- หน้าแรก
- พลิกชะตาหมอเทวดาเนตรสวรรค์
- บทที่ 5 - ปิ่นปักผมหงส์ประดับอัญมณี
บทที่ 5 - ปิ่นปักผมหงส์ประดับอัญมณี
บทที่ 5 - ปิ่นปักผมหงส์ประดับอัญมณี
บทที่ 5 - ปิ่นปักผมหงส์ประดับอัญมณี
"พี่ม่อ ผมขอโทษครับ เมื่อกี้ผมวู่วามไปหน่อย!" ถังฝานกล่าวขอโทษอย่างจริงใจ เมื่อครู่โชคดีที่ได้ม่อเหยียนช่วยเล่นตามน้ำ ไม่อย่างนั้นเขาคงขายหน้าแย่
"ฉันก็รู้แหละว่าคุณทำไปเพื่อยั่วโมโหหวังจิ้ง แต่... ห้ามมีครั้งหน้านะ ฮึ!" ม่อเหยียนถลึงตาใส่ถังฝานอย่างแรง แต่ไม่ได้โกรธจริงๆ หรอก
"พี่ม่อ ขอบคุณนะครับ!" พอถังฝานนึกถึงสีหน้าผิดหวังของหวังจิ้ง เขาก็อดขำไม่ได้
"คุณนี่มันหลงตัวเองจริงๆ!" ม่อเหยียนมีเรื่องอัดอั้นตันใจที่พูดไม่ออก จึงยื่นมือไปหยิกเขาหนึ่งที ราวกับกำลังออดอ้อน
ถังฝานมองจนใจเต้นระรัว แอบสาบานในใจว่า ตัวเองจะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้ มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นถึงจะคู่ควรกับเธอ!
เขาไม่เพียงแต่จะต้องหาเงิน แต่ยังต้องฝึกฝนวิชาในผลึกมังกรด้วย เขาไม่อยากโดนรังแกเหมือนมดปลวกอีกต่อไปแล้ว!
"ดูสิ เสื้อผ้าคุณเปื้อนหมดแล้ว!" ถังฝานก้มลงมองรอยเลือดกระเซ็นบนเสื้อผ้า แล้วถามว่า "พี่ม่อ พี่ไปเดินห้างเลือกซื้อเสื้อผ้าสักสองชุดเป็นเพื่อนผมหน่อยได้ไหมครับ?"
"เอาสิ ฉันชอบเดินช้อปปิ้งอยู่แล้ว!"
ทั้งสองขับรถมาถึงย่านการค้า ม่อเหยียนช่วยเขาเลือกเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ดูดีและเข้ากับเขามากมาสองชุด
แม้จะเป็นเพียงเสื้อเชิ้ตจับคู่กับกางเกงยีนส์เรียบๆ แต่กลับทำให้บุคลิกของถังฝานเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
หล่อเหลาเอาการ ดูดีจนน่าหลงใหล!
ทั้งคู่เดินออกจากห้าง ถังฝานชี้ไปที่ด้านหลังแล้วบอกว่า "พี่ม่อ ด้านหลังนี้มีถนนสายวัฒนธรรมที่ขายของเก่าด้วยนะ ผมจะพาพี่ไปดู"
ม่อเหยียนพอได้ยินก็สนใจขึ้นมาทันที เดินตามเขาเข้าไปในร้านขายภาพเขียนและตัวอักษรจีนร้านหนึ่ง แต่เธอมองปราดเดียวก็เดินออกมาแล้ว
เธอส่ายหน้าพลางพูดว่า "มีแต่ของเลียนแบบทั้งนั้น ไม่มีค่าให้สะสมเลยสักนิด"
"พวกเราลองเดินดูอีกหน่อยเถอะครับ ปีที่แล้วเคยมีภาพทิวทัศน์สมัยราชวงศ์หมิงโผล่มาที่นี่ ขายได้ตั้งสองล้านกว่าเชียวนะ!"
"ภาพของใครล่ะ?"
"เหมือนจะชื่อต่งอะไรสักอย่าง..."
"ต่งฉีชาง?"
"น่าจะใช่ครับ!"
"ไม่คิดเลยว่าที่นี่จะมีภาพเขียนของต่งฉีชางด้วย!" ม่อเหยียนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เดินตามถังฝานเข้าไปในร้านขายวัตถุโบราณและของเล่นศิลปะ ภายในร้านเต็มไปด้วยลูกประคำ สร้อยข้อมือ และจี้หยกต่างๆ
เนตรทิพย์ของถังฝานกวาดมองไปรอบๆ ก็พบประกายสีทองอร่ามบนดาบไม้สีดำขลับเล่มหนึ่ง ที่แท้ภายในดาบไม้เล่มนี้ก็มีของดีซ่อนอยู่!
ดูเหมือนว่าเถ้าแก่จะไม่รู้เรื่องนี้ จึงทิ้งมันไว้ที่มุมห้องอย่างไม่แยแส
"เถ้าแก่ ดาบไม้เล่มนี้ราคาเท่าไหร่ครับ?"
เถ้าแก่กำลังนั่งดูหนังอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หันกลับมามองแวบหนึ่ง ตอบด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ว่า "นั่นไม้มะเกลือ วันนี้ยังไม่ได้เปิดบิลเลย คิดไปแปดพันก็แล้วกัน!"
ม่อเหยียนหลุดขำออกมา "เถ้าแก่ นี่มันไม้ท้อชัดๆ แค่โดนควันรมจนดำเท่านั้นแหละ!"
"แหม แม่หนู ไม่เบาเลยนะเนี่ย!" เถ้าแก่รีบลุกขึ้นยืน "ถึงมันจะไม่ใช่ไม้มะเกลือ แต่มันก็เป็นไม้ท้อที่โดนฟ้าผ่า เอาไปแขวนไว้ในบ้านช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายได้นะ!"
ม่อเหยียนส่ายหน้า ในสายตาเธอ ของพรรค์นี้ไม่มีคุณค่าพอให้สะสมเลยสักนิด
ถังฝานพูดด้วยความรำคาญ "เถ้าแก่ พวกเราอย่ามัวเสียเวลาพูดพล่ามเลย บอกราคาจริงมาตรงๆ ดีกว่า!"
"ถ้านายตั้งใจจะซื้อจริงๆ ก็เอามาสองพันแล้วกัน!"
"งั้นช่างเถอะ!" ถังฝานโยนดาบไม้ลงบนตู้กระจก หันหลังเตรียมเดินออกไป
"เอ๊ะๆ..." เถ้าแก่รีบเรียกถังฝานไว้ ทำหน้าเศร้าสร้อย "น้องชาย นายให้ได้เท่าไหร่ล่ะ?"
"นี่เถ้าแก่ ผมโตมาที่ภูเขาไป๋หู่ เคยเห็นไม้ที่โดนฟ้าผ่ามาจริงๆ นะ ส่วนของเถ้าแก่นี่น่ะ ยังมีกลิ่นควันน้ำมันติดอยู่เลย!"
ม่อเหยียนหัวเราะ "เถ้าแก่ นี่คงไม่ได้โดนรมควันจนดำตอนที่บ้านคุณทำหมูรมควันหรอกใช่ไหม?"
เถ้าแก่ไม่ได้รู้สึกอับอายแม้แต่น้อย พูดต่อว่า "ถึงจะเป็นดาบไม้ท้อธรรมดา แต่ความยาวขนาดนี้ก็มีราคาเกือบพันแล้วมั้ง?"
"ผมให้สองร้อย!" ถังฝานชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว
"ไม่ได้เด็ดขาด นายเพิ่มให้อีกหน่อยเถอะ..."
ทั้งสองฝ่ายต่อรองราคากันอยู่นาน ในที่สุดถังฝานก็จ่ายเงินไปสามร้อยหยวน
หลังจากออกมาแล้ว ม่อเหยียนก็หยิบดาบไม้ขึ้นมาดู พลางพูดว่า "ดูน่าจะมีอายุเก่าแก่อยู่บ้าง เอาไปแขวนไว้ในห้องเป็นของประดับก็ไม่ขาดทุนหรอก!"
ถังฝานฟังออกว่าเธอกำลังปลอบใจเขา เขาจึงถือดาบไม้ไว้ในมือ ทำทีเป็นพิจารณาดู จากนั้นชี้ไปที่บริเวณด้ามจับแล้วร้องเสียงหลง "พี่ม่อ พี่ดูสิ!"
"มีอะไรเหรอ?"
"ตรงด้ามจับนี่มันเป็นสลักเดือยเข้าลิ้น ไม่แน่อาจจะถอดออกได้นะ!"
"ถอดออกทำไมล่ะ?"
"ข้างในนี้อาจจะมีสมบัติซ่อนอยู่ก็ได้นะ?"
"คุณนี่นะ!" ม่อเหยียนหัวเราะอย่างอ่อนใจ "ฉันยอมรับว่าวันนี้คุณดวงดีมาก แต่ก็ใช่ว่าจะเก็บสมบัติได้ตลอดไปนี่นา?"
"ก็ไม่แน่นะครับ เดี๋ยวกลับไปถึงโรงแรมค่อยลองถอดดู!"
"ก็ตามใจคุณแล้วกัน!" ม่อเหยียนคิดในใจว่าความซื่อตรงนั้นเป็นเรื่องน่ารักก็จริง แต่ซื่อเกินไปมันก็ดูไร้เดียงสาไปหน่อยนะ
ถังฝานยังคงจดจ่ออยู่กับสมบัติในดาบไม้ เขาเดินตามม่อเหยียนกลับไปที่โรงแรม
เขาไปขอยืมเครื่องมือจากเคาน์เตอร์ต้อนรับ พอกลับมาถึงห้องก็เริ่มชำแหละดาบไม้ทันที
ม่อเหยียนก็ไม่ได้เข้าไปรบกวนเขา เธอศึกษาถ้วยชาเทียนมู่สมัยซ่งต่อไป
ด้วยความช่วยเหลือจากเนตรทิพย์ ถังฝานก็สามารถถอดดาบไม้ออกเป็นสองซีกได้อย่างรวดเร็ว ตัวดาบกลวงจริงๆ ด้วย!
เขาหยิบตัวดาบขึ้นมาเทออก ปิ่นปักผมหงส์ทองคำที่ประดับด้วยอัญมณีสีแดงและสีน้ำเงินก็ร่วงหล่นลงมา พร้อมกับกระดาษสีเหลืองซีดหนึ่งแผ่นและตราประทับอีกหนึ่งชิ้น
"สวยจังเลย!" แม้ถังฝานจะดูไม่เป็น แต่เห็นปิ่นปักผมนี้ก็รู้แล้วว่าไม่ใช่ของธรรมดา ของล้ำค่าบนนั้นเขาเคยเห็นแต่บนหัวของผู้หญิงในซีรีส์ย้อนยุคทั้งนั้น
"พระเจ้าช่วย!" ม่อเหยียนหยิบปิ่นปักผมขึ้นมาถือไว้ในมืออย่างระมัดระวัง พรรณนาคุณค่าของมันราวกับท่องจำมา "นี่คือปิ่นหงส์ทองคำประดับอัญมณี ฝีมือการขึ้นรูปนกหงส์นี่ประณีตมาก สีแดงนี่คือปะการัง สีขาวคือหยกเหอเถียนเนื้อละเอียด สีเขียวคือหยกไคไท่เนื้อแก้ว น่าจะเป็นงานฝีมือในสมัยราชวงศ์ชิง ไม่ใช่ของที่คนธรรมดาสามัญจะได้ใช้แน่!"
ถังฝานยื่นกระดาษสีเหลืองซีดในมือให้ม่อเหยียน แล้วบอกว่า "พี่ลองดูสิครับว่าบนนี้เป็นคำอธิบายหรือเปล่า..."
ม่อเหยียนกางกระดาษออก อ่านข้อความบนนั้นอย่างตั้งใจ ก่อนจะร้องอุทานออกมา "แทบไม่น่าเชื่อเลย!"
"ในนี้เขียนไว้ว่าอะไรบ้างครับ?"
ม่อเหยียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า "นี่คือปิ่นปักผมหงส์ทองคำที่ซูสีไทเฮาเคยใช้! ถังฝาน วันนี้โชคของคุณมันทะลุฟ้าจริงๆ!"
"หา!" ถังฝานทำหน้าเหวอ แม้เขาจะดูออกว่าของชิ้นนี้มีราคาแพง แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะมีที่มาที่ไปขนาดนี้
"คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าในนี้มีของซ่อนอยู่ เลยมาแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องกับฉัน?" ม่อเหยียนมองถังฝานด้วยสายตาจับผิด เธอไม่เชื่อหรอกว่าโชคของคนๆ หนึ่งจะดีได้ขนาดนี้
ถังฝานหัวเราะร่วน "พี่คงไม่คิดว่าตาของผมมีพลังมองทะลุได้หรอกนะครับ?"
ม่อเหยียนก็หัวเราะออกมาเช่นกัน เธอส่ายหน้า "นั่นสิ คุณไม่ใช่เทพเซียนเสียหน่อย!"
ม่อเหยียนส่งกระดาษคืนให้ถังฝาน แล้วพูดว่า "ในนี้เขียนไว้ชัดเจนมาก เขาเป็นองครักษ์ในวังหลวงสมัยชิงชื่อเมิ่งเสียง มีอยู่ครั้งหนึ่งเขาคุ้มกันซูสีไทเฮาไปจุดธูปไหว้พระที่พระราชวังฤดูร้อนอี๋เหอหยวน แต่ไม่คาดคิดว่าปิ่นปักผมของซูสีไทเฮาจะตกลงพื้น ตอนนั้นทุกคนรู้สึกว่านี่เป็นลางร้าย ไม่มีใครกล้าเก็บปิ่นปักผมขึ้นมา แม้แต่ไทเฮาเองก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้"
"แต่ในเวลานั้น เมิ่งเสียงกลับรวบรวมความกล้าเก็บปิ่นหงส์ทองคำขึ้นมา คุกเข่าต่อหน้าไทเฮาแล้วกล่าวว่า 'ขอแสดงความยินดีพ่ะย่ะค่ะไทเฮา ปิ่นหงส์ร่วงหล่นสู่พื้นดิน เป็นศุภนิมิตว่าฟ้าประทานพรให้ต้าชิง นี่คือลางดีพ่ะย่ะค่ะ!' ไทเฮาที่เดิมทีอารมณ์ไม่ดี พอได้ยินดังนั้นก็ทรงพระสรวลอย่างเบิกบานพระทัย ไม่เพียงแต่พระราชทานปิ่นทองคำให้เขา แต่ยังทรงโปรดปรานเขาเป็นพิเศษด้วย"
"ตั้งแต่นั้นมา เมิ่งเสียงก็เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานอย่างรวดเร็ว แถมยังได้มาเป็นผู้ว่าการมณฑลซงเจียงของเราด้วย ภายหลังในยุคสาธารณรัฐจีนเกิดสงครามความวุ่นวาย เมิ่งเสียงกลัวว่าสมบัติจะถูกปล้น จึงนำไปซ่อนไว้ในดาบไม้..."
หลังจากม่อเหยียนเล่าเรื่องราวของปิ่นทองคำจบ ทั้งสองก็มองหน้ากันโดยไร้คำพูด ภายในห้องมีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบา
(จบแล้ว)