เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ติดหนี้สามสิบล้าน 120 ปลาคาร์ปทะยานฟ้า

ติดหนี้สามสิบล้าน 120 ปลาคาร์ปทะยานฟ้า

ติดหนี้สามสิบล้าน 120 ปลาคาร์ปทะยานฟ้า


ติดหนี้สามสิบล้าน 120 ปลาคาร์ปทะยานฟ้า

เส้นทางขึ้นเขาถูกม่านฝนบดบัง เสียงแมลงและเสียงร้องของสัตว์ล้วนเงียบหายไป

ทุกคนเดินไปข้างหน้าอย่างเงียบ ๆ

การปีนเขาในวันฝนตก ถือเป็นครั้งแรกสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน ดังนั้นต้องบอกเลยว่า หลังจากเห็นป่าเขาภายใต้แสงแดดเจิดจ้ามามากแล้ว พอวันนี้มาเห็นสายฝนโปรยปราย กลับทำให้ได้บรรยากาศไปอีกแบบ

“ถึงสระปลาคาร์ปแล้ว”

แม้จะบอกว่าเป็นเส้นทางเข้าเฝ้าเทพเจ้า แต่ทุกคนต่างก็ตั้งใจอย่างรู้กันว่าจะดูตั้งแต่ต้นจนจบอีกรอบ

ไม่รู้ทำไม ทุกคนต่างรู้สึกว่าการเดินทางครั้งนี้ จะต้องได้เห็นอะไรใหม่ ๆ มากมายอย่างแน่นอน!

และสถานที่แรกแห่งนี้ ก็คือสระปลาคาร์ป

เมื่อแหวกม่านที่ห้อยระย้าออก ทุกคนก็เดินตามเข้าไป

น้ำในสระภายใต้สายฝนโปรยปรายสาดกระเซ็นเป็นหยดน้ำ ส่งเสียงดังกังวานใส

แต่เสียงที่ดังที่สุดในที่นี้เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เสียงน้ำในสระ จู้โส่วอาศัยร่างกายอวบอ้วนเบียดเสียดไปข้างหน้าอย่างคล่องแคล่ว ผิงผิงเองก็อาศัยความผอมบวกกับความคุ้นเคยกับภูมิประเทศที่นี่ รีบแทรกตัวไปข้างหน้าก่อนที่ทุกคนจะขึ้นสะพาน

ภาพเหตุการณ์ที่เคยมาสายจนเกือบจะไม่ได้เห็นเทพปลาคาร์ปยังคงตราตรึงอยู่ในใจ ถึงขั้นที่จนถึงตอนนี้ ก็ยังมีคนที่มาเที่ยวภูเขาว่านหยวนอีกมากมายที่ไม่เคยเห็นเทพปลาคาร์ป

ในฐานะเทพเจ้าที่แปลกประหลาดที่สุดในภูเขาศักดิ์สิทธิ์ การจะได้พบหน้าสักครั้งล้วนต้องพึ่งพาโชคชะตา

แต่เห็นได้ชัดว่า วันนี้โชคของทุกคนดีมาก

นักท่องเที่ยวที่เคยอ่านคู่มือมาแล้ว รู้ดีว่าต้องรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย ห้ามส่งเสียงดังโวยวาย และรู้ด้วยว่าห้ามหยุดยืนนานเกินไปหรือผลักไสกันเด็ดขาด เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เทพปลาคาร์ปไม่พอใจ

พวกเขาเคยคิดเอาไว้แล้ว ว่าจะได้พบกับเทพปลาคาร์ปที่งดงามเพียงใด แต่พวกเขากลับคิดไม่ถึงเลยว่าจะได้เห็นภาพเหตุการณ์เช่นนี้อยู่ตรงหน้า

ซ่า!

เพียะ!

ซ่าซ่า!!

บนสะพานแผ่นหินด้านหน้า ปรากฏร่างของเด็กสาวผู้มีท่าทางซุกซนมีชีวิตชีวายืนอยู่ เธอเดินเท้าเปล่า ย่างก้าวและกระโดดไปมาบนแผ่นหิน

ในมือถือฝักบัวก้านยาว กำลังตีผิวน้ำดังเพียะพะ

คุณคิดว่าคนที่อยากมาดูหางปลาจะรู้สึกผิดหวังไหม?

ไม่เลย

คุณคิดผิดแล้ว

เพราะฉากตรงหน้าเห็นได้ชัดว่าน่าตกตะลึงยิ่งกว่าหางปลาเสียอีก!

ตู้ม!

อาศัยจังหวะที่ฝนตกหนัก เด็กสาวคนนั้นมีแววตาดุดัน ฝักบัวในมือตวัดอย่างแรง กระแสน้ำลูกใหญ่พุ่งขึ้นจากสระน้ำที่ราบเรียบ ถึงขั้นไหลย้อนกลับขึ้นไปตามหน้าผาหิน!

“ขึ้นไป!”

ปลายเท้าของเธอตวัดขึ้นในน้ำ ต้าพั่งหลี่ตัวหนึ่งก็สะบัดหางปลาอย่างสุดกำลังพุ่งเข้าไปในกระแสน้ำ ลอยตัวอยู่กลางอากาศและออกแรงว่ายขึ้นไปด้านบน!

“แกก็ไปด้วย!”

เธอใช้เท้าตวัดติด ๆ กันสองสามครั้ง จากนั้นก็ตีลังกากลับหลังอย่างแผ่วเบา ฝักบัวทุบลงบนผิวน้ำอย่างแรง

ชั่วพริบตานั้น ปลาคาร์ปสีแดงขาวหลายตัวก็พุ่งพรวดออกจากสระน้ำ แล้วพุ่งเข้าไปในกระแสน้ำอย่างรวดเร็ว พวกมันสะบัดหางปลาอย่างบ้าคลั่ง พยายามว่ายทวนน้ำขึ้นไป เพื่อทำลายพันธนาการ!

ฝูงชนหยุดชะงัก อ้าปากค้างและยืนอึ้งกันไปหมด

ไม่มีใครเดินไปข้างหน้าอีก ไม่มีใครส่งเสียงดังโวยวาย ภายในสระปลาคาร์ป เหลือเพียงเสียงหยาดฝนที่ร่วงหล่นราวกับไข่มุกเม็ดเล็กเม็ดใหญ่หล่นลงบนจานหยก และเสียงกระแสน้ำจากการตวัดแกว่งของเด็กสาวคนนั้น

บ้าเอ๊ย...

คนที่ยังเหลือสติสัมปชัญญะตามหลักวัตถุนิยมอยู่นิดหน่อย ในตอนนี้ก็ละทิ้งมันไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว

คุณเคยเห็นมนุษย์ควบคุมกระแสน้ำด้วยมือเปล่าไหม?

คุณเคยเห็นใครที่แค่ใช้ปลายเท้าตวัดก็สะบัดปลาให้ลอยกระเด็นออกไปได้บ้างไหม?

คุณเคยเห็นฝูงปลาว่ายทวนน้ำแนบไปกับหน้าผาหิน ว่ายอย่างบ้าคลั่งสุดกำลังไหม?

จู้โส่วไม่พูดอะไร เพียงแต่เอาแต่ถ่ายรูปอย่างเดียว

ผิงผิงไม่พูดอะไร เพียงแต่เอาแต่จดบันทึกอย่างเดียว

[วันที่ 28 พฤษภาคม พบเทพปลาคาร์ปช่วยเหลือราษฎรของตน... ปลาคาร์ปกระโดดข้ามประตูมังกร!]

เลนส์กล้องของจู้โส่วหมุนเปลี่ยนทิศทาง ไปหยุดนิ่งอยู่ที่สมุดบันทึกของเธอ จากนั้นเขาก็โผล่หัวออกมาจากหลังเลนส์

สมกับเป็นนักศึกษาที่มีพรสวรรค์ด้านวรรณกรรมจริง ๆ ...

ช่างแตกต่างจริง ๆ ...

แต่การว่ายทวนน้ำนั้นยากเย็นแสนเข็ญ ต่อให้เทพปลาคาร์ปจะยืนอยู่เบื้องหลังราษฎรของตน ปลาคาร์ปเหล่านั้นก็ยังรู้สึกเหนื่อยล้า และค่อย ๆ หมดแรงร่วงตกลงมา

“พวกไร้ประโยชน์!”

เทพปลาคาร์ปเลิกคิ้วขึ้น เอ่ยตำหนิเสียงต่ำ

ต้าพั่งหลี่ว่ายกลับมาที่ข้างเท้าของเธอด้วยท่าทางน้อยใจ มันว่ายไปมาอย่างเอาใจ หางของมันถูไถไปที่ปลายเท้าของเธอ

“ไปให้พ้นเลย!”

เทพปลาคาร์ปแค่นเสียงเย็นชา ใช้เท้าเตะมันออกไป

“กินจนอ้วนขนาดนี้ แค่ครึ่งทางก็ยังว่ายไม่ไหว!”

เธอเงยหน้าขึ้นมองไปยังยอดภูเขาศักดิ์สิทธิ์ น้ำเสียงแผ่วเบาลง

“เมื่อไหร่ถึงจะว่ายไปถึงที่นั่นได้...”

อึก...

เหล่านักท่องเที่ยวกลืนน้ำลาย เทพปลาคาร์ปถึงกับอยากให้ปลาคาร์ปธรรมดาพวกนี้ว่ายขึ้นไปบนยอดภูเขาศักดิ์สิทธิ์งั้นเหรอ?

จะเป็นไปได้ยังไง?

มีคนลองหยั่งเชิงเดินเข้าไปข้างหน้า และเปิดปากพูดคุยกับเธอเป็นครั้งแรก

“ท่านเทพปลาคาร์ป... ฉันรู้ว่าท่านรักราษฎรของท่านมาก แต่พวกมันอ่อนแอเกินไป ไม่มีทางว่ายทวนกระแสน้ำบนภูเขาสูงขึ้นไปถึงยอดได้หรอก...”

คนด้านหลังก็พยักหน้าเช่นกัน

“เดิมทีปลาคาร์ปก็อาศัยอยู่ในทะเลสาบและสระน้ำอยู่แล้ว จะขึ้นไปได้ยังไงกัน?”

เด็กสาวที่กำลังเตรียมจะกระโดดลงจากสะพานหินเพื่อกลับไปชะงักร่าง หันขวับมามองทุกคน

“เดิมทีเป็นเช่นนี้...”

“ก็เพียงพอแล้วงั้นเหรอ?”

ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

“ภูเขาศักดิ์สิทธิ์เคยสูญสลายและเงียบเหงาไปเพราะผลกรรมของหมู่บ้านหมิงเยวี่ย ราษฎรของฉันยิ่งแทบจะตายกันหมด... หากพวกเราสามารถแข็งแกร่งขึ้นอีกสักหน่อย กล้าหาญขึ้นอีกสักนิด! ก็อาจจะสามารถต่อต้านศัตรูภายนอกที่โลภมากพวกนั้นได้ไม่ใช่เหรอ?!”

เธอสะบัดแขนเสื้อ

“พวกนายในวันนี้ จะกลายเป็นเหมือนพวกมันในวันวาน ที่สร้างภัยคุกคามต่อภูเขาศักดิ์สิทธิ์หรือไม่... ไม่มีใครรับประกันได้”

“แต่! สิ่งที่ฉันรับประกันได้ก็คือ...”

เธอวิ่งเท้าเปล่าลงไปในสระน้ำ พุ่งพรวดเข้าไปในม่านน้ำที่หนาทึบจนลมพัดไม่ผ่าน

เมื่อพุ่งออกมาอีกครั้ง เธอก็กลายร่างเป็นหางปลาขนาดยักษ์ เพียงแค่สะบัดเบา ๆ ก็พุ่งเข้าสู่กระแสน้ำและว่ายทวนน้ำขึ้นไป!

ซ่า!!

“โฮ่!!”

เธอพุ่งผ่านหน้าผาหินชั้นแรกไป โดยไม่หยุดพัก!

หางปลาสีแดงทองขนาดยักษ์ยังคงสะบัดต่อไป ส่องประกายแสงอันเยือกเย็นและแหลมคมท่ามกลางม่านฝน

ขึ้นไปอีก! คือบันไดหินชั้นที่สอง! จากนั้นก็ชั้นที่สาม! ชั้นที่สี่!

ปลาคาร์ปในน้ำมารวมตัวกันในสระ โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ ดวงตาทั้งสองข้างจ้องมองเทพเจ้าของพวกมันด้วยความเคารพเลื่อมใส

มองดูท่วงท่าอันสง่างามนั้นหยุดลงบนหน้าผาหินชั้นที่เก้า เด็กสาวยันตัวนั่งโผล่หัวออกมา น้ำฝนไหลลงมาตามหางปลาที่ห้อยระย้ากลายเป็นม่านน้ำ พุ่งลงสู่สระน้ำ

“ฉันสามารถเป็นคนแรกได้! พวกมันก็ต้องทำได้เหมือนกัน!”

เสียงอันกังวานใสและว่างเปล่าดังก้องไปทั่วป่าเขา ทุกคนมองดูเทพปลาคาร์ปที่อยู่สูงขึ้นไปเกือบ 8 เมตร นอกจากความงุนงงแล้ว ความรู้สึกเคารพเลื่อมใสก็ก่อตัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

เธอทำได้...

นั่นก็หมายความว่า...

เธออาศัยความสามารถของตัวเองว่ายขึ้นไปบนยอดภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนั้น จนกลายเป็นเทพเจ้า...

ทุกคนต่างงุนงงไปหมดแล้ว

ผู้คนในเวลานี้ ไม่มีสติปัญญาในการคิดไตร่ตรองเลยแม้แต่น้อย

คุณบอกว่านี่คือแหล่งท่องเที่ยว พวกเขาเข้าใจ

คุณบอกว่านี่คือภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่เต็มไปด้วยวิญญาณเทพ พวกเขาก็เข้าใจได้เช่นกัน

คุณบอกว่าวิญญาณเทพแห่งภูเขาศักดิ์สิทธิ์นี้ จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีและลูกเล่นสักหน่อย เพื่อทำให้ตัวเองดูดูลึกลับขึ้นมาบ้าง... พวกเขาก็พอจะทำความเข้าใจได้!

แต่!

ตอนนี้คนคนนี้... ไม่สิ เทพองค์นี้!

ร่ายวิชาเวทวารีต่อหน้าพวกเขา... พริบตาเดียวก็แปลงกายเปลี่ยนขาเป็นหางปลา... บินขึ้นบันไดเก้าชั้นรวดโดยไม่เห็นแม้แต่สลิงสักเส้น...

ใครจะเข้าใจได้?!

นี่มันบ้าบอเกินไปแล้ว!

ใครจะเข้าใจได้! ใครก็ได้ออกมายืนอธิบายให้ทุกคนฟังหน่อย! นี่มันทำได้ยังไง?

หากไม่มีใครสามารถอธิบายได้ล่ะก็...

งั้นนี่... ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์ของเทพเจ้าได้ไหม...

“เวรเอ๊ย!”

นักท่องเที่ยวคนหนึ่งกลืนน้ำลาย ชี้ไปที่หัวของต้าพั่งหลี่ริมสะพานแล้วเอ่ยตำหนิ

“ยังไม่รีบเรียนรู้จากเทพเจ้าของพวกแกให้ดีอีก!!”

ต้าพั่งหลี่: ?!

เมื่อกี้คุณยังยื่นมือเข้าช่วยเหลืออยู่เลยไม่ใช่เหรอ?

พริบตาเดียวคุณก็มาแทงข้างหลังฉันซะแล้ว?!

สมแล้วจริง ๆ ...

มีความเป็นเทพ แต่ไม่มีความเป็นปลาเลย!

ก็แค่ว่ายน้ำไม่ใช่หรือไง!

เดี๋ยวมันไปฝึกเพิ่มอีกหน่อยก็พอแล้ว!!

ฝูงปลาคาร์ปว่ายตามสายน้ำที่ร่วงหล่นลงมาจากหางปลาด้านบน และเริ่มพยายามเป็นครั้งที่สองอีกครั้ง

ในที่สุดเหล่านักท่องเที่ยวก็มองดูฉากอันน่าอัศจรรย์นี้ด้วยความอาลัยอาวรณ์ และเดินจากสถานที่แห่งนี้ไป

จู้โส่วตื่นเต้นจนฟันกระทบกันดังกึก ๆ เขาพุ่งตัวไปอยู่ข้างกายผิงผิง

“แย่แล้ว~ ถ่ายรูปไม่ได้สักรูปเลย! ฮ่าฮ่าฮ่า!”

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขัดข้องบ้าบอนี่... ที่แท้พี่ชายผู้กล้าที่ตีนเขาก็ไม่ได้ล้อพวกเขาเล่น

เขากดชัตเตอร์ดังแชะ ๆ อยู่ตั้งนาน กลับไม่ได้อะไรเลยจริง ๆ ...

เจ้าอ้วนน้อยน้ำตาไหลพรากอาบหน้า

ไม่เป็นไรน่า ไม่เป็นไร!

อย่างน้อยก็ได้เห็นปาฏิหาริย์ของเทพเจ้า! แค่นี้ก็กำไรมหาศาลแล้ว!

เขาหันขวับไปมองผิงผิง แต่กลับพบว่าอีกฝ่ายก็ตื่นเต้นจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว เดินแกว่งแขนขาข้างเดียวกันโดยไม่รู้ตัว

“มา! หายใจเข้าลึก ๆ!”

“ข้างหลังยังมีอย่างอื่นอีกนะ ถ้าเธอเป็นแบบนี้ไปตลอด เกรงว่ายังไม่ทันเดินถึงยอดเขา ก็คงจะเป็นเหมือนคนพวกนั้นแล้วล่ะ...”

เขาบุ้ยปาก ผิงผิงถึงได้หันขวับไปมอง

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่มีกลุ่มยามรักษาการณ์ปรากฏตัวขึ้น พวกเขาอุ้มนักท่องเที่ยวที่หมดสติออกมาจากฝูงชน แล้วพามารวมกันไว้ด้านหนึ่งเพื่อเริ่มทำการปฐมพยาบาล...

ข้างกองคนที่หมดสติ ผู้ชายหน้าเหลี่ยมตาเสือที่สวมเสื้อกาวน์สีขาวคนหนึ่ง กำลังล้วงกล่องเครื่องมืออย่างบ้าคลั่งด้วยความงุนงง ในปากก็บ่นพึมพำอะไรก็ไม่รู้

ให้ตายเถอะ...

ผิงผิงรู้สึกว่าความตื่นเต้นทั่วทั้งร่างสงบลงในพริบตา

โอ้ โน...

เธอไม่อยากหมดสติเหมือนคนกลุ่มนั้นหรอกนะ

แม้จะบอกว่านี่เป็นเรื่องที่สมควรหมดสติจริง ๆ แต่เธอเป็นถึงแฟนคลับตัวยงที่เคยเห็นโลกกว้างมาแล้วนะ!

เส้นทางเข้าเฝ้าเทพเจ้าของเธอยังเดินไปไม่ถึงครึ่งเลยด้วยซ้ำ!

จะมาล้มพับกลางทางไม่ได้เด็ดขาด!

หลังจากหยิกจุดเหรินจงของตัวเองอย่างแรงไปหนึ่งที ผิงผิงก็ถอนหายใจยาว แล้วก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า

จบบทที่ ติดหนี้สามสิบล้าน 120 ปลาคาร์ปทะยานฟ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว