกับข้า รอจนกว่าข้าจะหาวิธีรักษาเจ้าให้หาย หลังจากนั้นเจ้าจะไปที่ไหนก็ได้ ตกลงไหม?"

เสือขาวตัวน้อยตัวแข็งไปทั้งตัว ยามนี้ตัวมันล้อมรอบด้วยกลิ่นหอมของโอสถ ทั้งยังต้องตกใจเพราะนางมาจูบใบหูของมันอีก

โชคดีที่เหมิงฉีไม่ได้เค้นต้องการให้มันตอบอะไรกลับมา นางเพียงเอื้อมมือออกไปลูบหัวเล็ก ๆ ที่ปุกปุยของเขา "ไม่ต้องกังวล ข้าจะรักษาเจ้าให้หายแน่นอน"

นางอุ้มเสือขาวตัวน้อยอีกครั้งและเงยหน้าขึ้นมองสมุนไพรวิญญาณที่เติบโตบนภูเขา เหมิงฉีวางเจ้าตัวน้อยลงบนพื้นหญ้าอย่างระมัดระวัง จากนั้นนางก็ไปเก็บสมุนไพรวิญญาณจำนวนมากพร้อมกับเมล็ดของมัน รอจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม แล้วนางจึงจะปลูกมันกลับคืน

ฉู่เทียนเฟิงมองนางเงียบ ๆ จนกระทั่งเหมิงฉีอุ้มเสือขาวตัวน้อยขึ้นมาอีกครั้งและเดินกลับไป เขาจึงรีบตามไปจากข้างหลัง

ทั้งสองเงียบสนิทตลอดทางกลับจนกระทั่งถึงหุบเขาชิงเฟิง ที่ประตูหลัก พวกเขาเห็นลู่ชิงหรันซึ่งดูเหมือนจะรออยู่สักักแล้ว เมื่อเห็นร่างของฉู่เทียนเฟิงปรากฏตัวขึ้น นางก็รีบพุ่งมาหาทันที

"เทียนเฟิง" ลู่ชิงหรันประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นฉู่เทียนเฟิงอยู่กับเหมิงฉี

"ศิษย์น้องเหมิง..." จากนั้นนางก็พยักหน้าให้เหมิงฉี

"ศิษย์พี่หญิงลู่" เหมิงฉีตอบกลับคำทักทายอย่างราบเรียบ

"นี่คือ..." สายตาของลู่ชิงหรันถูกดึงดูดด้วยเสือขาวตัวน้อยอย่างรวดเร็ว เหมือนเด็กผู้หญิงคนไหนก็ตามที่เห็นตุ๊กตาสัตว์น่ารัก ดวงตาของนางเป็นประกายทันที

"น่ารักจัง!" ลู่ชิงหรันเอื้อมมือออกไปพยายามลูบหัวเจ้าตัวเล็ก "ศิษย์น้องหญิงเหมิง น... นี่คือสัตว์วิญญาณที่เจ้าเพิ่งจับมาได้ใช่ไหม? เสือน้อย ใช่ไหม? น่ารักจริงๆ!"

เหมิงฉีเผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว นางไม่ต้องการให้เสือขาวตัวน้อยของนางได้พบกับลู่ชิงหรัน

"เอ่อ..." ลู่ชิงหรันรู้สึกเจ็บเล็กน้อย "ศิษย์น้องหญิง ข้าขอจับมันหน่อยได้ไหม? มันน่ารักมากเลย"

"เทียนเฟิง" นางพูดพร้อมกับหันไปมองฉู่เทียนเฟิง "คุณชาย ช่วยศิษย์น้องเหมิงจับสัตว์วิญญาณตัวนี้เหรอ?"

ในสามภพ ผู้ฝึกตนหลายคนมีสัตว์วิญญาณเป็นสัตว์เลี้ยงวิญญาณของผู้ฝึกตน ถึงกระนั้น เจ้าของสัตว์เลี้ยงวิญญาณส่วนใหญ่ก็อยู่ในขั้นแก่นทองคำเป็นอย่างน้อย สัตว์วิญญาณไม่เหมือนสัตว์ทั่วไป ผู้ฝึกตนที่ยังอยู่ในช่วงควบคุมพลังลมปราณหรือสร้างรากฐานอาจจะไล่ตามมันไม่ทันด้วยซ้ำ แม้ว่าพวกเขาจะสามารถต้อนสัตว์วิญญาณเข้ามุมได้ พวกเขาก็ไม่สามารถเป็นคู่ต่อสู้ของมันได้ นับประสาอะไรกับการจับมัน นั่นแหละเป็นเหตุผลที่ลู่ชิงหรันคิดว่าฉู่เทียนเฟิงต้องช่วยเหมิงฉีจับเสือขาวตัวน้อยน่ารักตัวนี้แน่ๆ

ฉู่เทียนเฟิงมองลู่ชิงหรันด้วยความผิดหวัง เมื่อเขาตามเหมิงฉีมา นางก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเสือขาวตัวน้อยได้รับบาดเจ็บและต้องการรักษา แต่ว่าลู่ชิงหรันมีพรสวรรค์มากกว่าเหมิงฉีไม่ใช่หรือ? แต่ทำไมนางไม่รู้กัน?

"ไม่" ฉู่เทียนเฟิงตอบด้วยน้ำเสียงทื่อๆ "เสือตัวน้อยตัวนั้นได้รับบาดเจ็บ เหมิงฉีพบและต้องการรักษามัน"

"เข้าใจแล้ว" ลู่ชิงหรันรู้สึกอิจฉา "เสือตัวน้อยที่มีขนสีขาวหายาก ศิษย์น้องหญิงโชคดีมาก"

เหมิงฉีแค่เหลือบมองลู่ชิงหรันเบาๆ นางอุ้มเสือขาวตัวน้อยแล้วเดินเข้าประตูหลัก "ข้าต้องพันแผลให้มัน ข้าขอตัวไปก่อนนะ"

ลู่ชิงหรันมองเหมิงฉีเดินจากไปด้วยสายตาอิจฉา นางถอนหายใจและพูดอีกครั้งว่า "ศิษย์น้องหญิงโชคดีจัง แค่ออกไปภายนอกประเดี๋ยวเดียว นางกลับสามารถจับสัตว์วิญญาณหายากได้"

หากเป็นเมื่อก่อน ฉู่เทียนเฟิงคงจะสัญญากับลู่ชิงหรันว่าจะไปหาสัตว์วิญญาณเป็นเพื่อนนาง แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่าเสียงของนางน่ารำคาญ "เสือขาวตัวน้อยตัวนั้นได้รับบาดเจ็บและอาจรักษาไม่หาย ยิ่งไปกว่านั้น..."

ดวงตาของเขาเย็นชาลงเล็กน้อย เพียงไม่กี่วันก่อน เขารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ใจดี กล้าหาญ และบริสุทธิ์ ดีกว่าเหมิงฉีมาก แต่ตอนนี้เขาก็พอตระหนักอะไรได้หลายอย่าง

ดังนั้นเมื่อฉู่เทียนเฟิงได้ยินลู่ชิงหรันพูดเช่นนี้ เขาจึงรู้สึกผิดหวังอย่างสุดซึ้งจนต้องทำให้ใจของตนแข็งกระด้างมากยิ่งขึ้น "เมื่อศิษย์น้องหญิงของเจ้าเห็นเสือตัวน้อย ปฏิกิริยาแรกของนางคือสงสารมัน และนางแค่อยากจะช่วยเสือที่บาดเจ็บตัวนั้น"

เขายกริมฝีปากขึ้นเล็กน้อย และเป็นครั้งแรกที่พูดกับลู่ชิงหรันด้วยน้ำเสียงประชดประชัน "บางที นางอาจจะหวังว่าโลกจะสงบสุข ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ความเจ็บปวด และภัยพิบัติกระมัง"

หลังจากนั้น ฉู่เทียนเฟิงก็ก้าวไปที่ประตูหลักตามทิศทางของเหมิงฉีไป โดยไม่สนใจปฏิกิริยาของลู่ชิงหรันเลย

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay , ลงแบบราคาถูกแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับ หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิก กระซิก ;-;

จบบทที่ บทที่ 22 กลับสู่หุบเขาชิงเฟิง (II)

คัดลอกลิงก์แล้ว