เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17: พลังที่ถูกลืม และตอนที่ 18: ความจริงที่ซ่อนเร้นและพลังที่แท้จริงของเอลิซ่า

ตอนที่ 17: พลังที่ถูกลืม และตอนที่ 18: ความจริงที่ซ่อนเร้นและพลังที่แท้จริงของเอลิซ่า

ตอนที่ 17: พลังที่ถูกลืม และตอนที่ 18: ความจริงที่ซ่อนเร้นและพลังที่แท้จริงของเอลิซ่า


ตอนที่ 17: พลังที่ถูกลืม

เสียงพายุเวทย์ที่โหมกระหน่ำเงียบลง พร้อมกับแสงสีฟ้าที่ค่อยๆ จางหายไปจากร่างของเอลิซ่า ร่างของเธอทรุดลงสู่พื้นอย่างช้าๆ อิธานรีบวิ่งไปประคองร่างของเธอทันที ใบหน้าของเอลิซ่าซีดเผือด และดวงตาของเธอที่เคยเปล่งประกายก็เริ่มเลือนลาง

"เอลิซ่า!" อิธานร้องเรียกด้วยความกังวล “เจ้าทำอะไรลงไป ทำไมต้องเสียสละขนาดนี้!”

เอลิซ่าหันมามองเขาด้วยรอยยิ้มที่แฝงด้วยความเหนื่อยล้า “ข้าไม่เป็นไร อิธาน... นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่ต้องทำเพื่อปกป้องดินแดนแห่งนี้ ข้าเตรียมใจไว้แล้ว”

เสียงของเธอเบาและเต็มไปด้วยความสงบนิ่ง แต่ในใจของอิธานกลับเต็มไปด้วยความสับสน เขาไม่สามารถเข้าใจได้ว่าทำไมคนอย่างเอลิซ่าถึงพร้อมจะเสียสละขนาดนี้ ทั้งที่เธอยังมีอนาคตอีกมากรออยู่ข้างหน้า

ลิเลียน่าเดินเข้ามาใกล้และย่อตัวลงข้างเอลิซ่า เธอเอื้อมมือไปแตะที่หน้าผากของเอลิซ่า แสงสว่างเล็กๆ ที่ปลายนิ้วของเธอเรืองขึ้น ก่อนที่มันจะจางหายไปในไม่กี่วินาที

“พลังของเธอถูกดูดกลืนไปมากกว่าที่ข้าคาด” ลิเลียน่าพูดอย่างเคร่งขรึม “ข้าเกรงว่าเอลิซ่าจะไม่สามารถใช้พลังมนตราได้อีก”

อิธานนิ่งงัน คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจของเขา “ไม่...มันจะเป็นแบบนั้นไม่ได้!”

เอลิซ่าพยายามยิ้มออกมาแม้ใบหน้าของเธอจะเต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย “ไม่เป็นไรอิธาน... ข้าได้ทำในสิ่งที่ข้าควรทำแล้ว”

“แต่นี่ไม่ใช่จุดจบ! ข้าจะต้องหาทางฟื้นฟูพลังของเจ้า!” อิธานพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ราวกับจะยืนยันกับตัวเองว่าเขายังมีวิธีแก้ปัญหานี้

คาลิสซึ่งเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดเงียบๆ ตลอดเวลาเดินเข้ามาช้าๆ “บางที... พลังนี้อาจไม่ได้หายไปตลอดกาล แต่อาจแค่ถูกปิดกั้น เจ้าจะต้องทำมากกว่าที่เจ้าคิดถ้าหวังจะฟื้นพลังนี้ขึ้นมาได้”

“มีทางหรือ?” อิธานถามอย่างกระตือรือร้น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวัง คาลิสพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองทางทิศเหนือของป่า

“ทางเดียวที่เจ้าจะสามารถฟื้นฟูพลังของเอลิซ่าได้ คือการหาวิญญาณแห่งปฐพี สถานที่ที่ลึกลับและเก่าแก่ที่สุดในดินแดนนี้ มันเป็นแหล่งพลังงานที่เชื่อมโยงกับพลังธรรมชาติทุกชนิด รวมถึงมนตราด้วย แต่การเดินทางไปที่นั่นไม่ใช่เรื่องง่าย”

อิธานหันไปมองเอลิซ่าที่นอนนิ่งอยู่ในอ้อมแขนของเขา ก่อนจะตัดสินใจอย่างแน่วแน่ “ถ้ามันเป็นหนทางเดียว ข้าก็จะไป ข้าจะไม่ยอมแพ้ จนกว่าพลังของเอลิซ่าจะกลับคืนมา”

เอลิซ่ายิ้มเล็กน้อย “เจ้าบ้าจริงๆ อิธาน...แต่ข้ารู้ว่าเจ้าทำได้”

ลิเลียน่ามองอิธานด้วยความชื่นชม “เจ้ามีหัวใจที่เข้มแข็งอิธาน ข้าจะไปกับเจ้าด้วย ข้าเคยได้ยินตำนานของวิญญาณแห่งปฐพีมาบ้าง แต่ไม่เคยมีใครพบมัน ข้าจะช่วยเจ้าในทุกทางที่ข้าทำได้”

คาลิสพยักหน้า “ข้าก็จะไปเช่นกัน วิญญาณแห่งปฐพีไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์หรือผู้ใช้มนตราธรรมดาจะเข้าถึงได้ มันเป็นพลังที่เก่าแก่และซับซ้อน ถ้าเจ้าจะฟื้นพลังของเอลิซ่า เจ้าจะต้องอาศัยทุกความช่วยเหลือที่เจ้ามี”

อิธานพยักหน้าและหันไปมองคาลิส ลิเลียน่า และเอลิซ่า “ถ้าอย่างนั้น เราจะออกเดินทางกันพรุ่งนี้เช้า ข้าจะไม่ยอมให้การเสียสละของเอลิซ่าไร้ความหมาย”

รุ่งเช้าของการเดินทาง

แสงอาทิตย์เริ่มสาดส่องผ่านป่าทึบที่พวกเขากำลังเดินทางผ่าน เส้นทางเต็มไปด้วยต้นไม้สูงและเถาวัลย์ที่พันกันไปมา ดินแดนที่พวกเขาเดินทางผ่านดูรกร้างและมืดมนกว่าที่เคย ขณะที่พวกเขาเดินไปเรื่อยๆ อิธานก็เริ่มรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่ผิดปกติ บางสิ่งบางอย่างที่เหมือนจะเฝ้ามองพวกเขาอยู่จากเงามืด

“ข้ารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกำลังตามเรา” อิธานพึมพำเบาๆ

“พวกมันไม่ใช่แค่ตามเรา แต่เฝ้ามองเรา” คาลิสตอบพลางกวาดสายตามองรอบๆ “ในป่านี้เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับมนตรา พวกมันไม่เป็นมิตรต่อคนแปลกหน้า”

“แล้วเราจะทำยังไง?” อิธานถามด้วยความกังวล

“สิ่งที่เจ้าต้องทำคืออย่าไปกังวลกับพวกมัน” คาลิสตอบ “ถ้าเราไม่ทำให้มันรู้สึกถึงอันตราย มันก็จะไม่โจมตีเรา แต่ถ้าเราแสดงความกลัว มันจะยิ่งทวีความรุนแรง”

อิธานพยักหน้าและเดินต่อไป ขณะที่ในใจของเขายังคงกังวลเรื่องพลังของเอลิซ่า เขารู้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะไม่ง่าย แต่เขาก็ไม่สามารถหันหลังกลับได้แล้ว

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง พวกเขาเดินผ่านภูมิประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ จากป่าทึบกลายเป็นทุ่งหินขรุขระ พื้นที่เริ่มมีลักษณะคล้ายทะเลทรายมากขึ้น และอุณหภูมิรอบตัวก็เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ

“เรากำลังเข้าใกล้แล้ว” ลิเลียน่าพูดขณะที่เธอมองดูแสงที่สะท้อนจากหินสูงใหญ่เบื้องหน้า “ที่นั่นคือทางเข้าสู่วิญญาณแห่งปฐพี”

“แต่ข้ารู้สึกถึงพลังงานที่แปลกประหลาดบางอย่าง” อิธานพูดพร้อมกับมองไปรอบๆ “มันเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างกำลังรอเราอยู่ที่นั่น”

คาลิสหันมองเขาด้วยสายตานิ่ง “เจ้าพูดถูก มีบางสิ่งที่เฝ้าดูอยู่ วิญญาณแห่งปฐพีไม่ได้เปิดรับใครก็ตามที่มาเยือน มันจะทดสอบเจ้า หากเจ้าไม่พร้อมที่จะรับมือกับการทดสอบนั้น เจ้าอาจไม่สามารถออกมาได้อีกเลย”

คำพูดของคาลิสทำให้อิธานรู้สึกถึงความหนักแน่นในใจ แต่เขาก็รู้ดีว่าเขาไม่มีทางเลือก เขาจะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งนั้นไม่ว่าอะไรก็ตามที่รออยู่

เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปใกล้กลุ่มหินสูงใหญ่ ประตูหินขนาดมหึมาก็ค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ เบื้องหลังประตูนั้นเป็นถ้ำลึกที่มีแสงสว่างสีเขียวเรืองรอง มันเป็นแสงที่ดูเหมือนจะมีชีวิตและเคลื่อนไหวได้

อิธานรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้เขาก้าวเข้าไปข้างในโดยไม่รู้ตัว เอลิซ่าซึ่งยังคงนั่งพักอยู่ข้างนอกมองตามเขาด้วยความกังวล

“เจ้าพร้อมหรือไม่?” เสียงของคาลิสดังขึ้นเบาๆ ขณะที่พวกเขายืนอยู่หน้าประตู

“พร้อมหรือไม่ ข้าก็ต้องไป” อิธานตอบด้วยเสียงมั่นคง

พวกเขาก้าวเข้าไปในถ้ำ แสงสีเขียวที่เรืองรองรอบตัวพวกเขาดูเหมือนจะมีชีวิต มันเคลื่อนไหวไปรอบๆ ราวกับว่ากำลังตรวจสอบพวกเขาอยู่

“นี่คือพลังแห่งวิญญาณปฐพี มันจะตัดสินว่าเจ้าเหมาะสมหรือไม่” คาลิสกล่าวขณะที่เขามองไปรอบๆ

ทันใดนั้น เสียงก้องดังขึ้นในถ้ำ “ผู้ใดที่เข้ามาในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ต้องพิสูจน์ตนเองว่าคู่ควร จงแสดงพลังที่แท้จริงของเจ้า”

อิธานมองไปที่คาลิสและลิเลียน่า ก่อนจะก้าวไปข้างหน้า “ข้ามาที่นี่เพื่อขอคืนพลังให้กับเอลิซ่า ข้าจะทำทุกอย่างที่จำเป็น!”

ถ้ำเงียบลงสักครู่ ก่อนที่แสงสีเขียวจะรวมตัวกันกลายเป็นรูปร่างของวิญญาณแห่งปฐพี มันมีลักษณะคล้ายมนุษย์แต่มีแสงสว่างสีเขียวเรืองรองและร่างกายที่ดูโปร่งแสง

“การฟื้นพลังต้องแลกด้วยบางสิ่ง” วิญญาณแห่งปฐพีกล่าว “เจ้าพร้อมจะเสียสละหรือไม่?”

ตอนที่ 18: ความจริงที่ซ่อนเร้นและพลังที่แท้จริงของเอลิซ่า

ภายในถ้ำที่เต็มไปด้วยแสงสีเขียวเรืองรอง อิธานยืนอยู่เบื้องหน้าวิญญาณแห่งปฐพี ใจของเขาเต็มไปด้วยความหนักแน่น แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย แต่เขาก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อคืนพลังให้กับเอลิซ่า

“เจ้าพร้อมจะเสียสละหรือไม่?” วิญญาณแห่งปฐพีกล่าวด้วยเสียงที่สะท้อนก้องทั่วถ้ำ

อิธานมองไปที่ลิเลียน่าและคาลิส ก่อนจะหันกลับมาที่วิญญาณแห่งปฐพี “ข้าพร้อม ข้าจะทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อฟื้นพลังของเอลิซ่า”

ทันใดนั้น แสงสีเขียวรอบๆ ก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มันหมุนวนเป็นวงกลมรอบตัวอิธาน ราวกับว่าพลังของปฐพีกำลังตรวจสอบและทดสอบความตั้งใจของเขา อิธานรู้สึกได้ถึงแรงดันที่กดทับในอากาศ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาหวั่นไหว

“ข้ารู้ว่าเจ้าเต็มใจที่จะช่วยเหลือเธอ” วิญญาณแห่งปฐพีกล่าว “แต่ความจริงแล้ว พลังที่เจ้าเห็นว่าเอลิซ่าเสียไปนั้น... มันไม่ได้ถูกทำลาย มันถูกซ่อนอยู่”

อิธานนิ่งงัน หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นทันที “พลังของเอลิซ่า...ยังอยู่?”

“ใช่ พลังนั้นยังคงอยู่ แต่ถูกปิดกั้นไว้เพื่อปกป้องเธอ” วิญญาณกล่าว “เอลิซ่าไม่ใช่ผู้ใช้มนตราธรรมดา เธอคือผู้สืบทอดของพลังที่เก่าแก่ที่สุดในดินแดนนี้ พลังที่สามารถควบคุมได้ทั้งด้านสว่างและด้านมืด หากพลังนี้ถูกปลดปล่อยอย่างเต็มที่ มันอาจจะเป็นทั้งการช่วยเหลือและการทำลายล้าง”

คำพูดนั้นทำให้อิธานเริ่มเข้าใจบางสิ่งบางอย่างที่เขาไม่เคยสังเกตมาก่อน “เจ้าหมายความว่า...เอลิซ่ามีพลังที่สามารถควบคุมทั้งด้านสว่างและด้านมืด?”

วิญญาณพยักหน้า “ใช่ แต่เนื่องจากพลังนี้ทรงพลังเกินไป เธอจึงไม่สามารถควบคุมมันได้ตั้งแต่แรกเริ่ม เพื่อปกป้องเธอ พลังนั้นจึงถูกซ่อนไว้จนกว่าเธอจะพร้อมที่จะยอมรับมัน”

“แต่ตอนนี้เธอเสียพลังไป ข้าจะต้องทำยังไงถึงจะช่วยให้เธอฟื้นคืนพลังได้?” อิธานถามอย่างเร่งร้อน

“การคืนพลังนั้นไม่ใช่แค่การฟื้นฟูสิ่งที่เธอเสียไป แต่เป็นการปลุกพลังที่แท้จริงของเธอให้ตื่นขึ้น” วิญญาณแห่งปฐพีกล่าว “แต่การที่จะปลุกพลังนั้น เจ้าจะต้องเผชิญหน้ากับอดีตที่เธอไม่อยากเผชิญ ความเจ็บปวดและความกลัวที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจของเธอเป็นสิ่งที่เจ้าต้องเผชิญแทนเธอ”

อิธานนิ่งคิด เขารู้ว่าเอลิซ่าเคยมีบาดแผลในอดีต โดยเฉพาะเกี่ยวกับพลังด้านมืดที่เธอเคยพยายามควบคุมและมันทำให้เธอต้องสูญเสียบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญ แต่เขาไม่เคยรู้ว่ามันลึกซึ้งถึงเพียงนี้

“ข้าจะทำยังไง?” อิธานถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

วิญญาณแห่งปฐพีเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบ “เจ้าจะต้องเข้าสู่โลกแห่งจิตใจของเอลิซ่า ที่นั่นเจ้าและเธอจะต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ถูกปิดบังไว้ หากเจ้าและเธอสามารถเอาชนะความกลัวนี้ได้ พลังที่แท้จริงของเธอจะตื่นขึ้น และเธอจะกลายเป็นผู้ควบคุมพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในดินแดนนี้”

คาลิสที่ยืนเงียบมาตลอดก้าวเข้ามาข้างหน้า “โลกแห่งจิตใจเป็นสถานที่ที่ท้าทายและเต็มไปด้วยสิ่งที่คาดไม่ถึง อิธาน เจ้าจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม หากจิตใจของเจ้าถูกทำลาย เจ้าก็จะไม่มีวันกลับมาได้”

อิธานพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ข้าจะไป ข้าจะไม่ปล่อยให้ความกลัวครอบงำข้า และข้าจะช่วยเอลิซ่าให้ได้”

ลิเลียน่ามองเขาด้วยสายตาเป็นห่วง “เจ้ามีจิตใจที่กล้าหาญอิธาน ข้าเชื่อว่าเจ้าจะทำได้ แต่จำไว้ว่าในโลกแห่งจิตใจนั้น เจ้าอาจจะต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เจ้าอาจจะเห็นด้านมืดของคนที่เจ้ารัก...และแม้แต่ด้านมืดของตัวเจ้าเอง”

อิธานยืนอยู่หน้าประตูแห่งพลังวิญญาณ แสงสีเขียวเรืองรองรอบตัวเขาและส่องสว่างมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งทุกอย่างรอบตัวเขาเปลี่ยนไป ในชั่วพริบตาเดียว เขาพบว่าตัวเองอยู่ในที่ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสีดำสนิท มีเพียงเงาลางๆ ของตัวเองสะท้อนอยู่ในน้ำที่นิ่งสนิท

“ที่นี่คือ...โลกแห่งจิตใจของเอลิซ่า?” อิธานพึมพำกับตัวเอง

ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องที่เจือด้วยความเจ็บปวดก็ดังก้องขึ้นในความมืด อิธานรีบหันไปมองทางต้นเสียง เขาเห็นเงาร่างหนึ่งนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น เงานั้นดูคล้ายกับเอลิซ่า แต่ดวงตาของเธอเปล่งประกายเป็นสีแดงเข้ม ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความโกรธและความเจ็บปวด

“เจ้าจะหนีจากข้าไปได้หรือ?” ร่างเงานั้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “เจ้ารู้ดีว่าเจ้าคือส่วนหนึ่งของข้า เอลิซ่า”

อิธานรู้ทันทีว่านี่คือ "ด้านมืด" ของเอลิซ่า ด้านที่เธอพยายามหลบหนีและปฏิเสธมาตลอด มันคือพลังด้านมืดที่เธอเคยพยายามใช้และเกือบทำให้ทุกอย่างพินาศในอดีต

“เอลิซ่า!” อิธานตะโกนพร้อมกับวิ่งเข้าไปหาด้านมืดนั้น แต่เงามืดรอบๆ ตัวเธอกลับปกคลุมร่างของเอลิซ่าทันที ราวกับจะกลืนกินเธอทั้งหมด

“เจ้าไม่สามารถช่วยเธอได้” ด้านมืดของเอลิซ่าหัวเราะ “ความกลัวและความผิดพลาดในอดีตคือสิ่งที่เธอไม่อาจหลบหนีได้ และพลังที่เธอมีอยู่ มันก็คือส่วนหนึ่งของข้า”

อิธานหยุดยืนและจ้องมองเงามืดตรงหน้าเขา “เจ้าพูดผิด ความกลัวไม่ใช่สิ่งที่ทำลายเธอ ความกลัวคือสิ่งที่ทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้น!”

อิธานพุ่งเข้าไปหาเงานั้นพร้อมกับชักดาบเล็กๆ ที่คาลิสให้มา เขาฟาดฟันเงามืดนั้นจนมันเริ่มสลายตัวไป

“เอลิซ่า! ข้าจะช่วยเจ้า!” อิธานร้องออกมาขณะที่เงามืดค่อยๆ จางหายไป

เอลิซ่าที่แท้จริงปรากฏตัวขึ้นแทนเงามืดนั้น เธอยืนขึ้นอย่างอ่อนล้า ดวงตาของเธอกลับเป็นสีฟ้าเรืองรองเหมือนเดิม

“อิธาน...ข้า...” เอลิซ่าพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

“เจ้าทำได้แล้วเอลิซ่า” อิธานยิ้มให้เธอ “พลังของเจ้ากลับคืนมาแล้ว เพราะเจ้ากล้าที่จะเผชิญหน้ากับมัน”

ทันใดนั้น แสงสีฟ้าและสีดำที่หมุนวนอยู่รอบตัวเอลิซ่าก็รวมตัวกัน กลายเป็นพลังที่สมดุล เอลิซ่าสามารถควบคุมได้ทั้งพลังด้านสว่างและด้านมืด พลังที่แท้จริงของเธอได้ตื่นขึ้นแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 17: พลังที่ถูกลืม และตอนที่ 18: ความจริงที่ซ่อนเร้นและพลังที่แท้จริงของเอลิซ่า

คัดลอกลิงก์แล้ว