- หน้าแรก
- ระบบลงชื่อเข้าใช้ ราชวงศ์ของข้าไร้เทียมทาน
- บทที่ 90 - คว้าชัยกลับมา หลี่อวิ้นเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ให้ราษฎรต้าเฉียนทั้งหมด
บทที่ 90 - คว้าชัยกลับมา หลี่อวิ้นเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ให้ราษฎรต้าเฉียนทั้งหมด
บทที่ 90 - คว้าชัยกลับมา หลี่อวิ้นเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ให้ราษฎรต้าเฉียนทั้งหมด
บทที่ 90 - คว้าชัยกลับมา หลี่อวิ้นเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ให้ราษฎรต้าเฉียนทั้งหมด
จอหงวนตรวจราชการต้าเฉียนกินเวลาถึงสามวัน
การสอบจอหงวนอันยิ่งใหญ่จึงถือว่าปิดฉากลงอย่างเป็นทางการในที่สุด
ทว่าความกระตือรือร้นของชาวบ้านกลับยังคงพลุ่งพล่าน
โดยเฉพาะชื่อของตี้อู่ชางเซิงที่โด่งดังไปทั่วต้าเฉียนจนไม่มีใครไม่รู้จัก
ชั่วขณะหนึ่ง ชื่อเสียงของเขาเป็นรองเพียงแค่จักรพรรดิเท่านั้น
ทว่าหลังจากตี้อู่ชางเซิงกลับมา เขากลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แม้แต่ขุนนางของต้าเฉียนก็ไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไปไหน
รู้เพียงว่าฝ่าบาททรงสร้างหอขึ้นมาใหม่แห่งหนึ่ง ใช้ชื่อว่าเจตจำนงสวรรค์ โดยมีตี้อู่ชางเซิงเป็นเจ้าหอ
แต่พวกเขากลับไม่รู้หน้าที่ที่แน่ชัดของหอเจตจำนงสวรรค์แห่งนี้ ดูลึกลับเป็นอย่างยิ่ง
ในเวลาเดียวกัน
เมืองเฉียนตูก็เริ่มคึกคักขึ้นมา
นักล่าระดับกายาจำแลงสามแสนคนที่เดินทางไปยังโลกหมูปีศาจกลับมาแล้ว
นอกจากการสูญเสียชีวิตไปหลายหมื่นคนในช่วงแรกแล้ว หลังจากที่กองทัพต้าเฉียนบุกเข้าไปในภายหลัง พวกเขาก็แทบจะไม่สูญเสียอะไรอีกเลย
ทว่าคะแนนความดีความชอบของพวกเขาล้วนสะสมมาตั้งแต่ช่วงแรกทั้งสิ้น
เพราะความดีความชอบส่วนใหญ่ในภายหลังล้วนตกเป็นของทหารนับล้านเหล่านั้นไปหมด
แม้ระดับการบ่มเพาะของพวกเขาจะสูง แต่หากเป็นการประจันหน้ากันระหว่างสองกองทัพ พลังของกองทัพย่อมแข็งแกร่งกว่าอยู่ดี
พวกเขานำข่าวสารล่าสุดมาแจ้งแก่ราษฎรต้าเฉียน
กองทัพที่ไปปราบปรามดินแดนต่างถิ่นได้รับชัยชนะอย่างงดงาม กำลังจะยกทัพกลับมาแล้ว
แน่นอนว่าราชสำนักย่อมได้รับข่าวนี้เป็นกลุ่มแรก แต่กลับไม่ได้ประกาศให้สาธารณชนรับรู้
ต้าเฉียนต้องการจัดงานเฉลิมฉลองทั่วแผ่นดินในวันก่อนวันปีใหม่ เพื่อต้อนรับการกลับมาของพวกเขา จากนั้นก็จะให้หยุดพักผ่อนเจ็ดวัน
ไม่ว่าจะเป็นขุนนางหรือทหารของต้าเฉียน ล้วนสามารถกลับไปใช้เวลาร่วมกับครอบครัวได้
จากนั้นก็จะเริ่มการฝึกซ้อมเป็นเวลาสองเดือน เพื่อย่อยสลายสิ่งที่ได้รับมาตลอดหนึ่งเดือน เตรียมพร้อมทำศึกในดินแดนรกร้างตะวันออก
วันก่อนวันปีใหม่ กองทัพที่ไปปราบปรามกลับมาแล้ว
หลี่อวิ้นเดินทางไปรับด้วยตนเองถึงหน้าทางเข้าช่องแคบมิติ จากนั้นก็ทำลายดินแดนลับแห่งนั้นทิ้ง
เดิมทีช่องแคบแห่งนั้นก็เริ่มไม่เสถียรแล้ว ต่อให้เขาไม่ทำลายทิ้ง มันก็คงทนอยู่ได้อีกไม่นาน
โลกหมูปีศาจถูกตัดขาดการติดต่อกับต้าเฉียนอย่างสิ้นเชิง
ทว่าตอนนี้ไม่อาจเรียกว่าโลกหมูปีศาจได้อีกต่อไปแล้ว
เปลี่ยนชื่อเป็นโลกมนุษย์ครึ่งอสูรแทน
ปัจจุบันโลกมนุษย์ครึ่งอสูรอยู่ภายใต้การนำของมนุษย์ครึ่งอสูร
ผู้นำก็คือบุตรชายของอดีตผู้นำกองกำลังต่อต้านของมนุษย์ครึ่งอสูร ซึ่งก็คือเว่ยหลง มนุษย์ครึ่งอสูรที่บังเอิญหลงเข้ามาในต้าเฉียน
บิดาของเขามีสถานะที่สูงส่งมากในหมู่มนุษย์ครึ่งอสูร แม้จะตายไปแล้ว แต่มนุษย์ครึ่งอสูรจำนวนมากก็ยังคงสนับสนุนให้บุตรชายเพียงคนเดียวของเขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำ
แน่นอนว่าการที่เว่ยหลงได้เป็นผู้นำ สาเหตุสำคัญที่สุดอาจเป็นเพราะเขาคือจุดเชื่อมโยงเพียงหนึ่งเดียวระหว่างโลกมนุษย์ครึ่งอสูรกับต้าเฉียนก็เป็นได้
นอกกำแพงเมืองเฉียนตู
ขุนนางบุ๋นบู๊ขึ้นไปยืนอยู่บนกำแพงเมือง
หลี่อวิ้นยืนอยู่ด้านหน้าสุด
ชาวบ้านเบียดเสียดกันแน่นขนัดทั้งในและนอกเมือง เหลือเพียงทางเดินยาวเหยียดที่ทอดตัวไปสู่ที่แสนไกล
บนใบหน้าของทุกคนล้วนเต็มไปด้วยความปีติยินดีและความตื่นเต้น
ไกลออกไป ธงรบสีม่วงทองสองผืนปรากฏขึ้น จากนั้น ธงรบนับร้อยนับพันผืนก็โบกสะบัดขึ้นกลางอากาศ
บนธงรบที่อยู่หน้าสุดปักตัวอักษรสีทองอร่ามตัวใหญ่
เฉียน
ธงรบปลิวไสวส่งเสียงดังพึ่บพั่บกลางอากาศ
ตามการปรากฏของธงรบแต่ละผืน กองทหารแต่ละกองก็ทยอยปรากฏขึ้นในสายตาของผู้คน
ใต้ธงรบแต่ละผืนมีทหารยืนอยู่หนึ่งพันนาย
บนใบหน้าของทหารทุกนายล้วนเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม
ทหารผ่านศึกเก้าแสนนาย กลิ่นอายแห่งการเข่นฆ่าแผ่ซ่านไปในอากาศ พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
พวกเขาแบ่งออกเป็นสองค่าย
กองหนึ่งสวมเกราะแดง กองหนึ่งสวมเกราะดำ
เบื้องหน้าของพวกเขา แม่ทัพสองนายที่มีสีหน้าสงบนิ่งทว่าเย็นชาเกรงขามยืนเคียงคู่กัน
พวกเขาคือแม่ทัพใหญ่ของการทำศึกครั้งนี้ และเป็นเทพสงครามองค์ใหม่ของต้าเฉียน
โหวเทียนอู่ เฉินชิ่งจือ
โหวกวนจวิน ฮั่วชวี่ปิ้ง
"ดูสิ นั่นน้องเมียข้า ตอนนี้เขาเป็นนายกองร้อยของกองทัพเทวะเชียวนะ ถือว่ากู้หน้าให้ตระกูลหวังของข้าได้แล้ว"
"ไสหัวไปเลย น้องเมียเจ้าไม่ใช่คนตระกูลหวังของเจ้าสักหน่อย เกี่ยวอะไรกับตระกูลหวังของเจ้ากัน ดูลูกเขยข้าดีกว่า ตอนนี้เป็นถึงองครักษ์ส่วนตัวของท่านโหวเฉินเชียวนะ บอกว่าสร้างชื่อเสียงให้วงศ์ตระกูลซุนของข้าก็ไม่ผิดใช่ไหม"
"ตาเฒ่าซุน ลูกเขยเจ้าไม่ได้แซ่ซุนสักหน่อย สร้างชื่อเสียงให้ตระกูลซุนบ้าบออะไรกัน"
"ทำไม ลูกเขยแต่งเข้าบ้านไม่ได้หรือไง เข้าประตูบ้านตระกูลซุนของข้าแล้ว ก็ถือเป็นคนของตระกูลซุนข้า"
"พี่สะใภ้ ข้าเห็นพี่ชายแล้ว ดูสิ ดูเร็วเข้า"
ชาวบ้านทั้งสองข้างทางต่างชะเง้อคอมองเข้าไปในกองทหาร ค้นหาใบหน้าที่คุ้นเคย ใบหน้าของแต่ละคนล้วนเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความภาคภูมิใจ
"ต้อนรับกองทัพคว้าชัยกลับมา ต้าเฉียนสงบร่มเย็น ฝ่าบาททรงพระเจริญ"
ไม่รู้ว่าใครในฝูงชนเป็นคนตะโกนขึ้นมาประโยคหนึ่ง
ทันใดนั้นเสียงตะโกนดังกึกก้องสะท้านฟ้าก็ดังกังวานขึ้น
"ต้อนรับกองทัพคว้าชัยกลับมา ต้าเฉียนสงบร่มเย็น ฝ่าบาททรงพระเจริญ"
ไกลออกไป ทหารเก้าแสนนายก็ชูหอกขึ้น ตะโกนสุดเสียงเช่นกัน
"ต้าเฉียนสงบร่มเย็น ฝ่าบาททรงพระเจริญ"
"ต้าเฉียนสงบร่มเย็น ฝ่าบาททรงพระเจริญ"
หลี่อวิ้นที่อยู่บนกำแพงเมืองสามารถสัมผัสได้ถึงโชคชะตาของต้าเฉียนที่กำลังพลุ่งพล่าน กลิ่นอายพุ่งสูงขึ้น
หลี่อวิ้นยกมือทั้งสองข้างกดลงเบาๆ ทันใดนั้นเสียงตะโกนก็เงียบลง
สถานการณ์โดยรอบตกอยู่ในความเงียบสงัด
หลี่อวิ้นก้าวไปข้างหน้า ลอยตัวอยู่กลางอากาศ เอ่ยเสียงดังกังวาน
"ทหารแห่งต้าเฉียนทั้งหลาย วันนี้ พวกเจ้าคว้าชัยกลับมา ข้ารู้สึกยินดียิ่งนัก"
"พวกเจ้าทุกคนล้วนต่อสู้เพื่อต้าเฉียนของเรา ต้าเฉียนย่อมไม่ทอดทิ้งพวกเจ้า"
พูดจบ ก็สะบัดแขนเสื้อ สายฝนแห่งปราณโปรยปรายลงมา
นี่ไม่ใช่สายฝนแห่งปราณธรรมดา แต่เป็นสิ่งที่หลี่อวิ้นใช้โอสถชำระล้างนับพันเม็ดละลายน้ำสร้างขึ้นมา
สามารถช่วยให้พวกเขาชำระล้างกลิ่นอายคาวเลือดและจิตสังหารในร่าง
เพื่อป้องกันไม่ให้ธาตุไฟเข้าแทรก
ทหารในกองทัพจำเป็นต้องมีจิตสังหาร แต่หากมีมากเกินไปก็จะเป็นผลเสีย
ในขณะเดียวกัน พลังลมปราณมหาศาลที่แฝงอยู่ภายในก็สามารถช่วยให้พวกเขาก้าวหน้าขึ้นไปได้อีกขั้น
ทหารนับไม่ถ้วนอ้าแขนรับ อาบไล้สายฝน กลิ่นอายคาวเลือดที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจางหายไปอย่างรวดเร็ว
ทหารที่ระดับการบ่มเพาะถึงจุดวิกฤตต่างก็ทะลวงขั้นกันถ้วนหน้า
หนึ่งเค่อต่อมา
ทหารเก้าแสนนาย ระดับกายาจำแลงทุกคน
หลี่อวิ้นพยักหน้าด้วยความพอใจ
"ข้าได้เตรียมสุราอาหารชั้นเลิศมากมายไว้ให้พวกเจ้าแล้ว คืนนี้ ไม่คุยเรื่องบ้านเมือง ไม่คุยเรื่องแผ่นดิน พวกเจ้าจงสนุกสนานกันให้เต็มที่เถิด"
"ขอบคุณฝ่าบาท" ทหารมากมายคุกเข่าลงพร้อมกัน
หลี่อวิ้นพยักหน้า แล้วจากไปทันที เรื่องที่เหลือย่อมมีคนอื่นจัดการ เขาเองก็มีเรื่องสำคัญกว่าต้องไปทำ
ณ คฤหาสน์แห่งหนึ่งในเมืองชั้นนอกของเมืองเฉียนตู
ร่างของหลี่อวิ้นปรากฏขึ้น
ที่นี่คือที่ตั้งของหอเจตจำนงสวรรค์ที่ตี้อู่ชางเซิงเลือกไว้
ปัจจุบันเขายังเป็นแค่หัวเดียวกระเทียมลีบ
และเขาก็ปฏิเสธการจัดหาสาวใช้และองครักษ์ทั้งหมด มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่อยู่ที่นี่
"ถวายบังคมฝ่าบาท"
ตอนที่หลี่อวิ้นปรากฏตัว ตี้อู่ชางเซิงก็ปรากฏตัวขึ้นด้านข้าง โค้งตัวลงเล็กน้อย
"ไม่ต้องมากพิธี เรื่องที่ข้าบอกเจ้าเมื่อวานมีปัญหาหรือไม่"
ตี้อู่ชางเซิงส่ายหน้า
"ฝ่าบาท ย่อมไม่มีปัญหาพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่ตอนนี้กระหม่อมยังไม่ได้เป็นเจตจำนงสวรรค์ ทรัพยากรทั้งหมดจึงจำเป็นต้องให้ฝ่าบาทเป็นผู้จัดหา การประทานพรให้แก่ราษฎรทั้งแผ่นดินจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล แม้แต่ขุมกำลังระดับศักดิ์สิทธิ์หนึ่งหรือสองแห่งรวมกัน เกรงว่าคงไม่อาจจัดหาได้เพียงพอ"
"ไม่เป็นไร ปัจจุบันต้าเฉียนมีประชากรที่ลงทะเบียนราษฎร์แล้วหนึ่งหมื่นเจ็ดพันหกร้อยล้านคน ทรัพยากรเหล่านี้ข้ายังพอจัดหาได้ ขอเพียงเจ้าสามารถส่งมอบทรัพยากรเหล่านี้ให้ถึงมือพวกเขาก็พอ"
"ฝ่าบาทโปรดวางใจ แม้ตอนนี้กระหม่อมจะยังไม่สามารถใช้อำนาจของเจตจำนงสวรรค์แห่งสี่ขั้วได้ แต่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังพอจัดการได้พ่ะย่ะค่ะ" ตี้อู่ชางเซิงเอ่ยอย่างหนักแน่น
หลี่อวิ้นพยักหน้า ร่างกายเลือนหายไป
ครั้งนี้เขายอมทุ่มสุดตัวจริงๆ
เตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับราษฎรต้าเฉียนทุกคน
เพื่อที่จะให้ราษฎรมากมายที่หลบซ่อนตัวอยู่ในดินแดนรกร้างตะวันออกได้รับของขวัญชิ้นใหญ่นี้ด้วย
เขายังได้เชิญเจตจำนงสวรรค์ในอนาคตผู้นี้มาลงมือด้วยตนเอง
รับรองว่าจะไม่ตกหล่นแม้แต่คนเดียว
ราษฎรของต้าเฉียน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ขอเพียงยังมีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร์ของต้าเฉียน ต้าเฉียนก็จะไม่ทอดทิ้งเขาอย่างแน่นอน