เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 210 - เสือร้ายไม่กินลูก

บทที่ 210 - เสือร้ายไม่กินลูก

บทที่ 210 - เสือร้ายไม่กินลูก


บทที่ 210 - เสือร้ายไม่กินลูก

เดือนมีนาคมในเมืองหรงเรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่เกิดเรื่องราววุ่นวายขึ้นมากมาย เริ่มจากการที่รองผู้กำกับสถานีตำรวจถูกคณะกรรมการวินัยเขตสั่งกักตัวตรวจสอบเพื่อดำเนินคดี จากนั้นไม่นาน รองเจ้าเมืองฝ่ายบริหารของเมืองหรงก็ถูกสงสัยว่ามีความผิดทางวินัยและทำผิดกฎหมายจนถูกกักตัวตรวจสอบตามไป ในขณะเดียวกัน เจิ้งเจียเริ่น เลขาธิการคณะกรรมการวินัยสำนักงานตำรวจเขตและจเรตำรวจก็ได้รับผลกระทบจนถูกกักตัวและสั่งพักงานเพื่อสืบสวนคดี การขุดรากถอนโคนในครั้งนี้ทำให้เบื้องหลังถูกเปิดโปงออกมามากมาย

และการร่วงหล่นของคนเหล่านี้ ล้วนแต่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชายคนเดียว นั่นคือจางเว่ยตง

หากจะบอกว่าจางเว่ยตงคือเพชฌฆาตในแวดวงราชการที่น่าเกรงขามแล้ว การที่จู่ ๆ หลิวอีโส่วลุกขึ้นมาใช้ปืนยิงคนก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครเข้าใจได้เลยว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ทำไมหลี่เฟิงซึ่งเป็นคนสนิทและจงรักภักดีต่อหลิวอีโส่วมาโดยตลอด ถึงได้ลุกขึ้นมาทำร้ายหลิวอีโส่วล่ะ? ในนาทีวิกฤต หลิวอีโส่วจึงใช้ปืนที่ซ่อนไว้เกือบจะฆ่าหลี่เฟิงตาย ทว่าตำรวจนอกเครื่องแบบจากสถานีตำรวจเมืองหรงกลับปรากฏตัวขึ้นมาราวกับเทพเจ้ามาจุติ เข้าควบคุมสถานการณ์และจับกุมหลิวอีโส่วได้คาหนังคาเขาโดยที่เจ้าตัวไม่อาจปฏิเสธได้เลย

สิ่งนี้ทำให้หลายคนนอกจากจะเกรงกลัวจางเว่ยตงแล้ว ยังเพิ่มความยำเกรงและความเคารพเข้าไปอีก เพราะเรื่องมันช่างดูลึกลับซับซ้อนเกินกว่าคนทั่วไปจะจินตนาการได้!

แต่อย่างไรก็ตาม จางเว่ยตงก็ได้สร้างผลงานครั้งใหญ่ และมันไม่ใช่เพียงแค่รางวัลเกียรติยศเท่านั้น แต่มันคือผลงานทางการเมืองที่จับต้องได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตำรวจเขต สถานีตำรวจ คณะกรรมการเมือง หรือรัฐบาลเมือง หลายปีที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าไม่อยากจะจัดการกับอิทธิพลที่ทับซ้อนกันและทำลายความสงบสุขของเมืองหรง แต่เป็นเพราะพวกเขามีใจแต่ไร้ซึ่งกำลัง

ด้วยสถานบันเทิงอย่างต้าฟู่หาว เล่อโท่วเทียน และฉีฉ่ายกง เป็นแกนนำ ผลประโยชน์มหาศาลที่ทับซ้อนกันระหว่างนักธุรกิจและข้าราชการเป็นเครือข่ายที่ซับซ้อน การจะสั่งปิดหรือตรวจสอบจึงไม่ใช่เรื่องง่าย มันต้องการโอกาสที่เหมาะสม! โอกาสที่ยอดเยี่ยมที่สุด!

และโอกาสที่ยอดเยี่ยมนั้นจางเว่ยตงเป็นคนหาเจอมันเอง

จางเว่ยตงได้รับข้อมูลเบื้องต้นเรื่องที่หลิวอีโส่วซ่อนอาวุธปืนและคดีฆาตกรรม โดยมีหลักฐานที่แน่นหนา หลังจากรายงานเรื่องนี้ไปยังสำนักงานตำรวจเขต สำนักงานเขตจึงรีบเรียกประชุมคณะกรรมการพรรคอย่างเร่งด่วน โดยมีการชื่นชมผลงานของจางเว่ยตงอย่างมาก และเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างและสืบสวนในเชิงลึกทันที

ปฏิกิริยาลูกโซ่ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้มีจุดเริ่มต้นจากการล่มสลายของหลิวอีโส่ว ซึ่งส่งผลให้เติ้งหู่ที่ถูกกักตัวในคดีความสงบเกิดความตื่นตระหนกและยอมสารภาพออกมาอย่างหมดเปลือกว่า เลขานุการของรองเจ้าเมืองติงเคยมาสอบถามเขาเรื่องห้องขังเล็กในสถานีตำรวจ จนนำไปสู่การเปิดโปงความจริงในคดีวางเพลิง

ผู้คนต่างพากันตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน การร่มสลายของหลี่เฟิง หลิวอีโส่ว และรองเจ้าเมืองติง รวมถึงการสั่งปิดเล่อโท่วเทียน ทำให้มีคนถูกลากเข้าไปพัวพันมากขึ้นเรื่อย ๆ

ปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่ที่วางแผนและนำโดยสำนักงานตำรวจเขต โดยมีสถานีตำรวจเมืองหรงเป็นผู้ปฏิบัติงานหลักจึงเริ่มต้นขึ้นทั่วทั้งเมืองหรงและลามไปถึงระดับเขตเลยทีเดียว

"เล่อโท่วเทียนจบสิ้นแล้ว ฉีฉ่ายกงก็ตกอยู่ในอันตราย ต้าฟู่หาวเองก็ได้รับผลกระทบ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะจางเว่ยตงเพียงคนเดียว ครั้งนี้เบื้องบนจับโอกาสไว้ได้แล้ว คาดว่าคงจะจัดการอย่างจริงจังแน่นอน!" ภายในสระน้ำพุร้อนของวิลล่าหลิวเขียว จางเหว่ยกวงสวมเพียงกางเกงขาสั้นแช่อยู่ในน้ำ ทว่าบนใบหน้ากลับไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อย เขากลับขมวดคิ้วแน่น

"หลิวอีโส่วไอ้บ้าเอ๊ย ทำไมถึงทำเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้นะ?"

"เจ้านายครับ เรื่องนี้คงเลี่ยงความเกี่ยวข้องกับจางเว่ยตงไม่ได้แน่ คาดว่านี่น่าจะเป็นแผนที่เขาวางไว้ ไม่อย่างนั้นหลิวอีโส่วจะถูกจับได้คาหนังคาเขาขนาดนั้นได้ยังไง? แถมยังอยู่ในรังของตัวเองอีกด้วย? ได้ยินมาว่าจางเว่ยตงพาคนบุกเข้าไป และคนที่มาขวางทางก็ถูกฟาดจนสลบไปหมดเลย เห็นได้ชัดว่าเขามีการเตรียมการไว้ก่อนแล้วครับ!" ภายในสระน้ำพุร้อนยังมีชายอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นมือขวาของจางเหว่ยกวง ชายฉกรรจ์วัยสามสิบกว่าปีที่ชื่ออาเป่า ซึ่งเป็นคนที่ออกมาต้อนรับจางเว่ยตงในตอนที่เขามาเยือนครั้งที่แล้ว

นอกจากนี้ อาเป่าเคยถูกจางเว่ยตงดีดก้อนหินใส่จนได้รับบาดเจ็บภายใน และเพิ่งจะรักษาตัวจนหายดีหลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน แต่อาเป่าในตอนนี้เขากลับมีความเกรงขามในตัวจางเว่ยตงเป็นอย่างมาก เขารู้สึกเสมอว่าจางเว่ยตงไม่ใช่คนธรรมดา!

"การวางแผนเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว ก็ไอ้โง่หลิวอีโสื่อนั่นน่ะสิ ถูกจับได้จัง ๆ แบบนั้น!" จางเหว่ยกวงสบถออกมา

การที่หลิวอีโส่วถูกจับส่งผลให้สถานบันเทิงอีกสองแห่งพลอยได้รับเคราะห์ไปด้วย ตอนนี้ทั้งสองแห่งถูกสั่งปิดและสั่งให้ปรับปรุงกิจการ อีกทั้งยังมีคนจำนวนมากถูกจับกุมเข้าไป สถานการณ์ดูไม่สู้ดีนัก

ทว่าเมื่อจางเหว่ยกวงนึกถึงฝีมือที่พิสดารและเหนือธรรมชาติของจางเว่ยตง เขาก็รู้ได้ทันทีว่าต่อให้หลิวอีโส่วจะเตรียมตัวมาดีแค่ไหนก็หนีไม่พ้น ยังไงก็ต้องติดกับเข้าสักวัน ไม่ว่าจะเป็นฉู่จงเทียนหรือตัวเขาเองก็คงไม่ต่างกัน

"เจ้านายครับ แล้วตอนนี้จะทำยังไงดี? หรือจะให้คนจากเบื้องบนกดดันจางเว่ยตงดีไหมครับ?" อาเป่าเสนอแนะ

"ไม่ได้เด็ดขาด!" จางเหว่ยกวงปฏิเสธทันที

"วิธีนั้นอาจใช้ได้ผลกับคนทั่วไป แต่จางเว่ยตงไม่ใช่คนธรรมดา ต่อให้เขาต้องออกจากตำแหน่งราชการจริง ๆ แต่หลังจากนั้นพวกเราก็อย่าหวังว่าจะได้ทำธุรกิจต่อไปอีกเลย นายลืมเรื่องคราวที่แล้วไปแล้วเหรอ?" ในตอนนี้อาจารย์เฉินคนนั้นยังนอนรักษาตัวอยู่บนเตียง คาดว่าวรยุทธ์ที่มีคงจะสูญสิ้นไปจนเกือบหมด หากวันนั้นเขาไม่ได้กินยาของจางเว่ยตง คาดว่าเขาก็คงจะมีสภาพไม่ต่างกัน

ส่วนอาการบาดเจ็บของอาเป่านั้นเบาที่สุด เขาจึงรักษาตัวเพียงเดือนเดียวก็หายดี อาเป่าสีหน้าเปลี่ยนไปและมีความยำเกรงอย่างมาก

"ในเมื่อใช้ไม้แข็งไม่ได้ งั้นก็ต้องใช้วิธีผูกมิตรแทนล่ะสิครับ? แต่จางเว่ยตงคนนั้นอวดดีเหลือเกิน เขาจะยอมรับความหวังดีจากพวกเราเหรอครับ?" อาเป่าเอ่ยถาม

จางเหว่ยกวงครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะพูดว่า "คนเราย่อมต้องมีจุดอ่อน ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจางเว่ยตงจะเป็นคนที่ไม่กินเส้นใครเลย และเป็นเปาบุ้นจิ้นในยุคปัจจุบัน!"

เงินเหรอ? ไม่ได้หรอก! จางเว่ยตงมีเงินมาก ดูจากการที่เขาทำให้จางเหว่ยกวงเสียเงินถึงเจ็ดล้านหยวนแล้วนำไปบริจาคให้สถานสงเคราะห์ทั้งหมดโดยไม่เก็บไว้เองแม้แต่น้อย ก็รู้ได้ว่าเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับเงินมากขนาดนั้น

อำนาจเหรอ? นี่อาจจะเป็นทางเลือกหนึ่ง ทว่าในตอนนี้จางเว่ยตงกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นในแวดวงราชการ ในฐานะข้าราชการระดับหัวหน้าแผนกที่คุมหน่วยงานระดับเดียวกับตัวเอง อีกทั้งยังเป็นคณะกรรมการเมือง ในระยะเวลาอันสั้นเขายังไม่สามารถเลื่อนขั้นได้อีก ทว่าหากเวลาผ่านไป การเลื่อนขั้นเป็นระดับหัวหน้าแผนกอย่างเต็มตัวก็คงจะมีอุปสรรคไม่มากนัก และต่อให้เขาจะแอบไปสร้างเรื่องขัดขวางเบื้องหลัง คาดว่าผลลัพธ์คงไม่ดีนัก แถมยังจะทำให้เกิดความแค้นต่อกันเสียเปล่า ๆ

สาวงามเหรอ? ดูเหมือนจะไม่เคยได้ยินข่าวว่าจางเว่ยตงเป็นคนเจ้าชู้เลย อีกอย่างที่บ้านเขาก็มีสาวน้อยแสนสวยเลี้ยงไว้อยู่แล้วคนหนึ่ง เรื่องนี้อาจจะเก็บไว้พิจารณาเป็นอันดับสุดท้าย!

"อาเป่า รีบไปสืบดูว่าจางเว่ยตงชอบอะไร เรื่องนี้สำคัญมาก!" จางเหว่ยกวงกำชับ

ทางสำนักงานเขตกำลังปฏิบัติการอยู่ เขาไม่กังวลนัก เพราะย่อมมีคนเบื้องหลังของเขาคอยจัดการเรื่องเบื้องบนให้ แต่เขารู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของจางเว่ยตงเป็นอย่างดี ชายคนนี้ต้องผูกมิตรไว้ให้ได้ และเขาคือบุคคลที่สำคัญที่สุดในวิกฤตการณ์ครั้งนี้

"ได้ครับเจ้านาย ผมจะรีบไปตรวจสอบเดี๋ยวนี้เลย!" อาเป่าเลิกแช่น้ำพุร้อน รีบขึ้นมาใส่เสื้อผ้าแล้วออกไปจัดการทันที

"ไปสืบดูความเคลื่อนไหวของด้าฟู่หาวหน่อยสิ!" ฉู่จงเทียนเองก็สั่งการลูกน้องคนสนิทเช่นกัน

จางเว่ยตงซึ่งกำลังยุ่งจนหัวหมุน กลับได้รับสายจากบุคคลที่ไม่คาดคิดว่าจะโทรมา นั่นคือ ถานเจิ้ง กรรมการประจำคณะกรรมการพรรคเขตและเลขาธิการคณะกรรมการวินัยเขต ที่โทรศัพท์มาหาด้วยตัวเอง เมื่อจางเว่ยตงเห็นเบอร์ เขาก็จำได้ทันทีว่าเป็นเบอร์จากห้องทำงานของเลขาธิการคณะกรรมการวินัยเขต ในเขตพื้นที่แห่งนี้เบอร์โทรศัพท์ของผู้นำระดับหนึ่งและสองส่วนใหญ่เขาจำไว้ในหัวจนหมดแล้ว

"เลขาธิการถาน รองเจ้าเมืองติงระบุชื่อว่าต้องการพบผมถึงจะยอมบอกข้อมูลที่สำคัญกว่านี้อย่างนั้นเหรอครับ?" จางเว่ยตงฟังแล้วรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก นี่มันเหตุผลอะไรกัน?

"ใช่แล้ว เขาขอมาแบบนั้น ทางคณะกรรมการวินัยพิจารณาแล้วเห็นว่าตกลงได้!" ถานเจิ้งกล่าว

จางเว่ยตงรู้สึกรำคาญใจเล็กน้อยแล้วพูดว่า "แต่ท่านเลขาธิการครับ ผมกับเขาไม่ได้มีความผูกพันอะไรกันเลย แถมยังไม่เคยติดต่อกันด้วยซ้ำ จะมีอะไรให้คุยกันเหรอครับ? ถ้าจะมีก็คงมีแต่ความแค้นนั่นแหละครับ เพราะผมเป็นคนกระชากหน้ากากเขาออกมาเอง!"

ตอนนี้เขายุ่งมากจนปลีกตัวไปไหนไม่ได้เลย เพราะมีเขาอยู่ งานสอบสวนจึงดำเนินไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงมาก เพราะครั้งนี้มีคนถูกจับกุมเข้ามาเป็นจำนวนมหาศาล เขาจึงต้องลงไปช่วยสอบสวนด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นหากไม่มีเขา การสอบสวนคงต้องลากยาวไปเป็นปีแน่นอน ดังนั้นเขาจึงกินนอนอยู่ที่สถานีตำรวจ และหลายคนก็ทำเหมือนเขาด้วยการยึดเอาสถานีตำรวจเป็นบ้าน

"จางเว่ยตงสหาย คราวที่แล้วเรื่องของฉีเฉิงที่ช่วยนายน่ะ ฉันก็แกล้งทำเป็นปิดตาข้างหนึ่งไว้ให้แล้วนะ—" เลขาธิการถานกล่าวขึ้นมาทันที

จางเว่ยตงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมา "ที่แท้เลขาธิการถานก็เป็นคนช่วยนี่เอง ขอบคุณมากครับ ในเมื่อคณะกรรมการวินัยต้องการให้ผมไปช่วย เพื่อภารกิจของพรรคผมย่อมไม่อาจปฏิเสธได้ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ครับ!"

ในใจเขาคิดว่า ดูท่าฉีเฉิงคนนั้นจะทำงานในคณะกรรมการวินัยได้ดีทีเดียวจนได้รับความเมตตาจากเลขาธิการถาน ในเมื่อเขาติดค้างน้ำใจฉีเฉิง ครั้งนี้เขาก็จะตอบแทนให้ก็แล้วกัน อยากรู้นักว่ารองเจ้าเมืองติงคนนั้นจะมีอะไรมาพูดกับเขาอีก

รองเจ้าเมืองติงถูกกักตัวตรวจสอบ และตอนนี้เขาถูกควบคุมตัวอยู่ที่ฐานทัพทหารแห่งหนึ่งในเมืองหรง เนื่องจากระยะทางไปถึงในเมืองต้องใช้เวลาขับรถหลายชั่วโมงทำให้ไปกลับไม่สะดวก และรองเจ้าเมืองติงคนนี้ยังเข้าไปพัวพันกับคดีเล่อโท่วเทียน เขาจึงเป็นบุคคลสำคัญ คณะกรรมการวินัยจึงขอความช่วยเหลือจากกองทหารในพื้นที่

จางเว่ยตงต้องผ่านการตรวจสอบถึงสองด่านกว่าจะได้พบรองเจ้าเมืองติง โดยมีรองเลขาธิการหวงจากคณะกรรมการวินัยเขตเป็นคนมารับตัว และเขาก็ได้พบกับฉีเฉิง รวมถึงรองเจ้าเมืองติง

ภายในห้องพักเพียงไม่ถึงสัปดาห์ที่ไม่ได้เจอกัน รองเจ้าเมืองติงดูแก่ชราลงไปมาก

"ผมมาแล้ว!" จางเว่ยตงมองดูรองเจ้าเมืองติงแล้วเอ่ยขึ้น

"ทางคณะกรรมการวินัยบอกว่าคุณต้องการพบผมถึงจะยอมให้ความร่วมมือ ตอนนี้ผมมาแล้ว คุณพูดมาสิ!"

รองเจ้าเมืองติงจ้องมองจางเว่ยตงด้วยสายตาที่ซับซ้อน ทั้งแฝงไปด้วยความโกรธแค้นและความไม่ยินยอม ผ่านไปครู่หนึ่งเขาจึงพูดว่า "ฉันแค่อยากรู้ความจริงเรื่องหนึ่ง แกรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าฉันเป็นคนทำ?"

จางเว่ยตงรู้ความหมายที่รองเจ้าเมืองติงต้องการจะสื่อ จึงตอบว่า "ใช่ครับ! คุณน่ะมีความสงสัยมากที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็ดูเหมือนจะมีความสงสัยน้อยที่สุด ใครจะไปคิดล่ะว่าคุณจะกล้าวางเพลิงจนทำให้ลูกชายตัวเองหมดสติเพราะขาดอากาศ? เพื่อจะใส่ร้ายสถานีตำรวจและดึงผมให้ร่วงลงจากตำแหน่ง! แต่ทว่าวิธีการนี้มันมีช่องโหว่เต็มไปหมด มันช่างดูเขลาเหลือเกิน! หากต้องการจะทำลายหลักฐานจริง ๆ ห้องสอบสวนทั้งห้องควรจะถูกไฟเผาวอดวายไปหมด ไม่ใช่เผาแค่โต๊ะกับสิ่งของบางอย่าง!"

"แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ผมดูถูกคุณที่สุด ก็คือการที่คุณใช้ลูกชายของตัวเองมาเป็นเครื่องมือในการใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น วิธีการนี้มันชั่วช้าเกินไป คุณควรจะได้รับการลงโทษจากมโนธรรมของตัวเอง! โบราณว่าไว้เสือร้ายไม่กินลูก คุณน่ะไม่ได้กินลูกตัวเองก็จริง แต่คุณกลับใช้เขาเป็นเครื่องมือ! เพราะฉะนั้น คนอย่างคุณ ผมไม่มีวันปล่อยไปเด็ดขาด!"

รองเลขาธิการหวงที่อยู่ข้าง ๆ ฟังจนต้องขมวดคิ้วแล้วเอ่ยเตือนจางเว่ยตง "ผู้กำกับจางครับ พอได้แล้วครับ ขอบคุณที่มาให้ความร่วมมือครับ!"

ฉีเฉิงดึงมือจางเว่ยตงไว้ แล้วทั้งคู่ก็เดินออกจากห้องไป เมื่อเดินออกมาได้ไม่ไกลนัก

"หรือว่ารองเจ้าเมืองติงจะพัวพันไปถึงคนที่มีอำนาจมากกว่านี้เหรอครับ?" จางเว่ยตงเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ

ฉีเฉิงตอบอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ "ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่จะเป็นใครกันแน่นั้น ต้องรอผลการสอบสวนหลังจากนี้ถึงจะรู้ครับ!"

"แต่เว่ยตง ครั้งนี้สิ่งที่นายทำน่ะมันเรื่องใหญ่มากเลยนะ ถึงแม้ว่าสำนักงานเขตและคณะกรรมการวินัยจะร่วมมือกันปฏิบัติการ และมีการประชุมคณะกรรมการพรรคเขตเพื่อถือโอกาสแก้ปัญหาสังคมในเมืองหรงครั้งใหญ่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะดำเนินไปในทางที่ดีเสมอไป โดยเฉพาะสำหรับตัวนายเอง นายต้องระวังตัวให้ดีนะ!"

"ผมเข้าใจครับ ไว้เรื่องจบลงแล้ว พวกเราค่อยมาสังสรรค์กันนะ!" จางเว่ยตงยิ้มแล้วพูดต่อ "นายนี่ก็เก่งเหมือนกันนะ เลขาธิการถานดูจะชื่นชมนายไม่เบาเลย ฮ่า ๆ!" ฉีเฉิงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มแล้วส่ายหัวอย่างจนใจ

เมื่อมาถึงเมืองหรง เขาถึงได้รู้ซึ้งถึงความเด็ดขาดและตัวตนที่ชัดเจนของจางเว่ยตง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นข้าราชการที่แปลกประหลาดอย่างแท้จริง ทว่าข้าราชการที่แปลกประหลาดคนนี้แหละที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองหรง

เมื่อก้าวออกจากฐานทัพ จางเว่ยตงไม่ได้รีบจากไป เขาทวนชื่อคนไม่กี่คนในใจพลางส่ายหัวเล็กน้อย

"รองเจ้าเมืองติงนี่ดึงคนเข้าไปพัวพันได้เยอะจริง ๆ เลยนะ!" เห็นได้ชัดว่าจางเว่ยตงได้แอบฟังข้อมูลบางอย่างมาอีกแล้ว

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 210 - เสือร้ายไม่กินลูก

คัดลอกลิงก์แล้ว