- หน้าแรก
- ฉันมีที่ดินหมื่นล้าน แต่กลับเอามาใช้ปลูกผัก
- บทที่ 32 คุณมาอีกแล้วเหรอ
บทที่ 32 คุณมาอีกแล้วเหรอ
บทที่ 32 คุณมาอีกแล้วเหรอ
บทที่ 32 คุณมาอีกแล้วเหรอ
เขาเก็บกระเป๋าเหล่านั้นขึ้นมา แล้วโยนมันลงกล่องอย่างไม่ใส่ใจ
ให้ตายสิ กล่องไม้เก่าคร่ำคร่าใบนี้เต็มเสียแล้ว
ซูหมิงขมวดคิ้วด้วยความกลัดกลุ้ม
นี่มันเยอะเกินไปแล้ว เสื้อผ้าของผมไม่มีที่เก็บแล้วนะเนี่ย
หลังจากเก็บของเรียบร้อย ซูหมิงก็ไปกำจัดวัชพืชในสวนอีกครั้ง
ระบบรีไซเคิลเถาไม้ที่เหี่ยวแห้งไป ทำให้เขาได้ค่าประสบการณ์เพิ่มมาอีกสิบแต้ม
พอเก็บกวาดเสร็จ ท้องฟ้าก็เริ่มมืดลง
ถึงแม้ซูหมิงจะอยากปลูกอะไรต่ออีกหน่อย แต่หนึ่งคือฟ้ามืดแล้ว สองคือเขาก็รู้สึกเหนื่อยล้าอยู่บ้าง
เพราะการปลูกมันฝรั่งในพื้นที่สองหมู่ก็เป็นงานที่หนักหนาสาหัสเอาการอยู่แล้ว
เขากลับเข้าไปในกระท่อม แล้วเข้าไปเล่นเกมในซัมมอนเนอร์ริฟต์อีกสองสามตา
ซูหมิงคิดว่าอีกสักสองสามวันค่อยหาคนงานมาช่วยจะดีกว่า
อย่างแรกคือสร้างกำแพงล้อมรอบฟาร์มทั้งหมดเพื่อความเป็นส่วนตัว โดยเหลือทางเข้าออกไว้เพียงทางเดียวก็พอ
จากนั้นก็รื้อกระท่อมหลังนี้ทิ้ง แล้วสร้างบ้านหลังที่ใหญ่ขึ้น พร้อมกับสร้างโกดังเก็บของอีกหลัง
นับว่าระบบก็ยังใจดีอยู่บ้าง นอกจากพื้นที่เพาะปลูกสองหมู่แล้ว ยังมีพื้นที่ว่างอีกส่วนหนึ่งซึ่งเพียงพอให้เขาสร้างบ้านสำหรับอยู่อาศัยพร้อมโกดังได้
ก็แน่ล่ะสิ นี่เพิ่งจะผ่านมาแค่สองสามวัน กล่องไม้ก็เต็มเสียแล้ว อีกไม่กี่วันของคงจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน
ค่ำคืนผ่านไปอย่างสงบ เช้าวันรุ่งขึ้น
ซูหมิงที่นอนเต็มอิ่มจนตื่นสายบิดขี้เกียจ ก่อนจะไปอาบน้ำอย่างไม่รีบร้อน
เขาผลักประตูแล้วเดินออกไป
เขาเหลือบมองนาฬิกา ตอนนี้เป็นเวลาเจ็ดโมงเช้ากว่าแล้ว
เป็นช่วงเวลาเร่งด่วนของการไปทำงานพอดี รอบใจกลางเมืองจึงเต็มไปด้วยรถราขวักไขว่ ผู้คนเดินกันพลุกพล่าน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตึกกั๋วซิงที่อยู่ติดกัน
บริษัทที่สามารถมีสำนักงานอยู่ในตึกนี้ได้ล้วนมีมูลค่าตลาดสูงลิ่ว ส่วนใหญ่ล้วนเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งสิ้น
ที่นี่ แม้แต่คุณป้าแม่บ้านก็ยังมีเงินเดือนเป็นหมื่นหยวน
เหล่าพนักงานออฟฟิศต่างขมวดคิ้ว ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เดินจ้ำอ้าวเข้าไปในตึกอย่างเร่งรีบ
ถึงขนาดที่บางคนต้องขับรถวนรอบตึกหลายรอบเพื่อหาที่จอดรถ
หากเป็นเมื่อก่อน ซูหมิงคงจะอิจฉาตาร้อนเป็นแน่ เพราะคนที่ได้ทำงานที่นี่ล้วนเป็นคนระดับหัวกะทิ
แต่ตอนนี้...
ช่างเถอะ ชีวิตทำไร่ไถนาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ทั้งสบายและผ่อนคลาย
ที่สำคัญที่สุดคือ มันมักจะมีเรื่องน่าประหลาดใจมาให้เขาอยู่เสมอ
ทำฟาร์มหนึ่งวัน เทียบเท่ากับคนอื่นทำงานสิบปี
ซูหมิงมุ่งหน้าไปยังที่ที่เขาปลูกแตงกวาและมะเขือเทศไว้เมื่อวานนี้ด้วยความกระตือรือร้น
เขาจัดการพรวนดินใหม่อีกครั้ง
กำจัดวัชพืชที่เพิ่งจะโผล่พ้นดินขึ้นมาจนหมดสิ้น
หลังจากจัดการเสร็จ ซูหมิงก็ปลูกถั่วฝักยาวลงไปบนแปลงนั้น
"ติ๊ง! ปลูกถั่วฝักยาวสำเร็จ! ระยะเวลาเก็บเกี่ยว: 48 ชั่วโมง!"
จากนั้นเขาก็ไปยังแปลงดินที่เมื่อวานปลูกมันฝรั่งยังไม่เสร็จ แล้วปลูกพริกลงไป
"ติ๊ง! ปลูกพริกสำเร็จ! ระยะเวลาเก็บเกี่ยว: 30 ชั่วโมง!"
เช่นเคย เขาทำการรดน้ำและใส่ปุ๋ย
เพื่อลดระยะเวลาการเติบโตและเพิ่มปริมาณผลผลิต
มัวแต่วุ่นวายอยู่กับเรื่องพวกนี้ เผลอแป๊บเดียวก็ถึงตอนเที่ยงแล้ว
เขาไปร้านบะหมี่เจ้าประจำที่อยู่ข้างๆ และสั่งบะหมี่มากินชามหนึ่ง
ระหว่างที่กิน ซูหมิงก็ครุ่นคิดอย่างละเอียด
ประสบการณ์การปลูกในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาบอกซูหมิงว่า พืชผลทุกอย่างที่เขาปลูกเป็นแบบเก็บเกี่ยวได้ครั้งเดียว หลังจากเก็บเกี่ยว เถาของมันก็จะเหี่ยวเฉาไป
และซูหมิงก็ไม่แน่ใจว่า หากปลูกพืชชนิดเดียวกันลงไป ผลที่ออกมาสุดท้ายจะเหมือนเดิมหรือไม่?
ยกตัวอย่างเช่นฟักทอง ครั้งแรกที่เขาปลูกมันออกมาเป็นฟักทองคำ
ครั้งที่สอง ไม่แน่ว่าอาจจะกลายเป็นฟักทองเพชรก็ได้
อย่างไรก็ตาม ซูหมิงไม่ได้รีบร้อนอะไร เพราะมีพืชผลให้ปลูกอีกตั้งมากมาย ค่อยๆ ทยอยปลูกให้ครบทุกชนิดก่อนแล้วค่อยว่ากัน
ในอนาคตมีเวลาให้ปลูกซ้ำรอบสองอีกเยอะแยะ
หลังจากกินบะหมี่เสร็จ ซูหมิงก็กลับไปทำงานต่อ เขาเก็บกวาดบริเวณที่วางเครื่องมือการเกษตรไว้เมื่อวานนี้ แล้วล้างทำความสะอาดรถไถเล็กน้อย
แต่ในขณะที่กำลังทำงานอยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง
พอหันกลับไปมอง
โย่โฮ่!
นี่มันผู้จัดการเฉินไม่ใช่หรือ? เจ้าหมอนี่มาที่นี่อีกแล้วรึเนี่ย?
(จบตอน)