เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 270 - คืนก่อนออกเดินทาง

บทที่ 270 - คืนก่อนออกเดินทาง

บทที่ 270 - คืนก่อนออกเดินทาง


บทที่ 270 - คืนก่อนออกเดินทาง

เมื่อจางเว่ยตงกลับมาถึงคอนโด เขาก็พบว่าหวังป้างมาหา และกำลังเล่นเกมกับหลิ่วอิงน้องสาวตัวน้อยอยู่ที่ห้องรับแขก เขาถือจอยเกมพรางสั่นตัวไปมาพลางตะโกนเสียงดังลั่น ในขณะที่หลิ่วติงกำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว กลิ่นหอมของอาหารลอยมาแตะจมูกทันทีที่เขาเปิดประตูเข้ามา

"ฉันมาขอกินข้าวด้วยนะเนี่ย รอนายตั้งนานแนะ!" หวังป้างเหลือบมองจางเว่ยตงแล้วพูดเสียงดังอย่างไม่อาย

จางเว่ยตงกลอกตามองบนพลางถอดเสื้อคลุมวางไว้ด้านข้าง แล้วพูดว่า "ฉันไปหาเงินมาน่ะ—"

"พี่เขย หาเงินได้เท่าไหร่คะ?" เมื่อได้ยินเรื่องเงินน้องสาวตัวน้อยก็ดวงตาเป็นประกายทันทีพลางถามอย่างปากหวาน

"ห้าล้าน—"

"อุ๊ย ตายแล้ว ไม่เอาๆ เอาใหม่ๆ!" มือของหวังป้างสั่นทันทีจนน้องสาวตัวน้อยสบโอกาสโจมตีจนเลือดหมดหลอด

"ฉันว่านะเว่ยตง ถ้านายไม่พูดโม้สักเรื่องเนี่ยจะตายไหม? ทำเอาฉันเสียชีวิตไปอีกหนึ่งตัวเลย!"

จางเว่ยตงยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า "ห้าล้านมันเยอะมากเหรอ เมื่อกี้ฉันไปช่วยคนรวยคนหนึ่งมา ได้ค่าตอบแทนมาห้าล้านน่ะ—"

"จริงเหรอ?"

"จริงสิ!"

"เช็กเถอะ! มีใครหาเงินได้ง่ายแบบนายบ้างไหมเนี่ย ออกไปไม่ถึงชั่วโมงก็ได้มาห้าล้านแล้วเหรอ?" หวังป้างรู้สึกสะเทือนใจอย่างหนัก

"พี่เขยเก่งที่สุดเลย!" น้องสาวตัวน้อยยิ้มหวานพลางประจบประแจง

"สำหรับฉันห้าล้านมันไม่ได้เยอะอะไรหรอก ครั้งก่อนที่ใช้ไปตั้งแปดสิบล้าน นายก็อยู่ในเหตุการณ์ไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้ฉันกำลังขาดเงินอย่างหนักเลยล่ะ!" จางเว่ยตงพูดอย่างจนใจ

"นายยังขาดเงินอีกเหรอ? ให้ตายเถอะ ถ้านายขาดเงินแล้วคนอย่างฉันจะอยู่ยังไงล่ะเนี่ย?" หวังป้างยิ้มขื่น

"ไม่พูดเรื่องนี้แล้วล่ะ หวังป้าง ลูกสาวตัวน้อยโตขึ้นบ้างหรือยัง? ตั้งชื่อหรือยังล่ะ?" จางเว่ยตงยิ้มบางๆ แล้วถามถึงลูกสาวบุญธรรมด้วยความห่วงใย

บ้านที่เขามอบให้ลูกสาวบุญธรรมก็อยู่ชั้นล่างนี่เอง ห้องกว้างมาก พื้นที่กว่าหนึ่งร้อยสามสิบตารางเมตร มีสามห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น

พอพูดถึงลูกสาว ใบหน้าของหวังป้างก็เต็มไปด้วยความรักใคร่ การได้เป็นพ่อคนครั้งแรกมักจะมีความรู้สึกที่ท่วมท้นเสมอ ความรักของพ่อนั้นยิ่งใหญ่ไร้ขอบเขต

"ยัยหนูน้อยน่ารักมากเลย เปลี่ยนไปทุกวันเลยล่ะ เฮ้อ ฉันล่ะอยากให้ยัยหนูรีบๆ โตไวๆ จริงๆ แต่ว่ายังไม่ได้ตั้งชื่อเลยนะเว่ยตง นายที่เป็นพ่อบุญธรรมลองช่วยตั้งชื่อให้หน่อยสิ?" หวังป้างพูดอย่างร่าเริง

จางเว่ยตงทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า "ชื่อว่าหวังเจียดีไหม? เจียที่แปลว่าสิ่งดีงาม ฟังดูติดหูดี และความหมายของตัวอักษรก็ดีด้วย!"

"เอ๊ะ เว่ยตง ทำไมนายถึงใจตรงกับพ่อแม่ของฉันขนาดนี้ล่ะ พวกท่านก็พูดถึงชื่อนี้เหมือนกันเลยนะ!" หวังป้างพูดอย่างประหลาดใจ

"หึๆ งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นก็ชื่อหวังเจียเถอะ ชื่อเล่นก็ชื่อเจียเจีย!" จางเว่ยตงแอบหัวเราะในใจ

ความจริงชื่อหวังเจียและชื่อเล่นนี้เป็นชื่อที่พ่อแม่ของหวังป้างตั้งให้ในชาติที่แล้ว เขาเพียงแค่นำมันกลับมาพูดอีกครั้งเท่านั้นเอง

"ตกลง ชื่อหวังเจีย ชื่อเล่นเจียเจีย อื้อ ไม่เลว ฟังดูดีเลยทีเดียว!" หวังป้างพยักหน้าติดๆ กัน

ความจริงแล้ว พ่อแม่ของหวังป้างรวมถึงพ่อตาแม่ยายของเขาต่างก็ช่วยกันหาชื่อให้หลานสาวกันยกใหญ่ ทั้งเปิดพจนานุกรม ทั้งดูคัมภีร์อี้จิง จนได้มาสองสามชื่อ และชื่อเจียก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่พวกเขายังตัดสินใจไม่ได้เสียที พอจางเว่ยตงที่เป็นพ่อบุญธรรมพูดขึ้นมา หวังป้างก็ตัดสินใจได้ทันที

ตอนนี้ชื่อของหนูน้อยก็ได้ข้อสรุปแล้ว หวังป้างถึงขนาดโทรศัพท์ไปบอกที่บ้านทันที เมื่อคนตระกูลหวังปรึกษากันครู่หนึ่งก็ตกลงเอาตามนี้

"มาหามีธุระอะไรหรือเปล่า? คงไม่ใช่ว่าแม่พยาบาลน้อยไล่นายออกจากบ้านหรอกนะ?" จางเว่ยตงถามเข้าเรื่อง

มืดค่ำขนาดนี้แล้วหวังป้างยังมาหา คงไม่ได้มาแค่ขอกินข้าวเฉยๆ แน่

"เฮอะ เป็นไปได้ยังไง?" หวังป้างเบะปาก "แม่พยาบาลน้อยของบ้านเราออกจะรักฉันจะตายไป!"

ความจริงแล้ว หมอนี่มาเพื่อทำความสะอาดบ้านและตั้งใจจะย้ายมาอยู่ที่นี่ แต่ตอนนี้พ่อแม่ของหวังป้างยังสลังเลอยู่บ้าง เพราะถ้าทั้งครอบครัวย้ายมาอยู่ที่นี่ มันจะอยู่ห่างจากซูเปอร์มาร์เก็ตเกินไปทำให้ไม่สะดวก

และจะทิ้งบ้านหลังนี้ไว้เฉยๆ ก็ไม่ดี เขาจึงมาทำความสะอาดเสียหน่อย ส่วนการมาขอกินข้าวก็แค่ผลพลอยได้

"หวังป้างมาทำความสะอาดบ้านค่ะ!" หลิ่วอิงน้องสาวตัวน้อยรีบเปิดเผยความลับนี้ทันที

"ก็ถูกแล้วล่ะ ถ้าคุณอาผู้ชายกับคุณอาผู้หญิงย้ายมาละก็ ก็มาเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตแถวนี้ก็ได้นี่นา บ้านหลังเก่าจะเก็บไว้หรือจะขายทิ้งก็ได้!" จางเว่ยตงดวงตาเป็นประกายพลางพูดด้วยรอยยิ้ม

ขณะที่กำลังคุยกันอยู่ เกมก็จบลงพอดี ตัวละครที่หวังป้างบังคับถูกจัดการจนตายอีกครั้ง

"ไม่เล่นแล้ว ยัยเด็กคนนี้ลอบกัดนี่นา!" หวังป้างหน้าหนามากที่โยนความผิดให้เด็กสาว

น้องสาวตัวน้อยเบะปากพลางแฉความลับออกมาว่า "หวังป้างคะ คุณเล่นกับฉันมายี่สิบกว่ารอบแล้ว แพ้ทุกรอบเลยนะ มันเป็นที่ระดับความสามารถและนิสัยส่วนตัวของคุณต่างหากล่ะ!"

"เอาละ เสี่ยวอิง ไปช่วยพี่สาวทำกับข้าวในครัวเถอะ" จางเว่ยตงพูด

"ค่า—" หลิ่วอิงยังคงเชื่อฟังคำพูดของจางเว่ยตงมาก เธอรีบปิดเกมแล้วลุกเดินเข้าไปในครัวทันที

จางเว่ยตงลุกขึ้นไปที่ตู้เหล้าเพื่อรินไวน์แดงให้หวังป้าง ทั้งสองคนถือแก้วเหล้าคนละใบ แต่ไม่ได้นั่งที่โซฟา กลับมายืนคุยกันที่ระเบียงห้อง

"จะว่าไปสภาพแวดล้อมที่นี่ดีจริงๆ ทำเลก็ดี ทั้งโรงพยาบาลประชาชนมณฑล ทั้งคณะกรรมการมณฑล ทั้งรัฐบาลมณฑล ทั้งสวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์ค ทั้งรถไฟใต้ดิน ทั้งโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่ง สะดวกมากจริงๆ สภาพพื้นที่สีเขียวในคอนโดหรูนี้ก็ยอดเยี่ยมมาก ปัญหาเดียวคือพ่อแม่ของฉันยังตัดใจทิ้งซูเปอร์มาร์เก็ตทางโน้นไม่ได้ เพราะมันอยู่ไกลจากที่นี่เกินไป ส่วนบ้านที่ฉันกับหลี่อิ๋งซื้อไว้ก็กะว่าจะขายทิ้ง ตอนนี้คงขายไม่ยากและน่าจะได้กำไรสักสองสามหมื่น!" หวังป้างพูด

จางเว่ยตงพยักหน้าเห็นด้วยแล้วพูดว่า "งั้นปัญหาใหญ่ที่สุดตอนนี้คือซูเปอร์มาร์เก็ตใช่ไหม?"

"ใช่สิ!"

"งั้นก็ง่ายเลย!" จางเว่ยตงพูด หวังป้างมองเขาอย่างไม่เข้าใจ "ง่ายเหรอ? ถึงซูเปอร์มาร์เก็ตนั่นจะไม่ใหญ่มาก แต่ปีหนึ่งก็กำไรเป็นแสนนะ พ่อแม่ของฉันทำใจทิ้งไม่ลงหรอก! อีกอย่าง ถ้าไม่ให้พวกท่านเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตละก็ พวกท่านก็คงไม่มีอะไรทำ งานด้านความคิดนี่ยากที่จะโน้มน้าวอยู่นะ ถ้านายว่างก็ช่วยกล่อมให้หน่อยสิ?"

"นายกับหลี่อิ๋งขายบ้านทิ้งซะเถอะ ส่วนบ้านเก่าจะเก็บไว้ก็ได้ ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินขนาดนั้นหรอก ไว้เดี๋ยวพี่จะหาทำเลหน้าร้านแถวนีให้เพื่อเปิดซูเปอร์มาร์เก็ต ถ้าเงินไม่พอยังไงเดี๋ยวพี่ช่วยออกส่วนที่เหลือเอง!" จางเว่ยตงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดออกมา

การจะหาหน้าร้านแถวคอนโดหรูนี้ ราคาหน้าร้านย่อมสูงกว่าบ้านพักอาศัยมาก พื้นที่หนึ่งร้อยตารางเมตรคาดว่าน่าจะมีราคาสองล้านหยวนขึ้นไป

หวังป้างเงียบไปทันที การที่จางเว่ยตงออกเงินให้มากมายขนาดนี้ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ

"หวังป้าง อย่าได้ไปใส่ใจกับเรื่องเงินทองพวกนี้เลยนะ! นายลืมเหตุผลที่พี่เข้าสู่วงการข้าราชการไปแล้วเหรอ? สิ่งที่พี่ให้ความสำคัญที่สุดคืออะไร? คือความผูกพันยังไงล่ะ! คุณปู่คือญาติของพี่ ส่วนนายคือพี่น้องที่อยู่กับพี่มาทั้งชีวิต ถึงจะไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดแต่ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าพี่น้องแท้ๆ เลย นายไม่เหมือนกับเจียงเถาหรือกัวหยาง พวกเขาเป็นแค่เพื่อนซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องผลประโยชน์!"

ในชาติที่แล้ว ครอบครัวของหวังป้างก็ปฏิบัติต่อเขาเหมือนญาติ ชาตินี้ก็เช่นกัน นี่คือครอบครัวคนดี จางเว่ยตงรู้สึกได้จากใจจริง

"และก็เพราะแบบนี้ พี่ถึงไม่ได้ช่วยเหลือนายในวงการข้าราชการเพื่อให้หนทางเติบโตก้าวหน้า เพราะพี่อยากให้นายอยู่อย่างสงบสุขไปชั่วชีวิต มีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์และมีความสุขเท่านั้นก็พอแล้ว ยังคำเดิมนั่นแหละ ความสงบคือวาสนา!"

ในที่สุดหวังป้างก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เขารู้สึกละอายใจและอยากจะพูดอะไรบางอย่าง

ทว่าจางเว่ยตงกลับพูดต่อไปว่า "อีกอย่าง เงินคืออะไร? มันมีไว้เพื่อใช้นะสิ! อย่าได้ไปใส่ใจกับเรื่องพวกนี้เลย และอย่าได้มีความรู้สึกติดค้างอยู่ในใจ พวกนายคือครอบครัวของพี่ พี่ถึงได้ยอมสละให้ได้! ถ้าเป็นเจียงเถาละก็ โสมนั่นพี่ก็จะเก็บเงินเขาสามล้านเหมือนกัน มันคือเหตุผลเดียวกันนั่นแหละ อีกอย่าง พี่หาเงินได้ง่ายมาก ต่อให้เงินร้อยล้านจากการพนันหินคราวก่อนจะใช้จนหมด อีกไม่นานพี่ก็หามาได้หลายร้อยล้าน หรืออาจจะเป็นหลักพันล้านเลยก็ได้!"

หวังป้างอึ้งไปครู่หนึ่งแล้วรีบพูดว่า "เว่ยตง นายอย่าไปทำเรื่องผิดกฎหมายนะ!"

"พูดเหลวไหล เรื่องผิดกฎหมายอะไรจะหาเงินได้เยอะขนาดนี้ล่ะ? พี่ร่วมหุ้นเปิดบริษัทกับคนคนหนึ่งไว้ พี่ถือหุ้นใหญ่ สินค้ากำลังจะวางตลาดแล้วล่ะ ถึงตอนนั้นเงินทุนก็จะหมุนเวียนได้สะดวกแล้ว!" จางเว่ยตงกลอกตามองบนพลางพูด

"บริษัทชื่อว่าตงอวิ๋นเพื่อสุขภาพ ผลิตน้ำยาแก้เมาสมุนไพรสูตรพิเศษ คาดว่าอีกไม่กี่วันนายก็น่าจะรู้ข่าวแล้วล่ะ!"

"ฮะๆ ฉันก็นึกว่า—" หวังป้างเกาหัว "คราวนี้ค่อยสบายใจหน่อยใช่ไหมล่ะ?" จางเว่ยตงพูดล้อเล่น

"จริงด้วยเว่ยตง เรื่องคุณพ่อกับคุณแม่นายพอจะมีเบาะแสอะไรบ้างหรือยัง?" หวังป้างหน้าแดงพลางเปลี่ยนหัวเรื่อง หลังจากที่จางเว่ยตงอธิบายแบบนี้เขาก็รู้สึกอบอุ่นในหัวใจ และสัมผัสได้ถึงมิตรภาพระหว่างพี่น้องที่ลึกซึ้ง ของขวัญชิ้นใหญ่ให้ลูกสาว และตอนนี้ยังจะทุ่มเงินก้อนโตให้อีก มันสามารถอธิบายได้ง่ายๆ เลยว่าความผูกพันนั้นเงินซื้อไม่ได้จริงๆ

จางเว่ยตงส่ายหน้าแล้วพูดว่า "ยังเลย แต่คาดว่าน่าจะใกล้แล้วมั้ง? ฉันให้คนช่วยตรวจสอบจากกระทรวงความมั่นคงสาธารณะดู ไม่แน่อาจจะเจอเบาะแสอะไรบ้างก็ได้?" ข้อตกลงกับอู๋อวิ๋นนั้น ในใจของจางเว่ยตงความจริงเขาก็ไม่มีความมั่นใจเลย ความห่วงใยนำมาซึ่งความกังวล

และเขาก็ไม่รู้ว่าฐานข้อมูลสำมะโนประชากรของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะจะสามารถหาเบาะแสอะไรได้หรือไม่ เพราะมันเป็นเรื่องเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว ไม่รู้ว่าจะมีบันทึกอะไรไว้บ้าง และเวลาช่างเปรียบเสมือนมีดฆ่าหมูที่สามารถทำลายร่องรอยทุกอย่างให้หายไปได้อย่างง่ายดาย จนยากที่จะเหลืออะไรทิ้งไว้ ตอนนี้อู๋อวิ๋นก็คงเริ่มดำเนินการตรวจสอบแล้วกระมัง?

"เว่ยตง นายว่าคุณพ่อคุณแม่นายจะเป็นใครล่ะ? นักธุรกิจมหาเศรษฐี? หรือข้าราชการระดับสูง?" หวังป้างพูดออกมา

"ฮ่าๆ ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ!" จางเว่ยตงยิ้มเล็กน้อยแล้วดื่มเหล้าในแก้วจนหมด

สำหรับพ่อแม่ว่าเป็นคนแบบไหน ทำอาชีพอะไร เขามักจะจินตนาการอยู่เสมอ ทว่ายิ่งใกล้เขาก็ยิ่งรู้สึกประหม่า เขากลัวว่าเมื่อได้พบความจริงแล้ว ทุกอย่างอาจจะไม่สวยงามอย่างที่คิด เขาอาจจะเป็นเพียงเด็กที่ถูกทิ้ง

หวังป้างกำลังจะพูดปลอบโยน ทว่าในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของจางเว่ยตงก็ดังขึ้น

"กัวจวิน?"

"เว่ยตง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ช่วงนี้ยุ่งไหม? ออกมาเจอกันหน่อยสิ?" เสียงอันร่าเริงของกัวจวินดังขึ้นมา

"หวังป้างก็อยู่นั่นด้วยใช่ไหม? เมื่อกี้โทรไปหาเขาแล้วแต่โทรศัพท์ดันปิดเครื่อง พอโทรไปที่บ้านเขาบอกว่ามาหาลายนี่แหละ!" ตั้งแต่ที่ทุกคนไปเที่ยวเขาชิงอวิ๋นด้วยกันเมื่อปีที่แล้ว กัวจวินกับจางเว่ยตงก็แทบจะไม่ได้เจอกันเลย ดูเหมือนอีกฝ่ายจะยุ่งมาก และตอนนี้เขาก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง มีเพียงหวังป้างกับกัวจวินที่บางครั้งจะมีการโทรศัพท์ติดต่อกันบ้าง

จางเว่ยตงให้คะแนนประเมินกัวจวินว่าคนคนนี้ใช้ได้เลยทีเดียว ซึ่งดูได้จากการที่เขายังติดต่อกับหวังป้างอยู่เสมอ

หวังป้างหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็พบว่าหน้าจอเป็นสีดำสนิทเนื่องจากแบตเตอรี่หมดจริงๆ

"ใช่แล้ว ไม่ได้เจอกันนานเลย หวังป้างก็อยู่ที่นี่ กำลังเตรียมจะกินข้าวกันน่ะ นายมาคนเดียวเหรอ?" จางเว่ยตงถามด้วยรอยยิ้ม

"มากับอวี๋ถงน่ะ แล้วก็มีเพื่อนจากฮ่องกงมาด้วยอีกสองคน เพิ่งจะถึงซีฉินนี่เอง!"

"งั้นเหรอ ประจวบเหมาะเลย ไม่ต้องไปกินที่ข้างนอกหรอก พวกนายมาที่นี่เลยแล้วกัน เดี๋ยวฉันจะบอกพิกัดให้—"

"จะสะดวกเหรอครับ?" กัวจวินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เนื่องจากเป็นเวลาอาหารพอดี!

จางเว่ยตงยิ้มแล้วพูดว่า "จะไม่สะดวกได้ยังไงล่ะ? มาเถอะ แค่เพิ่มตะเกียบอีกไม่กี่คู่เอง!"

"ก็ได้ครับ—"

—หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง กัวจวินและอวี๋ถงก็เดินทางมาถึง ทั้งสองคนดูมีท่าทางที่เหนื่อยจากการเดินทางเล็กน้อย แต่ก็น่าแปลกที่กลับไม่เห็นเพื่อนสองคนที่มาจากฮ่องกงด้วย

หลิ่วติงจูงมืออวี๋ถงถามไถ่สารทุกข์สุกดิบและพากันไปคุยที่ด้านข้าง ทั้งสามคนสวมกอดกันก่อนจะนั่งลงที่โซฟาในห้องรับแขก

"ชา? หรือเหล้าดี?" จางเว่ยตงในฐานะเจ้าของบ้านลุกขึ้นมาต้อนรับพวกเขา

"แล้วแขกจากฮ่องกงล่ะ ทำไมไม่มาด้วยกันล่ะ?"

"อาจารย์หวังกับผู้ช่วยเขาไปพักที่โรงแรมแล้วล่ะครับ บอกว่าเหนื่อยแล้วก็เลยไม่มาด้วย!" กัวจวินอธิบาย "ขอเป็นชาแล้วกันครับ ครั้งนี้ไปฮ่องกงมาครึ่งเดือน ดื่มเหล้าไปไม่น้อยเลย!"

"กัวจวิน นายไปฮ่องกงนี่ไม่ได้ไปเชิญอาจารย์หวังนั่นมาดูฮวงจุ้ยหรอกนะ?" หวังป้างถามด้วยความประหลาดใจ ฮ่องกงมีอาจารย์ดังๆ อะไรบ้างล่ะ? ไม่ใช่พวกดูฮวงจุ้ยก็ต้องเป็นอาจารย์ทางธรรม และพวกดูฮวงจุ้ยดูจะเป็นที่นิยมมากกว่า

"ก็ใช่นะสิครับ พอดีมีเพื่อนหลายคนอยากจะลงทุนเปิดโรงแรม เปิดรีสอร์ท แต่อยู่ในพื้นที่ที่ค่อนข้างทุรกันดารหน่อย ครั้งนี้ผมเลยได้รับการไหว้วานให้ไปเชิญอาจารย์มาเป็นพิเศษ เฮ้อ อย่าให้พูดถึงเลย อาจารย์หวังคนนี้ชื่อเสียงโด่งดังมาก เกือบจะเชิญมาไม่ได้ซะแล้ว คืนนี้จะพักหนึ่งคืน แล้วพรุ่งนี้เช้าต้องกลับไปปักกิ่งแล้วล่ะ—" กัวจวินยิ้มขื่นพลางพูด

"พอลงจากเครื่องปุ๊บ ก็เห็นในหนังสือพิมพ์ว่าชื่อเสียงของเว่ยตงกำลังโด่งดังเป็นพลุแตกเลยนะเนี่ย แค่ปีเดียวกลับก้าวมาได้ถึงขนาดนี้ นึกๆ ดูแล้วพวกเราก็ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ!"

"กินข้าวได้แล้วค่า—" ในตอนนี้หลิ่วอิงน้องสาวตัวน้อยทนไม่ไหวจึงโผล่หน้าออกมาตะโกนเรียกทุกคนเสียงใส

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 270 - คืนก่อนออกเดินทาง

คัดลอกลิงก์แล้ว