- หน้าแรก
- เลิกแก้ตัวได้แล้ว ใครๆก็บอกว่านายเป็นเจ้าพ่อ
- บทที่ 650 หนีรอดเงื้อมมือมัจจุราช
บทที่ 650 หนีรอดเงื้อมมือมัจจุราช
บทที่ 650 หนีรอดเงื้อมมือมัจจุราช
คลื่นกระแทกจากการระเบิดซัดข้าวของบริเวณใกล้เคียงจนปลิวว่อน คลื่นความร้อนแผดเผาม้วนตัวแผ่ซ่านออกไป
พวกปาเสอทั้งสามคนถูกแรงสั่นสะเทือนจนเลือดลมตีกลับ มองดูแสงเพลิงด้วยสีหน้าบ้าคลั่ง
ระเบิด! ลูกผู้ชายมันต้องเล่นกับระเบิดสิวะ!
พวกพี่น้องตอนอยู่ในประเทศอัดอั้นกันจะตายชัก วันๆ เอาแต่ตีกันข้างถนน อย่างมากก็แค่ควักมีดหั่นแตงโมออกมาสู้กัน หยั่งกะเด็กเล่นขายของ ไม่มีอะไรน่าสนุกเลยสักนิด!
กลุ่มควันจางลง ทั้งสามคนเพ่งมองอย่างตั้งใจ เห็นเพียงกำแพงคอนกรีตที่เคยสมบูรณ์ดี บัดนี้ถล่มลงมาครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นโครงเหล็กเส้นที่อยู่ข้างใน
ปาเสอหยิบไฟฉายส่องกวาดเข้าไปข้างใน ลำแสงสาดส่องไปถึงตรงไหน ก็เห็นลังไม้ใบเล็กวางเรียงซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบอยู่บนพื้น ในลังสองสามใบที่ถูกแรงระเบิดกระแทกจนเปิดออก มองเห็นแสงสีเหลืองทองเปล่งประกายลางๆ แผ่ซ่านมนต์เสน่ห์อันเย้ายวนถึงตาย
"เชี่ยเอ๊ย!!!" ขนาดอาปิ่งที่ผ่านโลกมาเยอะ ยังอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จนเสียวสันหลัง น้ำลายแทบสอ
"แม่งเอ๊ย เลิกมองได้แล้ว! กลับไปเดี๋ยวให้กอดนอนเชยชมให้พอใจเลย" ปาเสอตบหลังหัวอาปิ่งฉาดใหญ่ ตะคอกเสียงต่ำ
"อย่างมากก็สามนาที! คนกลุ่มแรกจะแห่กันมาถึง! รีบกวาดของเร็วเข้า! จบงานนี้ จะได้ให้พี่น้องฉลองปีใหม่กันอย่างสุขสบาย!"
ปาเสอตะโกนก้อง แล้วมุดเข้าไปในห้องเป็นคนแรก เฉินเหวินกับอาปิ่งรีบตามเข้าไปติดๆ
คนทั้งเขตเหมืองถูกเสียงระเบิดปลุกให้ตื่นกันหมด
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังสนั่นหวั่นไหว พวกยามเหมือนหมาบ้าที่ถูกแหย่ก้น วิ่งสาดกระสุนปืนพลางพุ่งตรงมาที่โกดังทอง
แสงไฟจากค่ายพักที่อยู่ไกลออกไปสว่างพรึ่บขึ้นเป็นแถบ เสียงฝีเท้านับไม่ถ้วนกำลังถาโถมมาทางนี้
เวลาที่เหลืออยู่สำหรับพวกปาเสอ มีไม่มากแล้ว
ทั้งสามคนโกยทองคำดิบยัดใส่เป้ราวกับคนบ้า
ทองคำดิบ ก็ตามชื่อเลย คือทองที่ยังไม่ได้ผ่านการสกัด โคตรพ่อโคตรแม่หนัก ยัดใส่ไปได้ไม่เท่าไหร่ เป้ของทั้งสามคนก็หนักอึ้งจนกดทับมือ
"พอแล้ว! ขืนเสียเวลาต่อพวกเราได้หนีไม่รอดแน่!" ปาเสอก้มดูนาฬิกาจับเวลา ผ่านไปสองนาทีแล้ว ต้องถอนตัวเดี๋ยวนี้
เขาสั่งหยุดอย่างเด็ดขาด เหลือบมองทองคำดิบที่เหลืออยู่ แววตาแฝงความเสียดายแวบหนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเหี้ยมเกรียม
"เฉินเหวิน! ส่งพวกมันลงนรกไปซะ!"
เฉินเหวินหัวเราะหึๆ ล้วงระเบิดมือออกมาจากกระเป๋าสองสามลูก ดึงสลักออก แล้วโยนส่งๆ เข้าไปในกองลังไม้
"ถอย!"
ทั้งสามคนแบกทองคำดิบที่หนักอึ้ง วิ่งอาจหาญออกมา แล้วกลืนหายเข้าไปในความมืดมิดยามค่ำคืนอีกครั้ง
บนใบหน้าของพวกเขาป้ายด้วยเขม่าควัน ชุดเครื่องแบบก็ฉีกขาดเป็นรอยหลายแห่ง ดูยังไงก็เหมือนผู้รอดชีวิตจากเหตุระเบิดยิ่งกว่าใครๆ
"แม่งเอ๊ย อย่าวิ่งออกไปข้างนอก! วิ่งสวนทางฝูงชนก็เป็นเป้านิ่งสิวะ!" ปาเสอได้ยินเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จึงหันไปตะคอกใส่ทั้งสองคน
"ตอนนี้แกล้งทำเป็นหันหลังกลับ แล้ววิ่งตามกูเข้าไปข้างใน! พวกเราคือหน่วยกู้ภัยกลุ่มแรกที่มาถึง!"
นี่คือการตัดสินใจที่กล้าบ้าบิ่นและคลั่งสุดๆ!
พวกเขาวิ่งสวนทางกับยามกลุ่มแรกที่พุ่งเข้ามา นอกจากจะไม่หลบแล้ว กลับวิ่งพลางตะโกนเป็นภาษาพม่าเสียงหลง:
"เร็วๆ เข้าสิวะ! คนแม่งหายหัวไปไหนกันหมด? ศัตรูอยู่ข้างหน้านู่น กูเห็นกับตาเลย!"
"แม่งเอ๊ย! โกดังทองเกิดเรื่องแล้ว! พวกมึงสองสามคน ตามกูไปเฝ้าไว้!"
ท่ามกลางความโกลาหล พวกรปภ.ที่ยังมึนงงจากแรงระเบิด พอเห็น "พวกเดียวกัน" สามคน "ซื่อสัตย์และกล้าหาญ" ขนาดนี้ จะไปสงสัยอะไรได้อีกล่ะ?
รู้สึกแค่เลือดลมสูบฉีด วิ่งตามพวกเขาพุ่งไปข้างหน้า โดยไม่มีใครคิดจะแยกแยะตัวตนของพวกเขาเลยสักนิด
ใส่ชุดเครื่องแบบเหมือนกัน ตะโกนถ้อยคำฉะฉานขนาดนั้น ใครจะกล้าหาว่าพวกเขาไม่ใช่พวกเดียวกันล่ะ?
ลูกไม้ 'จุดใต้ตำตอ' นี้ ปาเสอถือว่าเล่นได้ทะลุปรุโปร่งจริงๆ
พวกเขาแฝงตัวกลมกลืนไปกับฝูงชน ดูเหมือนกำลังวิ่งไปข้างหน้า แต่ความจริงแล้วกำลังปรับเปลี่ยนทิศทางอยู่ตลอดเวลา ขยับเข้าใกล้ลานจอดรถเข้าไปทุกที
ในจังหวะที่กำลังจะสำเร็จ ชายอ้วนในชุดผู้คุมคนหนึ่งก็นำคนกลุ่มหนึ่งมาขวางหน้าพวกเขาไว้
"พวกมึงน่ะ หยุดเดี๋ยวนี้!" ผู้คุมร่างอ้วนหรี่ตาอย่างไม่เป็นมิตร กวาดสายตามองพวกปาเสอทั้งสามคน
"อยู่หน่วยไหน? แล้วนี่ทำไมถึงวิ่งไปทางลานจอดรถ? หน้าตาไม่คุ้นเลยนะ"
ปาเสอร้องแย่แล้วอยู่ในใจ แต่ปั้นหน้าทำเป็นนิ่งเฉย ปรายตามองเฉินเหวินแวบหนึ่ง
เฉินเหวินรับรู้ความหมาย ในบรรดาสามคน เขาพูดภาษาพม่าได้คล่องที่สุด จึงต้องเป็นคนออกหน้าเจรจา
เขาหอบหายใจแฮกๆ สบถด่าอย่างหัวเสีย:
"แม่งเอ๊ย! พวกเราถูกท่านนายพลสั่งให้มาสับเปลี่ยนเวรยาม! เพิ่งมาถึงแม่งก็โดนระเบิดเลย! ตอนนี้ต้องรีบกลับไปรายงานสถานการณ์ มึงมาถามกูว่าอยู่หน่วยไหน? กูยังอยากจะถามมึงเลย!"
"ทุกคนเขาวิ่งไปที่โกดังทองกันหมด แต่มึงเสือกพาคนวิ่งมาทางลานจอดรถทำไม? หรือว่ามึงเป็นไส้ศึกวะ!"
คำด่าทอนั้นฟังดูสมเหตุสมผล พลิกสถานการณ์จากฝ่ายตั้งรับกลายเป็นฝ่ายรุกทันที
ผู้คุมร่างอ้วน: เขาเนี่ยนะ? ไส้ศึก? เขาคู่ควรที่จะเป็นไส้ศึกตรงไหน!
แต่ความสงสัยก็หายไปครึ่งหนึ่งเพราะคำด่านั้น เพียงแต่ในใจยังรู้สึกว่ามีบางอย่างทะแม่งๆ จึงขมวดคิ้วถามว่า: "แล้วหัวหน้าหน่วยพวกมึงคือ..."
พูดยังไม่ทันจบ เขาก็เหลือบไปเห็นเป้สะพายหลังของอาปิ่งที่ห้อยต่องแต่งลงมาถึงก้น
ดูจากน้ำหนักแล้ว ของข้างในคงไม่เบาแน่!
"ในกระเป๋าพวกมึงใส่อะไรไว้?" สีหน้าเขาเปลี่ยนไปทันที เอื้อมมือจะไปคว้าเป้ของอาปิ่ง
ตอนนี้แหละ!
ปาเสอตอบสนองได้เร็วกว่าเขาหลายขุม!
"ปัง!"
ปืนพกเก็บเสียงแผดเสียงดังขึ้น ในระยะประชิดขนาดนี้ ปาเสอไม่ต้องเสียเวลาเล็งด้วยซ้ำ กระสุนเจาะทะลุกลางหว่างคิ้วของผู้คุมร่างอ้วนเข้าอย่างจัง
สีหน้าของผู้คุมนิ่งค้าง ร่างล้มตึงกระแทกพื้นดังสนั่นราวกับรถบรรทุกขนาดใหญ่
"ลงมือ พี่น้อง ฆ่าฝ่าออกไป!"
จังหวะที่ปาเสอลั่นไก เฉินเหวินกับอาปิ่งก็ขยับตัวพร้อมกัน!
ทั้งสองคนยกปืนกลมือขึ้นมาสาดกระสุนทันที
"ปังๆๆๆๆๆ!!!"
เปลวไฟที่พ่นออกจากปากกระบอกปืน กลายเป็นเคียวมัจจุราช
พวกผู้คุ้มกันที่อยู่ด้านหลังผู้คุมยังไม่ทันตั้งตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ถูกห่ากระสุนที่สาดเข้ามาเจาะร่างจนพรุนเป็นรังผึ้ง ละอองเลือดระเบิดกระจาย ร้องโหยหวนล้มระเนระนาดเป็นแถบ
ศัตรูที่อยู่ไกลออกไปอีกนิดชักปืนออกมา หันปากกระบอกปืนเล็งมาที่พวกปาเสอทั้งสาม
ในเมื่อการพรางตัวถูกฉีกขาดแล้ว ก็ใช้เลือดของศัตรู ปูทางสายเลือดฝ่าออกไปเลย!
"วันนี้ เทพขวางฆ่าเทพ พระขวางฆ่าพระ พี่น้องเอ๊ย! เปิดทาง!"
ปาเสอแผดเสียงคำราม เอื้อมมือไปคว้าดึงระเบิดมือที่เอวออกมา แล้วขว้างไปทางกลุ่มศัตรู
"ตู้ม!"
ระเบิดแตกกระจายกลางวงศัตรู คราวนี้ ชิ้นส่วนมนุษย์ปลิวว่อน ควันสีเลือดคลุ้งกระจาย ระเบิดเปิดทางรอดให้ทันตาเห็น
"ฝ่าออกไป!"
ทั้งสามคนแบกทองคำอันหนักอึ้ง ระเบิดพลังงานอันน่าทึ่งออกมา
ปาเสอเบิกทาง เฉินเหวินอยู่ตรงกลางคอยยิงสนับสนุน อาปิ่งอยู่รั้งท้ายคอยป้องกันหลัง โยนระเบิดใส่ศัตรูไม่หยุด กดหัวพวกตามล่าไว้เบื้องหลังจนโงบไม่ขึ้น
ในที่สุด ทั้งสามคนก็ทะลวงมาถึงลานจอดรถ!
ปาเสอเล็งรถกระบะคันหนึ่งไว้ สาดกระสุนชุดหนึ่งยิงกระจกฝั่งคนขับจนแตกละเอียด แล้วยื่นมือเข้าไปปลดล็อคเปิดประตู
"ขึ้นรถ ไปได้แล้ว"
เฉินเหวินกระโดดขึ้นไปนั่งเบาะข้างคนขับ ส่วนอาปิ่งก็กระโดดข้ามเข้าไปในกระบะท้าย
เขาหมอบราบอยู่ในกระบะ โยนระเบิดมือไปข้างหลังไม่หยุด เพื่อถ่วงเวลาอันมีค่าให้ปาเสอ!
ปาเสอนั่งประจำที่คนขับ ชักมีดทหารออกมางัดแผ่นปิดใต้พวงมาลัย ดึงสายไฟออกมาเขี่ยให้สปาร์คกันสองสามที เครื่องยนต์ก็สตาร์ทติด!
พอเห็นรถสตาร์ทติดแล้ว เฉินเหวินก็ชะโงกตัวออกนอกหน้าต่าง ยกปืนกลมือสาดกระสุนไปข้างหลังอย่างบ้าคลั่ง
"นั่งให้ดี!!"
ปาเสอเหยียบคันเร่งมิดไมล์ ยางรถบดขยี้พื้นจนควันดำคลุ้ง รถกระบะพุ่งชนที่กั้นลานจอดรถจนพังยับเยิน แล้วซิ่งตะบึงไปตามทางขึ้นเขา!
กระสุนปืนกระทบตัวถังรถดังเป๊งป๊างไม่หยุด
ท่ามกลางความมืดมิดอันไร้ขอบเขต สองขายังไงก็วิ่งไม่ทันสี่ล้ออยู่ดี
ไม่ถึงครึ่งนาที เงาของพวกตามล่าในกระจกมองหลังของรถกระบะก็ค่อยๆ เลือนรางลง
ท้ายกระบะ อาปิ่งปาระเบิดมือจนหมดเกลี้ยงแล้ว ก็เริ่มปาระเบิดเพลิงต่อ พอมองเห็นเปลวไฟลุกโชนขึ้นเป็นกำแพงเพลิง สกัดกั้นรถของพวกตามล่าเอาไว้ เด็กหนุ่มก็หัวเราะลั่นด้วยความสะใจ
แม่งเอ๊ย นี่แหละคือเกมที่ลูกผู้ชายเขาเล่นกัน โคตรพ่อโคตรแม่สะใจเลยว่ะ!
ปาเสอกับเฉินเหวินฉีกยิ้มกว้าง หึหึ สภาพนี้แล้วพวกมึงจะตามยังไงวะ?
ขับไปอีกสิบนาที แล้วมุดเข้าป่าไปเลย ต่อให้เง็กเซียนฮ่องเต้เสด็จมาเอง ก็อย่าหวังว่าจะหาพวกมันเจอ!
ซิ่งไปได้อีกระยะหนึ่ง ปาเสอก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบโทรศัพท์ดาวเทียมออกมากดโทรหาเซี่ยงเยว่
ปลายสายรับแทบจะทันที เห็นได้ชัดว่าเซี่ยงเยว่เองก็กำลังรอข่าวจากพวกเขาอยู่ตลอดเหมือนกัน
"กราบเรียนฝ่าบาท โปรดรับชมการแสดงดอกไม้ไฟที่กระหม่อมเตรียมไว้ให้พระองค์ด้วยพ่ะย่ะค่ะ"
"ถุงเงินของคุนฟู นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ใช้แซ่เซี่ยงแล้วครับ"