- หน้าแรก
- พลิกวิกฤตไอดอลตกอับ สู่เศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งญี่ปุ่น
- บทที่ 8 - ภาพที่จะทำให้สาวๆ ต้องเก็บไปฝันวาบหวิว
บทที่ 8 - ภาพที่จะทำให้สาวๆ ต้องเก็บไปฝันวาบหวิว
บทที่ 8 - ภาพที่จะทำให้สาวๆ ต้องเก็บไปฝันวาบหวิว
บทที่ 8 - ภาพที่จะทำให้สาวๆ ต้องเก็บไปฝันวาบหวิว
★★★★★
ฮานิว ฮิเดกิเข้าไปรออยู่ในห้องรับรองจนกระทั่งใกล้จะถึงเวลาเริ่มงาน คิตาฮาระ เอริจึงพาเขาไปยังห้องแถลงข่าวซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน
เมื่อเดินเข้าไปเขาก็พบว่าในห้องมีคนอยู่เยอะแยะมากมาย ทั้งทีมงานจากฟูจิทีวีที่มาเตรียมถ่ายทอดสด ทีมงานจากโชงากูกังที่รับหน้าที่จัดงาน และเหล่าคณะกรรมการตัดสินผลงาน
ระหว่างที่รอเริ่มงาน เขาก็ขอให้คิตาฮาระ เอริช่วยแนะนำให้เขารู้จักและเข้าไปทักทายทุกคนในห้อง
กลุ่มแรกที่เขาเข้าไปทักทายก็คือคณะกรรมการ และแน่นอนว่าเขาต้องเข้าไปขอบคุณโกมิ ทาโร่อย่างเป็นทางการ อุตส่าห์ลอกผลงานของเขามา แถมเขายังเป็นป๋าดันให้ได้รางวัลอีก การเข้าไปแสดงความขอบคุณย่อมเป็นสิ่งที่สมควรทำอยู่แล้ว
อาจเป็นเพราะถูกใจในผลงานของเขา โกมิ ทาโร่จึงมีท่าทีเป็นมิตรกับเขามาก แถมยังเอ่ยปากชวนให้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันบ่อยๆ ในวันข้างหน้าด้วย
แต่เมื่อเทียบกับท่าทีเป็นมิตรของโกมิ ทาโร่แล้ว กรรมการอาวุโสท่านอื่นๆ กลับมีท่าทีที่เฉยเมยอย่างเห็นได้ชัด บางคนก็แสดงออกถึงความเย็นชาจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
บางคนถึงกับแอบนินทาไล่หลังทันทีที่เขาเดินคล้อยไปว่าการแต่งตัวของเขาในวันนี้มันก็แค่การเรียกร้องความสนใจเท่านั้นแหละ
ฮานิว ฮิเดกิไม่ได้ยินคำพูดเหล่านั้นหรอกนะ แต่ถ้าเขาบังเอิญได้ยินเข้า เขาก็คงจะยอมรับกันตรงๆ ไปเลย เพราะในมุมมองของเขา เขาก็กำลังเรียกร้องความสนใจอยู่จริงๆ นั่นแหละ ก็พวกตาแก่หัวโบราณพวกนี้ไม่รู้จักคำว่าการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยความสนใจของสังคมนี่นา
หลังจากทักทายคณะกรรมการเสร็จ คิตาฮาระ เอริก็พาเขาไปทักทายผู้มอบรางวัลจากทางโชงากูกัง ซึ่งก็คือ โอกะ มาซาฮิโระ ลูกชายคนโตของโอกะ เท็ตสึโอะ ประธานบริษัทโชงากูกังคนปัจจุบัน และเขาก็รั้งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายบริหารของโชงากูกังด้วย
อีกฝ่ายมีท่าทีราบเรียบกับเขามาก ซึ่งเขาก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจอะไร ก็เขาไม่ใช่ธนบัตรดอลลาร์สักหน่อย จะให้ใครต่อใครมาหลงรักตั้งแต่แรกเห็นได้ยังไงกัน
และกลุ่มสุดท้ายที่เขาเข้าไปทักทายก็คือทีมงานจากฟูจิทีวี ซึ่งต่างจากโอกะ มาซาฮิโระอย่างลิบลับ พวกเขาต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นมาก
โดยเฉพาะ มินาโตะ โคอิจิ ผู้กำกับรายการถ่ายทอดสดหนุ่มไฟแรงที่แทบจะเก็บอาการตื่นเต้นไว้ไม่อยู่
นับตั้งแต่ ชิกาไน ฮารุโอะ เข้ารับตำแหน่งรองประธานสถานีฟูจิทีวีเมื่อปีที่แล้ว เพื่อกอบกู้เรตติ้งที่ตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง เขาก็เริ่มทำการปฏิรูปครั้งใหญ่ การตั้งฝ่ายผลิตรายการขึ้นมาใหม่และเน้นพัฒนาศักยภาพในการผลิตรายการก็เป็นหนึ่งในนโยบายหลัก
และมินาโตะ โคอิจิที่เพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่ในฝ่ายผลิตรายการใหม่นี้ เขาก็ตั้งใจจะโชว์ฝีมือสร้างผลงานอย่างเต็มที่ แต่ใครจะไปคิดว่าเขาดันถูกส่งมารับผิดชอบงานถ่ายทอดสดงานประกาศรางวัลทางวรรณกรรมที่แสนจะน่าเบื่อแบบนี้ เขารู้สึกท้อแท้และมั่นใจเลยว่ายอดคนดูรายการนี้จะต้องพังพินาศแน่ๆ
ประเดิมงานแรกก็ไม่มีผลงานซะแล้ว พวกเบื้องบนเขาไม่มานั่งฟังข้ออ้างหรอกนะ ความผิดทั้งหมดต้องตกเป็นของผู้รับผิดชอบหลักอย่างเขาเต็มๆ มินาโตะ โคอิจิรู้สึกเหมือนอนาคตของเขากำลังจะมืดดับลง ความฝันที่จะก้าวขึ้นเป็นประธานสถานีโทรทัศน์คงต้องจบลงเพียงเท่านี้
แต่ทว่าเมื่อฮานิว ฮิเดกิเดินเข้ามาทักทายและได้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาจนสาวๆ ต้องใจเต้นรัว เขาก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที และคิดว่าเรตติ้งรายการนี้อาจจะยังมีทางกอบกู้ได้
กลุ่มคนดูหลักในช่วงเวลานี้คือเหล่าแม่บ้าน ซึ่งพวกเธอก็คงจะชอบเด็กหนุ่มหน้าตาดีแบบนี้เป็นแน่
ทันทีที่ฮานิว ฮิเดกิเดินคล้อยหลังไป มินาโตะ โคอิจิก็รีบเรียกตากล้องมากำชับทันที "จำหน้าฮานิว ฮิเดกิคนเมื่อกี้ไว้นะ พอเริ่มประกาศรางวัลเมื่อไหร่ ให้จับภาพไปที่เขาเป็นหลักเลย"
"เป็นหลักเหรอครับ แต่นี่มันงานประกาศรางวัลนิทานภาพนะครับ" ตากล้องถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
"ไอ้บ้า ลืมเรื่องงานประกาศรางวัลบ้าบอนั่นไปซะ จงถ่ายทอดสดครั้งนี้ให้เหมือนกับกำลังถ่ายคอนเสิร์ตไอดอล ฮานิว ฮิเดกิคนนั้นคือจุดศูนย์กลางเพียงหนึ่งเดียว สิ่งที่ฉันต้องการคือภาพที่จะทำให้ผู้ชมสาวๆ ทางบ้านทุกคนต้องเก็บไปฝันวาบหวิวกันคืนนี้!"
"มันจะไม่ดูแปลกไปหน่อยเหรอครับ" ตากล้องรู้สึกหนักใจที่จะต้องเปลี่ยนงานประกาศรางวัลวรรณกรรมอันทรงเกียรติให้กลายเป็นเวทีโชว์ตัวไอดอล
"นายมีหน้าที่ถ่ายก็ถ่ายไปเถอะ ถ้ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นฉันรับผิดชอบเอง!"
เมื่อนึกถึงสโลแกนใหม่ที่รองประธานชิกาไน ฮารุโอะผู้เป็นที่เคารพรักได้ตั้งไว้ให้กับฟูจิทีวีที่ว่า ถ้าไม่สนุกก็ไม่ใช่ทีวี มินาโตะ โคอิจิก็มั่นใจว่าสิ่งที่เขาตัดสินใจนั้นถูกต้องแล้ว
ได้เห็นนักเขียนหนุ่มหล่อกระชากใจขนาดนี้ มีหรือที่ผู้ชมสาวๆ จะไม่สนุกและมีความสุข
...
เมื่อถึงเวลาสิบโมงตรง ท่ามกลางเสียงประกาศของพิธีกรและกล้องถ่ายทอดสดของฟูจิทีวี งานประกาศรางวัลก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
ที่เขตอาซาฮิในเมืองโอซาก้า อิงาวะ โคฮารุ คุณแม่ลูกหนึ่งวัยสามขวบที่มีสามีเป็นพนักงานธนาคารกำลังนั่งดูทีวีอยู่
เนื่องจากเธอชอบอ่านนิทานให้ลูกสาวฟังและซื้อนิทานภาพอยู่เป็นประจำ เธอจึงให้ความสนใจกับการประกวดนิทานภาพของโชงากูกังและตั้งตารอชมการถ่ายทอดสดงานประกาศรางวัลในครั้งนี้
ขณะที่เธอกำลังดูถ่ายทอดสดไปพร้อมกับทำงานบ้าน เธอก็พบว่านักเขียนที่ได้รับรางวัลถ้าไม่ใช่รุ่นใหญ่หน้าตาใจดีก็เป็นนักเขียนหน้าใหม่ที่หน้าตาธรรมดาๆ แรงดึงดูดของงานประกาศรางวัลเริ่มจะสู้เสียงนุ่มๆ ของพิธีกรไม่ได้แล้วสิ
แต่ในความทรงจำของเธอ ภาพลักษณ์ของนักเขียนก็คงประมาณนี้แหละ การไม่มีอะไรหวือหวาก็ถือเป็นเรื่องปกตินี่นา สิ่งที่ทุกคนคาดหวังจากนักเขียนก็คือผลงานต่างหาก จะมีใครไปซื้อหนังสือเพราะหน้าตาของนักเขียนกันล่ะ
และในขณะเดียวกันที่เมืองเซนได จังหวัดมิยางิ ครอบครัวของฮานิว ฮิเดกิกำลังนั่งล้อมวงดูทีวีกันอยู่
ฮานิว ยุย น้องสาววัยสิบขวบ นั่งจ้องทีวีอยู่นานก็ยังไม่เห็นวี่แววของพี่ชาย เธอจึงเริ่มโวยวาย "ทำไมยังไม่เห็นพี่ชายเลยล่ะ วันนี้หนูอุตส่าห์ลางเรียนเพื่อมารอดูพี่ชายเลยนะ"
พอเธอพูดจบ ฮานิว ริเออิ ผู้เป็นพ่อที่นั่งตัวตรงแหน่วอยู่ข้างๆ ก็ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอทันที "แค่เรื่องแค่นี้ถึงกับโดดเรียนเลยเหรอ เดี๋ยวตอนบ่ายทั้งยุยและฮิเดโทชิต้องไปขอโทษคุณครูด้วย"
ส่วนลูกคนรองอย่างฮานิว ฮิเดโทชิที่อยู่ดีๆ ก็โดนหางเลขไปด้วย ก็รีบหันไปถลึงตาใส่น้องสาวทันที
แต่ฮานิว ยุยกลับไม่ยอมแพ้ เธอเถียงกลับเสียงอ่อย "ก็คุณพ่อยังลางานเลยนี่นา..."
ฮานิว ริเออิที่โดนลูกสาวตอกกลับก็เตรียมจะอ้าปากดุ แต่จู่ๆ โซโนโกะผู้เป็นภรรยาก็สะกิดเตือน "เขาจะมอบรางวัลให้ฮิเดกิแล้วค่ะ"
พอหันกลับไปมองที่หน้าจอทีวี ฮานิว ริเออิก็เห็นว่าพิธีกรมาดสุขุมกำลังพูดแนะนำฮานิว ฮิเดกิ ลูกชายคนโตของเขาอยู่
"และผู้ที่จะขึ้นมารับรางวัลยอดเยี่ยมจากฟูจิทีวีในลำดับต่อไปก็คือ คุณฮานิว ฮิเดกิ แม้นักเขียนท่านนี้จะมีอายุเพียงสิบแปดปี แต่ผลงานเรื่อง จระเข้กลัวหมอฟัน หมอฟันกลัวจระเข้ ของเขากลับใช้ภาพวาดและตัวหนังสือที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความไร้เดียงสาของเด็ก มาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวอันแสนวิเศษ แสดงให้เห็นถึงทักษะด้านศิลปะอันยอดเยี่ยม และมุมมองทางสุนทรียศาสตร์ที่น่าทึ่ง..."
ท่ามกลางคำบรรยายอันสวยหรูของพิธีกร ฮานิว ฮิเดกิก็ปรากฏตัวขึ้นบนจอทีวีแบบสดๆ เป็นครั้งแรกในชีวิต
และตากล้องก็ปฏิบัติตามคำสั่งของมินาโตะ โคอิจิอย่างเคร่งครัด ทันทีที่ฮานิว ฮิเดกิก้าวขึ้นมา สไตล์การถ่ายทอดสดก็เปลี่ยนไปราวกับพลิกฝ่ามือ จากบรรยากาศงานประกาศรางวัลอันศักดิ์สิทธิ์กลายสภาพเป็นเวทีคอนเสิร์ตไอดอลในพริบตา มุมกล้องซูมเข้าจับจ้องไปที่ฮานิว ฮิเดกิแต่เพียงผู้เดียว
ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติ ชุดสูทที่เข้ารูปดูดีทุกระเบียดนิ้ว และออร่าความเย้ายวนที่ถูกกดทับไว้ภายใต้แว่นตากรอบทอง ลุคหนุ่มแว่นมาดนิ่งแต่ร้ายลึกที่ถูกรังสรรค์มาเป็นอย่างดีนั้น ราวกับระเบิดนิวเคลียร์ทางสายตาที่ระเบิดตู้มและแผ่รังสีทำลายล้างผ่านหน้าจอทีวีไปทุกครัวเรือน
"คุณแม่ นี่พี่ชายจริงๆ เหรอคะ" ฮานิว ยุยหันไปถามโซโนโกะด้วยความตกตะลึง
ฮานิว ฮิเดกิไม่ได้กลับบ้านมาสองปีแล้ว ความทรงจำเดียวที่ยุยมีเกี่ยวกับพี่ชายก็คือภาพผู้ชายร่างผอมบางที่มีเค้าโครงหน้าคล้ายแม่แบบเลือนราง
ดังนั้นเมื่อได้เห็นฮานิว ฮิเดกิในเวอร์ชั่นปัจจุบันโผล่มาบนจอทีวี ซึ่งมันช่างแตกต่างกับภาพพี่ชายในหัวของเธอราวฟ้ากับเหว จึงไม่แปลกที่ฮานิว ยุยจะแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
"ก็น่าจะ... ใช่แหละจ้ะ"
อย่าว่าแต่ฮานิว ยุยเลย ขนาดฮานิว โซโนโกะเองก็ยังอึ้งไปเหมือนกัน
ถึงแม้ช่วงนี้เธอจะได้คุยโทรศัพท์กับลูกชายอยู่หลายครั้ง แต่นั่นมันก็แค่ได้ยินเสียง ไม่ได้เห็นหน้า เธอจินตนาการไม่ออกเลยจริงๆ ว่าเวลาแค่สองปีที่ไม่ได้เจอกัน ลูกชายของเธอจะเปลี่ยนไปราวกับเกิดใหม่ได้ขนาดนี้
ถ้าไม่ได้เค้าโครงหน้าเดิมที่พอมองออกว่าเป็นใคร ฮานิว โซโนโกะก็คงไม่กล้าฟันธงเหมือนกับลูกสาวนั่นแหละ
"ถ้าผมหล่อได้สักครึ่งของพี่ก็คงดีสินะ"
แม้ฮานิว ฮิเดโทชิลูกชายคนรองจะตกใจกับการเปลี่ยนแปลงของพี่ชาย แต่ในหัวเขากลับเอาแต่คิดว่า ถ้าเขาหล่อได้สักครึ่งของพี่ ตอนไปแข่งเบสบอลคงมีสาวๆ ตามมาเชียร์เพียบแน่ๆ
ช่วยไม่ได้ ก็หน้าตาของเขาดันไปถอดแบบมาจากพ่อจอมเจ้าระเบียบซะนี่ ซึ่งมันไม่ใช่สเปกที่สาวๆ สมัยนี้จะกรี๊ดกันเลยสักนิด
ทว่าคนที่นิ่งที่สุดกลับเป็นฮานิว ริเออิผู้เป็นพ่อ เขาไม่เอ่ยปากพูดอะไร และเดาไม่ออกเลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
ในขณะเดียวกัน อิงาวะ โคฮารุ คุณแม่บ้านก็เห็นฉากเปิดตัวของฮานิว ฮิเดกิเช่นกัน และความสนใจทั้งหมดของเธอก็ถูกดูดกลืนไปในทันที
พิธีกรมาดสุขุมเหรอ รางวัลใหญ่ที่ยังไม่ได้ประกาศเหรอ หรือแม้แต่ความคิดที่ว่าคงไม่มีใครซื้อหนังสือเพราะหน้าตานักเขียนเหรอ ทุกอย่างปลิวหายไปจากหัวเธอจนหมดสิ้น
ในสายตาของคุณแม่บ้านตอนนี้ มีเพียงฮานิว ฮิเดกิที่อยู่ในจอทีวีเท่านั้น
ใบหน้าของฮานิว ฮิเดกิ รูปร่างของฮานิว ฮิเดกิ และเสน่ห์อันเหลือร้ายของฮานิว ฮิเดกิที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ
ไม่รู้ว่านักเขียนหนุ่มสุดหล่อคนนี้จะสนใจมารับจ้างสอนวาดรูปให้เด็กๆ ไหมนะ
ถ้าจ้างจะต้องจ่ายสักเท่าไหร่กัน
แล้วถ้าเขามาสอนลูกสาวที่บ้านด้วยลุคเดียวกับในทีวีเป๊ะๆ การที่เธอจะยกผลไม้ไปต้อนรับเขา มันจะดูเสียมารยาทไปไหมนะ
หรือว่าบางทีเธออาจจะชวนเขาดริ๊งก์สาเกสักหน่อยก็คงจะดี
แล้วหลังจากดริ๊งก์เสร็จล่ะ...
อิงาวะ โคฮารุหน้าแดงซ่าน เธอสะบัดหัวแรงๆ ราวกับจะสลัดจินตนาการสุดหวิวที่ทำให้เธอหน้าแดงพวกนั้นออกไปจากหัว
และในวินาทีนี้ ผู้หญิงที่โดนเสน่ห์ของฮานิว ฮิเดกิตกจนเก็บไปจินตนาการเตลิดเปิดเปิงนั้น ไม่ได้มีแค่อิงาวะ โคฮารุเพียงคนเดียวอย่างแน่นอน
ณ บ้านเดี่ยวหลังหนึ่งในเขตสึงินามิ กรุงโตเกียว ขณะที่ผู้เป็นแม่กำลังง่วนอยู่กับการทำมื้อเที่ยง ลูกสาววัยรุ่นที่กำลังดูทีวีก็ตะโกนลั่นขึ้นมา "คุณแม่ รีบมาดูเร็ว นักเขียนคนนี้หล่อลากไส้เลย"
"นักเขียนก็มีแต่พวกตาแก่หัวโบราณทั้งนั้นแหละ จะไปหล่อได้ยังไง"
แม้ปากจะบ่น แต่คนเป็นแม่ก็อดไม่ได้ที่จะเดินมาดู แล้วเธอก็ต้องตกหลุมพรางเสน่ห์อันเหลือร้ายของฮานิว ฮิเดกิไปพร้อมกับลูกสาวอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
[จบแล้ว]