- หน้าแรก
- ยุคเปลี่ยนอาชีพ ฝ่าวิกฤตแดนลับอสูร
- บทที่ 37 มอนสเตอร์กุ่ยระดับขุนพล
บทที่ 37 มอนสเตอร์กุ่ยระดับขุนพล
บทที่ 37 มอนสเตอร์กุ่ยระดับขุนพล
บทที่ 37 มอนสเตอร์กุ่ยระดับขุนพล
เมื่อแต้มสถานะเพิ่มสูงขึ้น ความมั่นใจในใจของหยวนเกอก็ยิ่งมีมากขึ้นตามไปด้วย
เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด ความหวาดกลัวทั้งมวล ล้วนมาจากความแข็งแกร่งที่ไม่เพียงพอ
ขอเพียงตัวเองแข็งแกร่งพอ ปัญหาทั้งหมดก็จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
เมื่อมองดูมอนสเตอร์กุ่ยเหล่านี้ที่กำลังส่งเสียงร้องโหยหวนระงม ภายในใจของหยวนเกอกลับไม่มีความหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย
เขาทำเพียงแค่มุ่งเป้าไล่ล่ามอนสเตอร์กุ่ยระดับยอดฝีมืออย่างเอาเป็นเอาตาย
ด้ายวิญญาณตัดสลับไปมาทั่วทั้งหุบเขา ไม่ว่ามันจะพาดผ่านไปทางไหน ย่อมต้องมีมอนสเตอร์กุ่ยถูกทะลวงร่างและถูกหั่นจนเนื้อขาดกระจุย
ส่วนพวกลูกแก้วกุ่ยที่ดรอปมาจากการล่า หยวนเกอไม่มีเวลาแม้แต่จะไปตามเก็บพวกมันด้วยซ้ำ
ผลลัพธ์ของระเบิดแสงกุ่ยมีระยะเวลาจำกัด การฉวยโอกาสกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซากในตอนที่กำลังปั่นป่วน ถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด
ไม่อย่างนั้น หากรอจนพวกมันฟื้นตัวกลับมาได้ ลำพังแค่พวกเขาสามคน ย่อมไม่มีทางรับมือกับฝูงมอนสเตอร์กุ่ยเหล่านี้ได้อย่างแน่นอน
ชั้วะ ชั้วะ...
ด้ายวิญญาณสานตัวกันยั้วเยี้ย ถูกหยวนเกอขึงดักเอาไว้ทั่วทั้งหุบเขา
มีมอนสเตอร์กุ่ยพุ่งชนเข้ากับด้ายวิญญาณอย่างต่อเนื่องและถูกตัดร่างจนแหว่งวิ่น
สำหรับการรับมือกับมอนสเตอร์กุ่ยระดับทหารพเนจร หยวนเกอไม่จำเป็นต้องใช้สกิลตัดเลยด้วยซ้ำ อาศัยเพียงแค่ความเหนียวของตัวด้ายวิญญาณเอง ก็สามารถหั่นร่างของพวกมันได้อย่างง่ายดาย
ทว่า หากจะตัดร่างมอนสเตอร์กุ่ยระดับยอดฝีมือ มันกลับยากกว่านั้นมาก
บ่อยครั้งที่มอนสเตอร์กุ่ยระดับยอดฝีมือจะกระชากด้ายวิญญาณขาดไปหลายเส้น ก่อนจะทนพิษบาดแผลไม่ไหวและตายเพราะเสียเลือดมาก
แน่นอนว่า หากหยวนเกอเปิดใช้งานสกิลตัดล่ะก็ เขายังคงสามารถจัดการกับมอนสเตอร์กุ่ยระดับยอดฝีมือได้อย่างสบายๆ
"สามสิบสามตัว สามสิบสี่ตัว..."
หยวนเกอไล่เก็บเกี่ยวมอนสเตอร์กุ่ยระดับยอดฝีมือไปพลาง คำนวณตัวเลขในใจไปพลาง
【ติ๊ง... ตกปลาสำเร็จ ความคล่องตัว +1, พลังกาย +1!】
...
โฮก...
จนกระทั่งหยวนเกอจัดการมอนสเตอร์กุ่ยระดับยอดฝีมือไปได้กว่าห้าสิบตัว เสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดก็ดังกึกก้องออกมาจากส่วนลึกของหุบเขา
วินาทีต่อมา กลิ่นอายพลังที่แฝงไปด้วยแรงกดดันอันมหาศาลก็ม้วนตัวพัดโหมออกมาจากด้านใน
"นี่มัน... มอนสเตอร์กุ่ยระดับขุนพล ในที่สุดก็ไปกระตุ้นมันจนได้สินะ?"
ในเวลานี้ แววตาของลั่วอิ๋งอิ๋งและเหลิ่งเจียเยว่ต่างก็ฉายแววหวาดผวาออกมา เดิมทีพวกเธอคิดว่า เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์กุ่ยระดับขุนพล พวกเธอน่าจะยังพอมีแรงสู้ได้บ้าง
แต่เมื่อได้มาเผชิญหน้ากับมันจริงๆ พวกเธอถึงได้รู้ว่า ตัวเองคิดผิด
ผิดมหันต์เลยล่ะ
มอนสเตอร์กุ่ยระดับขุนพล เมื่อนำมาเทียบกับมอนสเตอร์กุ่ยระดับยอดฝีมือแล้ว มันคือพลังระดับบดขยี้อย่างสมบูรณ์แบบ
โฮก...
ตึง...
ตึง...
ตึง...
เสียงฝีเท้าสะเทือนเลื่อนลั่นดังก้องไปทั่ว แม้แต่พวกกิ้งก่ายักษ์ตาแดงที่ถูกระเบิดแสงกุ่ยจนตาบอด
ก็ยังตื่นตระหนกตกใจและพากันวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไปอีกทาง
ส่งผลให้มีมอนสเตอร์กุ่ยพุ่งชนเข้ากับด้ายวิญญาณที่หยวนเกอวางดักไว้มากยิ่งขึ้น ร่างกายถูกหั่น เนื้อหนังถูกฉีกกระชาก
บริเวณทางเข้าหุบเขาทั้งหมด แปรสภาพกลายเป็นขุมนรกโลกันตร์ไปแล้ว
เพียงแค่เศษซากเนื้อเหล่านั้น ก็กองพะเนินเป็นภูเขาเลากา
เลือดสดๆ ไหลนอง ย้อมทั่วทั้งหุบเขาให้กลายเป็นสีแดงฉาน
"เหลิ่งเจียเยว่ แช่แข็งทางเข้าหุบเขาทั้งสองฝั่งซะ อย่าปล่อยให้ไอ้ยักษ์นั่นหลุดออกไปได้"
ในตอนนั้นเอง เงาร่างสายหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมาจากในหุบเขา
วินาทีต่อมา หยวนเกอก็สะบัดด้ายวิญญาณนับร้อยเส้นออกไป
พุ่งทะลวงเข้าไปในกองภูเขาศพและทะเลเลือดเหล่านั้น
เพียงไม่นาน ลูกแก้วกุ่ยทีละลูกๆ ก็ถูกด้ายวิญญาณของหยวนเกอม้วนกลับมา
"ถอย!"
สิ้นคำสั่งของหยวนเกอ ไม่ว่าจะเป็นลั่วอิ๋งอิ๋งหรือเหลิ่งเจียเยว่ต่างก็ใจกระตุกวูบ
โดยเฉพาะเหลิ่งเจียเยว่ เธอรีบโบกคทาเวทน้ำแข็งในมือทันที
"เหมันต์ระเบิด!"
เสียงท่องมนตร์อันหนักแน่นหลุดรอดออกมาจากปากของเหลิ่งเจียเยว่
วินาทีต่อมา ไอเย็นรอบด้านก็รวมตัวกันอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นลูกบอลน้ำแข็งขนาดยักษ์ขึ้นกลางอากาศ
ตู้ม...
ลูกบอลน้ำแข็งยังไม่ทันตกลงสู่พื้น ก็ระเบิดออกกลางอากาศเสียก่อน
ชั่วพริบตา ความหนาวเย็นยะเยือกที่เสียดแทงไปถึงกระดูกก็เข้าปกคลุมบริเวณทางเข้าหุบเขา ซากศพและเลือดสดๆ เมื่ออยู่ภายใต้ความเย็นจัดระดับสุดยอดนี้
ก็จับตัวแข็งเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว
ราวกับภูเขาศพที่ถูกแช่แข็งเอาไว้
เธอใช้วิธีเดียวกันนี้ แช่แข็งทางเข้าหุบเขาทั้งสองฝั่งเพื่อปิดตายเส้นทางจนหมดสิ้น
ตู้ม...
ตึง...
ภายในหุบเขา ฝูงมอนสเตอร์กุ่ยยังคงวิ่งพล่านไปทั่ว
ด้ายวิญญาณที่หยวนเกอวางดักไว้ ก็ยังคงเก็บเกี่ยวชีวิตมอนสเตอร์กุ่ยที่กำลังแตกตื่นเหล่านั้นไปเป็นระยะๆ
โฮก...
ในที่สุด มอนสเตอร์กุ่ยระดับขุนพลก็พุ่งทะยานออกมา รูปร่างของมันใหญ่โตมโหฬาร ความสูงเทียบเท่าตึกสามชั้นเลยทีเดียว
ไม่ว่ามันจะก้าวผ่านไปทางไหน พวกมอนสเตอร์กุ่ยระดับทหารพเนจรที่หลบไม่ทัน ก็จะถูกมันเหยียบจนแหลกเละเป็นกองเนื้อทันที
ส่วนพวกมอนสเตอร์กุ่ยระดับยอดฝีมือ ก็พากันหดหัวสั่นงันงกอยู่ตามซอกมุม ต่อให้ดวงตาจะปวดแสบปวดร้อนแค่ไหน ในตอนนี้พวกมันก็ไม่กล้าส่งเสียงคำรามออกมาเลยแม้แต่น้อย
ทำได้เพียงส่งเสียงครางหงิงๆ อยู่ในลำคอเท่านั้น
โฮก...
มอนสเตอร์กุ่ยระดับขุนพลแผดเสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด ความตายของมอนสเตอร์กุ่ยจำนวนนับไม่ถ้วนภายในหุบเขา ทำให้มอนสเตอร์กุ่ยระดับบอสตัวนี้โกรธจัดจนถึงขีดสุด
ด้ายวิญญาณที่หยวนเกอขึงดักไว้ ในเสี้ยววินาทีที่สัมผัสโดนตัวมอนสเตอร์กุ่ยระดับขุนพล ก็ขาดสะบั้นลงทันที
ทิ้งไว้เพียงรอยขีดข่วนสีขาวบางๆ บนเกล็ดของมันเท่านั้น
"เจาะเกราะไม่เข้าเลยงั้นเหรอ?"
หยวนเกอตกตะลึง
มอนสเตอร์กุ่ยระดับขุนพลตัวนี้ พลังป้องกันของมันแข็งแกร่งเกินไปแล้ว
ลำพังแค่ความเหนียวของด้ายวิญญาณ เห็นได้ชัดว่าไม่สามารถสร้างบาดแผลให้มันได้ นอกเสียจากว่าเขาจะยอมเปิดใช้งานสกิลตัดด้วยตัวเอง
"แข็งแกร่งมาก! ฉันรู้สึกว่า พวกเราไม่มีทางสู้มันได้อย่างแน่นอน"
เห็นได้ชัดว่าเหลิ่งเจียเยว่ก็มองเห็นความร้ายกาจของมอนสเตอร์กุ่ยระดับขุนพลตัวนี้แล้ว ภายในใจของเธอเริ่มเกิดความท้อถอยขึ้นมา
แม้แต่ลั่วอิ๋งอิ๋งก็ยังคงรักษาความเงียบเอาไว้
สายตาของเธอมองตรงไปยังหยวนเกอ
"หึ... ตอนนี้พวกเราย่อมสู้มันไม่ได้อยู่แล้ว แต่ ถ้าเกิดพวกเราเลื่อนระดับขึ้นไปอีกล่ะ?"
สิ้นเสียง หยวนเกอก็หยิบลูกแก้วกุ่ยทั้งหมดออกมา
"ลูกแก้วกุ่ยระดับทหารพเนจรขั้น 9 สี่ร้อยกว่าลูก ลูกแก้วกุ่ยระดับยอดฝีมืออีกห้าสิบหกลูก พวกเธอเอาไปใช้อัปเลเวลก่อนเลย"
พูดจบ หยวนเกอก็โยนลูกแก้วกุ่ยทั้งหมดไปให้หญิงสาวทั้งสองคน
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากเลื่อนระดับ แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน การมอบลูกแก้วกุ่ยให้พวกเธอทั้งสองคนคือทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด
ตัวเขาที่มีพรสวรรค์ระดับ D ต่อให้อัปเลเวลไปจนถึงระดับทองแดง 10 ดาว ก็จะได้แต้มสถานะเพิ่มมาแค่ 40 แต้มเท่านั้น
พลังรบแทบไม่ค่อยเพิ่มขึ้นเท่าไหร่นัก
แต่หากเป็นลั่วอิ๋งอิ๋งที่เป็นอัจฉริยะระดับ S อัปเลเวลขึ้นไป 10 ดาว นั่นหมายถึงแต้มสถานะอิสระถึง 400 แต้ม พลังรบจะพุ่งทะยานขึ้นอย่างมหาศาล
ต่อให้เป็นเหลิ่งเจียเยว่ที่มีพรสวรรค์ระดับ A หากอัปเลเวลขึ้น 10 ดาว ก็ยังมีแต้มสถานะให้แจกจ่ายถึง 160 แต้ม
การเพิ่มขึ้นของพลังรบ มันมากกว่าเขาหลายเท่านัก
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่ไล่ล่ามอนสเตอร์กุ่ยระดับยอดฝีมือ เขาก็ฟาร์มแต้มสถานะมาได้ตั้งแปดสิบสามแต้มแล้ว
ดังนั้น การเก็บลูกแก้วกุ่ยพวกนี้ไว้ให้พวกเธอสองคน จึงเหมาะสมที่สุด
"อิ๋งอิ๋ง พวกเรา..."
"อย่าคิดมาก รีบดูดซับแล้วอัปเลเวลซะ จากนั้นก็ไปช่วยเขาฆ่าไอ้มอนสเตอร์กุ่ยระดับขุนพลนั่นก็พอ"
ลั่วอิ๋งอิ๋งย่อมรู้ทันความคิดของหยวนเกอ
เธอคว้าลูกแก้วกุ่ยเหล่านั้นมาไว้ในมือ แล้วเริ่มดูดซับหมอกลี้ลับที่อยู่ภายในทันที
เมื่อเห็นฉากนี้ เหลิ่งเจียเยว่ก็กัดฟันแน่น เริ่มกระบวนการยกระดับพลังของตัวเองเช่นกัน
ตู้ม...
ตู้ม...
ในเวลานี้ ภายในหุบเขา มอนสเตอร์กุ่ยระดับขุนพลตัวนั้นเห็นได้ชัดว่ามันสังเกตเห็นแล้วว่าทางออกถูกปิดตาย
ร่างกายอันใหญ่โตมโหฬารของมัน กำลังพุ่งเข้าชนภูเขาศพแช่แข็งลูกนั้นอย่างต่อเนื่อง
พลังอันน่าสะพรึงกลัว สั่นสะเทือนหุบเขาทั้งลูกจนสั่นไหวไม่หยุดหย่อน
ฟุ่บ...
หยวนเกอสะบัดด้ายวิญญาณ กระโจนพรวดพุ่งตัวขึ้นไปบนยอดเขาราวกับสไปเดอร์แมน
เขาก้มลงมองดูภาพรวมของหุบเขา
แต่ไม่นาน คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน
ภูเขาศพที่เหลิ่งเจียเยว่แช่แข็งไว้ เห็นได้ชัดว่าทนรับแรงกระแทกได้อีกไม่นานนัก หากมอนสเตอร์กุ่ยระดับขุนพลพังทลายทางออกและหลุดออกมาได้ ลำพังแค่พวกเขาสามคน ไม่มีทางฆ่ามันได้อย่างแน่นอน
เมื่อคิดได้ดังนั้น หยวนเกอก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขากระโจนพุ่งตัวกลับลงไปในหุบเขาทันที
"ด้ายวิญญาณ: ระเบิดกระสุน!"
เป้าหมาย มอนสเตอร์กุ่ยระดับขุนพล
(จบบทที่ 37)