เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 120 - นักต้มตุ๋นสองคน

บทที่ 120 - นักต้มตุ๋นสองคน

บทที่ 120 - นักต้มตุ๋นสองคน


บทที่ 120 - นักต้มตุ๋นสองคน

ถังฝานขับรถมาจนถึงตีนเขา เบื้องหน้าปรากฏอุโมงค์แห่งหนึ่งตั้งตระหง่านราวกับประตูภูเขาที่ตัดขาดจากโลกภายนอก

มียามรักษาการณ์ยืนอยู่หน้าประตู ถังฝานกวาดสายตามองปราดเดียวก็รู้ว่าคนเหล่านี้ล้วนมีวรยุทธ์ติดตัว ไม่เป็นผู้ฝึกตนก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์

ตระกูลเดียวถึงกับครอบครองประตูภูเขาได้ ช่างยิ่งใหญ่อลังการเสียนี่กระไร!

ยามคนหนึ่งเดินเข้ามาขวางรถเรนจ์โรเวอร์อย่างสุภาพ เอ่ยถามว่า "ขอโทษครับ มาติดต่อใครครับ?"

เย่เมยยื่นบัตรเชิญให้ พูดอย่างสุภาพ "เรามาตรวจอาการคุณชายสื่อค่ะ ท่านนี้คือหมอเทวดาที่ตระกูลเย่ของเราเชิญมา"

ยามรับไปดู ก่อนจะพยักหน้า "เชิญครับ!"

ประตูบานใหญ่ที่ทั้งหนาและหนักค่อยๆ เปิดออก รถเรนจ์โรเวอร์จึงแล่นเข้าไปในอุโมงค์

หลังจากขับเข้ามาได้สองกิโลเมตร ทัศนียภาพเบื้องหน้าก็เปิดกว้าง ราวกับก้าวเข้าสู่อีกโลกหนึ่งที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาเป็นอันดับแรกคือนาขั้นบันได ด้านหน้าของนาขั้นบันไดคือยอดเขาสูงตระหง่านเสียดฟ้า

น้ำตกกว้างหลายร้อยเมตรไหลทะลักลงมาจากฟากฟ้าราวกับม่านน้ำตก ก่อให้เกิดแม่น้ำใสสะอาดจนมองเห็นก้นบึ้งที่อยู่ด้านล่าง

ในแม่น้ำเต็มไปด้วยปลาคาร์ปตัวยาวกว่าหนึ่งเมตร แต่ละตัวทั้งอวบทั้งอ้วน

ถังฝานสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังวิญญาณบางเบาในตัวปลาพวกนี้ ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ

แต่พอเขาสังเกตเห็นพืชพรรณที่ปลูกอยู่บนนาขั้นบันได เขาก็เข้าใจกระจ่างแจ้งทันที

ที่แท้ พืชที่ปลูกบนนาขั้นบันไดล้วนเป็นสมุนไพรวิเศษที่หาได้ยากยิ่งในโลก แต่ละต้นล้วนประเมินค่ามิได้

ถังฝานกะคร่าวๆ มูลค่าของสมุนไพรพวกนี้ก็คงหลายแสนล้านแล้ว

ช่างเป็นตระกูลสื่อที่ร่ำรวยอะไรเช่นนี้!

"สวยจังเลย!" แตกต่างจากถังฝานที่สนแต่เรื่องเงิน เย่เมยตกตะลึงกับความงามของทัศนียภาพตรงหน้า

ถังฝานลดกระจกรถลง กลิ่นอายพลังวิญญาณอันเข้มข้นโชยมาปะทะใบหน้า ช่างเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การฝึกตนอย่างแท้จริง

เขาสูดหายใจลึกๆ รู้สึกได้เลยว่าฐานวิถีในจุดตันเถียนสั่นไหวเบาๆ ราวกับกำลังส่งเสียงร้องด้วยความหิวกระหาย

หลังจากขับรถเข้าไปอีกพักหนึ่ง ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงเชิงเขาน้ำตก เบื้องหน้าปรากฏอุโมงค์อีกแห่งหนึ่ง

เดินทางมาตั้งนาน ยังเข้าไม่ถึงเขตหวงห้ามชั้นในของตระกูลสื่อเลยด้วยซ้ำ

ยามตรวจบัตรเชิญอีกครั้ง ก่อนจะปล่อยให้ทั้งสองคนผ่านเข้าไป

อุโมงค์แห่งนี้ยาวกว่าแห่งแรกเสียอีก ยาวถึงสี่กิโลเมตรเลยทีเดียว

แค่พื้นที่ของภูเขาสองลูกนี้ก็กว้างใหญ่กว่าอำเภอชุนเหอบ้านเกิดของถังฝานเสียอีก พอจะจินตนาการได้เลยว่าอาณาเขตของตระกูลสื่อจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน

เมื่อทะลุอุโมงค์ออกมา เบื้องหน้าก็ปรากฏภาพของชุมชนที่อยู่อาศัย ดูคล้ายกับเมืองขนาดย่อมๆ เมืองหนึ่งเลยทีเดียว

นี่มันตระกูลเดียวครอบครองเมืองทั้งเมืองชัดๆ!

บนถนนมีผู้คนที่สวมชุดยูนิฟอร์มเดินขวักไขว่ พวกเขาใส่ชุดรูปแบบเดียวกันแต่ต่างสีสัน คาดว่าน่าจะเพื่อแบ่งแยกชนชั้นหรือตำแหน่ง

หลังจากขับผ่านสวนสาธารณะมา เบื้องหน้าก็ปรากฏกำแพงสูงกว่าสิบเมตร

นอกกำแพงมีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา ทีมลาดตระเวนทุกทีมมีสุนัขตำรวจร่วมด้วย

ยามเหล่านี้ถ้าไม่อยู่ในระดับรวมปราณ ก็อยู่ในระดับปรมาจารย์ยุทธ์ขึ้นไป

ถังฝานและเย่เมยตกตะลึงจนพูดไม่ออก ตระกูลสื่อทำให้พวกเขาเปิดหูเปิดตาเกี่ยวกับคำว่าตระกูลมหาเศรษฐีอย่างแท้จริง

ถังฝานเก็บกลิ่นอายผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานเอาไว้ ก่อนจะจอดรถที่หน้าประตู

ยามหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาถาม "ขอโทษครับ ท่านคือหมอเทวดาที่คุณเย่พามาใช่ไหมครับ?"

ถังฝานพยักหน้า

ยามพูดต่อ "เชิญทั้งสองท่านตามผมมาครับ"

ทั้งคู่ลงจากรถตามคำเชิญ จากนั้นก็มียามอีกคนเดินมาขับรถไปจอดที่ลานจอดรถ

พวกเขาถูกพาเข้ามานั่งพักในห้องโถงกว้างขวาง

ยามบอกว่า "รบกวนทั้งสองท่านรอสักครู่นะครับ"

ถังฝานถูกปล่อยให้รอนานจนเริ่มหงุดหงิด เขาบ่นกระปอดกระแปด "ตระกูลใหญ่นี่กฎระเบียบเยอะจริง รอมาสองชั่วโมงแล้ว ยังไม่ได้เจอตัวการสำคัญเลย!"

เย่เมยหัวเราะ "ถ้างั้นนายก็บุกเข้าไปเลยสิ?"

"เธอคิดว่าฉันไม่กล้าเหรอ?" ถังฝานขมวดคิ้ว ทำท่าจะลงมือจริงๆ

"นายอย่าทำอะไรวู่วามนะ ขืนทำอะไรลงไป ตระกูลเย่ของฉันจะพลอยซวยไปด้วย!" เย่เมยรีบคว้ามือทั้งสองข้างของถังฝานเอาไว้แน่น

ระยะห่างของทั้งสองคนใกล้ชิดกันมาก ถังฝานได้กลิ่นหอมกรุ่นจากตัวเธอ จึงหัวเราะขึ้นมา "ฉันล้อเล่นหรอกน่า!"

"หึ!" เย่เมยสะบัดมือออกอย่างหงุดหงิด ขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงกับเขาแล้ว

ความจริงเธอเองก็มองออก ถึงแม้ยามพวกนี้จะทำตัวสุภาพตามหน้าที่ แต่สายตาที่แฝงแววดูถูกก็ปิดไม่มิด

ตระกูลสื่อได้ประกาศออกไปตั้งนานแล้ว ว่าหมอคนไหนที่มาเยือน ไม่ว่าจะรักษาสื่อเฟยอวี่หายหรือไม่ ขอแค่มาถึง ก็มีอั่งเปามอบให้เป็นหมื่น!

แม้จะมีหมอชื่อดังมารักษามากมาย แต่ก็มีสิบแปดมงกุฎที่หวังมากอบโกยชื่อเสียงและเงินทองปะปนมาด้วยไม่น้อย

ถังฝานดูอายุน้อยเกินไป พวกยามก็คงจะคิดว่าเขาเป็นพวกสิบแปดมงกุฎเหมือนกัน

ถังฝานรู้สึกเสียใจชะมัดที่ตอนนั้นมัวแต่ห่วงหล่อ เลยไม่ยอมแปลงโฉมเป็นตาแก่

"ท่านนักพรต เชิญด้านในครับ!" ขณะที่ทั้งสองกำลังรออยู่ ก็ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา ชายวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังนำทางนักพรตเคราขาวเดินเข้ามาด้วยความนอบน้อม

"ตระกูลสื่อของพวกท่านช่างใหญ่โตจริงๆ นักพรตอย่างฉันยังมีธุระต้องไปทำอีกนะ!" นักพรตเคราขาวสะบัดแขนเสื้อด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์

"โปรดอภัยด้วยครับท่านนักพรต เป็นเพราะมีคนมารอตรวจอาการเยอะมาก อีกสักครู่ก็จะถึงคิวท่านแล้วครับ!"

"ช่างเถอะ ในเมื่อฉันมาถึงแล้วนี่!" นักพรตเคราขาวทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความหงุดหงิด พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นถังฝาน ก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะ "สมัยนี้ไม่ว่าใครก็กล้าเรียกตัวเองว่าหมอเทวดากันทั้งนั้นนะ!"

ถังฝานจ้องหน้านักพรตเคราขาวด้วยสีหน้าประหลาดใจ ก่อนจะเกือบหลุดหัวเราะออกมาดังๆ

คนคนนี้ก็คือนักพรตเสวียนทง ไอ้แก่จอมต้มตุ๋นที่เขาเคยเจอในตลาดเซียนนั่นเอง

ดูเหมือนว่าตอนนี้จะเลิกเล่นบทนักวาดอักขระยันต์ แล้วหันมาเล่นบทหมอเทวดาแทนแล้วสินะ

แต่จะว่าไป ท่าทางเหมือนเซียนผู้ทรงศีลของแกก็ดูเนียนตาใช้ได้เลยนะ

ถึงแม้ไอ้แก่นี่จะไร้พรสวรรค์เรื่องการฝึกตน แต่เรื่องการแสดงนี่ต้องยกให้เป็นที่หนึ่งเลย

ชายวัยกลางคนเห็นถังฝานเข้าพอดี จึงเดินเข้าไปถาม "ทั้งสองท่านก็มารอตรวจอาการคุณชายเหมือนกันใช่ไหมครับ?"

"นี่คือหมอเทวดาที่ตระกูลเย่แห่งเจียงเป่ยของเราเชิญมาค่ะ"

ชายวัยกลางคนพยักหน้ารับ ฝืนยิ้มที่มุมปาก แล้วถามว่า "ไม่ทราบว่าหมอเทวดาท่านนี้มีนามกรว่าอะไรครับ?"

"ผมเย่ถังครับ!" ถังฝานไม่อยากเปิดเผยชื่อจริง จึงตอบส่งๆ ไป

"รบกวนหมอเทวดาเย่รอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมจะพาพวกท่านเข้าไป"

"หมอเทวดา? หึหึ ไอ้หนุ่มเอ๊ย เอ็งอายุถึงยี่สิบหรือยังเนี่ย?" นักพรตเสวียนทงหัวเราะเยาะ

เดิมทีถังฝานไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงด้วย แต่พอเห็นไอ้แก่นี่ตั้งใจจะเหยียบย่ำเขา เขาก็ไม่คิดจะไว้หน้าอีกต่อไป จึงสวนกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ฉันอายุน้อยแล้วมันทำไม วิชาแพทย์ของฉันยังไงก็เหนือกว่าแกแน่!"

"หึ ช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ! ดูสารรูปเอ็งสิ ขนยังขึ้นไม่ครบเลยมั้ง จะไปรู้เรื่องวิชาแพทย์ได้ยังไง?"

พอเย่เมยได้ยินคำว่า 'ขนยังขึ้นไม่ครบ' หัวใจก็กระตุกวูบ ความโกรธพลุ่งพล่านขึ้นมาทันที เธอตวาดเสียงเย็น "ฉันว่าแกต่างหากที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ!"

"นังหนู เอ็งคงโดนมันหลอกเข้าแล้วล่ะ!" นักพรตเสวียนทงส่ายหน้า ก่อนจะหันไปถามชายวัยกลางคน "พ่อบ้านสื่อ ท่านเชื่อว่ามันเป็นหมอเทวดาจริงๆ เหรอ?"

ใบหน้าของชายวัยกลางคนยังคงประดับด้วยรอยยิ้ม เขาหันไปถามถังฝาน "ไม่ทราบว่าหมอเทวดาเย่เชี่ยวชาญการรักษาโรคประเภทไหนครับ?"

"ก็ต้องดูว่าคนไข้เป็นโรคอะไรก่อนสิ ผมถึงจะจัดยาได้ถูกจุด!"

นักพรตเสวียนทงหัวเราะเยาะ "น่าขันนัก นี่เอ็งเป็นหมอเทวดาครอบจักรวาลหรือไง?"

ถังฝานหันไปมองนักพรตเสวียนทง จู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า "ผู้อาวุโสเสวียนทง ท่านนี่ช่างขี้ลืมจริงๆ! เมื่อไม่กี่วันก่อนที่ตลาดเซียน ผมยังเห็นท่านพนันวาดอักขระยันต์กับคนอื่นอยู่เลยนะ ไม่คิดเลยว่าเราจะได้เจอกันอีก!"

"แก... แกคือ..." สีหน้าของนักพรตเสวียนทงเปลี่ยนไปทันที เขาจ้องมองถังฝานด้วยสายตาหวาดผวา

"หรือว่าท่านจะลืมไปแล้ว วันนั้นผมก็ยืนอยู่ข้างๆ ท่าน แถมยังรักษาโรคประหลาดให้ผู้ฝึกตนคนนึงด้วยนะ" ถังฝานขยิบตาให้

นักพรตเสวียนทงหากินด้วยการต้มตุ๋นมาหลายปี พอเห็นสีหน้าของถังฝาน เขาก็เข้าใจจุดประสงค์ของอีกฝ่ายได้ทันที ที่แท้ก็เป็นพวกเดียวกันนี่เอง!

เขาหัวเราะเสียงดังลั่น ก่อนจะพูดด้วยท่าทางหยิ่งยโส "ที่แท้ก็เอ็งนี่เอง ข้าจำได้แล้ว วันนั้นเอ็งช่วยรักษาโรคประหลาดให้ผู้ฝึกตนคนนั้นจริงๆ!"

"ตอนนี้ผู้อาวุโสคงพอจะช่วยรับประกันฝีมือให้ผมได้แล้วใช่ไหมครับ?"

"อืม ถึงวิชาแพทย์ของเอ็งจะสู้ข้าไม่ได้ แต่อย่างน้อยเอ็งก็ไม่ใช่นักต้มตุ๋นล่ะนะ!" นักพรตเสวียนทงเบะปากด้วยความเย่อหยิ่ง ดูเหมือนจะยังไม่เห็นถังฝานอยู่ในสายตาเหมือนเดิม

สำหรับทักษะการแสดงอันแนบเนียนขั้นเทพของตาเฒ่าคนนี้ ถังฝานเองยังต้องยอมซูฮกให้เลย

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 120 - นักต้มตุ๋นสองคน

คัดลอกลิงก์แล้ว