- หน้าแรก
- ยุคเปลี่ยนอาชีพ ฝ่าวิกฤตแดนลับอสูร
- บทที่ 34 แก๊งสามคนถูกคัดออกรวมตัว
บทที่ 34 แก๊งสามคนถูกคัดออกรวมตัว
บทที่ 34 แก๊งสามคนถูกคัดออกรวมตัว
บทที่ 34 แก๊งสามคนถูกคัดออกรวมตัว
"ย่อมไม่เป็นแบบนั้นหรอก แต่ว่า..."
พูดมาถึงตรงนี้ ลั่วอิ๋งอิ๋งก็มองตรงไปยังหยวนเกอ
"ถ้าในรายชื่อเพื่อนในฟอรัมของฉัน ชื่อของนายเปลี่ยนเป็นสีเทา นั่นก็พิสูจน์ได้ว่า นายตายไปแล้ว!"
แววตาที่ลั่วอิ๋งอิ๋งใช้มองหยวนเกอในยามนี้ แฝงไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนอยู่ลึกๆ
"และนี่ก็เป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการรับรู้ความเป็นตายของเพื่อนด้วย!"
ลั่วอิ๋งอิ๋งถอนหายใจพลางเอ่ยออกมา
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หยวนเกอก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มลงมองดูรายชื่อเพื่อนในฟอรัมของตัวเอง
และก็เป็นไปตามนั้น ในรายชื่อเพื่อน ชื่อของลั่วอิ๋งอิ๋งเป็นสีเขียว
นั่นพิสูจน์ได้ว่า อีกฝ่ายยังมีชีวิตอยู่
แต่หากวันหนึ่งข้างหน้า ชื่อของเธอเปลี่ยนกลายเป็นสีเทา นั่นก็...
บางทีบนโลกใบนี้ อาจจะไม่มีคนชื่อลั่วอิ๋งอิ๋งอยู่อีกต่อไปแล้ว
"ฉันเข้าใจแล้ว!"
หยวนเกอพยักหน้ารับ แววตาฉายแววซับซ้อนออกมาเล็กน้อย ความกังวลหลายอย่างของเขาก่อนหน้านี้ บางทีอาจจะเป็นแค่การตีตนไปก่อนไข้จริงๆ
ถ้าพันธมิตรโลกสามารถควบคุมข้อมูลทั้งหมดของผู้เปลี่ยนอาชีพได้จริงๆ ล่ะก็...
เหล่าผู้เปลี่ยนอาชีพทั้งหลาย ก็คงไม่มีทางยอมตกลงอย่างแน่นอน
เพียงแต่ กับเรื่องความปลอดภัยขั้นสุดยอดของตราสัญลักษณ์ผู้เปลี่ยนอาชีพที่ออกจากปากของลั่วอิ๋งอิ๋งนั้น หยวนเกอก็ยังคงแอบเคลือบแคลงสงสัยอยู่ดี
เพียงแต่เขาจะไม่ต่อต้านมันมากจนเกินไปแล้วก็เท่านั้น
"ไปกันเถอะ พวกเราไปตามหาแกนกลางแดนลับกัน"
ในเวลานี้ ลั่วอิ๋งอิ๋งยื่นมือออกไปคว้าแขนของหยวนเกอเอาไว้
ก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงสดใส
"แล้วเธอล่ะ?"
หยวนเกอปรายตามองเหลิ่งเจียเยว่ที่สลบไสลไม่ได้สติ
"อืม ปลุกเธอให้ตื่นเถอะ! ส่วนนายก็ปลอมตัวกลับไปเป็นฮั่วกวนเหมือนเดิมนั่นแหละ"
ลั่วอิ๋งอิ๋งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวขึ้น
เรื่องของหยวนเกอ ทางที่ดีให้คนรู้ให้น้อยที่สุดจะปลอดภัยกว่า
ไม่อย่างนั้น มันจะกลายเป็นอันตรายต่อตัวหยวนเกอมากเกินไป
ในขณะที่พวกหยวนเกอกำลังตามหาแกนกลางแดนลับอยู่นั้น เงาร่างของจางเสวียนจีก็ปรากฏตัวขึ้นที่โลกภายนอก
แววตาของเขาในยามนี้ ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธแค้นที่พุ่งทะลุฟ้า
ทว่า เขากลับไม่ได้รีบร้อนมุ่งหน้าไปยังค่ายเหมืองแร่ในทันที
แต่กลับหยิบน้ำยาฟื้นฟูออกมา เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของตัวเองให้หายดีเสียก่อน
โดยเฉพาะดวงตาทั้งสองข้าง ที่ตอนนี้มันบวมปูดราวกับถุงลมปลาไปแล้ว
เวลาผ่านไปสิบห้านาที จางเสวียนจีก็ลืมตาขึ้น ตอนนี้เขากลับมามีใบหน้าปกติเหมือนเดิมแล้ว
"ถึงแม้จะไม่รู้ว่าแกเป็นใคร แต่ข้ารู้ดีว่า แกไม่ใช่ฮั่วกวนอย่างแน่นอน!"
จางเสวียนจีลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ล็อกอินเข้าสู่ระบบฟอรัม ค้นหารายชื่อเพื่อนที่ใช้ชื่อเล่นว่า 'หอยทากคลั่ง'
"เหรียญโลกหนึ่งหมื่นเหรียญ ข้าต้องการไอดีฟอรัมของฮั่วกวน อัจฉริยะแห่งตระกูลฮั่ว"
สิบวินาทีต่อมา
หอยทากคลั่งก็ส่งข้อความตอบกลับมา
"คุณชายฮั่ว? ช่างเป็นชื่อที่หลงตัวเองซะจริงๆ"
จางเสวียนจีแค่นหัวเราะเยาะ ก่อนจะกดส่งคำขอเพิ่มเพื่อนไป
จากนั้นก็จัดการโอนเงินค่าข้อมูลจำนวนหนึ่งหมื่นเหรียญโลกไปให้หอยทากคลั่งผ่านทางจดหมายในฟอรัม
ในเวลานั้นเอง ภายในบ้านพักซอมซ่อหลังหนึ่งในเขตปลอดภัยที่ 9 เด็กหนุ่มร่างผอมบางคนหนึ่งกำลังสูดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเข้าปากคำโต
"จางเสวียนจีคนนี้ จะตามหาฮั่วกวนไปทำไมกัน?"
คนคนนี้ก็คือหอยทากคลั่ง เขาขลุกตัวอยู่ในฟอรัมมาตลอดทั้งปี อาศัยการขายข่าวสารหาเลี้ยงปากท้อง
"เหอะ... เรื่องของพวกอัจฉริยะตระกูลใหญ่ พวกเราเข้าไปยุ่งให้น้อยหน่อยจะดีกว่า จริงสิ ทางเธอมีข่าวคราวของไอ้ของกึ่งสำเร็จรูปนั่นบ้างไหม? รู้สึกว่าจะชื่อหยวนเกอหรืออะไรนี่แหละ"
"จุ๊ๆ... ไอ้ไก่อ่อนที่เพิ่งจะเปลี่ยนอาชีพคนนี้ ทำเอาพวกเราดังระเบิดไปเลยนะเนี่ย ตอนนี้กระทู้นั้นมียอดฮิตทะลุแสนไปแล้ว!"
"นี่มันเหรียญโลกหนึ่งแสนเหรียญเชียวนะ! ไม่เสียแรงเลยที่ฉันยอมควักเนื้อจ่ายสามร้อยเหรียญโลกเพื่อปักหมุดกระทู้ให้เขา"
ข้างกายของเด็กหนุ่ม คือเด็กสาวในชุดกระโปรงสีชมพูที่มัดผมแกละสองข้าง รูปร่างหน้าตาดูนุ่มนิ่มน่ารัก แต่นัยน์ตากลับกลอกกลิ้งไปมาไม่หยุดหย่อน
มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่คนที่จะยอมเสียเปรียบใครง่ายๆ
หากหยวนเกอมาอยู่ที่นี่ เขาจะต้องรู้ทันทีว่า เด็กสาวที่ช่วยปักหมุดกระทู้ให้เขาก็คือคนที่ใช้ชื่อในฟอรัมว่า 'ฉันชอบกินมันฝรั่ง' นั่นเอง
"ไม่มีหรอก ผู้เปลี่ยนอาชีพครึ่งๆ กลางๆ คนนี้ ไม่ได้อยู่ที่สวนสุขสำราญ ตามข่าวที่ฉันได้มา รถบัสที่เขานั่งไป ถูกสัตว์ประหลาดกุ่ยจู่โจม"
"เด็กสาวธรรมดา 51 คนในรถ รวมทั้งตัวเขา น่าจะตายกันหมดแล้วล่ะ"
หอยทากคลั่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ถุย สัตว์ประหลาดกุ่ยบ้าบออะไรกัน ก็ฝีมือพวกผู้ดีมีเงินพวกนั้นนั่นแหละ นี่มันโควตาสำหรับเข้าไปใช้ชีวิตในเขตปลอดภัยเลยนะ"
"แถมยังเข้าไปได้โดยไม่ต้องรอให้พิการอีก พวกตระกูลใหญ่มีหรือจะไม่ตาลุกวาว?"
ฉันชอบกินมันฝรั่งถ่มน้ำลายอย่างนึกรังเกียจ
"เมื่อหลายวันก่อน ตระกูลหลิวเพิ่งจะป่าวประกาศใหญ่โตว่าหลิวซิงเหินถูกส่งตัวไปเหมืองดำ ฉันว่านะ แปดเก้าส่วนคงจะสวมรอยแย่งโควตาของหยวนเกอเพื่อเข้าไปในสวนสุขสำราญแหงๆ"
"ไอ้พวกผู้ดีมีเงินพวกนี้ จิตใจมันดำมหิดกันทั้งนั้น สักวันเถอะ ฉันจะกระชากหน้ากากของพวกมันออกมาแฉให้หมด"
ฉันชอบกินมันฝรั่งสะบัดผมแกละไปมา เอ่ยด้วยความโกรธเคือง
"เอาล่ะน่า เรื่องพวกนี้มันไม่เกี่ยวกับเราสักหน่อย แค่ตั้งใจทำธุรกิจขายข่าวของพวกเราให้ดีก็พอ เพิ่งจะหาเงินมาได้หนึ่งหมื่นเหรียญ ไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันดีกว่าไหม?"
หอยทากคลั่งหัวเราะแหะๆ แล้วเอ่ยชวน
"ดีเลยๆ ฉันอยากกินปีกไก่ทอด"
"ไม่มีปัญหา"
หนุ่มสาวทั้งสองคนจัดการปลอมแปลงรูปลักษณ์ของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกจากบ้านพักซอมซ่อหลังนั้นไป
ไกลออกไป แสงไฟนีออนสาดส่องระยิบระยับ ผู้คนต่างลุ่มหลงมัวเมาอยู่ในแสงสี
ทว่าสถานที่ที่พวกเขายืนอยู่นั้น กลับมีแต่ซากปรักหักพังและสภาพที่ทรุดโทรมสุดขีด
เขตปลอดภัยเพียงหนึ่งแห่ง กลับถูกแบ่งแยกออกเป็นสองโลกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ในเวลาเดียวกันนั้น ฮั่วกวนกำลังเคี่ยวกรำตัวเองอย่างหนักอยู่ภายในห้องฝึกซ้อม
ทั่วทั้งห้องฝึกซ้อมเต็มไปด้วยเงาร่างที่พุ่งผ่านไปมาอย่างรวดเร็ว ปืนจำนวนหนึ่งร้อยแปดกระบอกสาดกระสุนเข้าใส่เขาอย่างบ้าคลั่งจากทุกทิศทางโดยไร้ซึ่งมุมอับ
เพียงแต่กระสุนที่ถูกยิงออกมานั้นไม่ใช่กระสุนจริง แต่เป็นกระสุนยางที่เคลือบสีเอาไว้
ชั้วะ ชั้วะ ชั้วะ...
ภาพติดตาซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ ความเร็วของฮั่วกวนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
แม้ความเร็วในการสาดกระสุนของปืนเหล่านั้นจะรวดเร็วมาก แต่เมื่อเทียบกับความเร็วในการตอบสนองของเขาแล้ว ก็ยังถือว่าเชื่องช้ากว่าอยู่ดี
ติ๊ด ติ๊ด...
ในจังหวะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความก็ดังขึ้น
ฮั่วกวนชะงักไปชั่วขณะ มีดสั้นในมือร่ายรำไปมา ผ่ากระสุนยางที่พุ่งเข้ามาเป็นสองซีกได้อย่างแม่นยำ ก่อนที่ร่างกายของเขาจะพุ่งวาบ
หลบหลีกออกมาจากสนามฝึกซ้อมได้สำเร็จ
ทว่า เมื่อเขาก้มลงมองเห็นรอยสีจากกระสุนยางสามจุดที่ประทับอยู่บนร่างกาย คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
"สมาธิถือว่าพัฒนาขึ้นมาได้เยอะแล้ว แต่ความเร็ว ก็ยังถือว่าช้าไปนิดอยู่ดี"
ฮั่วกวนพึมพำกับตัวเอง จากนั้นก็หลับตาลงและจมดิ่งเข้าสู่เครือข่ายของฟอรัม
"จางเสวียนจี?"
เมื่อเห็นข้อความขอเพิ่มเพื่อน คิ้วของฮั่วกวนก็ขมวดมุ่นลงทันที
เขากับจางเสวียนจีไม่ได้มีความสนิทสนมอะไรกันเลย ต่อให้จะเป็นการเผชิญหน้ากันเล็กๆ น้อยๆ ภายในถ้ำเหมืองนั่น ฮั่วกวนก็ไม่คิดว่าพวกเขาสองคนจะมีเรื่องอะไรให้ต้องมาพูดคุยเสวนากัน
ถึงกระนั้น เขาก็กดรับคำขอเป็นเพื่อนของอีกฝ่ายไป
"ฮั่วกวน คนที่คัดแกออกไป คือใคร?"
จางเสวียนจีไม่ได้พูดอ้อมค้อม เขาเปิดฉากตั้งคำถามตรงประเด็นทันที
"โอ๊ะ?"
เมื่อเห็นข้อความนี้ ภายในใจของฮั่วกวนก็กระจ่างแจ้งขึ้นมาทันที
"แกเองก็โดนหมอนั่นคัดออกเหมือนกันงั้นเหรอ?"
ความรู้สึกแปลกประหลาดผุดขึ้นมาในใจของฮั่วกวน ไอ้หมอนั่นมันร้ายกาจขนาดนั้นเลยเชียว?
ถึงขั้นคัดจางเสวียนจีออกไปได้เลยเนี่ยนะ?
"บอกตัวตนของมันมา ไม่อย่างนั้นแกเจอปัญหาใหญ่แน่! แกไม่รู้หรอกว่ามันทำเรื่องเลวทรามอะไรไว้ในถ้ำเหมืองบ้าง"
คำพูดของจางเสวียนจีแฝงไปด้วยความข่มขู่
นั่นทำให้ฮั่วกวนรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างแรง
ถึงแม้แกจะแข็งแกร่งกว่าฉัน แต่ในฐานะอัจฉริยะตระกูลใหญ่เหมือนกัน แกจะมาทำตัวหยิ่งยโสวางก้ามข่มกันแบบนี้เนี่ยนะ?
คิดว่าคุณชายใหญ่อย่างฉันจะยอมตามใจแกหรือไง?
และในขณะที่ฮั่วกวนกำลังจะกดบล็อกจางเสวียนจีทิ้งนั้นเอง คำขอเพิ่มเพื่อนอีกหนึ่งรายการก็เด้งขึ้นมาในสายตาของเขา
หลี่ซิวหราน?
(จบบทที่ 34)