- หน้าแรก
- พลิกวิกฤตไอดอลตกอับ สู่เศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งญี่ปุ่น
- บทที่ 45 - คำเชิญเขียนบทวิจารณ์สังคม
บทที่ 45 - คำเชิญเขียนบทวิจารณ์สังคม
บทที่ 45 - คำเชิญเขียนบทวิจารณ์สังคม
บทที่ 45 - คำเชิญเขียนบทวิจารณ์สังคม
★★★★★
"ทุกคนมารวมตัวกันตรงนี้หน่อยค่ะ!"
เมื่อได้ยินเสียงเรียก ฮานิว ฮิเดกิที่กำลังปั่นต้นฉบับก็เงยหน้าขึ้นมา เขาเห็นฮิโรฮาชิ อาซาโกะยืนอยู่กลางออฟฟิศพลางกวักมือเรียกทุกคนให้เข้าไปหา
"ทุกคนคะ ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของโฆษณาโมรินางะ มิลค์ อินดัสทรีจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดความทุ่มเทของทุกคน ฉันขอเป็นตัวแทนขอบคุณทุกคนจากใจจริงค่ะ"
พูดจบฮิโรฮาชิ อาซาโกะก็โค้งคำนับพนักงานทุกคนก่อนจะกล่าวต่อ
"แต่ความสำเร็จเพียงครั้งเดียวไม่ใช่จุดหมายปลายทางของเรา บริษัทอุนโจเอย์กะจำเป็นต้องก้าวไปสู่ความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง พวกคุณทุกคนก็เช่นกัน ดังนั้นสำหรับการผลิตโฆษณาชิ้นต่อไปของซันโทรี่ ขอให้ทุกคนตั้งใจและทุ่มเทให้มากกว่าเดิมนะคะ..."
คำพูดปลุกใจของฮิโรฮาชิ อาซาโกะทำเอาฮานิว ฮิเดกิแอบเหม่อไปชั่วขณะ ความรู้สึกฮึกเหิมพลุ่งพล่านเหมือนตอนเป็นพนักงานบริษัทกลับมาอีกแล้ว
เขารีบส่ายหน้าเรียกสติ "นี่ฉันกำลังคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย ตอนนี้ฉันเป็นเจ้านายแล้วนะ ใครจะมาปลุกระดมฉันได้อีก"
"คุณฮานิว เป็นอะไรหรือเปล่าครับ"
อิโต ชินสึเกะเดินมายืนอยู่ข้างๆ ฮานิว ฮิเดกิตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"อ้าว คุณอิโตไม่ได้ไปถ่ายมิวสิกวิดีโอที่เหลืออยู่หรอกเหรอครับ ทำไมจู่ๆ ถึงกลับมาได้ล่ะ" ฮานิว ฮิเดกิถามด้วยความแปลกใจ
จะว่าไปแล้วในอุนโจเอย์กะตอนนี้ นอกจากฮิโรฮาชิ อาซาโกะ คนที่งานยุ่งที่สุดก็คงหนีไม่พ้นอิโต ชินสึเกะนี่แหละ
บริษัทอุนโจเอย์กะเติบโตเร็วเกินไปจนรับสมัครพนักงานไม่ทัน พนักงานทั่วไปยังพอถูไถหามาได้ แต่ตำแหน่งผู้กำกับนี่สิมีอิโต ชินสึเกะเป็นเสาหลักอยู่แค่คนเดียว
"ก็คุณฮานิวเคยบอกไว้ไม่ใช่เหรอครับว่าผมต้องเป็นกรรมการออดิชันด้วย"
"อ้อ เรื่องนี้นี่เอง ช่วงนี้ยุ่งๆ ผมเลยลืมไปสนิทเลย"
"คุณฮานิวไม่ต้องมาแกล้งตีเนียนเลยครับ อย่าคิดว่าผมไม่รู้นะว่าพวกคุณแอบล็อกมงกันเองลับหลังผมไปแล้ว" อิโต ชินสึเกะทำหน้ามุ่ยอย่างไม่สบอารมณ์
"ไม่มี๊ ไม่มีเรื่องแบบนั้นสักหน่อย" ฮานิว ฮิเดกิทำไก๋
"ผมไม่สนหรอก ยังไงผมก็จะไปเป็นกรรมการให้ได้ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยนะครับที่ผมจะได้เป็นกรรมการเนี่ย" อิโต ชินสึเกะดูจะยึดติดกับการเป็นกรรมการซะเหลือเกิน
"ผมว่าแทนที่จะมามัวตื่นเต้นกับการเป็นกรรมการ คุณอิโตเอาเวลาไปคิดหาทางดึงตัวโปรดิวเซอร์เก่งๆ มาร่วมงานกับบริษัทเราดีกว่านะครับ ไม่อย่างนั้นต่อไปงานล้นมือกว่านี้ ต่อให้คุณอิโตแยกร่างได้ก็คงต้องทำงานหนักจนตายแน่ๆ"
ฮานิว ฮิเดกิแอบกลัวว่าวันดีคืนดีเขาจะต้องไปเยี่ยมอีกฝ่ายที่โรงพยาบาล
"นั่นสินะครับ ถ้ามีคนมาช่วยแบ่งเบาภาระผมก็คงไม่ต้องโดนพวกคุณทิ้งไว้เบื้องหลังแบบนี้ เดี๋ยวผมต้องไปขอความช่วยเหลือจากอาจารย์สักหน่อยแล้ว"
"จนป่านนี้ผมยังไม่รู้เลยนะครับว่าอาจารย์ของคุณอิโตทำงานอยู่ที่ไหน" ฮานิว ฮิเดกิถามด้วยความอยากรู้
"อาจารย์ของผมทำงานอยู่ที่โรงถ่ายภาพยนตร์ของค่ายโชจิกุครับ"
"โอ้โห ดูท่าคุณอิโตเตรียมจะไปฉกคนของค่ายโชจิกุมาแล้วสินะครับเนี่ย" ฮานิว ฮิเดกิยิ้มเจ้าเล่ห์
"พูดอะไรแบบนั้นล่ะครับ ในสตูดิโอใหญ่ๆ มีคนตั้งเยอะแยะที่ขาดโอกาสแสดงฝีมือ ผมกำลังไปช่วยพวกเขาต่างหากล่ะ ถ้าจำไม่ผิดแฟนของคุณฮานิวก็อยู่สังกัดโชจิกุไม่ใช่เหรอครับ"
"ใช่ครับ ช่วงนี้เคโกะไปถ่ายแบบให้หน้านิตยสาร ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวันแล้วเนี่ย"
ประธานอาซาโกะกำลังยืนให้กำลังใจพนักงานอยู่ตรงนั้นแท้ๆ แต่หุ้นส่วนทั้งสองคนกลับมายืนเมาท์มอยกันอยู่ตรงนี้ แถมยังไม่รู้ตัวเลยว่าเสียงคุยของพวกเขามันดังจนกวนคนรอบข้าง และที่สำคัญคือไม่ได้สังเกตเห็นสายตาพิฆาตของประธานอาซาโกะเลยสักนิด
...
ป๊าบ ป๊าบ
ภายในห้องประชุม ฮิโรฮาชิ อาซาโกะม้วนเอกสารในมือแล้วเคาะหัวฮานิว ฮิเดกิกับอิโต ชินสึเกะไปคนละที
"เจ้าพวกบ้าสองคนนี่ ไม่เห็นหรือไงว่าฉันกำลังปลุกขวัญกำลังใจให้พนักงานอยู่ เป็นผู้บริหารแท้ๆ ไม่ช่วยกันแล้วยังจะมาคุยเสียงดังรบกวนคนอื่นอีก"
พอฮิโรฮาชิ อาซาโกะนึกขึ้นได้ว่าบทสนทนาไร้สาระของสองคนนี้ทำเอาพนักงานรอบข้างหลุดขำจนเสียบรรยากาศการปลุกใจที่เธออุตส่าห์เตรียมมาอย่างดี เธอก็รู้สึกทั้งโมโหทั้งขำในเวลาเดียวกัน
ฮานิว ฮิเดกิทำหน้ามุ่ย ไม่ใช่เพราะโกรธที่โดนตีหรอกนะ เขารู้ดีว่าฮิโรฮาชิ อาซาโกะไม่ได้คิดร้าย มันก็แค่การหยอกล้อกันขำๆ ประสาเพื่อนเท่านั้นแหละ
ช่วงนี้ฮิโรฮาชิ อาซาโกะงานยุ่งมากจนสะสมความเครียดไว้เยอะ การที่เขากับอิโต ชินสึเกะยอมเป็นกระสอบทรายให้เธอระบายอารมณ์บ้างก็ถือเป็นการช่วยเพื่อนคลายเครียดได้วิธีหนึ่ง
แต่ที่เขาเซ็งก็คือ ตอนนั้นคนที่โดนตีคู่กับเขาคือโยชิโอกะ โชตะ มาคราวนี้ก็เป็นเขากับอิโต ชินสึเกะ ทำไมถึงต้องมีเขาไปเอี่ยวด้วยทุกรอบเลยล่ะเนี่ย
เมื่อคิดได้ดังนี้ เขาก็หมายมั่นปั้นมือว่าคราวหน้าจะต้องหาโอกาสจับสองคนนั้นมาโดนคุณอาซาโกะตีแพ็กคู่ให้ได้เลย
เห็นได้ชัดว่าท่านประธานกรรมการบริษัทของเราไม่ได้สำนึกผิดเลยสักนิด แถมยังแอบวางแผนเตรียมหาเรื่องป่วนคนอื่นต่ออีกต่างหาก
"ว่าไง พวกคุณสองคนรู้ตัวไหมว่าทำผิด" ฮิโรฮาชิ อาซาโกะคาดคั้น
"พวกเรารู้ผิดแล้วครับ พวกเราไม่ควรไปขัดขวางการสร้างวัฒนธรรมองค์กรของท่านประธานอาซาโกะเลยครับ" อิโต ชินสึเกะรีบขอโทษด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับทำผิดมหันต์
ฮานิว ฮิเดกิหันไปมองแรงใส่อีกฝ่ายทันที ไอ้หมอนี่ช่างขี้ขลาดตาขาวจริงๆ ชิงยอมแพ้ไปก่อนซะงั้น
จากนั้นเขาก็รีบยกมือขึ้นประนม "ท่านประธานอาซาโกะ ผมผิดไปแล้วครับ"
อิโต ชินสึเกะที่อยู่ข้างๆ ก็ส่งสายตาดูแคลนกลับมาบ้าง เหมือนจะด่าทางสายตาว่า แหม เอ็งก็ปอดแหกไม่ต่างกันนั่นแหละ
ท่าทางเล่นใหญ่ของทั้งสองคนทำเอาฮิโรฮาชิ อาซาโกะหลุดขำออกมาจนได้
"พวกคุณสองคนนี่นะ ช่วยทำตัวให้สมกับเป็นผู้บริหารบริษัทหน่อยสิคะ หาวิธีสร้างความน่าเกรงขามบ้าง ไม่อย่างนั้นพนักงานจะเคารพพวกคุณได้ยังไง"
พอได้ยินแบบนั้น ฮานิว ฮิเดกิก็อดไม่ได้ที่จะเถียงในใจว่า ถ้าอยากให้พนักงานเคารพก็แค่จ่ายเงินเดือนโบนัสให้เยอะๆ ก็สิ้นเรื่องไม่ใช่หรือไง
แต่เขาก็ทำได้แค่คิดในใจเท่านั้นแหละ ในเมื่อตกลงกันแล้วว่าจะมอบหมายให้ฮิโรฮาชิ อาซาโกะดูแลการบริหารบริษัท เขาก็ควรจะก้าวก่ายให้น้อยที่สุด ต้องเคารพสิทธิ์ในการตัดสินใจของเพื่อนสิ
หลังจากหยอกล้อกันพอหอมปากหอมคอ ฮิโรฮาชิ อาซาโกะก็เริ่มแจกแจงงาน
"คุณโยชิโอกะออกไปคุยกับลูกค้าที่สนใจจะร่วมงานกับเรา ส่วนฉันก็ยุ่งจนปลีกตัวไปไหนไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นรอบคัดเลือกช่วงบ่ายนี้คงต้องฝากพวกคุณสองคนจัดการแล้วล่ะค่ะ"
"เยี่ยมไปเลย ผมจะได้เป็นกรรมการสักที" อิโต ชินสึเกะยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้น
"แล้วทางเดนสึกับซันโทรี่จะส่งคนมาไหมครับ" ฮานิว ฮิเดกิถาม
ในเมื่อมีผู้สมัครในดวงใจอยู่แล้ว ฮานิว ฮิเดกิก็แอบกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น อย่างเช่นทางลูกค้าอาจจะอยากยัดเยียดคนของตัวเองเข้ามาอะไรทำนองนั้น
"เรื่องนี้เราตกลงกันเรียบร้อยแล้วค่ะ สำหรับนักแสดงนำทั้งสามคนพวกเขาจะให้สิทธิ์เราเป็นคนตัดสินใจหลัก แต่ตัวละครประกอบอื่นๆ ในโฆษณา ทางเดนสึขอโควตาให้คนของพวกเขาค่ะ"
"เรื่องนั้นไม่มีปัญหาครับ" ฮานิว ฮิเดกิตอบอย่างไม่ใส่ใจ
เขาขอแค่ได้นักแสดงนำสามคนตามที่เล็งไว้ก็พอ ส่วนนักแสดงประกอบคนอื่นๆ จะเป็นใครเขาไม่สนใจหรอก
ก็เหมือนตอนถ่ายโฆษณาไอศกรีมนั่นแหละ นอกจากมัตสึดะ เซโกะที่พวกเขารีเควสต์ไปเองแล้ว ตัวประกอบที่เหลือฮากุโฮโดก็เป็นคนยัดเยียดมาให้ทั้งนั้น
รอบตัวของบริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ทั้งสองแห่งนี้ มีบริษัทเอเจนซีที่ดูแลนางแบบโฆษณาและนางแบบกราเวียร์รายล้อมอยู่เต็มไปหมด ซึ่งวงการนี้แหละที่เป็นแหล่งรวมของธรรมเนียมเต้าไต่แลกงานอันเลื่องชื่อ
"อ้อ จริงสิ มีจดหมายเชิญส่งมาถึงคุณฮานิวด้วยนะคะ ฉันวางไว้บนโต๊ะน่ะ"
ฮิโรฮาชิ อาซาโกะพูดพลางหยิบซองจดหมายยื่นให้ฮานิว ฮิเดกิ
"ส่งมาหาผมเหรอครับ"
ฮานิว ฮิเดกิรับซองมาเปิดดู พอเห็นเนื้อหาข้างในเขาก็ทำหน้าแปลกๆ
"อะไรเหรอครับ" อิโต ชินสึเกะสวมวิญญาณคนอยากรู้อยากเห็นทันที
"จดหมายเชิญจากหนังสือพิมพ์อาซาฮีชิมบุนน่ะครับ เขาเชิญให้ผมไปเขียนบทความลงคอลัมน์วิจารณ์สังคม"
ฮานิว ฮิเดกิยื่นจดหมายเชิญให้อิโต ชินสึเกะดู
พออิโต ชินสึเกะเห็นก็ร้องอุทานด้วยความประหลาดใจ "เชิญคุณฮานิวไปเป็นนักวิจารณ์สังคมจริงๆ ด้วย ทำไมจู่ๆ ถึงมาเชิญคุณฮานิวได้ล่ะเนี่ย"
"ผมก็เป็นนักเขียนเหมือนกันนะ การที่เขาจะเชิญผมไปเขียนบทวิจารณ์สังคมมันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือไง"
ยังไงซะฮานิว ฮิเดกิก็ได้รับการขนานนามว่าเป็นอาจารย์ของประชาชนอยู่แล้ว ถ้าไม่เขียนด่ารัฐบาลญี่ปุ่นสักสองสามประโยค ก็คงรู้สึกกระดากใจที่จะใช้ฉายานี้ต่อไป
แต่สำหรับคำเชิญในครั้งนี้ เขาเดาว่าน่าจะเป็นผลพวงมาจากกระแสโฆษณาตัวล่าสุดอย่างแน่นอน
"แล้วคุณฮานิวคิดไว้หรือยังครับว่าจะเขียนวิจารณ์เรื่องอะไร" อิโต ชินสึเกะถาม
"เรื่องพวกนั้นน่ะหลับตาเขียนยังได้เลย" ฮานิว ฮิเดกิตอบอย่างมั่นใจ
ล้อเล่นหรือเปล่า ท่องกลอนถังได้สามร้อยบท ต่อให้แต่งกลอนไม่เป็นก็ยังพอจะท่องจำได้ล่ะน่า
ประเทศนี้มันเป็นอะไรไป ประชาชนเสียเปรียบตลอด ฉันล่ะได้แต่ครุ่นคิด นี่มันต้องเป็นความผิดของระบบแน่ๆ บทความสำเร็จรูปของพวกปัญญาชนมีให้คัดลอกตั้งเยอะแยะ
ทว่าพอคิดถึงพล็อตโฆษณาเครื่องดื่ม คิวตี้ ที่กำลังจะถ่ายทำเร็วๆ นี้ บางทีเขาอาจจะใช้ประโยชน์จากคำเชิญของหนังสือพิมพ์อาซาฮีชิมบุนในครั้งนี้ได้เหมือนกันนะ
[จบแล้ว]