- หน้าแรก
- เปิดเรื่องมาก็ถูกทิ้งแต่กลับปลุกวิญญาณยุทธ์สิบอสูรคลั่งสะท้านภพ
- บทที่ 75 ประลอง! ในเมื่อเขาไม่สู้ ฉันจะสู้กับแกเอง!
บทที่ 75 ประลอง! ในเมื่อเขาไม่สู้ ฉันจะสู้กับแกเอง!
บทที่ 75 ประลอง! ในเมื่อเขาไม่สู้ ฉันจะสู้กับแกเอง!
หลังจากจัดการข้าวของเข้าบ้านใหม่เรียบร้อย สวีชิวกับสวีเสี่ยวส่วงก็พากันไปเดินเล่นสำรวจรอบๆ หมู่บ้าน
ผู้อยู่อาศัยในย่านนี้ส่วนใหญ่ไม่ใช่คนธรรมดา ถ้าไม่เป็นครอบครัวของสมาชิกกลุ่มนักล่า ก็จะเป็นพวกผู้บริหารระดับสูงของบริษัทต่างๆ
ซึ่งเกือบทุกคนล้วนมีระดับพลังบ่มเพาะติดตัว
ในหมู่บ้านมีทั้งยิม สนามกีฬา สระว่ายน้ำ เรียกว่ามีครบทุกอย่างที่ต้องการ
สวีชิวใช้เวลาทั้งวันคลุกตัวอยู่กับน้องสาวอย่างมีความสุข
จนกระทั่งยามเย็น
จ้าวกวงเคอ หลินเจี้ยน หวังเยี่ยน และสมาชิกคนอื่นๆ ของทีมกระทิงคลั่ง พอรู้ว่าสวีชิวย้ายเข้ามาแล้ว ต่างก็พากันมาแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น
แถมยังหิ้วของสดมาเพียบ
“สวีชิว ฉันได้ยินจากเสี่ยวส่วงว่านายทำกับข้าวโครตเก่ง เลยซื้อของสดมา 'นิดหน่อย' ให้นายโชว์ฝีมือซะเลย” หลินเจี้ยนหัวเราะร่า
สวีชิวเหลือบมองของสด 'นิดหน่อย' ในมืออีกฝ่าย
ไก่ เป็ด ปลา เนื้อ ผลไม้ ผัก ไข่ นม แป้ง…
นี่มันไม่ใช่แค่ของสดแล้วมั้ง!
ของพวกนี้กินกันสองพี่น้องได้เป็นอาทิตย์เลยนะ!
นี่พวกพี่กะจะมาเปิดปาร์ตี้ที่บ้านผมชัดๆ!
สวีชิวริมฝีปากกระตุก "ดูท่าวันนี้จะเป็นงานช้างซะแล้ว!"
เขาถกแขนเสื้อขึ้น เตรียมตัวเข้าครัวทันที
โชคดีที่จ้าวเสี่ยวอวิ๋นกับจ้าวกวงเคอเข้ามาช่วยด้วย
ไม่อย่างนั้นเขาคงเหนื่อยตายกว่าจะทำเสร็จคนเดียว
"ยินดีต้อนรับสวีชิวกับเสี่ยวส่วง!"
หลินเจี้ยนชูแก้วขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
ทุกคนร่วมฉลองกันอย่างสนุกสนาน
สวีชิวกวาดสายตามองทุกคน แล้วถามด้วยความสงสัย:
"ว่าแต่ กัปตันไปไหนล่ะครับ?"
"กัปตันโดนเรียกตัวไปประชุมน่ะ ผลกระทบจากการโจมตีของลัทธิมารสวรรค์ครั้งนี้มันใหญ่หลวงมาก นอกจากการฟื้นฟูเมืองชิงยวิ๋นแล้ว ดูเหมือนจะมีแผนการขยับขยายครั้งใหญ่ตามมาด้วย" จ้าวเสี่ยวอวิ๋นตอบ
สวีชิวพยักหน้าครุ่นคิด แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ
หลังจากอิ่มหนำสำราญ
สวีชิวกับน้องสาวก็ส่งทุกคนกลับบ้าน จัดการเก็บกวาดห้องนิดหน่อยก่อนจะเตรียมตัวอาบน้ำพักผ่อน
ขณะที่สวีชิวนอนพลิกไปมาอยู่บนเตียงเพราะยังไม่ชินที่ เสี่ยวส่วงก็เคาะประตูเดินเข้ามา
"เสี่ยวส่วง มีอะไรหรือเปล่า?"
"ไม่มีอะไรค่ะ แค่อยากมาบอกฝันดีพี่จ๋า"
"โอเค ฝันดีนะ"
สวีชิวยิ้ม เขารู้ว่าน้องสาวคงกำลังปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ "เสี่ยวส่วงชอบบ้านใหม่ไหม?"
"ชอบมากเลยค่ะพี่ แค่มีพี่อยู่ด้วย อยู่ที่ไหนหนูก็โอเคทั้งนั้นแหละ"
เสี่ยวส่วงยิ้มหวานแล้วกลับไปนอน
เช้าวันรุ่งขึ้น
สวีชิวตื่นแต่เช้าตรู่
เขาทำมื้อเช้าเสร็จแล้วหันไปมองเสี่ยวส่วงที่นอนแผ่หราอยู่บนเตียงยักษ์ หลับสนิทเป็นตาย
เขายิ้มบางๆ "ดูเหมือนจะปรับตัวได้ดีเกินคาดแฮะ"
เขาไม่ได้ปลุกเธอ แต่คว้าหอกมังกรขดทลายทัพแล้วเดินลงไปข้างล่างเพื่อฝึกปรือฝีมือ!
...
หอกยาวทะลวงแหวกอากาศ ส่งเสียงหวีดหวิวราวกับอัสนีบาต
หลังจากร่ายรำทักษะหอกราชาสายฟ้าไปหนึ่งชุด สวีชิวรู้สึกว่าร่างกายตื่นตัวเต็มที่ สดชื่นกระปรี้กระเปร่าอย่างบอกไม่ถูก รอบตัวเขามีคนหลายคนหยุดยืนดูการฝึกของเขา
พอเขาจบกระบวนท่า ผู้คนเหล่านั้นก็อดไม่ได้ที่จะปรบมือและโห่ร้องชื่นชม
"วิชาหอกยอดเยี่ยมมาก!"
"โครตดุดัน!"
"พ่อหนุ่ม สนใจมาประลองกับตาแก่คนนี้สักหน่อยไหม?"
ชายแก่คนหนึ่งก้าวออกมาทักสวีชิว
สวีชิวลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า "ได้ครับ"
"ตรงนี้ไม่สะดวก ไปที่ลานประลองกันดีกว่า"
ในหมู่บ้านจัดสรรแห่งนี้มีลานประลองเฉพาะสำหรับให้นักรบมาประลองฝีมือกัน ชายแก่คนนี้ดูจะเป็นขาประจำ เขาเดินนำทางไปอย่างคล่องแคล่วก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนเวทีที่สูงกว่าสองเมตรอย่างแผ่วเบา
ชายแก่ในชุดขาว ยืนเอามือไขว้หลัง แผ่ซ่านกลิ่นอายประดุจปรมาจารย์ เขายิ้มให้สวีชิว "ประลองกันแบบธรรมดา ไม่ใช้พลังวิญญาณ โอเคไหม?"
"ได้ครับ"
สวีชิวพยักหน้า
ใต้เวทีมีฝูงชนเริ่มมามุงดูพลางซุบซิบกัน
"ดูสิ ตาแก่ชางหาคู่ประลองอีกแล้ว"
"หึๆ ตาแก่ชางเคยเป็นครูฝึกการต่อสู้ของกลุ่มนักล่าเชียวนะ ถ้าไม่ใช้พลังวิญญาณ แทบไม่มีใครล้มเขาได้เลย"
"ตาแก่นี่บ้าการต่อสู้สุดๆ เหมือนถ้าวันไหนไม่ได้ฟัดกับใครจะคันไม้คันมือไปหมด เขาชนะคนเกือบทั้งหมู่บ้านแล้ว นอกจากยัยผู้หญิงสายโหดคนนั้น ก็ไม่เคยเห็นใครชนะเขาได้เลยนะ"
"พ่อหนุ่มคนนี้หน้าไม่คุ้นเลย มาใหม่เหรอ?"
"น่าจะใช่ คงได้ไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มเพราะตาแก่ชางแน่ๆ"
สวีชิวไม่ได้สนใจเสียงรอบข้าง เขาพาดหอกมังกรไว้ข้างๆ ตั้งใจจะประลองกับตาแก่ชางด้วยมือเปล่า
เห็นแบบนั้น ตาแก่ชางก็ถามขึ้น "ไอ้หนู ไม่ใช้หอกเหรอ?"
"อาวุธไม่มีตาครับ ผมกลัวตาจะเจ็บตัวเอา"
"หึหึ ดูเหมือนฉันจะโดนดูถูกซะแล้วแฮะ"
ตาแก่ชางยิ้มบาง "เข้ามาเลย ฉันให้นายเปิดก่อน"
"งั้นก็ ระวังตัวด้วยนะครับคุณปู่"
สวีชิวเปิดฉากจู่โจมทันที เขาพุ่งเข้าไปหนึ่งก้าวแล้วซัดหมัดออกไปราวกับลูกปืนใหญ่
มันเป็นแค่หมัดธรรมดา แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล วินาทีที่สวีชิวออกหมัด ทั้งจิตวิญญาณและพละกำลังของเขาถูกรีดออกมาใช้อย่างสมบูรณ์แบบ
ตาแก่ชางถึงกับชะงัก
จากท่วงท่าการต่อสู้ของสวีชิว เขาบอกได้ทันทีว่าคู่ต่อสู้คนนี้แข็งแกร่งจนน่ากลัว ต้องเป็นพวกที่กรำศึกมานับครั้งไม่ถ้วนแน่นอน!
เขาไม่กล้าประมาทอีกต่อไป รีบยกแขนขึ้นรับ
ทั้งคู่แลกหมัดเท้ากันอย่างดุเดือด แก้ทางกันไปมามากกว่าสิบกระบวนท่า!
แต่สวีชิวยิ่งสู้ยิ่งดุดัน ท่วงท่าของเขาเร็วขึ้นเรื่อยๆ แถมลูกเล่นยังแพรวพราวและคาดเดาไม่ได้จนยากจะป้องกัน
ท่าพวกนี้มันดูไม่เหมือนวิชาที่เรียนตามสำนักยุทธ์เลยสักนิด!
มันเป็นท่าที่เกิดมาเพื่อฆ่าอสูรกายโดยเฉพาะ!
ทั้งกรงเล็บ หมัด นิ้ว ศอก ขา ไหล่ เข่า…
สวีชิวใช้ทุกส่วนของร่างกายที่ใช้ได้ เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นเครื่องจักรสังหาร ทุกส่วนคืออาวุธ!
ตาแก่ชางลอบกลืนน้ำลายเอื๊อก
เชี้ยแล้วไง!
นี่เราแค่ประลองกันไม่ใช่เหรอ!
แต่ทำไมฉันรู้สึกเหมือนกำลังจะโดนฆ่าตายจริงๆ เลยวะ!
แถมสไตล์การต่อสู้แบบนี้…
ทำไมมันให้ความรู้สึกหวาดกลัวที่คุ้นเคยแบบนี้ล่ะ?!
ตาแก่ชางจ้องหน้าสวีชิว ทันใดนั้นร่างของเด็กหนุ่มตรงหน้าก็ดูซ้อนทับกับใครบางคน เขาโดนหมัดซัดจนถอยกรูไปหลายก้าว ก่อนจะรีบโบกมือห้ามทันที "เดี๋ยวๆ หยุดก่อนไอ้หนู นายรู้จักคนชื่อโอวเหล่ยไหม?"
"รู้จักครับเขาเป็นกัปตันของผมเอง"
"นี่นายเรียนวิชาต่อสู้มาจากเขาเหรอ?"
"จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ"
สวีชิวพยักหน้า ระหว่างการฝึกนรก เขาประลองกับโอวเหล่ยนับครั้งไม่ถ้วน จนซึมซับเอาเทคนิคการต่อสู้ของเขามาใช้โดยไม่รู้ตัว
อีกอย่าง ก็เหมือนกับโอวเหล่ย…
ทักษะส่วนใหญ่ของเขาถูกขัดเกลามาจากการฆ่าพวกมนุษย์อสูรนั่นแหละ
ตาแก่ชางลอบกลืนน้ำลายอีกรอบ "ไม่สู้แล้ว ไม่สู้แล้วโว้ย"
"อ้าว ทำไมล่ะครับ?"
สวีชิวกำลังมือขึ้นเลย
หยุดกลางคันแบบนี้มันค้างคาใจนะเนี่ย
ฝูงชนข้างล่างก็อึ้งไปตามๆ กัน
"เกิดอะไรขึ้นน่ะ? ตาแก่ชางปอดแหกเฉยเลย?"
"ไม่สมเป็นเขาเลยแฮะ"
"หึๆ พวกแกคงไม่รู้ล่ะสิ ตาแก่ชางน่ะเป็นแชมป์ไร้พ่ายของหมู่บ้านก็จริง แต่มีอยู่คนหนึ่งที่เขาไม่มีทางชนะได้ และเป็นคนที่เขาเจอหน้าแล้วต้องรีบเผ่นหนี—นั่นก็คือโอวเหล่ย กัปตันทีมกระทิงคลั่งไงล่ะ! พ่อหนุ่มคนนี้ดูเหมือนจะเป็นลูกศิษย์โอวเหล่ย ไม่แปลกหรอกที่ตาแก่จะขยาด"
"โอวเหล่ยทีมกระทิงคลั่งเหรอ ดูท่าจะโหดน่าดูเลยนะ!"
"ตัดคำว่า 'น่าดู' ออกไปเถอะ..."
บนเวที สวีชิวทำหน้าเซ็งๆ
"ในเมื่อคุณปู่ไม่อยากสู้แล้วก็ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณที่ช่วยชี้แนะ"
"ในเมื่อเขาไม่สู้ ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนแกเอง"
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะสดใสก็ดังขึ้นไม่ไกล ตามด้วยร่างที่ปราดเปรียวและงดงามกระโดดขึ้นมาบนเวที
เธอรวบผมหางม้า สวมเสื้อกล้ามสีขาวและกางเกงวอร์มสีดำ รูปร่างสูงเพรียวแต่ดูไม่บอบบางเลยสักนิด ตรงกันข้าม ภายใต้ผิวสีแทนนั้นกลับมีเส้นกล้ามเนื้อที่สวยงามและดูทรงพลังซ่อนอยู่
พอเห็นผู้มาใหม่ สวีชิวก็รีบคว้าขอบเวทีเตรียมจะชิ่งทันที
คราวนี้ถึงตาเขาบ้างแล้วที่ไม่อยากสู้
"ไอ้หนู นึกว่าขึ้นมาแล้วจะลงไปง่ายๆ เหรอ?"
โอวเหล่ยหัวเราะหึๆ ก่อนจะซัดหมัดใส่เขาทันที!