เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ระบบตกตะลึงไร้เทียมทาน ตอนที่ 22 ทะลวงขอบเขตวิญญาณประจักษ์

ระบบตกตะลึงไร้เทียมทาน ตอนที่ 22 ทะลวงขอบเขตวิญญาณประจักษ์

ระบบตกตะลึงไร้เทียมทาน ตอนที่ 22 ทะลวงขอบเขตวิญญาณประจักษ์


ระบบตกตะลึงไร้เทียมทาน ตอนที่ 22 ทะลวงขอบเขตวิญญาณประจักษ์

หลังจากปราณวิญญาณพลุ่งพล่านที่อยู่ในร่างกายไหลออกไปทีละน้อยอย่างต่อเนื่อง สติของหนิงเทียนก็ค่อย ๆ ฟื้นคืน ความร้อนระอุในร่างกายก็ลดลง

นุ่ม...

นุ่มจริง ๆ...

เมื่อหนิงเทียนฟื้นสติก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสนุ่มนวลบนริมฝีปาก กลิ่นหอมโชยผ่านเข้ามาในจมูกของเขา

เขาเผลอลืมตาขึ้นโดยไม่ทันคิด

ทันใด เขาก็ตกตะลึงอย่างหนัก!

ในใจเขามีความคิดเดียว ข้าโดนภรรยาจุมพิตเสียแล้ว!

ตอนนั้นเอง หลัวหวู่ชิงก็ลืมตาขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นหนิงเทียนกำลังเบิกตากว้างมองตน นางก็โมโหขึ้นมาทันใด

นางขบริมฝีปากกระชับกัดลงบนริมฝีปากของหนิงเทียนในทันที

"อ๊าก ภรรยา เจ้ากัดข้า!"

หนิงเทียนอยากจะดิ้นหนี แต่ในสมองกลับมีเสียงของหลัวหวู่ชิง

"หากเจ้าอยากตัวระเบิด ก็เชิญดิ้นต่อไป"

ต่อให้จะเป็นเสียงจิต แต่น้ำเสียงก็ยังคงเย็นชา

ได้ยินดังนี้ หนิงเทียนก็ชะงัก

นางกำลังช่วยเขาปลดปล่อยปราณวิญญาณพลุ่งพล่านที่มหาศาลออกไปอย่างนั้นหรือ?

เขารีบใช้จิตสัมผัสไปที่ร่างกายเล็กน้อย และพบว่าในร่างกายนั้นมีปราณวิญญาณส่วนเกินที่ไหลออกไปอย่างต่อเนื่องผ่านริมฝีปากของเขาสู่ร่างกายของหลัวหวู่ชิง

แม้ว่า...

ความรู้สึกจะแปลก ๆ และน่าอึดอัดไปเล็กน้อย แต่... นี่คือวิธีที่เร็วที่สุดแล้ว

หากลังเลแม้เพียงเล็กน้อย ร่างกายของหนิงเทียนก็จะถูกปราณวิญญาณที่พลุ่งพล่านทำลาย

หนิงเทียนอดคิดไม่ได้ ระบบพูดถูก เขามีระบบและภรรยาจักรพรรดินี ก็เท่ากับว่าไม่มีทางตายได้

ใครจะไปรู้ว่าภรรยาของเขาจะเป็นจักรพรรดินีกัน?

หากมีระบบและภรรยาจักรพรรดินีแล้ว ข้าจะทำอะไรก็ได้อย่างแท้จริง!

ปราณวิญญาณยังคงไหลจากริมฝีปากอย่างต่อเนื่อง

หนิงเทียนเริ่มเพลิดเพลินกับความนุ่มนวลของริมฝีปากสีแดงนั้น

แต่ว่า...

ภรรยา เจ้าช่วยคลายริมฝีปากที่กำลังกัดริมฝีปากของข้าได้หรือไม่!

หนิงเทียนแทบอยากจะกรีดร้องออกมา แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร เพราะพลังของเขาไม่เพียงพอที่จะใช้ส่งกระแสจิต

เขาได้แต่คิดและเก็บไว้ในใจ

กว่าครึ่งชั่วโมงต่อมา

ในที่สุดภายใต้ท่าทางประหลาดแบบนี้ ปราณวิญญาณที่พลุ่งพล่านในร่างหนิงเทียนก็ถูกหลัวหวู่ชิงดูดซับออกไปจนหมด

อย่างไรก็ตาม ริมฝีปากล่างของหนิงเทียนก็แทบขาดแล้ว ตอนนี้ มันนั้นชาไปหมด

"ในที่สุดก็จบลง"

หนิงเทียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก กระบวนการนี้แม้จะตื่นเต้น แต่หากทำนาน ๆ ก็คงไม่ไหว

มันคงทำลายปากของเขาไปเป็นแน่

หลัวหวู่ชิงดันหนิงเทียนออกไปเบา ๆ แล้วยื่นมือออกมา เป่าลมหายใจเบา ๆ ที่ริมฝีปาก ไข่มุกหยกขาวก็ปรากฏขึ้นมา

"เอานี่ไป"

หลัวหวู่ชิงส่งไข่มุกหยกขาวนี้ให้แก่หนิงเทียน

"นี่คือ?" เมื่อมองไข่มุกหยกขาวในมือ หนิงเทียนก็ฉายแววด้วยความสงสัย

หลัวหวู่ชิงมองไข่มุกหยกขาวแวบหนึ่ง แล้วพูดขึ้น "นี่คือไข่มุกต้นกำเนิดวิญญาณ เป็นพลังวิญญาณจากมารสวรรค์ เจ้าสามารถดูดซับเพื่อบำเพ็ญเพียร"

พูดถึงตรงนี้ นางก็หยุดชั่วครู่แล้วจึงกำชับเสียงเข้ม

"จำไว้ให้ดี อย่าดูดซับมากเกินไป"

"การบำเพ็ญเพียรคือการค่อยเป็นค่อยไป อย่าดูดซับทั้งหมดเข้าไปในครั้งเดียว ครั้งนี้ยังนับว่าโชคดี แต่ข้าก็ไม่สามารถช่วยเจ้าได้ทุกครั้ง "

ตอนนี้ หลัวหวู่ชิงเหมือนกับอาจารย์ผู้หนึ่งที่ชี้แนะหนิงเทียน

สิ่งที่หลัวหวู่ชิงพูดนั้นถูกต้อง

ความรู้เกี่ยวกับการบำเพ็ญเพียรของหนิงเทียนห่างไกลกว่าหลัวหวู่ชิงอย่างมาก

เขายังเป็นมือใหม่ในเส้นทางการบำเพ็ญเพียร

ในขณะที่หลัวหวู่ชิงเป็นปรมาจารย์ที่อยู่บนเส้นทางการบำเพ็ญเพียรมาเนินนาน

"ข้าเข้าใจแล้ว" หนิงเทียนนิ่งเงียบครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า มองหลัวหวู่ชิงและคลี่ยิ้ม

"ภรรยา ข้าขอบคุณมาก"

"..."

ทั้งสองสบตากัน หลัวหวู่ชิงชะงักไปครู่หนึ่งแล้วจึงพยักหน้าเบา ๆ

ชายหนุ่มผู้หล่อยิ้มอย่างสดใสตรงหน้า ดูเหมือนนางจะประทับใจเขามากขึ้นเล็กน้อย

"ภรรยา"

หนิงเทียนเล่นไข่มุกต้นกำเนิดวิญญาณในมือไปมาแล้วพูดขึ้นกะทันหัน

"หืม?"

หลัวหวู่ชิงมองด้วยความสงสัย

"พอพวกเรากำจัดมารสวรรค์ได้แล้ว เท่ากับว่าพวกเราฆ่าบรรพบุรษหรือไม่?" หนิงเทียนถาม

แม้มารสวรรค์จะโดนทัณฑ์สายฟ้ากำจัดไป แต่เขาก็ถือเป็นจ้าวนิกายรุ่นที่หนึ่งของนิกายมารสวรรค์

"เรื่องนั้นไม่นับ"

หลัวหวู่ชิงส่ายหน้า แล้วกระทืบแผ่นป้ายวิญญาณของมารสวรรค์จนแตกกระจาย!

"เขาทิ้งคำสอนที่หลอกลวงจ้าวนิกายรุ่นต่อรุ่นเพื่อทำตามความเห็นแก่ตัวของตน เขาไม่คู่ควรเป็นจ้าวนิกายมารสวรรค์คนแรก"

ดวงตาของหลัวหวู่ชิงฉายแววเย็นยะเยือก

เมื่อได้ยินดังนั้น หนิงเทียนก็พยักหน้า

ทันใดนั้น เขาก็ขมวดคิ้วและรู้สึกว่าร่างกายที่มีพลังพลุ่งพล่านกำลังจะปะทุขึ้นมา!

นี่คือ...

จะทะลวงระดับแล้วหรือ?

หนิงเทียนดีใจมาก

"ภรรยา ข้าจะทะลวงระดับแล้ว!" หลังจากพูดกับหลัวหวู่ชิงหนึ่งประโยค หนิงเทียนก็รีบนั่งขัดสมาธิทันที แล้วเริ่มบำเพ็ญเพียร!

ยังมีปราณวิญญาณเหลือในร่างอยู่ไม่น้อย

ปราณวิญญาณเหล่านี้เพียงพอที่จะทำให้เขาทะลวงระดับได้!

เมื่อเห็นหนิงเทียนเข้าสู่สภาวะบำเพ็ญเพียรอย่างร้อนรน หลัวหวู่ชิงก็หรี่ตาลง ดวงตาฉายแววเจิดจ้า

คนผู้นี้สามารถทะลวงระดับได้ในเวลาไม่กี่วันติดต่อกัน ความเร็วนี้ถือว่ารวดเร็วอย่างมาก

ขอบเขตนักรบและปรมาจารย์นักรบทมิฬมีช่องว่างแต่ละระดับเพียงผิวเผินเท่านั้น

ต้องรอจนถึงขอบเขตวิญญาณประจักษ์ ความรู้สึกที่มีต่อปราณวิญญาณจะเข้าสู่ระดับหนึ่งแล้ว ความยากในการบำเพ็ญเพียรจึงจะเริ่มเพิ่มขึ้น

ถึงกระนั้น ขอบเขตนักรบและปรมาจารย์นักรบทมิฬก็ยังคงเป็นด่านที่หลายคนไม่อาจก้าวข้ามได้

ที่หนิงเทียนสามารถบรรลุได้ในเวลาไม่กี่วัน ความเร็วระดับนี้นับว่าไม่ธรรมดา

"สมชื่อกายาเทพสวรรค์จริง ๆ..."

หลัวหวู่ชิงสรุปต้นสายปลายเหตุทุกอย่างว่าเป็นเพราะกายาเทพสวรรค์

"เพียงแต่... คาดไม่ถึงเลยว่าตำรามารสวรรค์จะเป็นแค่เรื่องโกหกที่มารสวรรค์แต่งขึ้นมาเพื่อยึดครองร่างผู้มีกายาเทพสวรรค์ เมื่อไม่มีหนทางการเป็นเทพแล้ว..."

"หากพรรควิถีธรรมเริ่มโจมตี เช่นนั้น ข้าควรทำอย่างไรดี...?"

ดวงตางดงามของหลัวหวู่ชิงเต็มไปด้วยความกังวล นางมองหนิงเทียนแวบหนึ่ง สุดท้ายก็สูดลมหายใจอย่างละเอียด

"หากศัตรูมา ก็แค่สาดน้ำไล่"

"แม้ไร้หนทางการเป็นเทพ แม้นิกายมารสวรรค์จะล่มสลาย ข้าก็ต้องสั่งสอนพวกมันให้รู้ซึ้ง!"

...

ตอนนี้ หนิงเทียนนั่งขัดสมาธิ หมุนเวียนปราณวิญญาณ

ชีพจรทัณฑ์สายฟ้า 199 เส้นหมุนเวียนปราณวิญญาณอย่างรวดเร็ว แม้แต่ความเร็วในการทะลวงระดับก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง!

ติ๊ง!

ในสมองของเขา เสียงระบบดังขึ้นต่อเนื่อง

[ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้ที่บรรลุขอบเขตปรมาจารย์นักรบทมิฬระดับ 8!]

[ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้ที่บรรลุถึงปรมาจารย์นักรบทมิฬระดับ 9]

[ผู้ใช้ทะลวงขอบเขต!]

[ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้ที่ทะลวงขอบเขตวิญญาณประจักษ์ระดับ 1]

หนิงเทียนค่อย ๆ ลืมตาและพ่นลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา

เมื่อบรรลุถึงขอบเขตวิญญาณประจักษ์ หนิงเทียนก็รู้สึกว่าความรู้สึกต่อปราณวิญญาณไวมากยิ่งขึ้นอีก แม้แต่รูขุมขนบนร่างกายยังสามารถรู้สึกถึงปราณวิญญาณได้

แต่ก็มีปัญหาอย่างหนึ่ง

พลังที่จำเป็นต้องใช้ในการทะลวงระดับ 1 ไปสู่ระดับต่อไปก็ยิ่งมากมายขึ้นตามกัน

หลังจากผ่านขอบเขตพลังกายแล้ว ความยากในการบำเพ็ญเพียรหลังจากนี้ก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก

เขาลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า เขาไม่เห็นร่างที่อยู่ข้าง ๆ แล้ว

"ดูเหมือนนางคงจะไปแล้วสินะ"

หนิงเทียนพึมพำเสียงแผ่วเบา แล้วก็ปัดฝุ่นตามตัว ก่อนจะเดินจากภูเขาหลังนิกายมารสวรรค์ไป

จบบทที่ ระบบตกตะลึงไร้เทียมทาน ตอนที่ 22 ทะลวงขอบเขตวิญญาณประจักษ์

คัดลอกลิงก์แล้ว