- หน้าแรก
- สืบทอดกิจการหนี้สามสิบล้าน สู่แหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลก
- ติดหนี้สามสิบล้าน 135 การเตรียมงานเฉลิมฉลองล่วงหน้า (1)
ติดหนี้สามสิบล้าน 135 การเตรียมงานเฉลิมฉลองล่วงหน้า (1)
ติดหนี้สามสิบล้าน 135 การเตรียมงานเฉลิมฉลองล่วงหน้า (1)
ติดหนี้สามสิบล้าน 135 การเตรียมงานเฉลิมฉลองล่วงหน้า (1)
หมายความว่า...
งานเฉลิมฉลองบนทะเลสาบนั่น จะจัดขึ้นถึงสามวันเต็มเลยเหรอ?!
ไม่เพียงแค่นั้น ชาวบ้านของหมู่บ้านหมิงเยวี่ยก็จะมาด้วยงั้นเหรอ?
แถมวิญญาณเทพแห่งภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ก็มีหนึ่งองค์ที่ยืนยันแล้วว่าจะมาร่วมงาน...
เมื่อทุกคนนึกถึงสายธารผีเสื้อที่บินว่อนอยู่เต็มท้องฟ้า ก็ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
แค่นี้ก็งดงามตระการตามากแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าอารามดอกท้อที่มักจะเก็บตัวเงียบก็ไปร่วมงานด้วย
บวกกับแขกรับเชิญคนอื่น ๆ ที่ยังรอการยืนยันอีก
แฟนคลับของภูเขาว่านหยวนตื่นเต้นกันจนแทบจะสลบอยู่แล้ว
ชาวเมืองหย่งอันเตรียมเปิดแชมเปญฉลองกันแล้ว แต่ไม่นานทุกคนก็ได้รับข่าวใหม่
[เนื่องจากพิจารณาถึงปัญหาเรื่องระยะทางของนักท่องเที่ยว ทำให้ไม่สามารถกำหนดเวลาที่จะมาถึงแหล่งท่องเที่ยวได้แน่นอน ดังนั้นตั๋วเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวจึงแบ่งออกเป็นการซื้อผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์]
[นักท่องเที่ยวแต่ละท่านสามารถซื้อตั๋วได้ตามเวลาเดินทาง]
[ภายในแหล่งท่องเที่ยวจำกัดจำนวนคนเข้าชมวันละ 30,000 คน]
[ตั๋วออนไลน์ เปิดพรีเซลล์วันละ 10,000 ใบ]
[ขายจนกว่าจะหมด ส่วนที่เหลือโปรดซื้อผ่านช่องทางออฟไลน์]
[โปรดติดตามบัญชีทางการของภูเขาว่านหยวน หากจำนวนนักท่องเที่ยวเต็มความจุแล้ว จะมีการแจ้งเตือนให้ทราบทันที เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็นให้มากที่สุด]
[ปล.: ตั๋วตกปลาเปิดจำหน่ายตามปกติ ขายจนกว่าจะหมด]
————
ให้ตายเถอะ
ทันทีที่ประกาศออกมา คนที่อยู่ใกล้ก็ยิ้มไม่ออก ส่วนคนที่อยู่ไกลก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป
ถึงแม้จะดูเหมือนการพรีเซลล์ตั๋วคอนเสิร์ตไปสักหน่อย แต่เมื่อพิจารณาถึงความสามารถในการรองรับของทะเลสาบเซียนร่วงหล่นแล้ว การจำกัดจำนวนคนก็ถือเป็นการตัดสินใจที่ปกติมาก
ท้ายที่สุดแล้วคนก็เยอะมากขนาดนั้น ตกลงจะมาดูการแสดงหรือมาดูหัวคนกันแน่?
สวี่จิ้งไม่อยากให้เกิดสถานการณ์แบบนั้นขึ้น
หลังจากที่เขาปรึกษาเรื่องงานกับเจียงฉงและพนักงานคนอื่น ๆ เสร็จเรียบร้อย เขาก็ไปหาหัวหน้าคณะหลิวชิ่งอวิ๋นอีกครั้ง
“คุณจะ... สอนของใหม่ให้พวกเราเหรอ?!”
หลิวชิ่งอวิ๋นเบิกตากว้าง
ตั้งแต่ตอนที่หมู่บ้านหมิงเยวี่ยเพิ่งเปิดให้บริการ พวกเขาก็ย้ายเข้ามาอยู่ในอุทยานและกลายเป็นพนักงานเก่าแก่ไปแล้ว
แต่เมื่อเวลาผ่านไป การแสดงร่ายรำและการตีเหล็กดอกไม้ ก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของทุกคนได้อีกต่อไป
เหล่าอาจารย์จากคณะนาฏศิลป์ตะวันทอง ต่างก็ได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญกันไปทีละคน
ทว่าพวกเขากลับถูกลดบทบาทลงเรื่อย ๆ แทบจะไม่ต่างอะไรกับฟางกุ้ยและคนอื่น ๆ ที่เป็นแค่ NPC ธรรมดาเลย
นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องการ
ถึงแม้นักท่องเที่ยวจะยังคงตั้งตารอคอยการแสดง และตื่นตาตื่นใจกับการตีเหล็กดอกไม้อยู่ก็ตาม
แต่พวกเขาอยากทำอะไรให้มากกว่านี้!
มากกว่านี้!
เพื่อกลับมาเป็นเสาหลักที่ขาดไม่ได้ของภูเขาว่านหยวนอีกครั้ง!
และในตอนนี้
บอสเสี่ยวสวี่ที่ไม่ได้มาเยือนเสียนาน ในที่สุดก็กลับมาหาเขาอีกครั้ง
“...บอส...”
หลิวชิ่งอวิ๋นตื่นเต้นมากเกินไป จนถึงขั้นรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้คุยงานแบบเผชิญหน้ากับบอสเสี่ยวสวี่มานานมากแล้ว
เขาตื่นเต้นจนขอบตาแดงก่ำ
“อย่าเพิ่งตื่นเต้นไปเลย”
สวี่จิ้งจ้องมองเขา
ตั้งแต่คณะกายกรรมชิงอวิ๋นมาถึงที่นี่ พวกเขาก็เป็นเหมือนอิฐหินที่ถูกย้ายไปตามจุดที่ต้องการความช่วยเหลือมาโดยตลอด
ไม่เคยบ่นเลยสักครั้ง ต่อให้ต้องให้หัวหน้าคณะที่อายุเลยวัยกลางคนไปเป็นคนรับใช้ที่อารามดอกท้อก็ตาม
เขาก็ไม่เคยได้ยินคำบ่นเลยแม้แต่น้อย
ถ้าบอกว่าไม่ซาบซึ้งใจ
ก็คงเป็นการโกหก
เขาถอนหายใจเบา ๆ นวดแก้มที่รู้สึกเมื่อยล้าเล็กน้อย แล้วเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
“งานเฉลิมฉลองบนทะเลสาบในอีกครึ่งเดือนข้างหน้า พวกคุณน่าจะพอได้ยินมาบ้างแล้ว”
“การแสดงทั้งสามวัน แต่ละวันจะไม่เหมือนกัน ผมต้องการให้พวกคุณ...”
หลิวชิ่งอวิ๋นรีบชิงพูดขึ้นมา “พวกเราสะดวกวันไหนก็ได้ทั้งนั้น!”
แต่ชายหนุ่มตรงหน้ากลับส่ายหัว ทำให้เขาต้องรีบหุบปากลงทันที
ไม่ได้ใช้สักวันเลยเหรอ? งั้น... จะให้พวกเขาไปดูแลความปลอดภัยงั้นเหรอ?
แววตาของคุณลุงฉายแววผิดหวังวูบหนึ่ง แต่ก็กลับมาฮึกเหิมอย่างรวดเร็ว เตรียมพร้อมรับฟังคำสั่ง
“...ต้องการให้พวกคุณร่วมแสดงทั้งสามวันเลย”
“แถมรายการแสดงทั้งสามวันก็ไม่เหมือนกันด้วย”
...
หา?
สมองของหลิวชิ่งอวิ๋นหยุดทำงานไปชั่วขณะ เขาเงยหน้ามองสวี่จิ้งด้วยความรู้สึกที่ยังตั้งตัวไม่ติด
สามวันเหรอ?
ต้องการทั้งหมดเลยเหรอ?
แบบนั้นก็หมายความว่า... พวกเขา... เป็นตัวเอกงั้นเหรอ? ไม่ใช่ตัวประกอบ?!
เมื่อเห็นหลิวชิ่งอวิ๋นที่จู่ ๆ ก็ตาเป็นประกาย สวี่จิ้งก็รู้สึกดีใจตามไปด้วย แต่เขาก็ยังคงปั้นหน้าขรึมแล้วเอ่ยขึ้น
“เวลามีจำกัด ภารกิจก็หนักหนา”
“การแสดงทั้งสามวันล้วนแตกต่างกัน มีทั้งช่วงเปิดงาน ช่วงพักครึ่ง และช่วงฟินาเล่ปิดท้าย”
“ผมต้องการให้พวกคุณขึ้นแสดงพร้อมกันทั้งทีม ถ้าคนไม่พอ ก็ไปขอยืมตัวจากฟางกุ้ยได้ตลอดเวลา”
พอหลิวชิ่งอวิ๋นได้ยินคำว่าฟินาเล่ปิดท้าย เขาก็ดีใจจนเนื้อเต้น พยักหน้ารัว ๆ
“ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหา! ให้แสดงอะไรล่ะ? ยังเป็นการเล่นไฟอยู่ไหม?”
แสดงอะไรน่ะเหรอ?
สวี่จิ้งล้วงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว
พร้อมกับเผยรอยยิ้มลึกลับ
“ไม่ใช่แค่เล่นไฟ แต่ยังต้องเล่นน้ำด้วย แถม... อาจจะต้องบินขึ้นฟ้าอีกต่างหาก...”
......
อีกด้านหนึ่ง ในที่สุดจินน่าก็ได้รับความโปรดปรานจากเบื้องบนเช่นกัน
“คุณสวี่พูดมาได้เลย! ขอแค่เป็นสิ่งที่พวกเราเรียนรู้ได้! พวกเราจะต้องแสดงออกมาให้ดีที่สุดอย่างแน่นอน!”
สวี่จิ้งมองดูสมาชิกในคณะของเธอ แล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“อาจารย์เสี่ยวซุนกับอาจารย์สวีเหวินยังคงต้องประจำการอยู่ในตำแหน่งของตัวเอง ส่วนคนอื่น ๆ ต้องเตรียมตัวซ้อมเต้นอีกสองสามชุด”
“มีเวลาแค่สิบห้าวัน อาจารย์ทุกท่านคงต้องเหนื่อยกันหน่อย ซ้อมให้เยอะ ๆ ผลลัพธ์ที่ออกมาจะเกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด”
ล้อเล่นหรือไง!
จินน่าจะยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นได้ยังไง?!
รู้ไหมว่าตั้งแต่ภูเขาว่านหยวนโด่งดังเป็นพลุแตก คณะนาฏศิลป์ตะวันทองของพวกเขาได้รับคำเชิญมามากแค่ไหน?
ไม่ใช่แค่โรงละครชั้นนำในอำเภอเท่านั้น แม้แต่พวกที่เคยดูถูกพวกเธอในเมืองหย่งอันก่อนหน้านี้ ตอนนี้ก็ยังส่งอีเมลมาเชิญพวกเธอไปแสดงอย่างต่อเนื่อง
แน่นอนว่าพวกเธอเซ็นสัญญากับสวี่จิ้งไว้แล้ว ว่าห้ามนำระบำนั่วไปเผยแพร่สู่ภายนอกเด็ดขาด
ประกอบกับพวกเธอรู้ดีว่า เพราะมีภูเขาว่านหยวน ถึงได้มีตะวันทองในวันนี้
พวกเธอแค่อยากจะเรียนรู้จากที่นี่ให้มากขึ้น เรียนรู้ให้มากขึ้นไปอีก จนกว่าจะเรียนรู้ตามไม่ทันแล้วค่อยจากไป
ดังนั้นการที่วันนี้สวี่จิ้งมาหาเธอ ความจริงแล้วเธอจึงรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง
เธอเคยฟังเจียงฉงเล่าว่า มีคณะนาฏศิลป์ชื่อดังหลายแห่งอยากจะร่วมงานกับสวี่จิ้ง แต่ปัจจุบันภูเขาว่านหยวนยังไม่ได้ตอบรับใครเลยสักแห่ง
ในเมื่อเถ้าแก่สวี่เชื่อใจและยอมรับในตัวพวกเธอ
พวกเธอก็ต้องไม่ทำให้เขาผิดหวัง และทำตามความต้องการของเขาให้สำเร็จลุล่วงเป็นอย่างดี!
“มีระบำทั้งหมดสามชุด แต่รูปแบบการแสดงและตำแหน่งจะแตกต่างกัน พรุ่งนี้ผมจะส่งวิดีโอสอนเต้นให้ทุกคน...”
สามชุด!
บนใบหน้าที่เคร่งขรึมของจินน่าไม่สามารถกลั้นรอยยิ้มเอาไว้ได้อีกต่อไป
นี่แสดงให้เห็นว่า ในงานเฉลิมฉลองทั้งสามวัน พวกเขาจะได้มีส่วนร่วมทั้งหมด! แถมยังจะได้แสดงในตำแหน่งที่แตกต่างกันอีกด้วย
เมื่อนึกถึงเวทีที่เปรียบดั่งไข่มุกเม็ดงามท่ามกลางฟ้าดินแห่งนั้น
แม้แต่คนที่เคยผ่านงานใหญ่มามากมายอย่างเธอ ก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นจนใจสั่น
“ไม่มีปัญหา!”
“พวกเราจะรีบซ้อมให้เร็วที่สุด ถึงเวลาแล้วคุณค่อยมาตรวจดูผลงานนะ!”
นอกจากตะวันทองและคณะกายกรรมชิงอวิ๋นแล้ว กลุ่มนักแสดงกลุ่มใหญ่ที่สุด ก็คือกลุ่ม “ชาวบ้านหมู่บ้านหมิงเยวี่ย” ของฟางกุ้ย
พวกเขาไม่ได้แค่ยืนดูอยู่เฉย ๆ แต่พวกเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงด้วยเช่นกัน
หลังจากที่สวี่จิ้งจัดการเรื่องต่าง ๆ เสร็จสิ้น เขาก็ไปหาหน่วยคุ้มกันทหารผ่านศึกของจ้าวหลงเพื่อมอบหมายภารกิจต่อ
เขายุ่งอยู่ทั้งวันเต็ม ๆ ในที่สุดก็สั่งการเสร็จสิ้น และกลับมาที่บ้านหลังเล็กของตัวเอง
“เฮ้อ...”
ปวดหัวจัง...
สวี่จิ้งทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนเตียง มองดูหน้าต่างร้านค้าของระบบแล้วเริ่มครุ่นคิด
ถึงแม้จะปล่อยข่าวออกไปแล้ว แต่ความจริงตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงดี
สิ่งที่ยากที่สุด ก็คือแขกรับเชิญในงานเฉลิมฉลอง
ไม่รู้ว่าทุกคนยังจำการตั้งค่าของหุ่นเชิดรับใช้ได้อยู่ไหม
[หุ่นเชิดรับใช้: สามารถกำหนดรูปลักษณ์และฟังก์ชันการทำงานได้ตามความต้องการของเจ้าภาพ มีสติปัญญาพื้นฐาน]
(หมายเหตุ: สามารถใช้ได้เฉพาะภายในฉากเท่านั้น เป็นอุปกรณ์แบบใช้แล้วทิ้ง ห้ามทำลาย หากเก็บกลับคืนจะถือว่าหมดสภาพทันที)
หุ่นเชิดรับใช้ที่สามารถใช้ได้เฉพาะภายในฉากเท่านั้น ไม่มีทางที่จะออกจากฉากไปได้เลย
ก็เหมือนกับที่เทพปลาคาร์ปไม่สามารถออกจากสระปลาคาร์ปได้ และเจ้าอารามดอกท้อก็ไม่สามารถออกจากท่าเรือดอกท้อได้เช่นกัน
อาจารย์เสี่ยวซุนที่พกอุปกรณ์ [ฝันผีเสื้อ] ติดตัว ยังพอจะวิ่งไปมาได้ทุกที่ แต่จะพาอีกสองคนมาได้ยังไงล่ะ?
“พี่ระบบ ออกมาช่วยหน่อยเถอะ หมดหนทางแล้วจริง ๆ”
[หึ!]
เสียงอิเล็กทรอนิกส์อันเย็นชาแฝงไปด้วยความซึนเดเระที่ไม่อาจปิดบังความดีใจเอาไว้ได้
[อุตส่าห์ยังนึกถึงฉันได้นะ!]
ดวงตาของสวี่จิ้งเป็นประกาย
“นายมีวิธีจริง ๆ เหรอ?!”