เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15: งัดไพ่ตายทั้งหมดออกมา

บทที่ 15: งัดไพ่ตายทั้งหมดออกมา

บทที่ 15: งัดไพ่ตายทั้งหมดออกมา


บทที่ 15: งัดไพ่ตายทั้งหมดออกมา

เหลือง เหลือง ม่วง ม่วง ม่วง ดำ; เหลือง เหลือง เหลือง ม่วง ม่วง; ขาว เหลือง เหลือง เหลือง ม่วง

"หนึ่งจักรพรรดิวิญญาณ สองราชันย์วิญญาณ! แม้จะไม่ใช่การจัดเรียงวงแหวนวิญญาณที่สมบูรณ์แบบที่สุด ทว่าช่องว่างของพลังวิญญาณนั้นก็เป็นดั่งหุบเหวที่ไม่อาจก้าวข้ามได้ ในเวลานี้ ข้าต้องเลี่ยงการปะทะสถานเดียว" สมองของหลินเฉินแล่นฉิว ครุ่นคิดหาแผนการรับมืออย่างรวดเร็ว

"ทักษะวิญญาณที่สี่ พิษกิ้งก่า!"

"ทักษะวิญญาณที่สาม เพลิงราชสีห์!"

"ทักษะวิญญาณที่สาม กรงเล็บหมาป่าวายุ!"

หวังตงและอีกสองคนต่างปลดปล่อยทักษะวิญญาณพุ่งเป้ามาที่หลินเฉิน

"กำแพงพันธนาการ!" เมื่อรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้ หลินเฉินจึงรีบใช้อุปกรณ์วิญญาณเพื่อป้องกันตัว

"อะไรกัน? เขาใช้อุปกรณ์วิญญาณได้อย่างไร? สถาบันสื่อไหลเค่อไม่ได้รังเกียจอุปกรณ์วิญญาณมาตลอดหรอกหรือ?" หวังจงตกตะลึง เขาไม่คาดคิดเลยว่าหลินเฉินซึ่งเป็นถึงศิษย์หลักของสาขาวิญญาณยุทธ์แห่งสถาบันสื่อไหลเค่อจะนำอุปกรณ์วิญญาณออกมาใช้

อีกสองคนที่เหลือก็ประหลาดใจอย่างมากและหันไปมองหวังจง

"โจมตีต่อไป ต่อให้มีอุปกรณ์วิญญาณ พลังวิญญาณของมันก็ต้านทานไว้ได้ไม่นานหรอก" หวังจงออกคำสั่ง

ในจังหวะที่ทั้งสามชะงักไปนั้น หลินเฉินก็หยิบอุปกรณ์วิญญาณเร่งความเร็วระดับ 5 ออกมาสวมเข้าที่เท้า อัดฉีดพลังวิญญาณลงไป แล้วหลบหนีไปด้วยความเร็วสูงสุด

"บัดซบ ไอ้เด็กนี่มันมีอุปกรณ์วิญญาณกี่ชิ้นกันแน่!" หวังจงเดือดดาล "มัวยืนบื้ออะไรกันอยู่? ตามไปสิ!"

ทั้งสามเร่งรุดไล่ตามไปในทิศทางที่หลินเฉินหลบหนี

หลินเฉินกำลังหนีมุ่งหน้าเข้าสู่ส่วนลึกของป่าใหญ่ซิงโต่ว เขาคาดการณ์ว่าในเมื่ออีกฝ่ายกล้ามาลอบสังหารเขา ย่อมต้องมีพรรคพวกดักรออยู่รอบนอกป่าแห่งนี้เป็นแน่ แม้ว่าเขตที่อยู่อาศัยของสัตว์วิญญาณหมื่นปีจะน่าหวาดหวั่น แต่ตราบใดที่เขาระมัดระวังตัว โอกาสรอดชีวิตก็ยังมีสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขามีอุปกรณ์วิญญาณติดตัวมาด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น พวกที่เข้ามาล่าสัตว์วิญญาณในเขตรอบนอกของป่าใหญ่ซิงโต่วโดยพื้นฐานแล้วก็เป็นเพียงวิญญาจารย์ระดับล่าง ซึ่งไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเขาได้อยู่แล้ว

หลินเฉินพุ่งทะยานไปด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ โดยมีหวังจงและอีกสองคนไล่ตามมาติดๆ ทั้งสี่เปิดฉากการไล่ล่ากันดุเดือดกลางป่าใหญ่ซิงโต่ว

"ทักษะวิญญาณที่ห้า เสาพิษกิ้งก่า!" หวังจงปลดปล่อยทักษะวิญญาณที่ห้าของตน ทันใดนั้น เสาพิษหลายต้นก็พุ่งทะลวงขึ้นสู่ท้องฟ้า ดักหน้าเส้นทางหลบหนีของหลินเฉิน ราวกับต้องการจะกลืนกินเขาทั้งเป็น

หลินเฉินไม่กล้าประมาท เขาเพ่งสมาธิถึงขีดสุด พลิ้วกายหลบหลีกเสาพิษต้นแล้วต้นเล่าอย่างคล่องแคล่ว เพราะหากพิษนี้สัมผัสโดนตัวเขา ด้วยระดับบ่มเพาะเพียงแค่มหาวิญญาจารย์ เขาย่อมไม่อาจสลายพิษของจักรพรรดิวิญญาณได้ทันท่วงทีแน่

อย่างไม่รู้ตัว หลินเฉินได้ล่วงล้ำเข้ามาถึงขอบเขตที่อยู่อาศัยของสัตว์วิญญาณหมื่นปีแล้ว ในขณะที่เขากำลังวิ่งหนี หมีปีศาจกระหายเลือดระดับเก้าพันปีตัวหนึ่งก็พุ่งเข้ามาขวางหน้า หลินเฉินที่รวบรวมสมาธิอยู่ก่อนแล้วจึงเอี้ยวตัวหลบกรงเล็บหมีที่ตะปบลงมาได้อย่างหวุดหวิด

หลินเฉินกวาดสายตามองไปรอบๆ และพบรังต่ออยู่บนต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลนัก เขาพุ่งตัวไปยังต้นไม้นั้น บังคับกระบี่เจ็ดสังหารให้สอยรังต่อร่วงลงมา แล้วเตะส่งมันไปทางหวังจงกับพวก

เป็นไปตามที่หลินเฉินคาดหมาย เมื่อหมีปีศาจกระหายเลือดเห็นรังต่อลอยไปตกใส่พวกของหวังจง มันก็คำรามลั่นและพุ่งทะยานเข้าหาพวกเขาทันที

หลินเฉินฉวยโอกาสนี้หลบหนีไป

"พวกเจ้าสองคนจัดการหมีปีศาจกระหายเลือดตัวนี้ซะ ข้าจะไปปลิดชีพไอ้เด็กนั่นเอง"

"ขอรับ!"

หวังจงเหาะทะยานไล่ตามหลินเฉินไปอย่างรวดเร็ว

ในเวลานี้ หลินเฉินและหวังจงได้เข้ามาอยู่ในเขตของสัตว์วิญญาณหมื่นปีแล้ว ซึ่งสามารถได้ยินเสียงการต่อสู้ต่างๆ ดังระงมไปทั่วทุกสารทิศ

หลินเฉินหยุดฝีเท้าลงในที่สุด

"ในเมื่อเจ้าอยากสู้ ข้าก็จะสนองให้! เขตแดนเจ็ดสังหาร!" หลินเฉินปลดปล่อยเขตแดนของตนออกไป ในพริบตา พลังโจมตี พลังป้องกัน และความเร็วของหวังจงก็ดิ่งวูบลง ในขณะที่วงแหวนวิญญาณทั้งสามก็ปรากฏขึ้นรอบกายของหลินเฉิน

เขตแดนเจ็ดสังหารคือเขตแดนโดยกำเนิดของวิญญาณยุทธ์ของเขา มันสามารถลดทอนพลังโจมตีของศัตรูลงได้แปดสิบส่วน ลดทอนพลังป้องกันและความเร็วลงห้าสิบส่วน พร้อมกับเพิ่มพลังโจมตีและความเร็วให้ตนเองหนึ่งเท่าตัว และเพิ่มพลังป้องกันอีกสามสิบส่วน แม้จะทรงพลังยิ่งนัก ทว่าข้อเสียคือเขาไม่สามารถเลือกเป้าหมายที่จะเสริมพลังหรือลดทอนได้ กล่าวคือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในรัศมีเขตแดน ยกเว้นตัวเขาเอง จะถูกสะกดข่มเอาไว้ทั้งหมด

หวังจงสะดุ้งตกใจ ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าที่หวังเหล่ยให้ความสำคัญ โดยการส่งเขาและราชันย์วิญญาณอีกสองคนมาเพื่อสังหารมหาวิญญาจารย์ผู้หนึ่ง เป็นเพราะพรสวรรค์ของเด็กนี่คงจะโดดเด่นไม่เบา แต่ดูเหมือนตอนนี้ นี่มันคืออัจฉริยะเหนือชั้นขนานแท้เลยนี่นา!

"ทักษะวิญญาณที่สอง คมกระบี่เผยประกาย!" หลินเฉินเป็นฝ่ายชิงลงมือโจมตีก่อน เขากระชับกระบี่เจ็ดสังหารในมือแน่นแล้วฟาดฟันเข้าใส่หวังจง

"รนหาที่ตาย! ต่อให้มีเขตแดนคอยหนุนเสริม อย่างไรเสียเจ้าก็เป็นแค่มหาวิญญาจารย์ระดับ 31 ทักษะวิญญาณที่สาม เกราะเกล็ดกิ้งก่า!" ทันใดนั้น เกล็ดสีเขียวชั้นหนึ่งก็ปกคลุมไปทั่วร่างของหวังจง พร้อมกับมีหางงอกออกมาจากด้านหลัง ราวกับว่าเขากลายร่างเป็นกิ้งก่ายักษ์ตัวจริง

เสียง "เคร้ง" ดังสนั่น กระบี่เจ็ดสังหารของหลินเฉินปะทะเข้ากับร่างของหวังจง ทว่าหวังจงกลับไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ เลยแม้แต่น้อย

หลินเฉินยังไม่ยอมแพ้ เขาจุดระเบิดวงแหวนวิญญาณทั้งสามวงของตน พร้อมกันนั้นก็เพิ่มพละกำลังในมือให้หนักหน่วงยิ่งขึ้น

รอยแผลจากคมกระบี่ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนร่างของหวังจงในทันที เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมา

หลินเฉินผู้นี้สามารถใช้พลังวิญญาณระดับ 31 ทำร้ายผู้ที่มีพลังวิญญาณระดับ 62 อย่างเขาได้ ในขณะเดียวกัน เขาก็ตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะต้องสังหารหลินเฉินให้จงได้

จะปล่อยเด็กคนนี้ไว้ไม่ได้เด็ดขาด!

"ทักษะวิญญาณที่สอง แส้หางกิ้งก่า!" หวังจงกลายร่างเป็นกิ้งก่าสีเขียวยักษ์ เพียงแค่บิดตัว หางนั่นก็ขยายขนาดขึ้นทันตาเห็นและตวัดฟาดเข้าใส่หลินเฉิน

หลินเฉินยกกระบี่เจ็ดสังหารขึ้นขวางไว้เบื้องหน้าเพื่อปัดป้องการโจมตีจากหางของหวังจง

ทว่าผีซ้ำด้ามพลอย พื้นดินตรงจุดที่หลินเฉินถูกกระแทกจนกระเด็นไปตกนั้นเริ่มปริร้าว และมีมดพันจวินตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากใต้ดิน

"อะไรกัน!" หลินเฉินตกใจสุดขีดและไม่กล้าออมมืออีกต่อไป เขาเรียกใช้กำแพงพันธนาการอีกครั้ง พร้อมกับปลดปล่อยปราณกระบี่เจ็ดสังหารออกมาเพื่อสกัดกั้นการโจมตีจากทั้งมดพันจวินและหวังจงในคราวเดียว

ปราณกระบี่คือทักษะที่สามารถใช้ได้ทั้งรุกและรับเมื่อระดับการบ่มเพาะปราณกระบี่ไปถึงจุดๆ หนึ่ง ซึ่งมักปรากฏให้เห็นในนิยายกำลังภายในหลายเรื่อง ในชาติก่อน หลินเฉินเคยอ่านนิยายแนวนี้มามาก เขาย่อมทำความเข้าใจทักษะนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ทว่าช่องว่างของระดับพลังวิญญาณที่ห่างกันถึงสามสิบกว่าระดับนั้น สุดท้ายแล้วก็เป็นดั่งหุบเหวที่ไม่อาจข้ามผ่านได้ กำแพงพันธนาการแหลกสลายลงในพริบตา และหางอาบพิษของหวังจงก็ตวัดฟาดลงบนร่างของหลินเฉิน ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส

หลินเฉินยังถูกพละกำลังอันมหาศาลของมดพันจวินกระแทกปลิวไปไกลนับร้อยเมตร ร่างของเขาพุ่งชนเข้ากับเนินเขาเล็กๆ ก่อนจะร่วงตกลงไปในแม่น้ำที่เชี่ยวกรากและถูกกระแสน้ำพัดพาตัวไป

หวังจงยังคงคิดจะไล่ตามไป ทว่ามดพันจวินตัวนั้นกลับแยกเขี้ยวและกางกรงเล็บข่มขู่เขาเสียแล้ว เขาจึงจำต้องหันมารับมือกับมัน และไม่สามารถตามล่าหลินเฉินได้อีกต่อไป

ไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปนานเท่าใด เมื่อหลินเฉินลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็พบว่าตัวเองอยู่ในหุบเขาแห่งหนึ่งซึ่งมีลำธารสายเล็กๆ ไหลผ่านอยู่ข้างกาย

"แค่ก... แค่ก แค่ก..."

"บาดเจ็บสาหัสจริงๆ แฮะ ข้าต้องรีบฟื้นฟูร่างกายเสียก่อน" ในยามนี้ หลินเฉินไม่มีกะจิตกะใจจะมาสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัว เขารีบนั่งขัดสมาธิ โคจรพลังวิญญาณเพื่อระงับอาการบาดเจ็บภายในร่างกายอย่างเร่งด่วน

จวนตระกูลหวังแห่งเมืองเทียนหลิน

"ไอ้พวกสวะ! ราชันย์วิญญาณสองคนกับจักรพรรดิวิญญาณอีกหนึ่งคน กลับสังหารมหาวิญญาจารย์กระจอกๆ คนเดียวไม่ได้ แถมยังกลับมาในสภาพทุลักทุเลเช่นนี้ ตระกูลหวังของข้าช่างเลี้ยงดูผู้ช่วยได้เก่งกาจเสียจริง!" หวังเหล่ยจ้องมองหวังจงและอีกคนที่บาดเจ็บสาหัสด้วยสายตาเย็นชา ส่วนอีกคนหนึ่งนั้นตกตายไปในป่าใหญ่ซิงโต่วแล้ว

"พี่ใหญ่ ข้าไม่คิดเลยว่าหลินเฉินจะกล้าบุกเข้าไปลึกถึงเขตของสัตว์วิญญาณหมื่นปี ครึ่งเดือนที่ผ่านมา พวกเรา..." หวังจงยังพยายามจะอธิบาย ในการต่อสู้กับหลินเฉินครั้งนั้น พวกเขาโชคร้ายไปกระตุ้นฝูงมดเข้า หนึ่งในสามคนตายในดงมด ส่วนอีกสองคนที่เหลือก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส พวกเขาต้องพักรักษาตัวอยู่ในป่ากว่าครึ่งเดือน และระหว่างทางกลับก็ยังถูกสัตว์วิญญาณหมื่นปีหลายตัวไล่ล่าอีก นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมพวกเขาถึงใช้เวลานานนักกว่าจะกลับมาถึงตระกูลหวังได้

"หุบปาก!" พลังวิญญาณของหวังเหล่ยแปรสภาพเป็นกรงเล็บ บีบเค้นลำคอของทั้งสองคนเอาไว้ "ในเมื่อพวกเจ้ามันไร้ประโยชน์ ก็จงมอบชีวิตของพวกเจ้ามาให้ข้าเสีย!" สิ้นคำ รอยยิ้มชั่วร้ายก็ผุดขึ้นที่มุมปากของหวังเหล่ย

"พี่ใหญ่!"

"ท่านประมุข!"

เพียงชั่วอึดใจ ร่างของทั้งสองก็ถูกสูบกลืนไปจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก

"ระดับ 69 รสชาติอร่อยล้ำจริงๆ!" หวังเหล่ยเลียริมฝีปาก

สถาบันสื่อไหลเค่อ

"เสี่ยวซิง เสี่ยวถู่ไปไหนเสียล่ะ?" ในคืนก่อนวันเปิดภาคเรียน เซียวเซียวเอ่ยถามโจวหมิงซิง โดยมีหลินเสี่ยวเหลยที่อยู่ข้างๆ หันมามองเขาเช่นกัน

"พี่หลินทะลวงผ่านระดับมหาวิญญาจารย์ได้ในช่วงวันหยุด เลยเดินทางไปที่ป่าใหญ่ซิงโต่วคนเดียวเพื่อหาวงแหวนวิญญาณน่ะ แต่พวกเจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก ข้าให้บัตรสำหรับซื้ออุปกรณ์วิญญาณเขาไปแล้ว ไม่น่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงอะไรขึ้นหรอก"

เมื่อได้ฟังดังนั้น ทั้งสองก็โล่งใจลงบ้าง

หลังจากพักฟื้นร่างกายอยู่หลายวัน อาการบาดเจ็บภายในของหลินเฉินก็เริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว

หลินเฉินจึงเริ่มออกสำรวจหุบเขาแห่งนี้

มองเห็นท้องทะเลอยู่ไม่ไกลนัก และบริเวณใกล้เคียงนั้นก็มีรูปสลักตั้งตระหง่านอยู่บนหน้าผา ทว่ามันกลับอยู่ในสภาพทรุดโทรมผุพังไปมาก

หลินเฉินพอมองออกเลือนรางว่ารูปสลักหินนั้นมีปีกหกปีก

"รูปสลักของเทพทูตสวรรค์งั้นหรือ?" หลินเฉินคาดเดาอยู่ในใจ จากนั้นเขาก็เรียกกระบี่เจ็ดสังหารออกมาแล้วเหาะขึ้นไปยังรูปสลักเพื่อขอดูให้ชัดๆ

เมื่อเหาะมาถึงใต้รูปสลักทูตสวรรค์พอดี หลินเฉินก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่ามีถ้ำซ่อนอยู่ด้านล่างรูปสลักนั้น

เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเก็บกระบี่เจ็ดสังหารแล้วก้าวเท้าเข้าไปในถ้ำ

ทันทีที่ก้าวล่วงล้ำเข้าไป หลินเฉินก็รู้สึกราวกับว่าตนได้ก้าวเข้ามาในโลกแห่งแสงสว่าง แม้ว่าภายในถ้ำจะมืดมิดสนิท ทว่าสิ่งที่หลินเฉินสัมผัสได้ในใจกลับเป็นกลิ่นอายแห่งแสงสว่างและความศักดิ์สิทธิ์

ในเสี้ยววินาทีนั้น เสียงอันเยือกเย็นก็ดังแหวกอากาศขึ้น "ผู้ใดบังอาจมารบกวนการหลับใหลอันยาวนานของข้า?"

จบบทที่ บทที่ 15: งัดไพ่ตายทั้งหมดออกมา

คัดลอกลิงก์แล้ว