เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 63 : สมัยไหนแล้วยังจะมาซ่อนพลัง? ท่านยุงปู่จะโชว์เทพให้ดูเป็นขวัญตาเอง!

บทที่ 63 : สมัยไหนแล้วยังจะมาซ่อนพลัง? ท่านยุงปู่จะโชว์เทพให้ดูเป็นขวัญตาเอง!

บทที่ 63 : สมัยไหนแล้วยังจะมาซ่อนพลัง? ท่านยุงปู่จะโชว์เทพให้ดูเป็นขวัญตาเอง!


บทที่ 63 : สมัยไหนแล้วยังจะมาซ่อนพลัง? ท่านยุงปู่จะโชว์เทพให้ดูเป็นขวัญตาเอง!

ความเงียบงัน...

ความเงียบอันน่าอึดอัดปกคลุมไปทั่วบริเวณนานนับสิบวินาที

คนที่ตั้งสติได้เป็นคนแรก ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นรองประธานหวัง ผู้ที่เมื่อครู่นี้ยังทำหน้าตาดุดันบีบบังคับให้กู่เยว่ซีส่งมอบของล้ำค่าอยู่นั่นเอง!

สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอย่างรวดเร็วจนสังเกตเห็นได้ชัด

ในที่สุด เขาก็ตบหน้าขาตัวเองฉาดใหญ่ แล้วระเบิดเสียงหัวเราะลั่น

"ดี! ดีมาก! ดูดซับไปแล้วก็ดี! วีรบุรุษมักกำเนิดในวัยเยาว์! สภาวะจิตใจ ความกล้าหาญ และความเด็ดเดี่ยวของนักเรียนกู่ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ!"

"ดูดซับผลึกบำรุงจิตเข้าไป อนาคตอย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเก้า! ยิ่งไปกว่านั้นยังมีลุ้นทะลวงถึงระดับราชา! อนาคตไกลไร้ขีดจำกัดจริงๆ! มณฑลซุ่ยหมิงของเรากำลังจะมีมังกรผงาดฟ้าแล้ว! ฮ่าๆๆ!"

รองประธานหวังยิ้มแย้มแจ่มใส ทำทีราวกับว่าเขาดีใจกับกู่เยว่ซีจากก้นบึ้งของหัวใจจริงๆ!

คนอื่นๆ  "......"

….

"ใช่แล้วๆ! ท่านรองประธานหวังกล่าวได้ถูกต้องที่สุด!"

หลังจากผู้อำนวยการโรงเรียนยืนอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาก็รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นแดงเปล่งปลั่ง รีบเออออห่อหมกตามทันที

"กล้าเสี่ยงชีวิตหลอมรวมสมบัติระดับสวรรค์ในทันที! ความเด็ดขาดและความกล้าหาญเช่นนี้! ทำเอาพวกเราที่เป็นผู้ใหญ่ถึงกับต้องละอายใจเลยทีเดียว!"

"ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมมากจริงๆ!"

ในพริบตานั้น ผู้บริหารทุกคนบนแท่นพิธีการต่างพากันเล่นงิ้วเปลี่ยนหน้า คำสรรเสริญเยินยอหลั่งไหลพรั่งพรูออกมาราวกับกระแสน้ำหลาก

กู่เยว่ซี: "..."

ฉู่เซิง: "นี่ข้าทะลุมิติมาอยู่ในโรงงิ้วเสฉวนหรือไงเนี่ย?"

ทางด้านจ้าวชิงเทียนที่ยืนอยู่ข้างๆ นั้น ยืนทื่อเป็นไก่ตาแตกไปตั้งนานแล้ว ในหัวอื้ออึงไปหมด

เขาคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่ากู่เยว่ซีจะฉลาดและเด็ดขาดถึงเพียงนี้!

เขาเคยได้ยินมาว่า การจะหลอมรวมผลึกบำรุงจิต จำเป็นต้องมีเคล็ดวิชาฝึกฝนพลังจิตระดับสวรรค์คอยช่วยประคอง มิฉะนั้นมีโอกาสสูงมากที่จะธาตุไฟแตกซ่านจนร่างระเบิดตาย!

นางเป็นแค่นักเรียนธรรมดา จะไปมีเคล็ดวิชาระดับสวรรค์ได้ยังไง?

นี่มันคือการเอาชีวิตไปแขวนบนเส้นด้าย เดิมพันด้วยความตายชัดๆ!

บ้าเอ๊ย…ยัยนี่มันคนบ้าชัดๆ!

ในเวลาเดียวกัน ทุกคนก็เริ่มกระจ่างแจ้งแก่ใจ

มิน่าล่ะ นางถึงสามารถ 'แวะจัดการ' แมงป่องพิษทะเลทรายตัวนั้นได้!

ด้วยพลังจิตที่บรรลุถึงระดับสองขั้นกลาง ต่อให้เรียนรู้วิชาโจมตีทางจิตใจระดับพื้นฐานที่สุดมาเพียงเล็กน้อย ก็มากพอที่จะสร้างภัยคุกคามถึงชีวิตให้กับสัตว์อสูรระดับสองขั้นกลางได้แล้ว!

เพราะสัตว์อสูรส่วนใหญ่ มีพลังจิตต่ำกว่าระดับพลังโลหิตของตัวเองมากนัก!

"ทำไมกันล่ะ? ทำไมคนๆ หนึ่งถึงโชคดีได้ขนาดนี้?"

จ้าวชิงเทียนกู่ร้องในใจ กัดฟันกรอดจนแทบแหลกละเอียด

เขารู้ดีว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ดาวโรงเรียนหน้าสวยคนนี้ได้พลิกโชตชะตาของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว!

อนาคตของนาง อย่างน้อยก็ต้องเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเก้า! หรืออาจก้าวล่วงเข้าสู่ระดับราชาเลยด้วยซ้ำ!

ทำไมกัน? ทำไมดวงนางถึงได้ดีขนาดนี้?

แค่มาเข้าร่วมการสอบภาคปฏิบัติในดินแดนลับระดับเริ่มต้นแค่นี้ กลับได้สมบัติล้ำค่าระดับสวรรค์มาครองเนี่ยนะ?!

ความอิจฉาริษยาและความรู้สึกไม่ยุติธรรมแทบจะแผดเผาหัวใจของจ้าวชิงเทียนจนมอดไหม้

สติปัญญาบอกเขาว่า เมื่ออยู่ต่อหน้ากู่เยว่ซีในตอนนี้ เขาพ่ายแพ้ราบคาบหมดรูปแล้ว!

แต่เขาไม่อยากยอมรับ! และยิ่งไม่อาจทำใจรับได้!

เขาทำได้เพียงกำหมัดแน่น กู่ร้องอย่างบ้าคลั่งในใจ

ต่อให้พรสวรรค์ด้านพลังจิตของนางจะเหนือชั้นหลุดโลกไปแล้วยังไงล่ะ?

แล้วสัตว์อสูรของนางล่ะ?

มันก็ยังเป็นแค่ยุงขยะระดับหนึ่งขั้นต้นไม่ใช่หรือไง?

แถมสายเลือดก็ยังเป็นแค่ระดับต่ำด้วย!

เส้นทางสายผู้ฝึกสัตว์​อสูรของนาง มันมาถึงทางตันแล้ว! ชาตินี้นางอย่าหวังจะได้เป็นผู้ฝึกสัตว์​อสูรระดับห้าเลย!

ส่วนข้า! การันตีขั้นต่ำในชาตินี้ก็คือผู้ฝึกสัตว์​อสูรระดับเจ็ด!

อย่างน้อยในจุดนี้! ข้าก็เหนือกว่านาง!!

เหล่าผู้บริหารบนแท่นพิธีการก็ตระหนักถึงจุดนี้ได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน พวกเขาอดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้าเสียดายออกมา

น่าเสียดายจริงๆ พรสวรรค์ด้านพลังจิตที่พลิกฟ้าคว่ำดินขนาดนี้ กลับต้องมาผูกพันธสัญญากับยุงที่มีสายเลือดต่ำต้อย ชาตินี้บนเส้นทางของผู้ฝึกสัตว์​อสูร นางคงยากจะก้าวหน้าไปได้อีก

นางคงทำได้เพียงหันไปเอาดีในเส้นทางของปรมาจารย์ค่ายกลหรือผู้ใช้พลังจิต ซึ่งอันตรายกว่าและมีขีดจำกัดต่ำกว่าแทน

แต่เส้นทางทั้งสองสายนั้น ขีดจำกัดสูงสุดก็คือระดับราชาเท่านั้น ยังไม่เคยมีใครก้าวไปถึงระดับจักรพรรดิได้เลย อนาคตนั้นเทียบไม่ได้กับเส้นทางของผู้ฝึกสัตว์​อสูรเลยสักนิด!

และในขณะที่ทุกคนกำลังรู้สึกเสียดายแทนนางอยู่นั้นเอง...

จู่ๆ กู่เยว่ซีก็หันหน้าไปมอง 'ยุง' ที่เกาะนิ่งอยู่บนไหล่ของนาง

ฉู่เซิงเข้าใจความหมายนั้นได้ในทันที

ดีมาก! รอมาตั้งนาน ในที่สุดก็ถึงคิวท่านยุงปู่โชว์เทพสักที!

ยุคไหนสมัยไหนแล้ว ยังจะมาเล่นบทแกล้งหมูหลอกกินเสืออยู่อีก?

ข้าเก่งเทพขนาดนี้ ก็ต้องโชว์ความเทพให้ประจักษ์แก่สายตาสิฟะ!

ไม่งั้นมันจะต่างอะไรกับการใส่ชุดสวยๆ เดินในตอนกลางคืนล่ะ?

วันนี้ เขาจะใช้ความแข็งแกร่งและพรสวรรค์อันท่วมท้น บดขยี้มุมมองที่พวกผู้บริหารระดับสูงเหล่านี้มีต่อตัวเขาให้แหลกละเอียด!

จะทำให้พวกเขารู้ซึ้งว่า ตัวเขากับกู่เยว่ซี ไม่ใช่หนูทดลองที่พวกนั้นจะจับมาบีบหรือเลี้ยงไว้ศึกษาได้ตามใจชอบ!

แต่เป็นอัจฉริยะเหนือชั้นตัวจริงเสียงจริง ที่คู่ควรให้พวกเขาทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดที่มีเพื่อปลุกปั้นและปกป้องต่างหาก!

….

วินาทีต่อมา!

ครืนนนน—!

พลังโลหิตอันมหาศาลระดับสองขั้นต้น ที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าหมาป่าเกราะเทวะของจ้าวชิงเทียนเลยแม้แต่น้อย ระเบิดตูมออกมาจากร่างเล็กๆ ของฉู่เซิง!

เเละตามมาติดๆ…ด้วยแรงกดดันทางสายเลือดที่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไม่ปิดบัง!

สายเลือดระดับกลาง!

ฉู่เซิงก็เพิ่งจะสังเกตเห็นตอนเปิดดูหน้าต่างสถานะเมื่อกี้นี้เอง ว่าหลังจากพลังโลหิตทะลวงเข้าสู่ระดับสองขั้นต้น ระดับสายเลือดของเขาก็ขยับเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยอย่างเป็นธรรมชาติ!

แม้จะเพิ่มมาแค่นิดเดียว เทียบไม่ได้เลยกับการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดตอนที่วิวัฒนาการ!

แต่มันก็ทำให้ระดับสายเลือดของเขา เลื่อนจากระดับต่ำ (ห้าดาว) ขึ้นมาเป็นระดับกลาง (หนึ่งดาว) แล้ว!

เป็นสายเลือดระดับกลางของแท้แน่นอน!

ตามทฤษฎีของโลกใบนี้ ในตอนนี้ขีดจำกัดการเติบโตของเขา ได้ถูกยกระดับจากระดับสาม พุ่งทะยานขึ้นสู่ระดับห้าแล้ว!!

ทว่า…นี่ยังไม่จบแค่นั้น...

ในขณะที่ทุกคนยังไม่ทันได้ตั้งตัว

ฉู่เซิงก็ขยับความคิดอีกครั้ง

ขุมพลังอีกสายหนึ่ง ระเบิดออกมาจากร่างของเขาอีกระลอก!

นั่นคือพลังจิตที่ทรงพลังและหนาแน่น ซึ่งบรรลุถึงระดับสองขั้นต้นเช่นเดียวกัน!

ใช่แล้ว เขาเองก็ใช้พลังงานจากการดูดซับผลึกบำรุงจิต ดันระดับพลังจิตทะลุ 500 จุดไปแล้ว!

ก้าวเข้าสู่ระดับสองขั้นต้น!

….

ณ วินาทีนี้ กลิ่นอายอันแข็งแกร่งของ พลังโลหิต, สายเลือด และ พลังจิต ทั้งสามสายประสานรวมกัน จนกระตุ้นเส้นประสาทของทุกคนที่อยู่รอบๆอย่างบ้าคลั่ง!

โลกทั้งใบ ตกอยู่ในความเงียบงันโดยสมบูรณ์

หากเปรียบว่า การที่กู่เยว่ซีเผยพลังจิตระดับสองขั้นกลางออกมาก่อนหน้านี้ คือการทิ้งระเบิดน้ำลึก ทำให้ผิวน้ำของลานกว้างเกิดคลื่นยักษ์ปั่นป่วน

เช่นนั้นแล้ว กลิ่นอายทั้งสามสายที่ปะทุออกมาจากร่างเล็กๆ ของเจ้ายุงฉู่เซิงในตอนนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการจุดชนวนระเบิดนิวเคลียร์ที่ใจกลางทะเลสาบ!

มันระเบิดสมองของทุกคนจนเครื่องรวน ขาวโพลนไปหมด

พวกเขาเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง สีหน้าแข็งค้างกันถ้วนหน้า!

"ตุ้บ"

เสียงของหล่นดังขึ้นเบาๆ

ทุกคนหันไปมองตามเสียงนั้นโดยสัญชาตญาณ

ภาพที่เห็นคือ จ้าวชิงเทียนตาลอย หน้าซีดเป็นกระดาษ ราวกับถูกสูบเรี่ยวแรงออกไปจนหมดร่าง

เขาเซถอยหลังไปสองก้าว ก่อนจะทรุดตัวลงไปนั่งกองกับพื้น

ริมฝีปากของเขาสั่นระริก แต่ไม่อาจเปล่งเสียงใดๆออกมาได้ นัยน์ตาสะท้อนภาพเจ้ายุงตัวจิ๋วที่แผ่กลิ่นอายอันทรงพลังออกมา

ปราการป้องกันทางจิตใจด่านสุดท้าย ที่สร้างขึ้นจากความเย่อหยิ่งและการปลอบใจตัวเอง แหลกสลายลงในพริบตานี้

แพ้แล้ว

แพ้แบบหมดรูป แพ้แบบราบคาบ แพ้แบบไม่มีทางสู้ได้เลย

ระดับของสัตว์อสูรที่เขาภาคภูมิใจหนักหนาน่ะเหรอ?

เจ้ายุงนั่นก็ไปถึงระดับสองขั้นต้นแล้ว! แถมมันเพิ่งจะอยู่แค่ระดับหนึ่งขั้นต้นเมื่อสามวันก่อนเองนะ!

นี่มันตัวประหลาดอะไรกันวะเนี่ย?!

พลังจิตระดับหนึ่งขั้นปลายที่เหนือกว่าคนรุ่นเดียวกันของเขาล่ะ?

ไม่เพียงแต่ถูกกู่เยว่ซีบดขยี้จนแหลกลาญ แต่แม้กระทั่งเจ้ายุงตัวนี้! ก็ยังมีพลังจิตถึงระดับสองขั้นต้น! สูงกว่าเขาตั้งสองขั้น!

หรือแม้แต่คำปลอบใจสุดท้าย…ที่ว่าสายเลือดของยุงตัวนี้ขยะเกินไป ไม่มีทางไปถึงระดับห้าได้?

แต่…ทำไมสายเลือดของมันถึงยังเลื่อนระดับได้อีกล่ะ!

กลายเป็นสายเลือดระดับกลางไปแล้ว ขีดจำกัด…พุ่งไปถึงระดับห้าแล้ว!!

หนึ่งคนกับอีกหนึ่งยุงคู่นี้…มันคือตัวอะไรกันแน่เนี่ย?!

สภาพจิตใจของจ้าวชิงเทียนพังทลายอย่างสมบูรณ์

ความปั่นป่วนดั่งคลื่นยักษ์ในใจ ท้ายที่สุดก็กลั่นออกมาเป็นเสียงพึมพำแผ่วเบา—

"เปิดโปรหรือไงวะ?"

…..

จบบทที่ บทที่ 63 : สมัยไหนแล้วยังจะมาซ่อนพลัง? ท่านยุงปู่จะโชว์เทพให้ดูเป็นขวัญตาเอง!

คัดลอกลิงก์แล้ว