เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 713 เมตตาธรรมค้ำจุนโลก

บทที่ 713 เมตตาธรรมค้ำจุนโลก

บทที่ 713 เมตตาธรรมค้ำจุนโลก


ชุยสืออีไม่รีบร้อนจะเข้าไปด้านใน ทันใดนั้นมีนักข่าวคนหนึ่งเดินเข้ามาชิงถามทันที

“คุณชายชุยครับ ได้ยินว่างานประมูลครั้งนี้คุณตั้งเป้าว่าจะต้องคว้าที่ดินมาให้ได้ใช่ไหมครับ?”

ชุยสืออีเผยรอยยิ้ม เขามองหน้านักข่าวคนนั้นก่อนจะกวาดสายตามองไปที่นักข่าวคนอื่น ๆ แล้วตอบว่า “แน่นอนครับ ผมต้องได้มาครอบครองให้ได้”

ทันใดนั้น นักข่าวอีกคนก็ถามต่อทันที “ช่วงหลายวันที่ผ่านมามีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นซึ่งดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับคุณ พวกเราอยากทราบว่าสรุปแล้วเรื่องเหล่านั้นเป็นฝีมือของคุณจริงหรือเปล่าครับ?”

นักข่าวในยุคนี้ถือว่ามีจรรยาบรรณและจิตวิญญาณในอาชีพสูงมาก พวกเขากล้าถามในสิ่งที่อยากรู้และกล้าเขียนในสิ่งที่เห็น

รูม่านตาของชุยสืออีหดเล็กลง แม้ใบหน้าจะยังประดับรอยยิ้ม แต่น้ำเสียงกลับเย็นเยียบลงอย่างเห็นได้ชัด

“เรื่องที่พวกคุณพูดมา ล้วนเป็นการใส่ร้ายป้ายสีจากพวกคนชั่วที่จ้องจะทำลายชื่อเสียงอวิ๋นหลงกรุ๊ปของเราครับ!”

“อวิ๋นหลงกรุ๊ปยึดมั่นในอุดมการณ์ที่ดีงามมาโดยตลอด และตั้งใจจะเข้าร่วมการประมูลครั้งนี้อย่างสุจริต ทว่ากลับมีคนบางกลุ่มที่พยายามจะขัดขวางไม่ให้เราเข้าร่วม จึงได้กุเรื่องราวเหล่านั้นขึ้นมา”

“คุณชายชุยคะ บริษัทที่คุณพูดถึงนี่ หมายถึงต้าซิงกรุ๊ปหรือเปล่าคะ?” นักข่าวสาวคนหนึ่งรุกถามต่อ

“หึ ๆ พวกคุณคิดว่ายังไงล่ะครับ?”

ชุยสืออีหัวเราะสะใจในลำคอ นักข่าวคนนี้ถามได้ถูกใจเขาเหลือเกิน ตอนนี้เขาต้องการใช้กระแสสังคมมากดดันจ้าวตงอวี้

“คุณชายจ้าวแห่งต้าซิงกรุ๊ป ได้ชื่อว่าเป็นนักการกุศลที่มีชื่อเสียงของเมืองเลยนะคะ เขาจะทำเรื่องแบบนั้นได้จริง ๆ เหรอ?” นักข่าวอีกคนแสดงความสงสัย

“นักการกุศลเหรอ? ตอนผมอยู่เมืองต้าชิ่ง ผมก็เป็นนักการกุศลเหมือนกันแหละครับ ฮ่า ๆ ๆ”

ชุยสืออีหัวเราะอย่างหยิ่งยโส เมื่อเขาเห็นซุนเม่าเดินออกมา เขาจึงไม่ได้เข้าไปจับมือทักทาย แต่กลับบอกซุนเม่าว่า “นายอำเภอซุน จัดงานได้ดูครึกครื้นดีนะครับ”

ซุนเม่าทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องฝืนยิ้มต่อหน้านักข่าวแล้วกล่าวเชิญ “ยินดีต้อนรับครับคุณชายชุย เชิญเข้าไปด้านในก่อนเถอะครับ”

“ทำไมล่ะครับ? พ่อพระนักบุญคนนั้นยังไม่มาอีกเหรอ?”

ชุยสืออีกวาดสายตามองไปรอบหอประชุม ยังไม่เห็นเงาของจ้าวตงอวี้

“คุณชายจ้าวน่าจะใกล้ถึงแล้วครับ!”

“งั้นผมก็ไม่รีบครับ ผมขอยืนคุยกับพวกนักข่าวต่ออีกสักนิดดีกว่า!”

ชุยสืออีตั้งใจจะแฉเรื่องราวเน่าเฟะเบื้องหลังของต้าซิงกรุ๊ปให้นักข่าวฟังเพิ่ม เขาต้องการคว้าโอกาสนี้ทำลายภาพลักษณ์ของจ้าวตงอวี้ เหล่านักข่าวเมื่อได้ยินเช่นนั้นต่างก็หูผึ่งและดวงตาเป็นประกายทันที

ทว่าท่ามกลางเหล่านักข่าวกลุ่มนี้ ก็มีสายสืบของจ้าวตงอวี้ปะปนอยู่ด้วย เขาจึงรีบส่งคนไปแจ้งข่าวให้จ้าวตงอวี้ทราบทันที

รถของจ้าวตงอวี้เดินทางมาถึงตำบลจูเชว่แล้ว เขาไม่ได้รีบร้อนแต่กลับสั่งให้หลี่ไข่ขับช้า ๆ

ที่ที่นั่งข้างคนขับ มีหญิงสาวในชุดแดงคนหนึ่งนั่งอยู่ เธอทาลิปสติกสีแดงสดและทำผมทรงลอนใหญ่

เธอคือ ว่านหง เลขานุการสาวของจ้าวตงอวี้

ส่วนที่นั่งข้างจ้าวตงอวี้ คือชายสวมแว่นวัยสามสิบเศษคนหนึ่งที่กำลังนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างสงบ

เขาคือ มู่หรงสิง ผู้จัดการฝ่ายกฎหมายของต้าซิงกรุ๊ป

ด้านหลังรถคราวน์มีรถอีกสองคันติดตามมา ซึ่งเต็มไปด้วยลูกน้องและบอดี้การ์ดของจ้าวตงอวี้ การมาครั้งนี้จ้าวตงอวี้ตั้งเป้าว่าจะต้องชนะการประมูลให้ได้

ชายคนหนึ่งขี่จักรยานตรงมายังรถคราวน์ เมื่อว่านหงเห็นเขาก็บอกจ้าวตงอวี้ทันทีว่า “นั่นนักข่าวหลิวค่ะ”

“อืม ให้เขาขี่มาข้าง ๆ”

จ้าวตงอวี้พยักหน้า หลี่ไข่จึงชะลอความเร็วรถลง นักข่าวหลิวรีบปั่นจักรยานมาขนาบข้างหน้าต่างรถทันที

จ้าวตงอวี้ลดกระจกลง ลมหนาวและเกล็ดหิมะพัดเข้ามาในรถจนเขาต้องขมวดคิ้วมุ่น

“ว่ามาเร็ว ๆ!”

นักข่าวหลิวจึงรายงานเรื่องที่ชุยสืออีกำลังป้ายสีจ้าวตงอวี้ต่อหน้าสื่อให้ฟังจนหมดเปลือก

“ชุยสืออีคิดว่าอาศัยแค่เรื่องพรรค์นี้แล้วจะชนะฉันได้งั้นเหรอ?”

“การประมูลน่ะ เขาวัดกันที่กำลังทรัพย์โว้ย!”

“แต่ในเมื่อชุยสืออีอยากจะเล่นละคร งั้นฉันจะจัดให้ชุดใหญ่เลยแล้วกัน”

คนอย่างจ้าวตงอวี้ย่อมไม่ธรรมดา เขาเตรียมแผนซ้อนแผนไว้เรียบร้อยแล้ว

ก่อนที่จ้าวตงอวี้จะมาถึง มีหญิงวัยกลางคนกลุ่มหนึ่งเดินมาหยุดที่หน้าประตูหอประชุม

“ขอโทษนะคะ เถ้าแก่จ้าวจะเดินทางมาที่นี่ไหมคะ?”

เหล่านักข่าวที่กำลังสัมภาษณ์ชุยสืออีอยู่ เมื่อได้ยินคนถามหาจ้าวตงอวี้ต่างก็ชะงักไป

“พวกคุณคือ...?”

สิ้นคำถามนั้น หญิงกลุ่มนั้นก็เริ่มบ่อน้ำตาแตก พลางบอกกับนักข่าวว่า “พวกเราคือผู้ปกครองของเด็กนักเรียนที่เถ้าแก่จ้าวให้ทุนการศึกษาค่ะ พวกเราตั้งใจมาเพื่อขอบพระคุณท่านค่ะ”

“ถ้าไม่มีเถ้าแก่จ้าว ลูก ๆ ของพวกเราคงไม่มีอนาคต”

“เถ้าแก่จ้าวท่านเป็นคนดีเหลือเกิน พวกเราพยายามจะไปขอบคุณหลายครั้งแต่ท่านก็มักจะปฏิเสธเสมอ”

“พวกเราได้ยินว่าท่านจะมาร่วมงานประมูลที่นี่ พวกเราเลยมารอยืนส่งท่านค่ะ”

“ต้องเป็นคนใจบุญอย่างเถ้าแก่จ้าวเท่านั้นแหละค่ะ ถึงจะมาพัฒนาตำบลจูเชว่ของเราได้”

เหล่านักข่าวถึงกับอึ้งกิมกี่ไปตาม ๆ กัน ส่วนรอยยิ้มบนใบหน้าชุยสืออีก็มลายหายวับไปทันที

‘ไอ้บัดซบ มันจะหน้าด้านเกินไปแล้วนะ?’

‘จ้าวตงอวี้ ไอ้เวรเอ๊ย กล้าจัดฉากแบบนี้เชียวเหรอ แกเนี่ยนะคนดี?’

ชุยสืออีแทบอยากจะสบถคำด่าออกมาดัง ๆ แต่ในสถานการณ์นี้เขาทำได้เพียงสะกดกลั้นอารมณ์ไว้ เหล่านักข่าวเริ่มหันไปให้ความสนใจและสัมภาษณ์หญิงกลุ่มนั้นแทนเสียแล้ว

ตอนนี้ เมื่อมีผู้เข้าร่วมประมูลรายอื่นเดินทางมาถึง เหล่านักข่าวกลับแทบไม่ชายตามอง

มีเพียงเรื่องความขัดแย้งและบุญคุณความแค้นระหว่างชุยสืออีกับจ้าวตงอวี้เท่านั้น ที่เป็นประเด็นร้อนแรงที่สุดในตอนนี้

แม้แต่ผู้นำระดับสูงคนอื่น ๆ เดินทางมาถึง นักข่าวก็ไม่ได้สนใจจะเข้าไปทำข่าวเลย

ชุยสืออียืนทำหน้าทมึงทึงอยู่บนระเบียงหอประชุม จนกระทั่งเขาเห็นรถของจ้าวตงอวี้แล่นเข้ามา

“ไอ้คนไร้ยางอายมาถึงแล้ว!”

เมื่อรถของจ้าวตงอวี้จอดสนิท หญิงกลุ่มนั้นก็รีบเดินเข้าไปรุมล้อมทันที

“เถ้าแก่จ้าวคะ ขอบพระคุณท่านมากค่ะ!”

“ฉันขอกราบท่านนะคะ!”

จ้าวตงอวี้รีบก้าวลงจากรถแล้วเข้าไปพยุงแขนหญิงคนนั้นไว้ทันที “คุณป้าครับ อย่าทำแบบนี้เลยครับ ที่ผมทำงานการกุศลก็เพื่อตอบแทนสังคมเท่านั้น”

“ในเมื่อพวกเราลืมตาอ้าปากได้ก่อน ก็ต้องรู้จักแบ่งปันและทำความดีเพื่อส่วนรวมเป็นธรรมดาครับ”

จ้าวตงอวี้แสดงสีหน้าเปี่ยมเมตตาธรรมค้ำจุนโลกได้อย่างแนบเนียน จนแสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปสาดกระหน่ำเก็บภาพความประทับใจนี้ไว้ถ้วนหน้า

จบบท

จบบทที่ บทที่ 713 เมตตาธรรมค้ำจุนโลก

คัดลอกลิงก์แล้ว